.
หลายชีวิต ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดไปตามทางของตน ถึงแม้จะเป็นคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ทุกเหตุการณ์ เริ่มต้นจากสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนแยกย้ายออกไปตายโหงตามทางของตน
.
ตอนที่ 1 : ซานติฆ่า
.
ชายหนุ่มมาฉลองกับเพื่อนๆ ที่ผับ Santaka ก่อนไปต่างประเทศส่วนแฟนที่มาด้วยก็รู้สึกเซ็งๆ
แล้วก็เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ขึ้นหลังนับเคาท์ดาวน์เข้าวันปีใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ชายหนุ่มคลุ้มคลั่งอาละวาดในงานศพของแฟนสาวแถมใช้ชีวิตด้วยความหดหู่มาเป็นเวลานาน
ในที่สุด เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการลั่นไกปืนใส่ขมับ ก่อนจะรู้ว่าตัวเองเป็นคนตายอยู่แล้ว
เป็นเพราะเขามัวยึดติดกับภาพแฟนสาวขณะเสียชีวิตจนไม่รู้ตัวว่าเธอรอเคียงข้างเขามาตลอด
ส่วนเหตุการณ์ตอนที่เขาฟูมฟายหน้างานศพแฟนนั้น มุมมองคนอื่นจะเห็นเพียงความว่างเปล่า
กับภาพข้าวของเครื่องใช้หน้าโลงศพ ที่ปลิวว่อนกระจัดกระจายโดยไม่ทราบสาเหตุเท่านั้นเอง
แล้วทั้งคู่ก็ไปสู่สุขคติ เมื่อมีเจ้าหน้าขุดพบซากศพของทั้งสองขณะรื้อผับหลังเวลาผ่านไป 1 ปี

.
ตอนที่ 2 : คุกกองปราบ
.
ย้อนกลับไปที่ผับ Santaka อีกครั้ง ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งมาส่งของที่ผับ ขากลับก็ก่อคดีข่มขืน
แต่ลงมือหนักไปหน่อยจนเหยื่อเสียชีวิต (ดูจากชุดแล้วหญิงสาวน่าจะออกมาจากผับเดียวกัน)
ภาพที่คนดูเห็นเบื้องต้นคือ ชายหนุ่มถูกนำไปเข้าห้องขังที่พึ่งจะมีนักโทษฆ่าตัวตายมาหมาดๆ
และในคืนนั้นเอง ชายหนุ่มก็เกิดอาการหลอน ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ไหนจริง เหตุการณ์ไหนไม่จริง
รุ่งเช้าก็มีพระมารดน้ำมนต์ในห้องขัง มีคนรู้จักมาเยี่ยม (น่าจะเป็นแฟน) บอกว่า อย่าคิดสั้นนะ
แล้วผี ภาพหลอนหรือความรู้สึกผิดอะไรก็ตามแต่ ทำให้เขาแขวนคอตายไปในคืนที่สองนี่เอง
มีรายละเอียดบางส่วนซึ่งแทงกั๊กเอาไว้ให้คนดูคิดเองว่า ใครเป็นผี ใครเป็นคน ใครตายเมื่อไร
โดยส่วนตัวผมคิดว่านักโทษในห้องฝั่งตรงข้าม เป็นคนที่มองเห็นการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นซ้ำซาก

.
ตอนที่ 3 : ผีแทงค์น้ำ
.
ย้อนกลับไปที่ผับ Santaka อีกครั้ง เราก็จะพบหนุ่มใบ้คนหนึ่ง ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ไปที่ผับ
เพื่อไปส่งยาที่นั่น และเป็นคนเดียวกับที่ไปเยี่ยมเพื่อนซึ่งถูกจำคุกเพราะฆ่าข่มขืนในตอนที่ 2
หลังจากเหตุการณ์นั้น มีเด็กสาววัยรุ่นมาขอซื้อยาที่ห้องพักโดยยอมจ่ายด้วยร่างกายแทนเงิน
เสร็จสมอารมณ์หมาย รุ่งเช้า หนุ่มใบ้ก็ออกไปซื้อข้าว ส่วนเด็กสาวก็แอบค้นห้องเพื่อหายาอีก
หนุ่มใบ้กลับมาพบเด็กสาวซ่อนในตู้เสื้อผ้าพบว่าเธอกลืนถุงใส่ยาขนาดใหญ่ลงไปในกระเพาะ
เขาพยายามให้เธอคายออกมา แต่เชือกที่มัดไว้เกิดขาด เธอจึงเสียชีวิตเพราะรับยาเกินขนาด
หนุ่มใบ้จึงนำเอาศพเธอ ไปซ่อนไว้ในแทงค์น้ำกินน้ำใช้ของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้นานนับสัปดาห์
ก่อนผีเด็กสาวจะมาหลอกหรือแค่หนุ่มใบ้เห็นภาพหลอนเพราะเสพยา ก็สุดที่จะฟันธงลงไปได้

.
ตอนที่ 4 : ขึ้นครู
.
ย้อนกลับไปที่ผับ Santaka อีกครั้ง เราก็จะเห็นสาวโคโยตี้ (!?) รุ่นเดอะคนหนึ่ง ออกล่าเหยื่อ
ตบกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยว แล้วชิ่งหนีออกมาหาลูกค้าริมถนน ก่อนพบกับลูกค้าหนุ่มสองคน
พึ่งขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาจากผับ Santaka เช่นกัน ก่อนจะมาปิ๊งกับโคโยตี้รุ่นเดอะคนนี้เข้าให้
1 หญิง 2 ชายจึงพากันไปยังโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ที่มีคุณป้าฟันทองท่าทางน่ากลัวดูแลอยู่
หลังเหตุการณ์ชุลมุนสงบลง เธอก็ได้รู้ว่าลูกค้าหนุ่มไก่อ่อนสองคนรวมทั้งคุณป้าฟันทองเป็นผี
โดย A คิดทะลวงตูด B, B จึงปาดคอ A, คุณป้าสติไม่ดีเข้ามา เอามีดแลกกับหนุ่ม B ตายทั้งคู่
เธอจึงเกิดอาการสติแตก เตลิดจากโรงแรม โบกรถมอเตอร์ไซด์ที่มีคู่หนุ่มสาวขับผ่านมาพอดี
ก่อนจะเจอรถบรรทุกชนกระเด็นตายโหงไปอีก 3 ศพรวดซึ่งเป็นตอนที่เนื้อเรื่องมีความกำกวม
.
ถ้าหากเจ๊รุ่นเดอะเป็นคน ไม่ได้เป็นผี เธอจะนั่งมอเตอร์ไซด์ผีมาถึงโรงแรมม่านรูดได้อย่างไร
หรือจะเป็นมอเตอร์ไซด์ผีที่มีจิตวิญญาณกล้าแกร่งมากจนชาวประชาทุกคนมองเห็นได้หมด ?
แต่ถ้าหากเจ๊รุ่นเดอะเป็นผีมาตั้งแต่ต้น มันก็จะดูขัดกับสถานการณ์เปิดตัวตอนต้นเรื่องทั้งหมด
และคงจะเป็นซูเปอร์ผีตายโหงที่มีระยะทำการเร่ร่อนสุดกว้างไกลไม่อยู่กับที่อย่างน่าตกตะลึง

.

.
ส่วนที่ชอบ
- ซานติฆ่า : แสดงความผูกพันธ์อาลัยอาวรณ์ได้ดี จำลองเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นได้น่าสนใจ
- คุกกองปราบ : การใช้ภาพแทนการเล่าเรื่อง เหมาะกับคนดูซึ่งชอบใช้สมาธิเก็บรายละเอียด
- ผีแทงค์น้ำ : ออกแนวฮาแหวะๆ ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกผะอืดผะอมอย่างสมจริงสมจังมาก
- ขึ้นครู : ความพยายามเรียกเสียงหัวเราะ ถึงแม้จะเทียบชั้น "คนกอง" ของ "5 แพร่ง" ไม่ได้
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- ซานติฆ่า : มุขนี้เฝือแล้ว การลำดับภาพและเวลาที่ทำให้คนดูส่วนหนึ่งเกิดอาการดูไม่รู้เรื่อง
- คุกกองปราบ : บรรยากาศแย่ๆ ในโรงหนัง ทำให้ไม่มีสมาธิในการเก็บรายละเอียดจากภาพ
- ผีแทงค์น้ำ : ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างหนุ่มใบ้กับผีเด็กสาวไม่ค่อยมีจุดประสงค์เท่าไร
- ขึ้นครู : "บทปลายเปิดให้คนดูคิดเอง" กับ "บทบกพร่องมุ่งแต่จะตลก" ไม่เหมือนกันนะครับ
.
ประเด็นเก็บตก
- บรรยากาศที่ทำให้คิดหนักว่าต่อไปนี้ผมจะดูหนัง "แนวนี้" ในโรงภาพยนตร์อีกต่อไปหรือไม่
เพราะเจอคนร้องเหวอในแบบที่ไม่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่เจอมาเลยจนเสียบรรยากาศสุดขีด
ทั้งที่เป็นช่วงเนื้อเรื่องดำเนินไปแบบธรรมดาๆ และหนังไม่ทันใช้เสียงประกอบให้ตกใจด้วยซ้ำ
(โดยเฉพาะช่วงตอนแรกๆ ที่ผมกำลังรู้สึกเศร้ามากกว่ากลัว พอเจอแบบนี้เข้าเลยกร่อยมากๆ)
.

.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
ตายโหง
.
"ตายโหง"
.

.
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าและพระเยซูเสด็จลงจากสรวงสวรรค์มาพักร้อนบนโลกมนุษย์
ติดตามได้ใน Saint Young Men ซึ่งชนะ Tezuka Osamu Cultural Prize ครั้งที่ 13 (2009)
ประเภทการ์ตูนสั้น (ซึ่งคาดว่า คงไม่มีสำนักพิมพ์ใดกล้าซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นภาษาไทยแน่ๆ)
.
กดที่รูปเพื่อดูภาพขยาย, อ่านจากขวาไปซ้ายแบบญี่ปุ่น
.



.
รายละเอียด
- สถานที่ที่ใช้ดำเนินเรื่องตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นโตเกียวดิสนีย์แลนด์
ซึ่งผู้วาดเปลี่ยนแปลงตัวละครและชื่อเรียกเพื่อป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์
.

.
สำหรับวงการแฟชั่นแล้ว นิตยสาร Vogue ก็ไม่ต่างจากคัมภีร์ไบเบิลที่สาวๆ นับล้านคนยึดถือ
ดังนั้น ฐานะของ แอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการนิตยสาร Vogue สหรัฐฯ ก็ไม่แตกต่างจากโป๊ป
ผู้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวงการแฟชั่นมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ผ่านทางนิตยสารฉบับดังกล่าว
และเป็นครั้งแรกที่เธอยอมให้ทีมงานถ่ายทำเบื้องหลังนิตยสารโว้ก ฉบับเดือนกันยายน 2007
.
Anna Wintour

Anna Wintour
.
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ก่อนเข้าสู่เทศกาลจับจ่ายปลายปี
บรรดาดีไซเนอร์ชื่อดัง ต่างก็ทยอยเปิดตัวคอลเล็คชั่นของตนออกมาเรียกน้ำย่อยกันยกใหญ่
สำหรับแอนนาแล้ว โว้ก ไม่ได้เป็นเพียงนิตยสารแฟชั่นรายเดือนที่รวบรวมคอลเล็คชั่นเท่านั้น
แต่โว้กต้องมองล่วงหน้า และเป็นผู้นำเสนอเทรนด์การแต่งกาย ซึ่งไม่ปรากฏที่ใดมาก่อนด้วย
การที่โว้กมีอิทธิพลต่อสาวๆ ถึง 1 ใน 10 ของสหรัฐ จึงมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง
ร่วมกับเครือข่ายร้านค้าเพื่อกระจายสินค้าให้ทันต่อกระแสความต้องการที่โวกช่วยสร้างขึ้นมา
เมื่อผู้ผลิตรู้ว่าโว้กจะปล่อยคอลเล็คชั่นอะไร ก็เตรียม Supply รองรับ Demand อย่างถูกต้อง
ซึ่งความร่วมมือนี้ช่วยทำให้เกิดสถานการณ์ Win-Win ต่อผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้อง
.
ต่อจากนั้น ตากล้องก็พาเราเดินทัวร์ดูการทำงานภายในสำนักงานใหญ่ของโว้ก สหรัฐอเมริกา
ไม่เฉพาะผู้บริหาร แต่รวมถึงฝ่ายศิลป์ ฝ่ายออกแบบเสื้อผ้า ช่างภาพ และนางแบบของบริษัท
ซึ่งงานนี้เราจะได้พบนางแบบและดีไซเนอร์ระดับโลกตัวเป็นๆ ปรากฏในภาพยนตร์กันให้ขวัก
ความยากลำบากในการทำงาน อย่างเช่นการขัดแย้งทางความคิดในเรื่องนามธรรมความชอบ
รูปภาพที่ฝ่ายศิลป์เห็นพ้องว่าสวยงามที่สุดก็หนีไม่รอด ถูกแอนนาคัดทิ้งไปภายในเสี้ยววินาที
เสื้อผ้าที่ฝ่ายเสื้อผ้าเห็นว่าดูเหมาะสมก็หนีไม่พ้น โดนแอนนาสั่งเปลี่ยนรูปใหม่เพียงชั่วข้ามวัน
ไปจนถึงความอาร์ตของตากล้อง ที่ไม่ชอบใจแบ็คกราวน์ ก็ยกเลิกการถ่ายรูปล็อตนั้นไปดื้อๆ
กว่าจะออกมาเป็นนิตยสาร Vogue รายเดือนที่ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่น มิใช่เรื่องง่ายเลย
.

Vogue September 2007

Vogue September 2007
.
นิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกันยายน 2007 ทำสถิติ เป็นหนังสือรายเดือนหนาที่สุด 840 หน้า
ด้วยยอดขาย 13 ล้านเล่ม และช่วยกระตุ้นวงการแฟชั่น ซึ่งกำลังซบเซาจากสภาวะเศรษฐกิจ
.


.
ส่วนที่ชอบ
- เบื้องหลังการทำงาน มีอุปสรรคต่างๆ มากมาย ไม่สวยงามเหมือนหน้าปกที่เราเห็นสักเท่าไร
ซึ่งหนังเสนอภาพเหตุการณ์ความขัดแย้งในแต่ละขั้นตอนของการทำหนังสืออย่างชัดเจนมาก
- การทำงานที่ชอบให้องค์กร การทำงานเพื่อให้องค์กรอยู่รอด อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
สถานการณ์ที่ตากล้องผู้ถ่ายหนังบังเอิญเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังสือแบบตกกระไดพลอยโจน

.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- ด้วยข้อจำกัดในการถ่ายทำกับอุปกรณ์ที่ใช้ ภาพที่ออกมาบางส่วนจึงไม่ค่อยสวยงามเท่าไร
เจอฟอนต์ตัวเท่าหม้อแกงอีกแล้ว นอกจากอ่านลำบาก ยังช่วยซ้ำเติมงานภาพให้แย่ลงไปอีก

.
ประเด็นเก็บตก
- ฐากูร พานิชกุล ดีไซเนอร์อเมริกันเชื้อสายไทย เกิดที่เชียงราย ย้ายไปสหรัฐฯตอนอายุ 11
หลังเล่าเรียนฝึกฝนอย่างหนัก เขาตัดสินใจเปิดแบรนด์ Thakoon ของตนเองในปี ค.ศ. 2004
และได้รางวัลดีไซเนอร์หน้าใหม่ในปี ค.ศ. 2005 ฐากูรเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่แอนนาชื่นชอบ
มิเชล โอบามา ภรรยาของผู้นำสหรัฐฯ เคยเลือกใส่ชุดของฐากูรออกงานใหญ่มาแล้วสองครั้ง
- The Devil Wears Prada มีการเขียนบทเสริมเติมแต่งสร้างความบันเทิงให้แก่คนดูมากกว่า
ขณะ The September Issue นั้นออกแนวสารคดีถ่ายทอดเบื้องหลังการทำนิตยสารมากกว่า
ถ้าท่านต้องการความบันเทิงแนว The Devil Wears Prada แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงเรื่องนี้ครับ
แต่จะแนะนำสุดๆ ถ้าหากท่านสนใจชีวิตของโป๊ปผู้อยู่เบื้องหลังคัมภีร์ไบเบิลแห่งวงการแฟชั่น
- ฝรั่งที่นั่งข้างๆ เจอคนแถวหลังเตะเก้าอี้ใส่บ่อยครั้งมากจนแทบจะข้ามไปเอาเรื่องหลายรอบ
พอหนังจบ ยังไม่ทันขึ้นเครดิต หรือเปิดไฟ ฝรั่งรีบลุกแล้วเดินออกไปเลย สงสัยจะเซ็งสุดขีด
- ผมเปลี่ยนมาดูหนังราคาถูกทุกวันพุธของเครือเมเจอร์ ข้อดีคือ ลดค่าใช้จ่ายไปได้เกือบครึ่ง
แต่ข้อเสียหลังจากทดลองดูมา 1 เดือนเต็มคือ เจอพวกมารยาททรามในอัตราที่น่าตกใจมาก

.

.
2010/02/04
IMDb : 6.9/10
Metacritic : 69/100
Rotten Tomatoes : 84%
.

.
.
มีศาสดาแล้ว มีคัมภีร์แล้ว ก็ต้องมี "ผู้ช่วย" !
.

Loading