.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมกราคม 2555
.
top 3 เดือนนี้ล้วนเป็นหนังต่างประเทศฟอร์มยักษ์ที่ทำได้ดีตามแนวทางของตน ไม่ว่าจะเป็น Sherlock Holmes: A Game of Shadows ที่นำเสนอภาพช้าผสมความทะเล้นหน้าตายของพระเอกยอดนักสืบได้อย่างโดดเด่น หรือ The Adventure of Tintin หนังการ์ตูนฟอร์มยักษ์ซึ่งอัดแน่นด้วยองค์ประกอบที่แฟนๆ หนังสือการ์ตูนชุดการผจญภัยของตินตินต้องถูกใจสุดๆ 2 เรื่องนี้เบียดกันมาอย่างสูสี แต่โค้งสุดท้ายถูก Real Steel ที่ดูเผินๆ เหมือนกับหนังแอ็คชั่นดราม่าพื้นๆ แต่กลายเป็นความพื้นๆ ที่สมบูรณ์แบบ ปล่อยหมัดอัปเปอร์คัตแซงเข้าป้ายซะงั้น
.
ATM เออรัก เออเร่อ เป็นหนังไทยที่กวาดรายได้สูงสุดประจำปี เปิดตัวได้น่าสนใจตามฟอร์ม หนังได้ความฮาน่ารักของคู่พระคู่นางช่วยเอาไว้เยอะ แต่เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ ยิ่งเจอความเออเร่อไม่สมเหตุสมผลจนคะแนนหดหาย นอกจากนี้ยังใช้เป็นกรณีศึกษาเรื่องอิทธิพลของการประชาสัมพันธ์ได้ดีอีกด้วย ส่วน ส.ค.ส. สวีทตี้ การแบ่งเป็น 2 ภาค ทำให้คู่รักบางคู่ไม่มีบทบาทเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่สมดุลกับคู่รักบางคู่ซึ่งจัดหนักจัดเต็มไปอย่างน่าเสียดาย และเรื่องนี้ยังคงมาตรฐานเดิมของผู้กำกับคือคนที่ชอบก็ชอบไปเลย คนที่เกลียดก็เกลียดไปเลย
.
5 Days of War เรื่องราวของกลุ่มผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปเก็บข้อมูลในสมรภูมิที่ไม่รับประกันความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็เหมือนกับการชกมวยที่คนอยู่วงนอกอาจเห็นอะไรๆ ชัดเจนกว่าคนที่กำลังคลุกวงในเสียอีก ส่วน The Darkest Hour เรื่องของมนุษย์ต่างดาวซึ่งบุกโลกเพื่อแย่งชิงสินแร่พลังงาน แถมมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่าชาวโลกก็เลยตัดจบมันห้วนๆ เสียเลย ส่วน Contraband อดีตนักขนของเถื่อนที่วางมือไปแล้ว ต้องหวนกลับมาทำงานดังกล่าวอีกเพราะคนใกล้ตัวมือไม่ถึง ทำเสียงานจนเกิดเหตุการณ์เดือดร้อนมาถึงคนใกล้ชิดตามระเบียบ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนกุมภาพันธ์ 2555
.
วาเลนไทน์ สวีทตี้ ตอนจบของ ส.ค.ส. สวีทตี้ ยังคงมาตรฐานเดียวกับภาคแรก คู่รักหลายคู่ชวนให้คนดูหัวใจละลายติดเบาะ แถมข้อคิดเรื่องความรักจากบางคู่ก็แหลมคมอย่างยิ่งจนน่าเสียดายที่การแบ่งออกเป็น 2 ภาค ส่งผลให้สารบางอย่างที่ควรจะดูอย่างต่อเนื่องสูญเสียไป สำหรับ The Melody รักทำนองนี้ ซึ่งใช้สถานที่ถ่ายทำที่แม่ฮ่องสอนอย่างคุ้มค่า ก็พลาดท่าตรงการแสดงที่ไม่เป็นธรรมชาติ การตัดต่อที่รวดเร็วเกินไป ไม่เป็นทำนองลื่นไหลตามชื่อหนัง ส่วน War Horse ม้าสงครามที่หาทางกลับบ้าน ก็ซาบซึ้งตามสูตรหนังกล่องที่ดีในระดับหนึ่ง
.
ผู้ชนะเดือนนี้จึงตกเป็นของ Hugo ที่ยอดเยี่ยมทั้งงานภาพและเนื้อเรื่องอันแหลมคมเกี่ยวกับเทคนิคในวงการบันเทิงเมื่อศตวรรษก่อนซึ่งล้มหายตายจากไปแล้ว นำเสนอผ่านเทคโนโลยีสามมิติล่าสุดได้น่าประทับใจแกมประชดประชันกลายๆ ตามมาด้วย The Lady เรื่องราวของนางอองซานซูจี สัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยกลางประเทศเผด็จการทหารอย่างพม่า แม้จะพยายามขัดขวางการเลือกตั้ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเองไว้ตราบนานเท่านาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานกระแสของโลกได้ (เหลือเพียงเกาหลีเหนือกับบางประเทศเท่านั้น)
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมีนาคม 2555
.
The Hunger Games หนังที่ถ่ายทอดเนื้อหาจากนิยายได้อย่างยอดเยี่ยม แม้แต่คนที่ไม่เคยอ่านก็สามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ทั้งหมด นำเสนอเรียลลิตี้โชว์การเอาชีวิตรอดของหนุ่มสาวที่ถูกคัดเลือกจากเขตต่างๆ โดยเบื้องหลังคือการค้ำชูอำนาจของส่วนกลางให้ผู้คนใช้ชีวิตแบบสุขนิยมต่อไป พร้อมเหยียดผู้คนในภูมิภาคให้ต้อยต่ำ พึ่งตนเองไม่ได้ เพื่อป้องกันการลุกฮือต่อต้าน แม้จะมีจุดอ่อนบ้างตรงการลดทอนความรุนแรงเพื่อให้ได้เรต PG-13 ทำให้ฉากต่อสู้หลายฉากดูเป็นของเล่นไปบ้างก็ตาม ก็ไม่อาจหยุดยั้งการขึ้นเป็นผู้ชนะประจำเดือนนี้ได้ครับ
.
Mirror Mirror จอมโจรหิมะขาว หยิบเอาสโนว์ไวทมาดัดแปลงใหม่ได้ฮาดีครับ แต่ตอนจบแบบหนังแขกทำให้หลายคนเหวอไปเหมือนกัน มีทั้งคนชอบและคนเกาหัวแกร่กๆ คะแนนจึงอาจกระจายไปบ้าง แต่โดยรวมผมชอบครับ, John Carter เรื่องของหนุ่มชาวโลกซึ่งหลงมิติไปพบรักกับเจ้าหญิงดาวอังคาร จำต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปแก้ปัญหาสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์บนดาวอังคารพร้อมกับการประกาศอิสรภาพจากเผ่าพันธุ์ที่คอยชักใยระบบสุริยะอยู่เบื้องหลัง โดยส่วนตัวชอบเรื่องนี้พอควร แต่ใครที่ชินแบบการ์ตูนอาจไม่ชอบแบบหนังเท่าไร
.
การต่อสู้ระหว่างผู้มีพลังวิเศษที่ได้รับจากอุกกาบาตในตอนจบของ Chronicle ก็มันส์สุดยอด ถ้าคุณทนความน่าเบื่อในช่วงแรกที่ยืดเยื้อราวกับทีวีซีรีส์ได้ อีกจุดที่ผมชอบคือเป็นหนังแนวถือกล้องที่ไม่ปวดหัวครับ (ปกติผมจะแพ้การถ่ายทำหนังแนวนี้มาก ปวดหัวแทบอ้วกมาหลายเรื่องแล้ว) ส่วนท่านที่ชอบแนวจำลองการปฏิบัติการทางทหาร Act of Valor ก็พอตอบโจทย์ได้ แต่เกม PC บางเกมทำได้ดีกว่า, This Means War เรื่องของคู่หูที่ผลัดกันใช้เทคโนโลยีของหน่วยสืบราชการลับที่พวกตนสังกัดอยู่ในการจีบหญิงสาวคนเดียวกันก็ดูธรรมดาเกินไป
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนเมษายน 2555
.
Battleship หนังฟอร์มยักษ์ประจำฤดูร้อนที่ถูกรีวิวต่างประเทศกดคะแนนต่ำเตี้ยติดดิน แต่ผมกลับชอบสุดๆ จนยกให้เป็นผู้ชนะประจำเดือนเมษายนเลยครับ (ใช้เป็นกรณีศึกษาเรื่องระดับความคาดหวังที่แตกต่างกันได้ดี) เนื่องจากเรื่องอื่นๆ ที่ได้ดูในเดือนนี้อยู่ในระดับกลางๆ ทำคะแนนไล่เลี่ยกันหมด ตั้งแต่ Safe เรื่องของอดีตตำรวจที่บังเอิญพัวพันกับเด็กน้อยอัจฉริยะที่สามารถจดจำตัวเลขที่ผ่านตาได้ภายในครั้งเดียว รวมถึงรหัสตู้เซฟเก็บเงินของแก๊งมาเฟียชาวจีนในอเมริกา จนถูกตำรวจนอกแถวและแก๊งอิทธิพลอื่นๆ ในพื้นที่แย่งชิงตัวกันจ้าละหวั่น
.
The Raven ฆาตกรต่อเนื่องซึ่งก่อคดีตามนิยายสืบสวนสยองขวัญของ เอดการ์ แอลลัน โพ ที่ดำเนินเรื่องได้น่าสนใจ แต่ตอนจบไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไร, Lockout พระเอกที่ถูกใส่ความว่าสังหารเพื่อนเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต้องไปช่วยลูกสาวประธานาธิบดีจากคุกอวกาศ ก็ดำเนินเรื่องไม่เนี้ยบพอ, Wrath of the Titans มีดีที่งานภาพ แต่เรื่องราวของเปอร์ซีอุสที่ต้องเดินทางผจญภัยพิชิตโครนอส (บิดาของซูส ฮาเดส โพไซดอน) ยังคงออกทะเลเช่นเคย ส่วน Titanic in 3D ปรับแค่เทคนิคภาพ เนื้อเรื่องเหมือนเดิม จึงไม่นับรวมในการพิจารณาครับ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนพฤษภาคม 2555
.
The Avengers รวมดาวตัวละครมาร์เวลในตอนแรกทำท่าจะเป็นแชมป์ประจำเดือนแบบนอนมา แต่ถูก Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ นำเสนอความหมายของคำว่ารักได้อย่างอบอุ่น เบียดขึ้นมาอย่างสูสี โชคดีที่ได้ฉากฮัลค์กระทืบโลกิในตำนานช่วยรักษาตำแหน่งเอาไว้สำเร็จ โดยมี From Up on Poppy Hill ที่นำเสนอภาพความรักของเด็กหนุ่มสาวและวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นยุคหลังสงครามโลกได้อย่างอบอุ่นมากเช่นกัน แต่มีจุดอ่อนสำตัญตรงการดำเนินเรื่องที่ราบเรียบมากเกินไปจนหาจุดไคลแมกซ์ไม่เจอ ทำให้ตกลงมาเป็นอันดับสามไปอย่างน่าเสียดาย
.
Men in Black III นำเสนอเรื่องราวในอดีตของ K ได้ดีมาก แต่การขาดจุดเด่นเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เคยมีอย่างเต็มเปี่ยมในภาคก่อน ทำให้คะแนนลดทอนไปพอสมควร ส่วน Iron Sky ก็ต้องอาศัยความรู้ทางภูมิศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศมากทีเดียวจึงจะสนุกกับสารพัดมุขในหนังได้ ขณะที่ The Cabin in the Wood หนังสยองขวัญ (?) ที่กระหน่ำโฆษณาว่าคุณไม่มีทางเดาตอนจบได้เป็นจุดขายเรียกคนดูเข้าโรง ก็บรรลุเป้าหมายในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงที่สุดเพราะโครงเรื่องเบื้องหลังอยู่ห่างไกลจากคนดูไปหน่อย แถมบทสรุปสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
.
The Viral Factor หนังฮ่องกงเกี่ยวกับการตามล่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ผู้ก่อการร้ายนำไปใช้หาผลประโยชน์ คุณภาพหนังได้มาตรฐานสากล แต่เนื้อหาไม่มีอะไรแปลกใหม่ การดำเนินเรื่องเยิ่นเย้อซ้ำซากเกินไป ส่วนหนังไทยอย่าง คน-โลก-จิต ซึ่งมีโครงเรื่องซับซ้อนน่าสนใจมาก ต้องมาตกม้าตายเพราะการแสดงไม่ถึงขั้นของตัวละครหลายตัวที่ทำให้เสียอรรถรสสุดๆ ปิดท้ายด้วย Dark Shadows เรื่องราวของชายหนุ่มที่ถูกหญิงสาวสาปให้เป็นแวมไพร์เพราะไม่ยอมรับรักและถูกจับฝังดินในยุคอาณานิคมก่อนฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในยุคปัจจุบันก็ธรรมดาๆ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนมิถุนายน 2555
.
เป็นอีกเดือนที่ผมให้หนังไทยสูสีกับหนังฝรั่ง ไม่ว่า Prometheus ที่ย้อนอดีตสู่การเดินทางสู่ห้วงอวกาศเพื่อไขปริศต้นกำเนิดของมนุษย์ก่อนพบกับเผ่าพันธุ์ผู้สร้างเอเลี่ยนได้น่าสนใจยิ่ง ส่วน I Miss U ก็ปฏิวัติมุมมองเรื่องความคิดถึงของคนเป็นที่เหนี่ยวรั้งคนตายได้โดนใจผมสุดๆ (วิญญาณสาว A ไปไหนไม่ได้เพราะความคิดถึงของหนุ่ม B และขัดขวางสาว C ไม่ให้ยุ่งกับหนุ่ม B แต่เมื่อหนุ่ม B เสียชีวิต สาว C ก็ใช้ความคิดถึงเหนี่ยวรั้งวิญญาณหนุ่ม B เอาไว้ไม่ให้ไปอยู่กับวิญญาณสาว A...คิดได้ไงเนี่ย!) จนผมต้องยกให้เป็นผู้ชนะร่วมกันในเดือนนี้ไปครับ
.
อันธพาล ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของนักเลงไทยสมัยสงครามโลกครั้งที 2 ได้ดี จึงโดนของแข็งเบียดตกอันดับไปโดยปริยาย ส่วน Art Idol เรื่องของวัยรุ่นที่กำลังค้นหาตัวเองซึ่งมีศักยภาพเป็นผู้ชนะเลิศประจำเดือนกลับถูกหักคะแนนกราวรูดทั้งๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบถูกจริตผมสุดๆ เพราะการตัดต่อแย่มาก (เปลี่ยนฉากเร็วไป ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน ไคลแมกซ์เร้าอารมณ์ไม่ขึ้น) เหล่านี้ยิ่งทำให้ Snow White and the Huntsman เจ้าหญิงหิมะขาวกู้บัลลังก์ (หนังตัวอย่างให้อารมณ์ลอร์ดออฟเดอะริงสุดๆ) ที่ทำได้ดีในระดับปานกลางกลายเป็นหนังพื้นๆ ยิ่งกว่าเดิม
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนกรกฎาคม 2555
.
The Dark Knight ทำได้ดีมากเกินไปจน The Dark Knight Rises ไม่สามารถฝ่ากำแพงของตัวเองได้ แต่ถึงกระนั้นเรื่องนี้ก็ได้แชมป์ประจำเดือนนี้ไปอย่างไร้คู่แข่ง ด้วยฝีมือของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ขยับมาตรฐานดาร์คฮีโร่ตัวนี้สูงขึ้นไปอีกขั้นจนนึกไม่ออกว่าใครจะเป็นคนแรกที่อาจหาญทำภาคต่อมาประชัน ขณะไอ้แมงมุมได้ มาร์ค เว็บบ์ ส่ง The Amazing Spider-Man รีบูทใหม่เอี่ยมอ่องออกมาชนกับไตรภาคของ แซม ไรมี อย่างอาจหาญ แถมทำตรงกับฉบับการ์ตูนได้ดีทีเดียว (ใครที่ชอบแนวแฟนตาซีแบบไตรภาคก่อนอาจไม่ถูกใจ)
.
เจอยักษ์ใหญ่ 2 เรื่องซ้อน ที่เหลือก็กลายเป็นไม้ประดับ The Dictator หนังตลกล้อเลียนเผด็จการและประชาธิปไตยพร้อมกันแบบ 2 in 1 หลายมุขฮาสุดๆ แต่มุขใต้สะดือช่วงหลังฝืดเอาการ Abraham Lincoln: Vampire Hunter ที่สมมุติให้ อับราฮัม ลินคอล์น ทำสงครามปลดแอกอเมริกาจากแวมไพร์โดยใช้การเลิกทาสบังหน้า (ซึ่งพล็อตแบบนี้บ้านเราโดนเก้าอี้ฟาดแน่นอน) ซึ่งเนื้อเรื่องช่วงหลังก็น่าเบื่อเช่นกัน ปิดท้ายด้วยเรื่องของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หาเรื่องเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามก่อนล้มหายตาจากไปตามสเต็ปเดิมๆ ใน Chernobyl Diaries
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนสิงหาคม 2555
.
รัก 7 ปี ดี 7 หน รวมหนังสั้นเกี่ยวกับความรัก 3 เรื่องเข้าไว้ด้วยกัน เรื่องที่หนึ่งสะท้อนความรักของวัยรุ่นกับสังคมออนไลน์ได้ชัดเจนดีมาก เรื่องที่สองสะท้อนความรักของคนในวงการมายาที่ชวนขบคิดว่าจริงหรือหลอก เรื่องที่สามสะท้อนความรักของหนุ่มสาวต่างวัยที่ออกจะเวิ่นเว้อไปนิด แต่โดยรวมผมยกให้เป็นผู้ชนะประจำเดือนนี้ โดยมี Echo Planet ตามมาติดๆ ในอันดับสอง โดยนำเสนอปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นยาขมให้กลายเป็นขนมหวานรับประทานง่าย แม้ตอนจบจะห้วนๆ ไปบ้าง แต่ส่วนที่เหลือถือว่าทีมงานทำการบ้านมาอย่างหนักทีเดียว
.
Brave แอนิเมชั่นยักษ์ใหญ่จากพิกซาร์ตามมาเป็นอันดับสามของเดือนนี้ หลายคนคงข้องใจว่าทำไมเรื่องนีถึงได้คะแนนน้อยกว่า Echo Planet ? เหตุผลก็คือผมชอบประเด็นปัญหาของ Echo Planet มากกว่า Brave ชอบองค์ประกอบหลายอย่างที่มีเฉพาะบางพื้นที่ของประเทศไทยนำเสนอได้สวยงามโดนใจผมกว่า เพลงประกอบก็ถูกใจผมกว่า, Total Recall เรื่องราวของความทรงจำซ้อนความทรงจำที่รีบูทได้ดีครับ การสร้าง The Fall เพื่อผูกประเด็นดำเนินเรื่องใหม่นั้นก็ทำได้ถูกใจผมทีเดียว แต่ยังคงก้าวข้ามต้นฉบับเดิมที่อาร์โนลด์แสดงนำไม่พ้น

The Expendables 2 ทำได้ดีตามมาตรฐานหนังรวมมิตรดารามาระเบิดภูเขาเผากระท่อมของฝรั่ง ดูเพื่อฉีดความมันส์เข้าเส้นเลือดได้ดี ดังนั้นอย่าไปคาดหวังว่าจะมีเนื้อเรื่องลึกซึ้งเท่าไร, The Bourne Legacy การเปิดเผยความลับของโครงการสร้างยอดมนุษย์สายลับในอดีตเป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่พอดำเนินเรื่องไปถึงครึ่งหลัง ความน่าเบื่อเริ่มเกาะกิน แถมตัวร้ายที่นำเสนอได้แย่เอาการ, The Dinosaur การผจญภัยของทีมสำรวจสู่ดินแดนลึกลับที่ไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ภาพและมุมกล้องทำเอาผมเวียนหัวแทบอ้วก จึงไม่สามารถให้คะแนนได้ครับ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนกันยายน 2555
.
เดือนนี้ได้ดูเพียงเรื่องเดียว แถมดูจากแผ่นอีกต่างหาก แต่เป็นเรื่องเดียวที่มีประเด็นน่าสนใจและมีความสำคัญต่อมนุษย์เงินเดือนที่คิดผันตัวเป็นนักลงทุน Margin Call นำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงของบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่ที่ค้นพบจุดอ่อนในสูตรคำนวณการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ล่วงหน้าที่ใช้กันทั่วโลก โดยถ้ามูลค่าทรัพย์สินลดลงเกินระดับหนึ่งจะส่งผลให้ตราสารต่างๆ กลายเป็นขยะในพริบตาจนต้องรีบขายขยะเหล่านี้ให้แมงเม่ารายอื่นๆ ให้มากที่สุดเพื่อลดความเสียหายของตน จนทุกคนได้ซาบซึ้งกับคำว่า "แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส"
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนตุลาคม 2555
.
เดือนนี้มีอยู่ 2 เรื่องที่ผมชอบพอกัน Argo คือเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ CIA ที่ต้องวางแผนช่วยเหลือเจ้าหน้ากลุ่มหนึ่งที่ติดอยู่ในเหตุการณ์วิกฤติตัวประกันออกจากอิหร่านให้ได้ ส่วน ยักษ์ นำเสนอการต่อสู้ระหว่างหนุมานกับทศกัณฑ์ในจินตนาการอีกรูปแบบที่น่าสนใจ แม้ช่วงแรกอาจดูเนือยๆ ไปบ้าง แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลังความประทับใจก็ไหลมาเทมา (ผมชอบฉากหยุดรถพระอาทิตย์เป็นที่สุด) ถ้าพิจารณาเฉพาะเนื้อหาแล้ว ผมอยากยกให้เป็นปีทองของแอนิเมชั่นไทยเลยทีเดียว (Echo Planet + ยักษ์) แม้ไปไม่ถึงฝั่งฝันเพราะไม่ใช่แอนิเมชั่นกู้ชาติก็ตาม
.
Assassins นำเสนอเรื่องราวของฝ่ายอำมาตย์ที่วางแผนชุบเลี้ยงข้าราชบริพารวัยกระเตาะให้เติบโตขึ้นมาเป็นเครื่องมือสังหารโจโฉผู้มีอิทธิพลเหนือบัลลังก์มังกร พร้อมนำเสนอภาพของโจโฉในอีกมุมมองหนึ่งที่อาจไม่ถูกใจฝ่ายอำมาตย์นัก, Looper นำเสนอเรื่องราวในอนาคตที่มีระบบตรวจสอบล้ำสมัย จนอาชญากรต้องส่งเป้าหมายย้อนกลับมาในอดีตเพื่อทำลายศพ จะเป็นอย่างไรถ้าพบว่าเป้าหมายที่คุณต้องฆ่าคือตัวคุณเองในอนาคต ? แม้ฝั่งตะวันตกจะให้คะแนนล้นหลาม แต่กับคนที่ดูอะนิเมะทำนองนี้มานักต่อนักอาจรู้สึกว่าแค่ดีในระดับธรรมดาๆ
.
Dredd อีกหนึ่งหนังรีเมคที่ผมชอบพอสมควร (เพราะไม่ได้ดูเวอร์ชั่นก่อน เลยไม่มีตัวเปรียบเทียบ) เกี่ยวกับโลกอนาคตที่มีอาชญากรรมล้นทะลักจนต้องจัดตั้ง Dredd ขึ้นมาเป็นตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษาแบบ All in One ในคนๆ เดียว โดย Dredd มือเก๋าต้องมาเป็นพี่เลี้ยงและประเมินว่า Dredd สาวน้อยมือใหม่จะผ่านการทดสอบหรือไม่ ขณะที่ผมค่อนข้างผิดหวังกับ Doraemon: Nobita and the Island of Miracles มากพอสมควร เพราะหุ่นยนต์โมเอะล้างจักรวาลในภาคก่อนรีเมคได้ดีเกินไปจนเป็นตัวเปรียบเทียบที่ภาคอื่นไม่อาจก้าวข้ามได้ง่ายๆ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนพฤศจิกายน 2555
.
เดือนนี้ก็สูสีกัน 2 เรื่อง ทั้ง Skyfall ที่แม้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้างตรงตัวร้ายไม่ค่อยถึงใจเท่าไร แต่เมื่อดูทั้งไตรภาคแล้วจะพบว่าผู้กำกับปูทางให้ซีรีส์ 007 ยืนหยัดอยู่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างภาคภูมิ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างบอนด์กับเอ็มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนอะนิเมะ Wolf Children เปิดตัวด้วยสาวน้อยที่ตกหลุมรักมนุษย์หมาป่าอย่างแฟนตาซี ก่อนพลิกเป็นดราม่าของคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกมนุษย์หมาป่าในสังคมมนุษย์ธรรมดาได้น่าติดตามสุดๆ แม้มีบางอย่างคาใจและไม่มีจุดพลิกผันที่น่าตื่นเต้นแบบ 2 เรื่องก่อนหน้านี้ของผู้กำกับก็ตาม
.
Premium Rush นำเสนออาชีพนักส่งเอกสารที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะ ฝ่าความสับสนวุ่นวายของนิวยอร์คอย่างสะใจ มีสายตรวจที่กัดไม่ปล่อย น่าเสียดายที่ช่วงท้ายแผ่วไปหน่อย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นในฉากเหตุการณ์สำคัญอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ส่วน Red Dawn ก็เปิดเรื่องได้น่าสนใจโดยสมมุติให้เกาหลีเหนือประดิษฐ์อุปกรณ์บางอย่างที่ทำให้ระบบป้องกันตนเองของสหรัฐล่มจนถูกกองทัพเกาหลีเหนือบุกยึดประเทศได้แบบสายฟ้าแลบ แต่ปัญหาที่ทำให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงฝั่งฝันคือการดำเนินเรื่องราบเรียบเกินไป เหมือนกำลังนั่งดูทีวีซีรีส์ที่ใช้พล็อตดาดๆ
.
.
ภาพยนตร์ที่ได้ดูในเดือนธันวาคม 2555
.
เข้าสู่เดือนสุดท้ายที่มีหนังฟอร์มยักษ์มากมาย แต่ผู้ชนะประจำเดือนนี้กลายเป็นหนังไทยเรื่อง ยอดมนุษย์เงินเดือน ซึ่งนำเสนอมุมมองของงานประจำและงานอิสระอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีฝั่งไหนดีกว่าหรือแย่กว่า ย้ำเตือนว่า งานอิสระไม่ได้แปลว่าไม่มีกรอบ แต่หมายถึงคุณ (ต้อง) มีความสามารถกำหนดกรอบได้ด้วยตนเอง ส่วนการทำงานประจำก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความฝัน เพราะชีวิตที่มั่นคงก็ถือเป็นความฝันอย่างหนึ่งเช่นกัน และเมื่อใดที่ไปตีกรอบว่างานในฝันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เท่ากับคุณสร้างโซ่พันธนาการตัวเอง ไม่มีงานในฝันอันเสรีอีกต่อไป
.
The Impossible จำลองเหตุการณ์ของครอบครัวหนึ่งที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดพังงาตอนเกิดสึนามิพอดี จากความเสียหายและความสับสนวุ่นวายจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะรอดชีวิตและพบหน้ากันอีกครั้ง แต่การกระทำบางอย่างอาจก่อเกิดความเป็นไปได้ขึ้นมา เช่นเดียวกับวัฏสังสารใน Cloud Atlas ที่การกระทำในอดีตอาจมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงอนาคตเกินคาด แถมด้วยงานภาพที่งดงามและตัวอย่างภาพยนตร์ที่ดึงดูดใจสุดๆ แต่จุดอ่อนสำคัญคือต้องใช้สมาธิสูงในการเรียบเรียงเนื้อหาที่เล่าสลับไปมา และบางภพชาติก็ไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญนัก
.
Life of Pi เรื่องราวของเด็กชายที่สูญเสียครอบครัวทั้งหมดไปกับเหตุเรื่ออับปางกลางแปซิฟิก ต้องเรียนรู้และเอาชีวิตรอดจากเสือที่ติดบนอยู่เรือชูชีพลำเดียวกัน อีกจุดที่ชอบก็คือประเด็นศาสนา/ความเชื่อตอนต้นเรื่องซึ่งแทงใจใครหลายกลุ่ม ส่วน The Hobbit: An Unexpected Journey ก็ทำได้สวยงามตามมาตรฐาน แถมข้อมูลเหนือกว่าฉบับนิยายหลายขุม การดำเนินเรื่องหนักแน่นและต่อเนื่องอย่างที่ผมชอบ แต่ก็บางช่วงยืดยาวน่าเบื่อ ปิดท้ายด้วย Chinese Zodiac ที่เหมือนคำกล่าวลาคิวบู๊ของเฉินหลงในอดีตเนื่องจากสังขารไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป
.

.
12 เรื่องที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย
.
top 12 ประจำปี 2555
.
รายชื่อภาพยนตร์ที่หลุด Top 12 เนื่องจากเจอสายแข็ง
.
- Prometheus

- I Miss U รักฉันอย่าคิดถึงฉัน
- Skyfall
- Wolf Children
.
3 เรื่องที่ผมชอบมากที่สุดประจำปี 2555
.
- ยอดมนุษย์เงินเดือน
- The Hunger Games
- รัก 7 ปี ดี 7 หน
.

.
MV ที่ผมชอบมากที่สุดจากรายชื่อ Top 12
.

.
.
Cloud Atlas
.
รีวิว: Cloud Atlas
ผู้กำกับ: Lana Wachowski, Andy Wachowski / Tom Tykwer
ผลงานที่ผ่านมา: Speed Racer, The Matrix Trilogy / Perfume: The Story of a Murderer
.
>>>มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ<<<
.
Cloud Atlas
.
ปี 1849 แปซิฟิกใต้
.
อดัม อีวิง นักกฎหมายหนุ่มไฟแรง ล่องเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อเจรจาธุรกิจให้กับว่าที่พ่อตา แต่ระหว่างเดินทางกลับ เขาถูก เฮนรี กูส วางยาเพื่อแย่งชิงทรัพย์สินมีค่าโดยแอบอิงสถานภาพความเป็นหมอประจำเรือและอาการป่วยไข้ที่คนทั่วไปไม่รู้จัก โชคดีที่ ออทัว ทาสผิวสีที่เขาช่วยชีวิตไว้เข้ามาขัดขวางได้ทันเวลา ทำให้อีวิงมีชีวิตรอดกลับไปพบ ทิลด้า คนรักที่อเมริกา ทั้งสองตัดสินใจหันหลังให้กับธุรกิจของครอบครัว และหันไปเข้าร่วมกับขบวนการรณรงค์ต่อต้านการใช้แรงงานทาส ก่อนเกิดสงครามกลางเมืองครั้งยิ่งใหญ่ในทศวรรษต่อมา
.
ปี 1936 อังกฤษและสก็อตแลนด์
.
โรเบิร์ต โฟรบิสเชอร์ นักดนตรีรักร่วมเพศ ตัดสินใจทำงานเป็นผู้ช่วยของ  วิเวียน อาริส นักแต่งเพลงชื่อดัง โดยหวังว่าอนาคตจะมีชื่อเสียงและสถานภาพทางสังคม ที่บ้านหลังนี้เขาพบบันทึกของ อีวิง ที่ขาดหายไปบางส่วน ชวนให้นึกถึงความรักระหว่างเขากับ รูฟัส ซิกส์สมิธ ที่ยากจะเปิดเผยให้ใครรู้ ต่อมา อาริสคิดจะฮุบเพลง "คลาวด์ แอตลาส" เป็นของตัวเองโดยยกเอาความลับเรื่องรักร่วมเพศขึ้นมาขู่ โฟรบิสเชอร์พลั้งมือยิงอาริสจนถูกออกหมายจับก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย เหลือเพียงจดหมายพร่ำพรรณนาถึงความผิดพลาดให้ซิกส์สมิธดูต่างหน้า
.
ปี 1973 ซานฟรานซิสโก, อเมริกา
.
หลุยซ่า เรย์ นักข่าวสาวไฟแรงได้พบกับ ซิกส์สมิธ ในวัยชรา ผู้พยายามเปิดเผยความลับของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อาจส่งผลต่อชีวิตของผู้คนนับล้าน แต่เขาถูกมือสังหารฆ่าปิดปากก่อนจะได้มอบเอกสารลับให้ เธอจึงตัดสินใจไปหาข่าวถึงโรงไฟฟ้าก่อนได้พบกับ ไอแซค แซคส์ ที่ถูกชะตาเรย์อย่างบอกไม่ถูกและตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลลับให้ ทว่า เครื่องบินที่เขาโดยสารถูกลอบวางระเบิด ส่วนรถของเรย์ก็ถูกเบียดตกน้ำจนแทบเอาตัวไม่รอด ก่อนได้รับความช่วยเหลือจาก โจ เนเปียร์ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของโรงไฟฟ้า ที่ติดหนี้บุญคุณพ่อของเรย์มาก่อน จนจัดการมือสังหาร บิล สโมค และเปิดโปงแผนการทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดโดยละเลยการซ่อมบำรุง เพื่อให้อุตสาหกรรมน้ำมันเดินหน้าสร้างกำไรต่อไป
.
ปี 2012 อังกฤษ
.
เดอร์ม็อต ฮ็อกกินส์ นักเขียนเลือดร้อน จับนักวิจารณ์ที่วิจารณ์หนังสือของเขาเสียๆ หายๆ โยนลงจากตึกระฟ้า จน ทิโมธี คาเวนดิช ผู้พิมพ์หนังสือของฮ็อกกินส์ได้รับอานิสงส์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ก่อนจะถูกไถส่วนแบ่งรายได้จากการขายหนังสือในภายหลัง คาเวนดิชหนีไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย แต่ถูกหลอกส่งตัวไปบ้านพักคนชราที่เข้มงวดราวกับคุกแทน ด้วยความแค้นที่เคยถูกคาเวนดิชตีท้ายครัวมาก่อน สุดท้าย คาเวนดิชและพลพรรควัยดึกก็วางแผนหักด่านพยาบาลโนเคสสุดโหดสู่อิสรภาพได้สำเร็จ ก่อนลงเอยกับรักแรกในอดีต
.
Cloud Atlas
.
ปี 2144 นีโอโซล, เกาหลี
.
ยุคปลดแอกทาสและไพร่โดยหันไปใช้แรงงานมนุษย์สังเคราะห์แทน ชีวิตของ ซอนมี-451 ตื่นขึ้นมาก็เตรียมอาหาร ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ทำความสะอาดร้าน ดื่มอาหารเสริมสำหรับมนุษย์สังเคราะห์ก่อนเข้านอนในกล่องของใครของมัน ไม่มีโอกาสเห็นแสงเดือนแสงตะวัน นอกจากความหวังที่ว่าจะได้ไปดินแดนแห่งพันธสัญญาหากปฏิบัติงานได้ครบตามเป้าหมาย จนกระทั่งเธอได้พบกับ แฮ จู ชาง หนึ่งในกองกำลังปฏิวัติ จึงได้รู้ความจริงว่าเมื่อทำงานจนปรากฏความบกพร่องถึงระยะเวลาที่กำหนด พวกเธอจะถูกส่งเข้าโรงงานชำแหละเพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตอาหารเสริมสำหรับมนุษย์สังเคราะห์อีกครั้งเป็นการลดต้นทุนการผลิต เธอจึงตัดสินใจรับหน้าที่ผู้ประกาศสาส์นอิสรภาพ ก่อนกองกำลังของรัฐบาลจะบุกเข้ามาจับกุมและประหารชีวิตเธอ ซึ่งเป็นชนวนให้เหล่ามนุษย์สังเคราะห์ลุกขึ้นมาก่อปฏิวัติในภายหลัง
.
Cloud Atlas
.
ปี 2321 หมู่เกาะฮาวาย
.
106 ปีหลังสงครามล้างโลก อารยธรรมล่มสลาย มนุษย์กลับไปใช้ชีวิตเฉกเช่นคนโบราณอีกครั้ง เมโรนิม หนึ่งใน "พรีเซียนท์" (มนุษย์ที่ยังสืบทอดการใช้เทคโนโลยีล้ำยุค) กลุ่มสุดท้าย เดินทางมายังเกาะที่ เซียรีห์ อาศัยอยู่ปีละครั้ง เพื่อค้นหาสถานีดาวเทียม "คลาวด์ แอตลาส" สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากอาณานิคมในระบบสุริยะอื่น เพราะทรัพยากรโลกเสื่อมโทรมจนเทคโนโลยีของพรีเซียนท์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้อีกนานนัก เมโรนิมทำให้ฐานความเชื่อหลายอย่างของเซียรีห์สั่นคลอน ตัวอย่างเช่น "ซอนมี" ที่เป็นเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวเกาะก็ต่างจาก "ซอนมี" ที่เป็นนักปฏิวัติตามฐานข้อมูลของพรีเซียนท์ จนกระทั่งพวกล่าหัวมนุษย์เผ่าโคนาบุกหมู่บ้าน เซียรีห์กับหลานสาว ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิต 2 คนสุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากเกาะ เดินทางข้ามจักรวาลไปตั้งรกรากบนดาวดวงอื่นพร้อมพรีเซียนท์กลุ่มสุดท้าย
.
ส่วนที่ชอบ
- บางบทที่น่าสนใจมากทั้งภาพและเนื้อหา สามารถแยกออกมาเป็นหนังเดี่ยวๆ ได้อย่างสบาย
- ตัวอย่างภาพยนตร์แบบ extended version ที่กระแทกใจผมยิ่งกว่าภาพยนตร์ตัวเต็มเสียอีก
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- บางบทไม่ค่อยน่าสนใจ ถ้าลองแยกเนื้อหาออกมาพิจารณาเดี่ยวๆ แล้วจะรู้สึกน่าเบื่อเอาการ
- ใช้ประเด็นการกลับชาติมาเกิดไม่คุ้มค่า ความต่อเนื่องไม่หนักแน่นพอ บางจุดคล้ายส่วนเกิน
.
ประเด็นเก็บตก
- การเปลี่ยนแปลงระบบที่ดำเนินอยู่ในทุกยุคสมัย ย่อมเผชิญหน้าการต่อต้านอย่างหนักหน่วง
- "Soylent Green" ที่ฮ็อกกินส์ตะโกนขึ้นมาในบทที่ 4 นั้น เป็นหัวใจของบทที่ 5 แทบทั้งหมด
- การเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิที่สูงหรือต่ำกว่ามนุษย์ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโลกตะวันออก
แต่วิญญาณสามารถเกิดใหม่อีกครั้งในร่างมนุษย์สังเคราะห์ที่มนุษย์แท้เป็นผู้สร้างได้หรือไม่ ?
- ถ้าหากเราเชื่อว่าการเวียนว่ายตายเกิดเป็นสิ่งติดตัวมนุษย์ แม้ย้ายไปอยู่ข้ามภพข้ามจักรวาล
สิ่งมีชีวิตต่างดาว (สมมุติว่ามีตัวตนอยู่จริง) จะอยู่ร่วมในวัฏสงสารเดียวกับของมนุษย์หรือไม่ ?
.
My Score: 82
.

.
.
Wolf Children
.
รีวิว: Wolf Children (Okami Kodomo no Ame to Yuki)
ผู้กำกับ: Mamoru Hosoda
ผลงานที่ผ่านมา: Summer Wars, The Girl Who Leapt Through Time
.
>>> มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ <<<
.
อะนิเมะเรื่องแรกๆ ของโฮโซดะ (ที่ไม่ใช่ทีวีซีรีส์ ดิจิมอนหรือวันพีซ) อย่าง The Girl Who Leapt Through Time ที่มีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การย้อนเวลา และเรื่องที่สองอย่าง Summer Wars ที่มีพื้นฐานเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คแห่งอนาคต ล้วนมีความแฟนตาซีอยู่เกินคาด ทำให้แฟนๆ รู้สึกว่า Wolf Children ที่เปิดตัวด้วยพล็อตหญิงสาวผู้ตกหลุมรักมนุษย์หมาป่าจนมีลูกด้วยกัน ต้องเป็นอะไรที่แฟนตาซีสุดๆ ด้วยแน่เลย แต่ผิดคาดครับ หลังจบการเกริ่นนำ 15 นาทีแรก เรื่องราวที่เหลือกลายเป็นดราม่าในโลกแห่งความเป็นจริงเสียอย่างนั้น
.
ฮานะ หญิงสาวอายุ 19 ปี นักเรียนทุนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ ต้องทำงานพิเศษหาเลี้ยงไปพร้อมกันหลังกำพร้าพ่อ เกิดรักแรกพบกับชายหนุ่มปริศนาที่แอบเข้ามาฟังบรรยายวิชาสุดยากวิชาหนึ่ง ทั้งสองพัฒนาความรู้สึกลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ จนชายหนุ่มตัดสินใจเปิดเผยความลับใต้แสงจันทร์ว่าตนเป็นมนุษย์หมาป่าคนสุดท้ายของตระกูล แม้ฮานะจะช็อคไปพักใหญ่ แต่เธอก็ไม่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่มีต่อเขา และเมื่อฮานะตั้งครรภ์ เธอก็ตัดสินใจซื้อตำราคลอดลูกเองที่บ้าน เพราะแอบกลัวอยู่ลึกๆ ว่าลูกที่ออกมาจะไม่เหมือนกับคนทั่วไป
.
Wolf Children Model House
.
แต่เมือคลอดลูกคนที่ 2 ได้ไม่นาน คุณพ่อมนุษย์หมาป่าก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน ลำพังหญิงสาวตัวคนเดียว ต้องเรียนไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วยก็เป็นเรื่องลำบากแสนสาหัสอยู่แล้ว แต่นี่เป็นลูกมนุษย์หมาป่าที่ยังควบคุมการแปลงร่างไม่ได้ตามประสาเด็กๆ อีกต่างหาก จนเกิดปัญหากับเจ้าของบ้านเช่าที่คิดว่าฮานะฝ่าฝืนกฎแอบเลี้ยงสุนัข (...ก็ไม่ผิดไปเท่าไร) เกิดปัญหาเวลาป่วยว่าจะพาลูกไปคลีนิกคนหรือสัตว์ เกิดปัญหากับเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ อุปสรรคบีบคั้นจนเธอเห็นว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ แบบนี้ได้อีกต่อไป
.
ฮานะตัดสินใจพายูกิ (ลูกสาวคนโต) และอาเมะ (ลูกชายคนเล็ก) ไปอยู่บ้านนอกห่างไกลผู้คน นายหน้าพาเธอไปดูบ้านโทรมๆ หลังหนึ่งซึ่งไม่คิดค่าเช่า แต่ต้องซ่อมแซมเองอย่างหนัก คงไม่เหมาะกับผู้หญิงตัวคนเดียวเท่าไร  แต่เธอตัดสินใจเลือกบ้านหลังนี้ด้วยเหตุผลที่ไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้ๆ เหมาะสำหรับการเลี้ยงลูกมนุษย์หมาป่าเป็นที่สุด (เชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึง My Neighbor Totoro ขึ้นมาทันที) และเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เธอตัดสินใจลงมือทำไร่ปลูกผักกินเองด้วย (ส่วนนี้คล้าย Only Yesterday ที่เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอีก)
.
Wolf Children Hana
.
แม้จะเป็นนักเรียนที่เก่งแค่ไหน แต่ฮานะก็เป็นแค่เด็กอมมือสำหรับชีวิตเกษตรกร พืชผลที่เธอลงแรงปลูกเหี่ยวเฉาล้มตายครั้งแล้วครั้งเล่า นิราซากิ ตาแก่ปากร้าย(ใจดี)ประจำหมู่บ้านอดรนทนไม่ไหวยื่นมือเข้ามาช่วย หลังเห็นความมุ่งมั่นพยายามของเธอว่าเป็นของจริง และแอบบอกให้ชาวบ้านคนอื่นๆ คอยช่วยฮานะอย่างเต็มที่ด้วย เมื่อทราบความลับนี้ในภายหลัง เธอจึงไปขอบคุณเขาถึงที่ นั่นทำให้เธออดหัวเราะไม่ได้ เมื่อเขายังคงปากร้ายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ในที่สุด ปัญหาเรื่องปากท้องของครอบครัวก็บรรเทาไปพอสมควร
.
เวลาผ่านไป เมื่อยูกิถึงวัยเข้าโรงเรียนประถม เธอให้สัญญากับฮานะว่าจะไม่แปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าต่อหน้าคนอื่น ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ยูกิกลายเป็นดาวเด่นประจำห้อง ตรงข้ามกับอาเมะที่เบื่อหน่ายชีวิตในโรงเรียน ก่อนหลบลี้หนีหายไปเรียนรู้กับ "อาจารย์" ในป่าเขา ในที่สุด เด็กน้อยทั้งสองก็เติบโตขึ้นมาจนถึงจุดแตกหัก ระหว่างยูกิที่เลือกเป็นมนุษย์โดยละทิ้งเส้นทางของหมาป่า กับอาเมะที่เลือกเป็นหมาป่าโดยละทิ้งเส้นทางของมนุษย์ โดยผู้เป็นแม่ไม่สามารถทัดทานได้ นอกจากปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติ
.
ส่วนที่ชอบ
- การต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคของแม่ลูกสองที่ต้องรับหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัวพิกลพิการ
- รายละเอียดเล็กน้อยรอบตัวซึ่งมีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- ไคลแมกซ์ไม่โดดเด่นชัดเจน ถูกการต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคของคุณแม่ Vit 99 Int 99 กลบมิด
- ตอนจบที่เหมือนไม่จบ ประเด็นค้างคาใจที่ไม่มีคำตอบจนกว่าละครชีวิตจะรูดม่านปิดฉากลง
.
ประเด็นเก็บตก
- มุมมองของพ่อแม่ที่มีเด็กผิดปรกติต่อสังคม vs มุมมองของสังคมต่อพ่อแม่ที่มีเด็กผิดปรกติ
- เสรีภาพของเด็กในการเลือกเดินตามทางที่เขาอยากเป็น ไม่ใช่ทางที่ผู้ปกครองอยากให้เป็น
.
My Score: 88
.

.

Favourites

Categories