น้ำท่วมเชียงใหม่ 2548 ภาค 4 : กระสอบทรายกู้ชีพ
.
ตอนแรกผมกะให้บล็อกนี้เป็นเรื่องการสำรวจแม่น้ำปิงจากภาพถ่าย Google Map ก็ขอเลื่อนไปก่อนนะครับ
.น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 1 <--- กดที่นี่
เป็นภาพเหตุการณ์ "น้ำท่วมแล้ว" เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2548 ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่จุดวัด P.1 สะพานนวรัฐ สูง 4.85 - 4.90 เมตร หนักสุดในรอบ 40 ปี
เป็นน้ำท่วมเชียงใหม่ "รอบ 1", ส่วน "รอบ 2" นั้น ท่วมเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอรอบนอกครับ
.น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 2 <--- กดที่นี่
เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ "น้ำเริ่มล้นตลิ่ง" เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 บริเวณริมแม่น้ำปิง
เป็นน้ำท่วมเชียงใหม่ "รอบ 3" แต่เป็นการท่วมในเขตเทศบาล "รอบ 2", ระดับน้ำ 4.70 เมตร
(ซึ่งที่ระดับน้ำ 4.70 เมตรนี้ บ้านผมรอดไปได้อย่างหวุดหวิดครับ น้ำเข้าหลังบ้านนิดหน่อย)
.น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 3 <--- กดที่นี่
เป็นภาพเหตุการณ์ "ก่อนน้ำท่วม" ซึ่งผมวิเคราะห์ลักษณะของพื้นที่น้ำปิงฝั่งตะวันออกครับ
(ผมเลือกเอาพื้นที่ซึ่งมีความคุ้นเคย ฝั่งตะวันตกเลยไม่ได้ทำ และก็ไม่มีแรงพอที่จะทำหมด)
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 5 <--- กดที่นี่
เป็นการสำรวจแนวแม่น้ำปิงด้วยโปรแกรมภาพถ่ายทางอากาศ Google Earth
เพื่อดูว่าน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีปัจจัยใดเป็นตัวการสำคัญบ้าง

.
น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 4
เป็นภาพเหตุการณ์ "การบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม" โดยมีพระเอกหลักคือกระสอบทราย
เป็นน้ำท่วมเชียงใหม่ "รอบ 4" แต่เป็นการท่วมในเขตเทศบาล "รอบ 3", ระดับน้ำ 4.93 เมตร
ซึ่งทำลายสถิติของเดือนที่ผ่านมาเรียบร้อย (ทั้งที่เดือนก่อนพึ่งจะทำลายสถิติ 40 ปีแหม่บๆ)
.
แน่นอนครับ น้ำสูงเกิน 4.70 เมตรแบบนี้ น้ำมาถึงบ้านผมแหงๆ แต่คราวนี้ต่างจากครั้งก่อน
เพราะเมื่อน้ำล้นตลิ่งที่ระดับ 3.70 เมตร เมื่อเวลา 3.00 น. (ตี 3) ของวันที่ 29 กันยายน 48
ตอนกลางวันของวันที่ 29 นั้นเอง ที่บ้าน ก็ได้ระดมขนกระสอบทรายมาเตรียมไว้อย่างเต็มที่
ถึงตอนเย็น ราวๆ 18.00 น. (15 ชั่วโมง หลังน้ำล้นตลิ่ง) ก็ทำการปิดประตูทางเข้าออกบ้าน
.
ตอนตี 1 ของวันที่ 30 ผมย้ายรถขึ้นไปไว้ที่สูงของบ้าน, ประตูทางเข้าบ้านยังไม่มีน้ำสักหยด
ตอนตี 3 (24 ชั่วโมงหลังจากน้ำล้นตลิ่งเมื่อวันก่อน) ถนนซอยหน้าบ้านผม น้ำได้ขึ้นมาแล้ว
จากบล็อก "น้ำท่วมเชียงใหม่ ภาค 1" ครั้งนั้น น้ำใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็จมบ้านผมซะมิด
เปรียบเทียบ ภาพน้ำท่วมหน้าบ้านผม ก่อนมีกระสอบทราย และหลังมีกระสอบทรายวางกั้น
.
ช่วยชะลอน้ำได้กว่า 80% เลยล่ะครับ จากที่มีเวลาขนของเพียง 1 ชั่วโมง เปลี่ยนเป็นครึ่งวัน
.
กระสอบทราย...ไม่ใช่กระสอบป่านแบบสมัยก่อนครับ เปลี่ยนไปเป็นถุงปุ๋ย กับถุงอาหารสัตว์
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ระดับน้ำ วันที่ 30 กันยายน 48 เวลา 15.00 น. ตรงประตูซอยหน้าบ้าน อยู่ที่ 40 เซนติเมตร
เป็นที่น่าสังเกตว่า ถ้าระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร เริ่มมีแรงดัน ดันน้ำทะลุกระสอบทราย
พลาสติกที่หุ้มด้านนอกขาด อาจเกิดจากเล็บสุนัข, เด็กมือบอน, ขยะที่ลอยมาตามน้ำ ฯลฯ
หรืออาจจะเป็นแรงดันของน้ำเอง ผสมกับแรงกระแทกของรถบรรทุกที่วิ่งเข้าออกก็เป็นไปได้
.
ภาพในบริเวณอื่น
.
.
.
.
.
.
ภาพอัพเดท เวลา 17.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2548
.
.
.
.
โมเดลแนวกระสอบทรายที่ผมอยากทำ (แต่ไม่มีงบ)
.
อนึ่ง ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า กระสอบทรายกั้นน้ำชั่วคราว ไม่ใช่เขื่อนกั้นน้ำถาวร
ยังไงมันก็ต้องมีซอกมีมุม มีช่องมีรูโหว่ลับหูลับตา ซึ่งเป็นการยากที่เราจะตามไปอุดให้หมด
และกระสอบทรายไม่ได้ทำจากวัสดุกันน้ำ 100% ทั้งหมด ทรายจึงอุ้มน้ำที่ไหลซึมเข้าไปได้
เมื่อน้ำท่วมขึ้นสูงถึงระดับหนึ่ง แรงดันน้ำ จะดันน้ำให้ผ่านทะลุกระสอบทรายไปอีกด้านได้
.
กระสอบทรายเป็นอุปกรณ์ซื้อเวลาชั่วคราว จะคุ้มค่าเพียงใดขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะใช้เวลาที่ได้มาอย่างไร
.
สรุป
เป็นปีวิปโยคเกี่ยวกับน้ำจริงๆ ครับ จากสึนามิแล้วก็น้ำท่วมภาคเหนือแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
น้ำท่วมขนาดนี้ ปรกติจะไม่เกิดทุกปี แต่ถ้าหากปีสองปีข้างหน้า เกิดน้ำท่วมขนาดนี้อีกล่ะก็
ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า "ฤาเวียงกุมกามในอดีต ล่มสลายไป เพราะสภาพการณ์แบบนี้ ติดต่อกันหลายปี ?"
.
Update เวลา 20.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2548
บริเวณท่อระบายน้ำด้านหน้าที่อุดเอาไว้ ตอนนี้ที่อุดทานแรงดันน้ำไม่ไหว ทะลักแล้วคร้าบ
Update เวลา 21.30 น. วันที่ 30 กันยายน 2548
ขนกระสอบทรายจากทางเข้าหลัก 1 แถวบน เอาไปอุดริมกำแพงด้านนอกที่น้ำทะลุเข้ามา
ทำให้น้ำหยุดทะลักเข้าบ้านแล้ว มีซึมนิดหน่อย, แลกกับแนวกำแพงหลักที่ปริ่มน้ำกว่าเดิม
แต่ถ้าตอนดึกๆ ยังมีน้ำรั่วเข้ามาอีกก็...นอนครับ เพราะไม่มีกระสอบทรายสำรองแล้วคร้าบ


edit @ 2005/09/30 21:54:39

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่า สุดท้ายน้ำก็ยังทะลักเข้าไปได้สิน่า เอาใจช่วยครับ เห็นว่าพายุก็หมดแล้ว น่าจะดีขึ้นในเร็ววันนะครับ

แล้วหมาสองตัวนั้นหละ ^^

#1 By tamanxzg on 2005-09-30 20:18

ยังอุตส่าห์มีรูปเด็กมาให้ดูด้วยนะคะพี่
ก็ขอให้สถานการณ์คลี่คลายเร็วๆ ได้ยินว่าบางที่สูงถึงเอว วันนี้ขับรถจะไปสุริวงศ์ก็เจอน้ำท่วมต้องวกกลับ เง้อออ

#2 By SoraChan (61.90.238.11) on 2005-09-30 20:38

เหอๆ โลกวิบัติ....เป็นห่วงเพื่อนที่เชียงใหม่จริงๆ บ้านเขาอยู่แถวหนองหอยด้วยๆ ปานนี้ไม่จมไปแล้วหรอเนี่ย
เอาใจช่วยค่ะ

#3 By dinsorsign (58.10.88.77) on 2005-09-30 20:43

เปลี่ยนหัวบลอคเป็น "สารคดีน้ำท่วมเชียงใหม่" เถอะครับลวงพี่

#4 By กระรอกโฉด on 2005-09-30 20:53

น่าเห็นใจครับ

เอาใจช่วยคับ

#5 By Bighead on 2005-09-30 20:54

กร้ากก มีรูปเด็กติดมาด้วยเหรอพี่ศิชน:D~

ขอให้น้ำลดเร็วๆ~ ผมจะได้ไปเที่ยวได้lol

#6 By Wiz^rD on 2005-09-30 21:54

เห็นโมเดลกระสอบทรายแล้วสุดยอดฮะ
p.s. ผมอยู่ลำปางตอนนี้ก็หวาด ๆ เหมือนกันฮะ

#7 By リリース on 2005-10-01 00:53

น่าเห็นใจมากนะคะ ป้าเอาใจช่วยให้น้ำลดไวไว เพราะบ้านป้าเองก็ท่วมหนักเหมือนกันค่ะ ตื่นมาดื่มกาแฟ หมายังดื่มเป็นเพื่อนด้วย น้ำเข้าบ้านป้าตั้งแต่สี่ทุ่ม วันที่ 30 กย. แล้วค่ะ ตอนนี้ลดลงบ้างนิดหน่อยค่ะ

#8 By ป้าบ้านลานนา (58.147.127.254) on 2005-10-01 01:12

ปีนี้เป็นปีแห่งการตรงกันข้ามากกว่าค่ะ พี่ศิชน
...
ก็ปกติน้ำท่วมภาคใต้ตลอดแบบเนี้ยล่ะ
ใครจะไปนึกว่าปีนี้ภาคเหนือจะเจอสภาพแบบนี้
..
(ที่บ้านใช้กระสอบพลาสติกแล้วใช้ PE คลุมแบบพี่ศิชนนะคะ
หนากว่าแต่ก็ ทนทานกว่าด้วย ^^!)

#9 By RayOn on 2005-10-01 04:42

เอาใจช่วยนะคะ ไม่ได้ไปดูน้ำท่วมกับตาก็มาเปิดดูในบล็อกของพี่นี่แหละค่ะ เพราะไม่กล้าไปดูเองกลัวเค้าหาว่าซ้ำเติม เห็นเค้าบอกว่าจะมีพายุมาอีกแล้วนะคะพี่ยังไงก็จะขอเอาใจช่วยห่างๆ แล้วกันค่ะ
ป.ล. อยู่เชียงใหม่แต่ติดดอยสุเทพ น้ำไม่ท่วมแต่ฝนตกเยอะๆ ก็กลัวเหมือนกันค่ะ

#10 By nekojan on 2005-10-01 09:48

ฤาวิกฤตจะสร้างวีรบุรุษ อนาคตอาจจะมีเครื่องกั้นน้ำเป็นชื่อคุณก็ได้
ปีนี้เชียงใหม่คงท่วมหนักจริงๆ พายุเข้าตั้งหลายรอบติดๆกัน

ปล.และแล้วก็มีรูปเด็กน้อยติดมาฝากคนอ่านบล๊อคอีกเช่นเคย ~

#12 By Detonator on 2005-10-01 12:42

/me เข้ามาอ่านเล่น แต่ไหงเจอ Lๆ ด้วยเนี่ย !!!
น่าคิด น่าคิด น่าติดตาม

#14 By Choco on 2005-10-05 09:29

เห็นรูปนี้
แล้วนึกถึงรปเราตอนเด็กๆ
ยืนยิ้มน่ารัก...
พ่อแม่แบกทรายหัวยุ่ง