เรารักรถไฟไทย : กรณีศึกษา ทางรถไฟสายเหนือ กรุงเทพ - เชียงใหม่
.
Prologue
ชาติที่แล้วไม่รู้ทำอะไรมา ชาตินี้ผมถึงได้ติดอกติดใจขึ้นไปใช้บริการรถไฟไทยเป็นประจำ ทั้งที่หลายท่านพอดูดถึงรถไฟไทยแล้วทำหน้าเบ้พร้อมนึกถึงภาพขบวนรถ(ไม่)สะอาด, ความ(ไม่)ตรงต่อเวลา, ความ(ไม่)ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความ(ไม่)สะดวกสบายอีกหลายประการ ในฐานะที่ผมใช้บริการรถไฟไทยอย่างสม่ำเสมอมากว่าสิบปี...ไม่ขอแก้ต่างใดๆ ทั้งสิ้นครับ ^^" เอาเป็นว่า ผมจะเล่าถึงประสบการณ์และวิธีการใช้บริการรถไฟไทยอย่างไรให้พวกเราอยู่รอดปลอดภัยครบ 32 ประการก็แล้วกัน
.
What's Up ?
ทำไมผมถึงใช้บริการรถไฟบ่อย ? อาจเป็นเพราะบ้านผมอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเชียงใหม่กระมังครับ จึงติดหูติดตามาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นตั๋วรถไฟไปกรุงเทพยังเป็นกระดาษแข็งชิ้นเล็กๆ ซ้อนกันหลายๆ ชั้น เป็นพวง แต่ละชิ้นก็แทนค่าธรรมเนียมแต่ละประเภท เช่นค่าโดยสารตามระยะทาง, ค่าธรรมเนียมตามประเภทรถ, ค่าเตียงนอน (ถ้าไปตู้นอน), ค่าปรับอากาศ (ถ้าไปรถปรับอากาศ) เป็นต้น ปัจจุบันยุคคอมพิวเตอร์ ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ก็ยังคงอยู่กันพร้อมหน้า แต่มาในมาดใหม่ กระดาษบางๆ ใบเดียวครับผม ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วมีกล้ามแขนที่เล็กลงกว่าสมัยก่อนพอสมควร :P สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ ที่หนีบตั๋วแก๊บแก๊บนี่แล~
.
ชนิดของขบวนรถโดยสาร ก็ได้ลองมาเกือบหมดแล้ว ขาดรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เพราะทางบ้านบอกว่า ขึ้นเครื่องบินคุ้มกว่า (ผมก็ว่าอย่างนั้น) กับ รถนั่งปรับอากาศชั้น 3 ที่ให้บริการในเส้นทางรถไฟสายใต้ (ไม่นับรวมรถไฟท่องเที่ยวราคาแพงระยับของคนกระเป๋าหนักมากอย่าง Orient Express, รถไฟท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ของคนกระเป๋าเบา เช่น สายน้ำตก, สายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งรถไฟเหล่านี้จะไม่อยู่ในตารางเดินรถปรกติ) นอกนั้นโดยสารมาหมดแล้วทั้งรถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ รถดีเซลราง รถดีเซลรางปรับอากาศ รถโดยสารพ่วงตู้สินค้า ส่วนรถป๊อกหรือรถรางตรวจการณ์ที่ชนควายก็ตายได้ (เราตาย ไม่ใช่ควาย) ไม่นับนะครับ
.
สำหรับลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดง ที่ไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ เราขอแนะนำ รถเร็ว นั่ง พัดลม ชั้น 3 ราคาเพียง 200 บาทเท่านั้น 15 ชั่วโมงที่คุณจะได้สัมผัสสายลม (จนหัวกระเซิง) ไออุ่นของแสงแดด (ในเวลากลางวัน) หมู่แมลงนานาชนิด (ในเวลากลางคืน) กองทัพคุณป้าเร่ขายสินค้า 1 สถานี 1 ผลิตภัณฑ์, เบาะนั่งที่อ่อนนุ่มดุจหินผา, ห้องน้ำที่หอมสะอาดเหมือนดอกอุตพิด, หน้าต่างชมวิว 24 ชั่วโมง (เพราะฝืดจนปิดไม่ได้), พื้นที่สูบบุหรี่ระหว่างตู้โบกี้, ไม่ต้องกังวลกับเสียงกรน (เพราะเสียงรถไฟหนวกหูกว่า) แถมมีนาฬิกาชีวภาพที่คอยปลุกคุณในยามเช้าอีกด้วย (ไก่ชนที่มีคนหิ้วมา) เห็นไหมครับ จ่ายเพียง 200 บาท คุ้มค่าจริงๆ !
.
สำหรับผู้ต้องการความเร็วในการเดินทาง เราขอแนะนำ รถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (นั่ง ชั้น 2) "สปรินเตอร์" เดิมทีเป็นชื่อรุ่นของรถไฟไฮโซที่เรานำเข้ามาจากฝรั่งเศสเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ปัจจุบัน โดนลดชั้นลงไปวิ่งอยู่บนเส้นทางระยะสั้น และนำเอารถที่ประกอบโดยบริษัทแดวูเข้ามาแทนที่ แต่ก็ยังเรียกติดปากว่ารถสปรินเตอร์เหมือนเดิม ซึ่งใช้เวลาเดินทางกรุงเทพถึงเชียงใหม่เพียง 11 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่ช้าก่อน ถ้าคุณตัดสินใจซื้อตั๋วเมื่อไร เราจะแถมแพคเกจชมวิวบนขุนตาลให้ฟรีๆ อีก 2 ชั่วโมงทันที ! ถ้าไม่พอใจในคุณภาพสินค้า คุณสามารถเดินทางต่อด้วยรถด่วนที่วิ่งตามหลังรถสปรินเตอร์ได้ฟรีทันที ! (แต่ตั๋วยืนนะคร้าบ)
.
สำหรับผู้ต้องการความสะดวกสบายอย่างถึงขีดสุด เราขอแนะนำ รถด่วนไฮโซ "นครพิงค์" ! เป็นตู้นอนปรับอากาศที่ต่อขึ้นเป็นพิเศษ เตียงล่างกว้างโครตขนาดคนผอมๆ นอนได้ 2 คนพร้อมกัน (แต่ดันทะลึ่งใช้ฟูกปูที่นอนรุ่นเก่าที่แคบกว่า) นี่เป็นขบวนที่กรุ๊ปทัวร์ต่างประเทศนิยมโดยสารมากที่สุด ทำไมถึงเรียกว่ารถไฮโซ ? เพราะไม่ว่ารถคุณจะชักช้าเสียเวลาแค่ไหน ถ้ามีรถไพร่กระฎมพี (รถเร็วชั้น 3) อยู่ข้างหน้า ไม่ว่ามันกำลังวิ่งทำเวลาได้ดีมากแค่ไหนก็ตาม มันก็ต้องจอดรอให้พวกเราแซงไปก่อน วะฮ่าฮ่า ศักดินาจริงๆ เนื่องจากเป็นรถปรับอากาศที่มีเครื่องยนต์กลไกหลายอย่าง ตู้โดยสารจึงมีน้ำหนักมากที่สุด แต่ก็ทำให้วิ่งได้นุ่มที่สุด
.
ภาพรวม
- รถเร็วชั้น 3 นั่ง พัดลม เป็นรถทางไกลราคาถูกที่สุด ความสะดวกสบายก็น้อยที่สุดเช่นกัน (1 เบาะ / 2-3 คน)
คติประจำใจ กรณีท่านโดยสารคนเดียวและผู้โดยสารแออัดคือ ลุกเสียม้า ! ดังนั้น ควรตีซี้คนที่นั่งข้างๆ สักนิด
ในช่วงเทศกาลหยุดยาว ท่านมีโอกาสเจอตั๋วยืนสูง (ผมเคยยืนจากกรุงเทพ กว่าจะได้นั่งอีกทีก็ถึงพิจิตรมาแล้ว)
.
- รถเร็วชั้น 2 นั่ง พัดลม 1 เบาะ / คน เป็นหนึ่งในชนิดตู้ที่ผมชอบมาก นั่งสบายกว่ารถชั้น 3 อยู่มากพอสมควร
ปัญหาคือ ตู้โดยสารชนิดนี้มีพ่วงเฉพาะรถเร็วและมีอยู่ 1 โบกี้ต่อขบวนเท่านั้น ช่วงเทศกาลก็ต้องแย่งกันหน่อย
เนื่องจากมีประตูปิดเปิด จึงนิยมใช้ตู้โดยสารชนิดนี้คั่นกลาง ระหว่างตู้นั่งชั้น 3 กับรถนอนชั้น 2 ในขบวนรถเร็ว
.
- รถเร็วชั้น 2 นอน พัดลม สำหรับรถเที่ยวกลางคืน เหมาะสำหรับคนต้องการที่ซุกหัวนอนโดยไม่คิดอะไรมากนัก
- รถเร็วชั้น 2 นอน ปรับอากาศ คล้ายๆ กับข้างบน อากาศเย็นสบายกว่านิดหน่อย แต่สภาพรถไม่ได้ดีกว่ากันเลย
สำหรับตู้นอนที่พ่วงในรถเร็ว โปรดทำใจก่อนว่า มันคือตู้นอนเหลือเดนจากรถด่วนที่ผ่านการใช้งานอย่างโชกโชน
มองในแง่ดี อย่างน้อยมันก็อยู่สบายกว่าชั้น 3 และใช้พนักงานการรถไฟเอง เดินขายของกินแทนกองทัพคุณป้า
.
- รถด่วนชั้น 2 นั่ง ปรับอากาศ บริการอาหารกับของว่างฟรีเพราะรวมในค่าตั๋วแล้ว ไม่อนุญาตให้ขึ้นมาขายของ
ปัญหาคือ ตัวโครงสร้าง เป็นรถโดยสารที่มีเครื่องยนต์ในตัวเอง จึงมีแรงม้าจำกัด ปรกติเขาเอาไว้วิ่งบนทางราบ
หลายครั้ง ถ้าสภาพเครื่องไม่สมบูรณ์จะวิ่งขึ้นขุนตาล (ลำปาง - เชียงใหม่) ไม่ได้ (ก็เราดันเอามาวิ่งขึ้นเขาซะนี่)
ครั้งล่าสุดที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ (9/1/48) ยักแย่ยักยันเกือบชั่วโมง จนต้องเอารถด่วนมาช่วยดึง ก็ยังขึ้นไม่ไหว !
.
- รถด่วนชั้น 2 นอน พัดลม / ปรับอากาศ มีบริการตู้เสบียงและรับส่งอาหาร ไม่อนุญาติให้ขึ้นมาขายของเช่นกัน
เรื่องอาหารบนรถไฟ ขอเตือนไว้ก่อนว่าราคาแพง กินไม่ค่อยอิ่ม และรสชาติไม่เอาอ่าวเท่าไหร่ ห่อข้าวไปเองดีกว่า
สำหรับรถด่วนปรกติ จะมีจำนวนตู้นอนพัดลมพ่วงเล็กน้อย ระหว่าง 3 - 5 โบกี้ ที่เหลือจะเป็นตู้นอนปรับอากาศ
ยกเว้น ด่วนพิเศษ "นครพิงค์" จะเป็นตู้นอนปรับอากาศทั้งหมดที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ภายในจะต่างกับรถอื่นๆ
.
- สำหรับตู้นอนชั้น 1 มีพ่วงเฉพาะระดับรถด่วนขึ้นไปเท่านั้น และมีเพียง 1 โบกี้ต่อขบวน เป็นตู้โดยสารแบบปิด
แบ่งเป็นห้องย่อยๆ แต่ละห้องรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 2 ท่าน เหมาะสำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ
.
Epilogue
.
สิ่งที่น่าขัดใจที่สุดในการโดยสารรถไฟชั้น 3 คือ การที่เราซื้อตั๋วล่วงหน้า แล้วมีชาวบ้านโง่ๆ (ขอโทษที่ใช้คำรุนแรง แต่เหลืออดมาหลายครั้งแล้ว) ซื้อตั๋วโดยไม่สนใจเลขที่นั่งที่ระบุเอาไว้ แต่มานั่งที่ของเราเฉยเลยทั้งวงศาคณาญาติ ทั้งที่ รฟท. เปิดบริการจองตั๋วล่วงหน้าสำหรับรถชั้น 3 มาตั้งแต่ปี 2540 แล้ว ทำไมระบบการจัดการยังเฮงซวยแบบนี้ ? จะให้ผมโทษผู้โดยสารที่ยังคิดว่าตู้ชั้น 3 นั้น ใครดีใครได้ ถึงก่อนได้นั่งก่อน เหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่หรือ ? (เพราะผมอธิบายเรื่องระบบการจองตั่วล่วงหน้า ให้คนไม่ซ้ำหน้าฟังไม่รู้กี่รอบแล้ว) ถ้า รฟท. ทำอะไรไม่ได้ ก็ยกเลิกระบบการจองตั๋วชั้น 3 เถอะครับ ผมจะได้หยุดบ่นเสียที !

.
แต่ถึงจะบ่นแค่ไหน ผมยังรักที่จะขึ้นรถไฟไทยครับ !

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตะ.....ตกลงมันดีรึไม่ดีอ่าคะ บรุ่ยๆ~
ไม่ค่อย (และแทบจะไม่เคย) ได้ขึ้นรถไฟเลยค่ะ แต่พี่ชายหนูเค้าไป ๆ มา ๆ ชุมพร กรุงเทพก็ใช้รถไฟนะคะ สะดวกดี คงไม่เลวร้ายอะไรมากละม้างงง~ ใช่ป่าว

#1 By KeeChan on 2005-01-12 17:13

ขึ้นแบบชั้น 1 ด้วยเซ่พี่ป๋อจะได้ลองครบทุกรสชาติไง : D

#2 By คานะไงล่ะ on 2005-01-12 17:43

ผมเคยเดินทางด้วยรถไฟทีนึง ตอนไปรับน้องของมหาลัย โคตรมันส์อ่ะพี่ เหมาโบกี้กันไป :D

#3 By Re-Peat Again on 2005-01-12 21:24

ดูที่พี่ศิชนบรรยามาแล้ว ท่าทางจะไม่ค่อยต่างกับสายอีสานแหะ ^^! ปกติผมนั่งแต่รถด่วนตู้นอนชั้น 2 แอร์ กับ ดีเซลรางพิเศษ(สปริ้นเตอร์ - แดวู) ไป กทม.
ถึงจะไม่เจอพวกชาวบ้านโง่ๆที่พี่ศิชนว่ามาบ่อยเท่าไหร่ แต่ก็เคยเจออยู่บ้าง ก็น่าหงุดหงิดเหมือนกัน
มีครั้งนึง ผมขึ้นขบวนรถ แดวู นี่ล่ะ แล้วมีชาวบ้านป้ากะหลานขึ้นมาหาที่นั่ง(ซึ่งจริงๆตั๋วจะเต็มทุกเที่ยว ว่างเป็นบางสถานี) ทั้งๆที่ตั๋วที่แกถือมันเป็น ตั๋วรถเร็ว.......(โห...ซื้อตั๋วรถเร็ว มาขึ้น แดวู ลงทุนจริงๆเลยป้า) สุดท้ายก็โดนเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วเชิญลงสถานีหน้าตามระเบียบ รอขบวนรถเร็วที่ป้าแกควรขึ้น - -~ (ถ้าป้าแกอยู่ต่อแล้วเจ้าของที่ตัวจริงมาถึง ป้าแกก็จะกลายเป็นคนขโมยที่ไปโดยปริยายน่ะสิ ดีว่าพนักงานบริการเอาใจใส่ดี ไม่มีปัญหาพวกนี้มาก)

#4 By Detonator (202.183.155.77) on 2005-01-13 02:07

เดี๋ยวนี้ผมห่างๆเรื่องการนั่งรถไฟพอสมควร เพราะให้นั่งชั้น 3 คงไม่ไหว ผมยอมเพิ่มเงินอีกหน่อยแล้วนั่งรถทัวร์เลยดีกว่า ครั้นจะนั่ง ด่วนนครพิงค์ก็ราคาราวๆ 700 กว่าบาท ราคาแตะๆพวกสายการบินราคาถูกได้เลย (เช่น นกแอร์ หรือ แอร์เอเซีย เพียงแต่ต้องจองล่วงหน้าหน่อย แล้วก็แล้วแต่เวลาของเที่ยวบิน..) ส่วนตู้ชั้น 1 คงสำหรับคนต้องการไปเที่ยวทางรถไฟแบบส่วนตัวกับครอบครัวมั้งนะ ราคาอัพไปเกิน 1000 บาทพอสมควรแล้ว..ก็เหมือนเดิม แบบนี้นั่งเครื่องบินไปเลย

แต่ยังไงรถไฟก็ยังน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยนะครับ มีข่าวตกรางบ้างแต่ไม่ร้ายแรงมาก และนานๆๆที จะว่าไปการเดินทางแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป แล้วแต่เราจะเลือกใช้น่ะครับ

#5 By ข่าน (61.90.72.247) on 2005-01-13 15:08

ง่า

#6 By ... (58.10.251.28) on 2005-08-05 19:38

ผมว่าควรจะแปรรูปไปเลย เพราะอยู่ไปก็ไม่สร้างความเจริญอะไรขึ้นมา เป็นองค์กรไดโนเสาร์ เต่าล้านปี

#7 By ตัวร้าย on 2005-09-09 02:18

ผมเป็นคนใต้ที่รักและชื่อนชอบการโโยสารรถไฟเป็นชีวิตจิตใจเลยครับ ชอบมาตั้งแต่ เด็กๆ จำได้ว่าตอนอายุ 5 ขวบ คุณแม่พาขึ้นรถไฟ ชั้น 1 จากใต้ไปกรุงเทพ มันสบายมาก ๆครับ และค่อนข้างที่จะสะอาด ต่างจากสมัยนี้ครับ โดยเฉพาะขบวนรถไฟ 169/170 กรุงเทพ - ยะลา สกปรกที่สุดเลยครับ ผมนั่งตู้นอนแอร์ชั้น 2 ...โอ้พระเจ้าทำไม...มันจึง..ย่ำแย่ มากๆ เบาะขาด ม่านก็หลุดลุ่ย ผมรู้สึกเสียดายเงิน 600 กว่าบาท หลังจากนั้น เมื่อผมเดินทางไปกรุงเทพ ที่ไรผมก็จะเลือกนั่ง ขบวนรถด่วนพิเศษ 35/36 ประจำถึงแม้ราคาจะ700 กว่าบาทแต่ก็คุ้มมากกว่าครับ........ วอนการรถไฟช่วยปรับปรุง โบกี้นอนของรถเร็วด้วยน่ะครับ

#8 By ิbobby เด็กใต้ (202.5.87.147) on 2006-02-04 16:54

พูดคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ
http://clubrot.com/

#9 By เที่ยวไทย on 2007-09-06 08:39