น้ำท่วมเชียงใหม่ 2548 ภาค 3 : ลำเหมืองที่เลือนราง
posted on 28 Sep 2005 23:58 by chubby in Environment, Inside-Chiangmai
น้ำท่วมเชียงใหม่ 2548 ภาค 3 : ทางน้ำฝั่งตะวันออก ลำเหมืองที่เลือนราง
.
เกริ่นนำ
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 1 <--- กดที่นี่
เป็นภาพน้ำท่วมเชียงใหม่ สิงหาคม 48 น้ำปิงสูงสุดที่จุดวัด P.1 - 4.90 เมตร
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 2 <--- กดที่นี่
เป็นภาพขณะที่น้ำกำลังล้นตลิ่ง กันยายน 48 น้ำปิงที่จุดวัด P.1 - 4.70 เมตร
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 3
บล็อกนี้เป็นการเก็บตกต่อเนื่องจากภาค 2 โดยเน้นที่เขตเทศบาลฝั่งตะวันออก
สังเกตดู ผมเขียนย้อนสถานการณ์นะครับ จากน้ำท่วมแล้ว --> ไปยังน้ำกำลังท่วม --> และ ก่อนน้ำจะท่วม
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 4 <--- กดที่นี่
เป็นภาพน้ำท่วมเชียงใหม่ล่าสุด วันที่ 30 กันยายน 2548 ระดับน้ำ 4.93 เมตร
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 5 <--- กดที่นี่
เป็นการสำรวจแนวแม่น้ำปิงด้วยโปรแกรมภาพถ่ายทางอากาศ Google Earth
เพื่อดูว่าน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีปัจจัยใดเป็นตัวการสำคัญบ้าง
.
ลักษณะทางกายภาพในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
แม่น้ำปิงไหลผ่านเทศบาลนครเชียงใหม่จากทิศเหนือสู่ใต้ กำหนดจุดที่สถานีวัดระดับน้ำ P.1 สะพานนวรัฐ
ลักษณะน้ำท่วมออกมาเป็นรูปพัด โดยจุด P.1 หรือการไฟฟ้าบ้านเด่นเป็นจุดยอดของพัด (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ)
ลักษณะทางกายภาพของที่ดินในเขตเทศบาลโดยรวม จะลาดเอียงจากทิศเหนือสู่ใต้ ทิศตะวันออกสู่ตะวันตก
รวมระนาบทั้งสองแกนก็พบกับแนวน้ำไหลไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตรงกับแนวลำเหมืองพญาคำพอดี
.
.
โมเดลน้ำท่วมเทศบาลนครเชียงใหม่ แบบพื้นฐาน
1) ปัจจัยของแม่น้ำ
แม่น้ำกว้างบ้าง แคบบ้าง ถูกกัดเซาะบ้าง เกินตะกอนบ้าง แคบนักก็ขุดได้ กว้างไปนักก็ถมได้ ระยะไม่แน่นอน
แต่ระยะที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งคือ "ความกว้างของคอสะพาน" นี่ล่ะครับ (ถ้าไม่เอาระเบิดระเบิดคอสะพานทิ้ง)
สะพานที่สร้างในเขตเทศบาลเชียงใหม่แทบทั้งหมด เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ถมคอสะพานขึ้นไปสูง
ดังนั้นจำนวนและระยะของช่องสะพาน จึงมีผลต่อปริมาณของน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านได้ ในช่วงเวลาแน่นอน
.
2) ปัจจัยของถนน
พื้นที่ดินมีสูงมีต่ำ ยิ่งที่ดินในเขตเมือง แผนที่ทหารก็ช่วยไม่ได้ เพราะระดับการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวถี่ยิบ
โครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆ ขึ้นทีก็ถมดินใหม่ๆ สูงเป็นเมตรเข้าไปแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำก็ถูกดินถมไปเยอะเช่นกัน
ดังนั้น ระดับที่แน่นอนที่สุดก็คือระดับถนนนี่แหละครับ (ถนนในเมืองคงไม่ใช่ถนนแข่งรถวิบากเป็นหลังเต่า)
อนึ่ง การก่อสร้างถนนจะมีการถม อัด บดดินให้สูงกว่าระดับดินเดิม ดังนั้น มันก็เหมือนฝายกั้นน้ำดีๆ นี่เอง
.
ภาพโมเดลลักษณะน้ำท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ แบบโครตพื้นฐานครับ
.
.
สำรวจสภาพถนนมหิดล วันที่ 21 กันยายน 2548
ตั้งแต่สี่แยกหางดง (เซ็นทรัลแอร์พอร์ต) ไปถึงสี่แยกดอนจั่น (ห้างบิ๊กซี) เวลาที่สำรวจประมาณ 14.00 น.
น้ำท่วมครั้งนี้ระดับน้ำสูงสุดน้อยกว่าคราวก่อนประมาณ 20 เซนติเมตร ถนนมหิดล "เกือบจะ" ไม่มีปัญหา
พบน้ำอยู่ 2 จุดคือ
1) บริเวณทางโค้ง ระหว่างสี่แยกหางดงกับตำรวจภาค 5
มีน้ำขังด้านในโค้งเล็กน้อยประมาณ 1 ช่องจราจร ระยะทางไม่กี่เมตร ไม่กระทบต่อการจราจรแต่อย่างใด
2) บริเวณหน้าทางเข้าโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
นี่คือจุดตัดแนวแกนตะวันออกเฉียงใต้ (ดังที่เกริ่นมาข้างต้น) จากบ้านเด่นสู่ลำเหมืองพญาคำพอดีเลยครับ
ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เต็ม 4 ช่องจราจร แม้จะท่วมเป็นระยะทางไม่ยาวนัก (2-300 เมตร)
แต่เทศบาลต้องทุบกำแพงกลางถนนมหิดลทิ้งเพื่อระบายน้ำออกเป็นทางยาว กระแสน้ำไหลผ่านแรงมาก
น่าเสียดาย ตอนขับผ่านไม่ได้ถ่ายรูปตรงจุดนี้ เพราะมัวแต่ลุ้นว่าเจ้ารถเก๋งเก่าๆ ของผมจะผ่านได้หรือไม่
.
.
.
ภาพแนวกำแพงเกาะกลางถนนที่ถูกทุบ แนวกำแพงนี้ทอดตัวยาวตลอดถนนมหิดล ก็เหมือนเขื่อนดีๆ นี่เอง
.
ใครว่าเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ไม่มีที่เล่นเจ็ตสกี
ภาพนี้คือบริเวณที่ว่างนับร้อยไร่ ระหว่างการเคหะหนองหอย กับโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย (มัธยม) ครับ
.
วันที่ 21 น้ำท่วมมิด จนมีคนเอาเจ็ตสกีมาเล่น...แม่เจ้า...
.


วันที่ 22 น้ำแห้งไปหมดแล้ว อย่างกับไม่ใช่ที่เดียวกันเลย
.
ทางน้ำฝั่งตะวันออก ลำเหมืองที่เลือนราง
โรงเรียนมงฟอร์ตนี่ก็ดวงจริงๆ หนีแผนกประถมริมน้ำปิง ไปสร้างแผนกมัธยมที่ดอนจั่น ไกลโพ้นทะเล
น้ำก็ยังตามไปท่วมไปอีก ดังนั้น ถ้ามงฟอร์ตประถมประกาศปิด เดี๋ยวแผนกมัธยมก็ประกาศปิดตามครับ
ซึ่งสภาพน้ำท่วมข้ามถนนมหิดลหน้ามงฟอร์ตมัธยม (อย่างแรง) นั้น สมัยก่อน ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกครับ
จนกระทั่งได้ Google Earth มา ปริศนาทั้งหมดถึงไขกระจ่างแล้ว (link Google Map อยู่ข้างๆ)
.
(ใครที่ค่อนขอดว่าภาพ Google Earth มันเก่า นั่นละครับยิ่งดี ผมจะได้เอามาเทียบกับปัจจุบันชัดๆ)
.
1) อยู่ตรงแนวแกนตะวันออกเฉียงใต้ จากจุดน้ำล้นตรงการไฟฟ้าบ้านเด่น มาตามลำเหมืองพญาคำพอดี
2) น้ำจากค่ายกาวิละและสันป่าข่อยที่ไหลไปทางทิศตะวันออก เมื่อถึงทางรถไฟก็จะวกลงมาทางใต้พอดี
3) แนวถนนมหิดลกับคอสะพานที่ตำรวจภาค 5 เป็นเหมือนแนวเขื่อนให้น้ำเอ่อมาทางทิศตะวันออกพอดี
4) ลำเหมืองหายไปไหน มีทางน้ำหลายเส้นทางที่พบสะพานข้าม แต่เราไม่รู้มันไหลหายไปไหนกันหมด
.
.
.
.
.
สรุป
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างถนนมหิดล ?
- ถนนมหิดลทั้งสาย มีช่องระบายน้ำอยู่กี่ช่อง ?
- ช่องท่อทั้งหมดระบายน้ำได้กี่ ลบ.ม./วินาที ?
- ใคร ที่ก่อสร้างอาคารบนพื้นที่รองรับน้ำบ้าง ?
- ใคร ที่รุกล้ำหรือถมลำเหมืองสาธารณะบ้าง ?
- สะพานข้ามน้ำปิง (ข้างๆ ตำรวจภาค 5) เมื่อนับช่องสะพานทั้งหมด ระบายน้ำได้สูงสุดกี่ ลบ.ม./วินาที ?
- ตำรวจ เป็นผู้รุกแม่น้ำปิงตรงจุดนี้ ใช่หรือไม่ ?
- ถ้าใช่ จะจัดการผู้รุกล้ำรายอื่นได้อย่างไร ? หรือนี่เป็นสาเหตุที่หันไปเล่นงานฝายของชาวบ้านธรรมดาๆ ?
.
ถ้ามีเวลา คราวหน้าผมจะต่อ "น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 4 : สำรวจแนวแม่น้ำปิงกับ Google Earth" ครับ
ภาพที่เห็นจะๆ แทนคำพูดได้นับล้านคำ แล้วคุณจะรู้ว่า ทำไมถึงมีคนคิดปิดกั้นภาพของ Google Earth
.
Update สถานการณ์
วันที่ 28 กันยายน 2548 เวลา 14.30 น.
มงฟอร์ตมัธยม ห้องพักครูชั้นล่าง ขนโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ ขึ้นที่สูงเรียบร้อย พร้อมเตรียมกระสอบทราย
หมู่บ้านปาล์มสปริง ตรงข้ามโรงเรียนมงฟอร์ต คนงานกำลังเสริมแนวกำแพงกระสอบทรายรับมือเต็มพิกัด
และมีประกาศเตือน คืนนี้น้ำปิงล้นตลิ่ง
สร้างถนน โดยไม่รู้จัก สร้าง ทางระบายน้ำ ครับ ที่บ้านผม เขาเรียก ทำงานแบบนี้ว่า "ชุ่ย"
รู้สึกจะเคยได้ยิน เรื่องเล่าจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เกี่ยวกับการสร้างถนน นะครับ
ว่า ถนนวงแหวน ทั้งหลายที่สร้างๆ กันอยู่ เมื่อเริ่มทำ ก็มีการถมดิน ให้ยกสูง
พอทำครบรอบวง แต่ไม่ได้ทำ ทางระบายน้ำ ให้ดีๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับอ่างปลา
ดูจากรูปโมเดล พื้นฐานนะครับ การสร้างสะพาน ตอนที่สร้าง เราไม่มีทางรู้ได้เลย
ว่าระดับน้ำในปีต่อๆ ไป จะมีมากน้อยแค่ไหน จะทำได้อย่างมาก ก็แค่ คาดเดา
จากสถิติ เก่าๆ แล้วใส่ safety factor เข้าไปตอนสร้าง เท่านั้น
ซึ่งปีนี้ มันก็อาจจะเข้าข่ายน้ำมาก เกินความคาดหมาย
แต่ .
.
ถ้าถึงขึ้นต้องทุบแนวกำแพง กลางถนน แบบนี้นี่ ผมว่า คงเป็นงานชุ่ย มากกว่า
ที่จะเป็น น้ำมากเกินความคาดหมายแล้วล่ะมั้ง -_-!!
... ชักอยากจะไปพายเรือเล่นแถวๆ มงฟอร์ต ประถมมั่งจัง แหะ แหะ แหะ
#1 By Ree on 2005-09-29 05:45