เก็บตก Fanfic, Fanart : การรักษาผลประโยชน์เบื้องต้นของ Creator จากเหล่า Copier
posted on 24 Jan 2005 12:57 by chubby in Review-Utilitiesเก็บตก Fanfic, Fanart : การรักษาผลประโยชน์เบื้องต้นของ Creator จากเหล่า Copier
กรณี Fanart
1. เก็บภาพต้นฉบับที่เป็นไฟล์ .psd เอาไว้ (กรณีทำงานด้วยโปรแกรม Photoshop)
ไฟล์ .psd เป็นไฟล์ที่แยกขั้นตอนการทำงานหลายๆ ส่วนออกจากกัน ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของผลงานในการกลับมาตกแต่งแก้ไขรูปภาพ ดังนั้น Creator จึงไม่ควรใจเร็วลบไฟล์ .psd ทิ้งไปเสียก่อน โดยเฉพาะงานสำคัญๆ ที่ส่งประกวด หรืองานที่ภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวด, เพราะสำหรับเหล่า Copier ไร้ความสามารถ ที่ทำเป็นแต่ Copy งานจากหน้าเว็บนั้น จะไม่มีไฟล์ .psd อยู่กับตัวเด็ดขาด, แม้ทางปฎิบัติ จะสามารถสร้าง Layer ย้อนกลับขึ้นมาเองก็ได้ ซึ่งต้องใช้ความ แต่ต้องใช้ความสามารถสูง ทว่า อย่างที่กล่าวไว้ในวรรคก่อนครับ, Copier พวกนี้ "ไร้ความสามารถ" สันหลังยาว ไม่ลุกขึ้นมาทำ Layer ใหม่ด้วยตัวเองแน่
.
2. ระบุวันที่ลงในผลงาน และบันทึกวัน เวลา สถานที่ ที่เราแสดงผลงานครั้งแรก
บางท่านเกรงว่าการเขียนชื่อหรือวันที่ลงไป อาจทำให้รูปหมดสวย แต่ถ้าอยากให้พวก Copier ลำบากอีกนิดก็ควรทำครับ (อย่างน้อยเราก็มีต้นฉบับที่สวยสะอาดเป็นไฟล์ .psd ในข้อ 1 อยู่แล้ว) โดยวันที่ที่จะแทรกในรูปนั้น ควรตรงกับวันที่เรานำ Fanart ออกแสดงตามเว็บบอร์ด เพื่อเป็นหลักประกันเวลาเราต้องสู้กับขโมยหัวหมอที่แอบอ้างว่าเป็นผู้ทำ Fanart นั้นๆ, ตราบเท่าที่การ Copy Fanart ใดๆ ในโลก ต้องกระทำหลังจากเจ้าของแสดงผลงานในอินเตอร์เน็ต, ต่อให้พวกหัวขโมยอ้างว่าลงรูปก่อนหน้านั้น ก็เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ที่ไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันได้ (เพราะมันไม่มีน่ะสิ) ต่างกับเรา ที่มีพยานหลักฐานครบ (รูป + กระทู้) ครับ
.
รวมไปถึงวิธีการอื่นๆ เช่น การทำกรอบ, การใช้โปรแกรมลงลายน้ำ, ฯลฯ แม้วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ก็ยังดีกว่าปล่อยให้พวก Copier บันทึกภาพเอาไปจากหน้าจอง่ายๆ อย่างเดียวครับ (โดยเฉพาะ Windows XP ที่บันทึกภาพเก็บง่ายมาก)
.
กรณี Fanfic (รวมถึงงานเขียนบทความทุกประเภท)
1. ใส่มุขเฉพาะที่ลงไป
ผู้ที่อยู่ในเว็บบอร์ดใดเว็บบอร์ดหนึ่งนานๆ เข้า ก็จะจับลักษณะพิเศษหรือเหตุการณ์เด่นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการภายในได้ และนำเอามาใส่ไว้ในบทความที่เราเขียน แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความสามารถของ Creator สูง โดยเฉพาะงานเขียนที่มีความเป็นวิชาการมากๆ แต่ถ้าเป็นงานเขียนฮาๆ เอามันส์ ก็จะแทรกมุขเฉพาะที่เข้าไปได้ง่ายกว่า วิธีนี้จะทำให้งานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เข้ากับสถานที่นั้นๆ เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการเผยแพร่ในวงกว้าง เพราะมุขเฉพาะที่นั้น มักแป๊กหรือฝืด เมื่อเอาไปแสดงในสถานที่อื่นๆ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และปรกติ Copier นั้นไม่มีหัว Create พอที่จะสร้างมุขใหม่ขึ้นมาทดแทนเสียด้วยสิ (มีแต่ Copy ไงล่ะคร้าบ)
.
2. เจตนาใส่คำผิดลงไปเพื่อเป็นจุดสังเกต
งานเขียนที่เน้นสาระ ซึ่งมีศัพท์เฉพาะในเรื่องนั้นๆ เป็นจำนวนมาก เป็นการยากที่ Copier จะค้นหาคำบางคำที่ถูกเปลี่ยนแปลงแบบยกชุด (ทั้งนี้ Creator เองพึงหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงคำที่มีผลกระทบต่อการนำไปตีความหมายต่อเนื่อง) ยกตัวอย่างเช่น งานชิ้นหนึ่ง ผมใช้คำว่า Windhill แทน Winhill แบบยกชุด เพราะถ้ามองผ่านๆ จะไม่เห็นความผิดปรกติ, ซึ่ง Copier ส่วนใหญ่ไม่มีความละเอียดละออเท่ากับ Creator หรอกครับเพราะมันเคยทำอะไรเองเสียเมื่อไร ดังนั้น เราจึงใส่อะไรดักไว้ได้เยอะมากครับ
.
Fanfic มักตรวจพบการถูกขโมยได้ช้ากว่า Fanart เพราะ Fanart นั้นมองปุ๊บก็เห็นปั๊บ ขณะที่ Fanfic ต้องอาศัยเวลาในการอ่าน และบางครั้งอาจเจอ Copier มือเซียนที่ตัดต่อสำนวนใหม่จนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ถ้าเจ้าของผลงานที่แท้จริงไม่ใส่ Keyword เอาไว้
.
อย่าแปลกใจว่าทำไมคำพูดที่ผมใช้ในบทความนี้ ค่อนข้างจะดูถูก Copier เหลือเกิน นั่นสิครับ งั้นใครก็ได้ช่วยยกความดีของ Copier ในวงการ Fanfic / Fanart มาให้ฟังหน่อยสิครับ มันไม่เหมือน Copier ญี่ปุ่นหรือจีนในกรณี "ผลิต" สินค้าลอกเลียนแบบแน่ๆ รายนั้น Copy ให้คุณภาพสูงกว่าเดิมหรือต้นทุนต่ำกว่าเดิม, แล้ว Copier ในวงการ Fanfic / Fanart ทำอะไรให้เกิดมรรคผลขึ้นมาบ้างครับ ? ถ้าไม่นับข้ออ้างพื้นๆ ว่า ช่วยเผยแพร่ผลงาน (ที่เจ้าของผลงานไม่ได้ต้องการให้เอาไปเผยแพร่โว้ย) น่ะ ?

ระลึกอดีตหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย : ตอนที่ 3
#1 By KeeChan on 2005-01-24 19:46