Charlie and the Chocolate Factory : โรงงานแห่งความหลัง
posted on 02 Sep 2005 13:32 by chubby in Review-Movie
Charlie and the Chocolate Factory : โรงงานแห่งความหลัง
My Personal Rating : 91% [Chubby's Choice ^^b]
Most Recommended : ครอบครัวที่กำลังหาหนังดูสุดสัปดาห์นี้, แฟนๆ วรรณกรรมเยาวชนของ โรอัลด์ ดาห์ล, สาวก Shota อิ๊อั๊ง
Less Recommended : คนที่ต่อมจินตนาการตายไปแล้ว
.
เรื่องย่อ
- ชาร์ลี บัคเก็ต หนุ่มน้อยหน้าใสในครอบครัวที่ขัดสนเหลือใจ เป็นเด็กผู้โชคดี 1 ใน 5 คนที่ได้รับ "ตั๋วทอง" ให้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานช็อคโกแลตอันดับหนึ่งของโลกซึ่งมี วิลลี่ วองก้า เป็นเจ้าของ และผู้โชคดี 1 ใน 5 เท่านั้นที่จะได้รับรางวัลที่พิเศษที่สุด... หลายคนที่ไม่เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้มาก่อน คงสงสัยล่ะสิครับว่าทำไมพล็อตแค่นี้ ผมถึงให้คะแนนสูงขนาดนี้... ของมันต้องพิสูจน์เองครับ
.
ข้อดี
- ถ่ายทอดลักษณะต่างๆ ที่ โรอัลด์ ดาห์ล เคยบรรยายเอาไว้เป็นตัวหนังสือ ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดีทุกฉาก
- ชนเผ่าอุมป้าลุมป้าที่สุดฮา แค่เห็นใบหน้า (ใครเมคอัพให้เนี่ย) กับการเล่นมุมกล้องอีกนิด ก็แทบจะลงไปหัวเราะกลิ้งอยู่กับพื้นแล้ว
- ตอนจบของวรรณกรรม ที่เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมยังจินตนาการภาพออกมาได้ไม่ชัดเจน ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์หมดแล้วล่ะครับ
.
ข้อเสีย
- เอกลักษณ์ของผู้กำกับอย่าง ทิม เบอร์ตัน ที่ชอบใส่ในหนัง อาจ "สะกิด" ใจเด็กเล็ก ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ผมว่าทำได้ดีเกินไปด้วยซ้ำ
- ลักษณะของชนเผ่า อุมป้าลุมป้า ดูในแง่ความ Entertain ในโรงภาพยนตร์ถือว่าเต็มร้อยครับ แต่ในแง่ต้นฉบับ ผมยังไม่ค่อยมั่นใจ
- ดูจากนิสัยของเด็ก 4 คนแรกที่ได้ตั๋วทอง เทียบกับตัวเอก คนดูก็รู้อยู่แล้วว่ารางวัลพิเศษไม่หนีไปไหนหรอก แค่นั่งรอเวลาเท่านั้นเอง
.
ข้อสะกิดใจ
- ในยุคที่ โรอัลด์ ดาห์ล เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา คาแรกเตอร์เด็กเจ้าปัญหาทั้ง 4 คน (ที่ได้ตั๋วทองเข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมกับพระเอกหนุ่มน้อยหน้าตาอิ๊อั๊งถูกใจสาวๆ หลายคน) ถือว่าเหมาะสมกับยุคสมัยมาก แต่ ณ เวลาปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีหลอกเด็กใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกวัน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอะไรหลายๆ อย่างมันเก่าไปหน่อย (ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กเปรตนะครับ มันเหมือนกันทุกยุคแหละ)
.
สรุป
- สำหรับผู้ที่เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ของ โรอัลด์ ดาห์ล มาก่อน แต่ไม่มีโอกาสดูหนังจากวรรณกรรมเรื่องนี้ในปี 1971 นี่คือโอกาสดีที่สุดแล้วล่ะครับ พระเจ้า แค่เปิดเรื่องมา ซุปกะหล่ำน้ำใสที่ผมเคยอ่านติดตาเมื่อสิบกว่าปีก่อน มันกลับมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว และผมพึ่งนึกออกว่าพออ่านวรรณกรรมเรื่องนี้จบ โรงงานช็อคโกแลตของ วิลลี่ วองก้า คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมชอบวาดรูปอาคาร (ก่อนพัฒนาไปวาดรูปทั้งเมือง) นี่เอง โดยส่วนตัวผมคิดว่า นี่เป็นหนังสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุด ของท้ายไตรมาสที่ 2 ประจำปีนี้ครับ
My Personal Rating : 91% [Chubby's Choice ^^b]
Most Recommended : ครอบครัวที่กำลังหาหนังดูสุดสัปดาห์นี้, แฟนๆ วรรณกรรมเยาวชนของ โรอัลด์ ดาห์ล, สาวก Shota อิ๊อั๊ง
Less Recommended : คนที่ต่อมจินตนาการตายไปแล้ว
.
เรื่องย่อ
- ชาร์ลี บัคเก็ต หนุ่มน้อยหน้าใสในครอบครัวที่ขัดสนเหลือใจ เป็นเด็กผู้โชคดี 1 ใน 5 คนที่ได้รับ "ตั๋วทอง" ให้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานช็อคโกแลตอันดับหนึ่งของโลกซึ่งมี วิลลี่ วองก้า เป็นเจ้าของ และผู้โชคดี 1 ใน 5 เท่านั้นที่จะได้รับรางวัลที่พิเศษที่สุด... หลายคนที่ไม่เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้มาก่อน คงสงสัยล่ะสิครับว่าทำไมพล็อตแค่นี้ ผมถึงให้คะแนนสูงขนาดนี้... ของมันต้องพิสูจน์เองครับ
.
ข้อดี
- ถ่ายทอดลักษณะต่างๆ ที่ โรอัลด์ ดาห์ล เคยบรรยายเอาไว้เป็นตัวหนังสือ ออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ดีทุกฉาก
- ชนเผ่าอุมป้าลุมป้าที่สุดฮา แค่เห็นใบหน้า (ใครเมคอัพให้เนี่ย) กับการเล่นมุมกล้องอีกนิด ก็แทบจะลงไปหัวเราะกลิ้งอยู่กับพื้นแล้ว
- ตอนจบของวรรณกรรม ที่เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมยังจินตนาการภาพออกมาได้ไม่ชัดเจน ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์หมดแล้วล่ะครับ
.
ข้อเสีย
- เอกลักษณ์ของผู้กำกับอย่าง ทิม เบอร์ตัน ที่ชอบใส่ในหนัง อาจ "สะกิด" ใจเด็กเล็ก ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ ผมว่าทำได้ดีเกินไปด้วยซ้ำ
- ลักษณะของชนเผ่า อุมป้าลุมป้า ดูในแง่ความ Entertain ในโรงภาพยนตร์ถือว่าเต็มร้อยครับ แต่ในแง่ต้นฉบับ ผมยังไม่ค่อยมั่นใจ
- ดูจากนิสัยของเด็ก 4 คนแรกที่ได้ตั๋วทอง เทียบกับตัวเอก คนดูก็รู้อยู่แล้วว่ารางวัลพิเศษไม่หนีไปไหนหรอก แค่นั่งรอเวลาเท่านั้นเอง
.
ข้อสะกิดใจ
- ในยุคที่ โรอัลด์ ดาห์ล เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา คาแรกเตอร์เด็กเจ้าปัญหาทั้ง 4 คน (ที่ได้ตั๋วทองเข้าไปเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมกับพระเอกหนุ่มน้อยหน้าตาอิ๊อั๊งถูกใจสาวๆ หลายคน) ถือว่าเหมาะสมกับยุคสมัยมาก แต่ ณ เวลาปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีหลอกเด็กใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกวัน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอะไรหลายๆ อย่างมันเก่าไปหน่อย (ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กเปรตนะครับ มันเหมือนกันทุกยุคแหละ)
.
สรุป
- สำหรับผู้ที่เคยอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ของ โรอัลด์ ดาห์ล มาก่อน แต่ไม่มีโอกาสดูหนังจากวรรณกรรมเรื่องนี้ในปี 1971 นี่คือโอกาสดีที่สุดแล้วล่ะครับ พระเจ้า แค่เปิดเรื่องมา ซุปกะหล่ำน้ำใสที่ผมเคยอ่านติดตาเมื่อสิบกว่าปีก่อน มันกลับมาหลอกหลอนผมอีกแล้ว และผมพึ่งนึกออกว่าพออ่านวรรณกรรมเรื่องนี้จบ โรงงานช็อคโกแลตของ วิลลี่ วองก้า คือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมชอบวาดรูปอาคาร (ก่อนพัฒนาไปวาดรูปทั้งเมือง) นี่เอง โดยส่วนตัวผมคิดว่า นี่เป็นหนังสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุด ของท้ายไตรมาสที่ 2 ประจำปีนี้ครับ
Tags: chocolate factory, movie, review13 Comments
(พิศวาทจินตการบรรเจิดของลุงแกเป็นพิเศษ
รักเรื่องนี้ซะแล้ว
Parody Television
#1 By มุก on 2005-09-02 13:38