.
สปีด เรซเซอร์ เด็กน้อยผู้คลั่งไคล้ความเร็ว เขานับถือพี่ชาย เร็กซ์ เรซเซอร์ ที่เป็นนักแข่งรถชื่อดังเป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เร็กซ์ออกไปจากบ้านเรซเซอร์ และเสียชีวิตในการแข่งแรลลี่หฤโหด คาซา คริสโต
8 ปีผ่านไป สปีดโตขึ้นและชนะเลิศการแข่งรถด้วยลีลาคล้ายคลึงกับพี่ชายจนสะดุดตานายทุนยักษ์ใหญ่เข้า
ทว่า สปีดปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาเป็นนักแข่งในสังกัด จึงโดนกลั่นแกล้ง ถูกขัดขวางไม่ให้ถึงเส้นชัยทุกวิถีทาง
รวมถึงแผนการอื่นๆ ที่ทำให้ทีมเรซเซอร์หลุดออกจากการแข่งขันกรังปรีซ์ ปิดกั้นช่องทางที่จะพิสูจน์ความจริง
หนทางที่จะได้ตั๋วกลับเข้าไปคือ การชนะเลิศรายการแรลลี่หฤโหด คาซา คริสโต ที่พรากพี่ชายของเขานั่นเอง
.
ชอบ
- บทบาทของตัวละครที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตัวละครที่ดูไม่น่าจะมีอะไร ก็มีอะไรให้ฮาจนได้
เทคนิคการบังคับรถในการต่อกรกับเหล่าร้าย ที่ฉวัดเฉวียนเฟี้ยวฟ้าวจนมองตามแทบไม่ทัน รวดเร็วสะใจสุดๆ
- สนามแข่งหลากหลายรูปแบบ มีบรรยากาศโดยรอบ อุปสรรคระหว่างทาง และลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจ
.
ไม่ชอบ
- การเล่นสีสันให้ได้บรรยากาศแบบการ์ตูนในบางฉาก รู้สึกแปร๋นๆ แปลกๆ ถึงแม้มันจะเข้ากับเนื้อเรื่องก็เถอะ
บางตัวละคร มีบทบาทเบาโหวงมากเกินไปสักหน่อย หรือใส่มาเพื่อให้ครบๆ ตามต้นฉบับการ์ตูนล่ะมั้งครับ ?
- เน้นการแสดงโชว์ความเร็วจนเกินไปในหลายจังหวะ ผมอยากมองเห็นรายละเอียดของบางสนามมากกว่านี้
.
สรุปส่วนตัว
ค่อนข้างพอใจกับฉบับหนังโรงมากเนื่องจากผมไม่ได้ดูการ์ตูนต้นฉบับมาก่อน (ทั้งของอเมริกาและของญี่ปุ่น)
จึงไม่มีตัวเปรียบเทียบในการเพิ่ม/ลดคะแนน ส่วนใครที่เคยดูต้นฉบับมาก่อนนั้นอาจมีความคิดเห็นต่างกันไป
มีประเด็นในหนังที่น่าสนใจประเด็นหนึ่ง ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับสถานการณ์ของ บางวงการ แถวนี้เลยครับ
เรื่องของกิจกรรมอะไรก็ตาม ที่เริ่มต้นด้วยใจรักเหมือนกับกิจกรรมอื่นๆ ก่อนจะเกิดปัญหาเมื่อเข้าสู่ระบบธุรกิจ
การแข่งขัน GWR มีการเตี๊ยมตัวผู้ชนะเลิศในแต่ละปี เพื่อหาประโยชน์ในการลงทุนทางธุรกิจและตลาดหุ้น
แต่ไม่ว่าจะเตี๊ยมอย่างไรหรือใช้วิธีสกปรกแบบไหน ก็ลำบากเหมือนกัน ถ้าเจอเข้ากับคนเก่งจริงๆ ซึ่งรู้วิธีแก้ลำ
คนเก่งที่รู้แบบนักปราชญ์ สามารถก่อให้เกิดมรรคผลได้ บุคคลภายนอกจะยกย่องสรรเสริญให้เป็นตำนานเอง
.
แต่คนเก่งแบบซ้อ 7-11 ที่รู้หมดว่าใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไรอย่างไร มรรคผลย่อมแตกต่างจากเก่งแบบปราชญ์
ยกตัวอย่างวงการคอสเพลย์ ถ้ารู้หมดว่าใครโกงใครเล่นเส้นใครทำอะไร (แบบรู้จริง, ไม่ใช่ฟังเขาเล่ามาอีกต่อ)
แต่ไม่สามารถผลักดันให้เกิดมรรคผลอะไรได้ ไม่ว่าจะอ้างอุปสรรคสุดหรูขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่มีประโยชน์ครับ
แถมคนนอกวงการจะเกิดความสงสัยด้วยซ้ำไปว่า ในเมื่อ "รู้ดี" ขนาดนี้ ทำไมยังกระเสือกกระสนเข้าไปอีก ?
เหมือนกับคุณเป็นคนรักการขับรถตัวจริง ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่คุณต้องขับรถในสนามแข่งเพียงอย่างเดียว
ปลูกต้นไม้ก็ไม่จำเป็นต้องไปประกวด เลี้ยงนกเขาก็ไม่จำเป็นต้องแข่งเสียง วาดรูปก็ไม่จำเป็นต้องส่งชิงรางวัล
.
แต่ถ้าหากคุณอยากชะล้างความเน่าเฟะของวงการจริงๆ คุณก็ต้องเก่งและกล้าเผชิญหน้าแบบ สปีด เรซเซอร์
...ทุกวงการไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ถ้ามัวแต่สร้างตำนานอยู่ในถ้ำ...
.
.
.
IMDb : 6.0/10
Movies.com : A
Rotten Tomatoes : 35%

.
โทนี่ สตาร์ค นักประดิษฐ์อัจฉริยะ CEO คนดังของบริษัทสตาร์คอิสดัสเทรียล ผู้คิดค้นอาวุธใหม่ตลอดเวลา
เขาถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับกุมตัวที่อัฟกานิสถาน หลังสาธิตจรวดทำลายล้างรุ่นใหม่ล่าสุดให้กองทัพสหรัฐฯ
ขณะถูกจับบังคับให้สร้างอาวุธ สตาร์คก็แอบสร้างชุดพิเศษและใช้ฝ่าดงกระสุนของผู้ก่อการร้ายออกมาจนได้
เขาพบว่าอาวุธที่ตนเองคิดค้นขึ้นเพื่อป้องกันชีวิตสามารถทำลายชีวิตของคนที่เขาคาดไม่ถึงได้มากขนาดไหน
สตาร์คตัดสินใจนำอัจฉริยภาพของเขา พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้เขาหนีจากอัฟกานิสถานให้ดีมากยิ่งๆ ขึ้น
เพื่อออกไปทำลายล้างอาวุธที่เขาคิดขึ้นมาในสถานที่ต่างๆ ทั้งประกาศปิดสายการผลิตอาวุธของบริษัทตัวเอง
...แม้นักประดิษฐ์อัจฉริยะจะกลับตัวกลับใจ แต่เหล่านักธุรกิจผู้กระหายในเงินตราและราคาหุ้นจะยอมหรือ...
.
ชอบ
- ถูกใจกลุ่มคนดูชาย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ที่มีความชื่นชอบในเรื่องเครื่องยนต์กลไกและสิ่งประดิษฐ์แบบสุดๆ
นำเสนอสิ่งที่คนดูกลุ่มนี้ต้องการอย่างเต็มอิ่ม, A.I. ของเครื่องมือในห้องประดิษฐ์ของสตาร์คที่ดูน่ารักแปลกๆ
- ขั้นตอนการทำงาน, อัจฉริยะขนาดไหน ก็ใช่ว่าจะประดิษฐ์เครื่องมือที่ผสมผสานวิทยาการชั้นสูงได้สบายๆ
แต่ต้องผ่านการทดลอง เจอจุดอ่อนและข้อผิดพลาดมากมาย บลาๆๆ กว่าจะออกมาเป็น คนเกราะเหล็กสุดเท่
.
ไม่ชอบ
- อยากให้การต่อสู้ในฉากสำคัญของเรื่องดุเดือดเลือพล่านใช้เทคนิคชั้นเชิงในการต่อสู้มากกว่านี้อีกสักหน่อย
เพราะบางขณะเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังชมการสาธิตอุปกรณ์ต้นแบบซึ่งกั๊กหลายๆ อย่างเอาไว้...ให้ภาคต่อ
- ของแถมตอนจบ ไม่ค่อยคุ้มกับการนั่งรอเท่าไร, วัสดุที่ใช้ทำชุดสามารถทนการโจมตีระดับนี้ได้จริงหรือ ?
และสิ่งที่อยากรู้แบบสุดๆ ก็คือ สตาร์คประดิษฐ์ระบบป้องกันแรงกระแทกหรือแรง G ภายในชุดแบบไหน ?
.
สรุปส่วนตัว
ภาพยนตร์จากตัวละครของ Marvel ตัวหนึ่งซึ่งสามารถนำเสนอสิ่งที่คนดูกลุ่มหนึ่งต้องการเห็นอย่างเต็มที่
แม้เนื้องเรื่องไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพราะมันแหวกกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ก็ถือว่าใช้ของเดิมได้อย่างคุ้มค่าถึงขีดสุด
ตัวละครหลัก ตัวละครรอง มีบทบาท ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า...เอ่อ...ยกเว้นนักข่าวสาวตอนต้นเรื่องแล้วกัน
โดยรวมแล้ว Iron Man เป็นภาพยนตร์จากตัวละครของ Marvel ปีนี้ที่ทำออกมาได้ "อิ่ม" สมใจดีทีเดียว
.
.
.
IMDb : 8.4/10
Movies.com : A-
Rotten Tomatoes : 92%
.
แม่ของนิมซึ่งเป็นนักสมุทรศาสตร์เสียชีวิตตั้งแต่นิมยังเป็นเด็กๆ เธออยู่คนเดียวกับพ่อซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์
ทำการวิจัยเกี่ยวกับสิงมีชีวิตขนาดเล็กในทะเล บนเกาะภูเขาไฟร้างแห่งหนึ่งกลางมหาสมุทรที่ไม่อยู่ในแผนที่
นอกจากการใช้ชีวิตอยู่บนเกาะร้าง พวกเขาเป็นแฟนตัวยงของ "อเล็กซ์ โรเวอร์" นักผจญภัยชื่อดังในนิยาย
วันหนึ่ง พ่อของนิมประสบอุบัติเหตุกลางทะเล นิมร้องขอความช่วยเหลือ ให้อเล็กซ์เดินทางมายังเกาะแห่งนี้
แต่ปัญหาคือ "อเล็กซ์" เป็นเพียงตัวละครในจินตนาการของ อเล็กซานเดอร์ โรเวอร์ นักแต่งนิยายสาวใหญ่
ซึ่งเป็นโรคกลัวการออกไปในที่สาธารณะขั้นร้ายแรง เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านพร้อมซุปกระป๋องและยาฆ่าเชื้อ
...แล้ว "อเล็กซ์" จะออกไปช่วยเหลือนิมอย่างไร ?...
.
ชอบ
- นิม, ผมชอบคาแรกเตอร์เด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความสามารถ และเอาตัวรอดได้ในหลายสถานการณ์อยู่แล้ว
ภาพการใช้ชีวิตบนเกาะร้างที่น่าสนใจ (แม้ในความเป็นจริง เรารู้อยู่แก่ใจว่า มันไม่สะดวกสบายแบบนี้ก็ตาม)
- การโต้ตอบระหว่างอเล็กซ์ตัวจริงกับอเล็กซ์ในจินตนาการ ความพยายามที่จะเอาชนะความกลัวของตนเอง
สารพัดสัตว์เลี้ยง(?)ของนิม ทั้งกิ้งก่า แมวน้ำ นกเพลิแกน(?) นำมาใช้ประโยชน์ในการเล่นมุขต่างๆ มากมาย
.
ไม่ชอบ
- หลายฉากที่นิมต้องเสี่ยงภัย ตัดต่อฉากหลังไม่ค่อยเนียนเท่าไร สัมผัสได้ถึงความกระด้าง (หนังเด็กนี่เนอะ)
ฉากหนึ่งช่วงกลางๆ เรื่อง เมื่อนิมพบกับบุคคลภายนอกเป็นครั้งแรก ดูเหมือนเค้นอารมณ์ขึ้นไปไม่ถึงจุดที่หวัง
- พ่อของนิมรวมทั้งตัวนิมเองดูจะเก่งเกินไปหน่อย ทำให้อเล็กซ์ตัวจริงรับบทเป็นตัวตลกไปอย่างสมบูรณ์แบบ
และตอนจบราบเรียบเกินไป ปล่อยให้คิดกันเอง (แม้จะพอเดาได้ลางๆ ตามขนบของหนัง/นิยายแนวนี้ก็ตาม)
.
สรุปส่วนตัว
หนังสำหรับครอบครัวดัดแปลงจากนิยาย ซึ่งทำออกมาได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายที่อยากดูหนัง "แนวนี้" ที่สุด
อย่าไปคิดว่าเด็กตัวแค่นี้อาศัยอยู่บนเกาะร้างได้จริงหรือไม่ ปล่อยให้อารมณ์ลอยไปความใสของนิมก็เพียงพอ
ทำให้ผมดูหนังเรื่องนี้สนุกมาก แต่ถ้าอดคิดมากไม่ได้เรื่องความสมเหตุสมผล เรื่องนี้จะกร่อยสนิทเลยล่ะครับ
Nim's Island จึงสร้างความพึงพอใจให้กับคนดูแต่ละกลุ่มได้มากน้อยแตกต่างกันไป แต่สำหรับผมแล้ว
ถ้าหนังสามารถตอบสนองความต้องการด้านอารมณ์และความรู้สึกของผม (ที่เริ่มไม่มีเวลาว่าง) ได้ตรงจุด
โดยไม่ต้องไปเสียเวลาค้นคว้าหาจุดประสงค์ของหนังหรือข้อมูลเบื้องหลังอย่างไม่จำเป็น ก็ใช้ได้แล้วล่ะครับ
...เพราะผมเป็นแค่คนดูหนังธรรมดาๆ...
.
.
.
IMDb : 6.2/10
Movies.com : B
Rotten Tomatoes : 48%