จอมขมังเวทย์ : ทางเดินมันก็มีอยู่แค่ 2 ทาง
posted on 02 Apr 2005 15:56 by chubby in Movie-review
จอมขมังเวทย์ : ทางเดินมันก็มีอยู่แค่ 2 ทาง
My Personal Rating : 79%
Most Recommended : ผู้ที่เคยผิดหวังจากภาพยนตร์เรื่อง "มหาอุตม์" อย่างแสนสาหัส ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง
.
เรื่องย่อ
- อดีตนายตำรวจมือปราบผู้แกร่งกล้าในไสยศาสตร์ แม้แต่ห้องลงอาคมก็ยังกักเอาไม่อยู่ ได้แหกคุกหนีการตามจับไปยังบ้านเกิดที่ภาคใต้ อันเป็นท้องที่ของนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน จนกระทั่งเจอกับเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาต้องคิดใหม่ อนึ่ง ศาสตร์ใดๆ ในโลกล้วนเป็นดาบสองคม ดีเลวขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ใช้ว่ามีความเข้มแข็งมากน้อยเพียงใด
.
ข้อดี
- นำเสนอเรื่องราวของไสยศาสตร์มากมายหลายแบบในเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน เก็บข้อมูลได้ค่อนข้างละเอียดและลึกพอสมควร
- ผูกเรื่องราวได้ค่อนข้างดี มีปมพลิกผันน่าติตดาม และในตอนท้าย ผู้กำกับกล้าหาญมากที่เลือกการดำเนินเรื่องแบบ Anti-Hero
- งานภาพเนียนสวย ตากล้องเก่ง แต่ดูเหมือนจะโชว์เหนือมากมายเกินความจำเป็นในหลายๆ ฉาก ทำให้คนดูเกือบมึนโดยใช่เหตุ
.
ข้อเสีย
- ความรุนแรงของภาพควรระบุให้ชัดเจนหน้าโรงภาพยนตร์ที่นำเรื่องนี้เข้าฉาย เรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กและสตรีขวัญอ่อนอย่างแรง
- ฉากงานเทศกาลงานหนึ่งที่ ไทยมุง เอ้ย ตัวประกอบ เกิดอาการ "บ้ากล้อง" จนทำให้ภาพของฉากนั้นๆ ดูแย่และ Fake เอามากๆ
- ดำเนินเรื่องมาดีมาก แต่ตอนใกล้จะจบอยู่แล้วดันเกิดความรู้สึก "สะดุด" ขึ้นมาอย่างแรง อารมณ์เหมือนกับเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง
.
ข้อสงสัย
- ไม่ว่ากองถ่ายไปที่ไหนๆ ก็หนีไม่พ้นไทยมุงสิน่า หลายคนอยากเอาใบหน้าอันหล่อเหลาของตนร่วมด้วยช่วยกันเข้ากล้องเสียจริงๆ
.
สรุป
- ชื่อแบรนด์ RS ทำให้ภาพลักษณ์ของภาพยนตร์ (ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องนี้) เป็นที่น่ากังขา และสร้างแต้มต่อเสียเปรียบตั้งแต่ต้น แบบเดียวที่ซาไกยูไนเต็ดประสบมา นั่นคือ หนังดีมากเหลือแค่ดี หนังดีเหลือแค่ปานกลาน ปานกลางกลายเป็นห่วยไปเลย เป็นต้น
My Personal Rating : 79%
Most Recommended : ผู้ที่เคยผิดหวังจากภาพยนตร์เรื่อง "มหาอุตม์" อย่างแสนสาหัส ถึงขั้นเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง
.
เรื่องย่อ
- อดีตนายตำรวจมือปราบผู้แกร่งกล้าในไสยศาสตร์ แม้แต่ห้องลงอาคมก็ยังกักเอาไม่อยู่ ได้แหกคุกหนีการตามจับไปยังบ้านเกิดที่ภาคใต้ อันเป็นท้องที่ของนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มาก่อน จนกระทั่งเจอกับเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาต้องคิดใหม่ อนึ่ง ศาสตร์ใดๆ ในโลกล้วนเป็นดาบสองคม ดีเลวขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ใช้ว่ามีความเข้มแข็งมากน้อยเพียงใด
.
ข้อดี
- นำเสนอเรื่องราวของไสยศาสตร์มากมายหลายแบบในเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน เก็บข้อมูลได้ค่อนข้างละเอียดและลึกพอสมควร
- ผูกเรื่องราวได้ค่อนข้างดี มีปมพลิกผันน่าติตดาม และในตอนท้าย ผู้กำกับกล้าหาญมากที่เลือกการดำเนินเรื่องแบบ Anti-Hero
- งานภาพเนียนสวย ตากล้องเก่ง แต่ดูเหมือนจะโชว์เหนือมากมายเกินความจำเป็นในหลายๆ ฉาก ทำให้คนดูเกือบมึนโดยใช่เหตุ
.
ข้อเสีย
- ความรุนแรงของภาพควรระบุให้ชัดเจนหน้าโรงภาพยนตร์ที่นำเรื่องนี้เข้าฉาย เรื่องนี้ไม่เหมาะกับเด็กและสตรีขวัญอ่อนอย่างแรง
- ฉากงานเทศกาลงานหนึ่งที่ ไทยมุง เอ้ย ตัวประกอบ เกิดอาการ "บ้ากล้อง" จนทำให้ภาพของฉากนั้นๆ ดูแย่และ Fake เอามากๆ
- ดำเนินเรื่องมาดีมาก แต่ตอนใกล้จะจบอยู่แล้วดันเกิดความรู้สึก "สะดุด" ขึ้นมาอย่างแรง อารมณ์เหมือนกับเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง
.
ข้อสงสัย
- ไม่ว่ากองถ่ายไปที่ไหนๆ ก็หนีไม่พ้นไทยมุงสิน่า หลายคนอยากเอาใบหน้าอันหล่อเหลาของตนร่วมด้วยช่วยกันเข้ากล้องเสียจริงๆ
.
สรุป
- ชื่อแบรนด์ RS ทำให้ภาพลักษณ์ของภาพยนตร์ (ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องนี้) เป็นที่น่ากังขา และสร้างแต้มต่อเสียเปรียบตั้งแต่ต้น แบบเดียวที่ซาไกยูไนเต็ดประสบมา นั่นคือ หนังดีมากเหลือแค่ดี หนังดีเหลือแค่ปานกลาน ปานกลางกลายเป็นห่วยไปเลย เป็นต้น
Tags: movie, necromancer, review5 Comments

#1 By ::Materia Hunter::^^ on 2005-04-02 16:46