A Sound of Thunder : เพียงผีเสื้อขยับปีก ก็สะเทือนทั้งดวงดาว
My Personal Rating
: 70% [ดี]
Most Recommended : คอหนังแนวหายนะโลกแบบเล่นกับกาลเวลา
.
เรื่องย่อ
- ปัจจุบันนี้ทฤษฎีเกี่ยวกับเวลามีอยู่ 2 ทฤษฎีหลักๆ ทฤษฎีที่หนึ่งเชื่อว่า เหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบัน อยู่บนเส้นแกนเวลาเดียวกัน ดังนั้นการกระทำการใดๆ ในอดีตย่อมส่งผลกระทบถึงปัจจุบัน ทฤษฎีที่สองเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอดีตจะทำให้เกิดเหตุการณ์ใหม่ในโลกคู่ขนาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโลกในปัจจุบัน, A Sound of Silence จะอิงอยู่กับทฤษฎีแรก, ในปี 2055 มีบริษัทหนึ่งนำเสนอแพคเกจทัวร์ Time Safari ล่าไดโนเสาร์ในอดีต ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลอย่างเข้มงวด ทางบริษัทได้เลือกเอาไดโนเสาร์ที่มีดวงจมบ่อน้ำมันดินตายอยู่แล้วเป็นเป้าปืนของพวกเศรษฐี ภายใต้ระบบป้องกันภัยหลายอย่างเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโลกปัจจุบัน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ทฤษฎีความไม่แน่นอนบอกเอาไว้ว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100% ถึงได้มีสิ่งที่เรียกว่า "อุบัติเหตุ"
.
ข้อดี
- ดำเนินเรื่องรวดเร็ว กระชับ ฉับไว ไม่เยิ่นเย้อ เหมาะสำหรับผู้ไม่ชอบฉากพิรี้พิไรเสียเวล่ำเวลา ที่มักปรากฎในหนังกู้โลกหลายเรื่อง
- นำเสนอผลของการเปลี่ยนแปลงได้น่าสนใจ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิต Generation ใหม่ที่ปรากฎตัวภายหลังละรอกคลื่นกำแพงเวลา
.
ข้อเสีย
- รวดเร็วเกินไปจนรายละเอียดบางช่วงดูหยาบๆ พิกล เหมือนงานเผา ทุนต่ำ, ความประทับใจระหว่างการดำเนินเรื่องไม่ค่อยปรากฎ
- สิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นของห่วงโซ่แห่งวิวัฒนาการดูน้อยไปหน่อย ถ้าหากเก่งและแข็งแกร่งขนาดนั้น น่าจะมีอะไรที่มากกว่านี้อีกสักนิด
.
ข้อสะกิดใจ
- ดู A Sound of Thunder แล้ว ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า การล่มสลายของอารยธรรมที่เห็นในนิยายวิทยาศาสตร์บ่อยๆ อาจเกิดจากการที่สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนั้น เล่นอะไรแผลงๆ กับประวัติศาสตร์ของดาวตนเอง เช่น ย้อนเวลากลับคืนสู่อดีตโดยไม่ระมัดระวังพอก็เป็นได้
.
สรุป
- หนังแนวหายนะของมนุษยชาติที่เกิดจากความย่ามใจในเทคโนโลยีของตนมากเกินไป จนก่อให้เกิดความประมาท นำมาซึ่งความย่อหย่อนในคู่มือการปฏิบัติงาน ทั้งตัวเจ้าหน้าที่และตัวลูกค้า ไม่ว่าจะเพื่อผลประโยชน์หรือความสะดวกกายสบายใจก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบใน A Sound of Thunder หรือรถไฟฟ้าใต้ดินชนกันในเมืองหลวงของประเทศแห่งหนึ่งแถวๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานแบบเดียวกันเป๊ะ, เรื่องพวกนี้คุ้มค่าที่จะศึกษา แต่ก็น่าเบื่อที่จะติดตามไปพร้อมๆ กันครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ลอยมาตามชื่อ~ (ตั้งชื่อภาษาไทยได้เพราะมาก)
ชื่อเพราะมาก...เรื่องนี้น่าดูนะฮะ
ไว้จะไปหามาดูมั่ง~

#1 By :: [ Nando ] :: on 2005-10-17 19:26

มันเป็นภาคต่อของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคป่ะคับ(มุขนะ) จริงๆก็อยากดูอยู่นะแต่อยากดูเรดอายมากกว่า(แต่ยังไม่มีเงิน) = ="

#2 By The DeAtH on 2005-10-18 02:54

อ่านแล้วนึกถึง Butterfly Effect เหมือนกัน

#3 By \ MEIJI / on 2005-10-18 10:41

เมื่อวานเลือกเรื่องนี้ กับ Red eye

ไปเลือก Red eye เพราะมีข้อมูลหนัง กับผกก เวส คราเวน

หนังไม่สนุกเลยยย รู้งี้เลือกเรื่องนี้ก็ดีหรอก

#4 By ifine™ on 2005-10-18 12:30

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากดูครับ

อันที่จริงวันนี้ว่างๆ เบื่อๆ ก็น่าจะไปดูได้ แต่ติดต้องกลับไปรีดผ้า ไม่งั้นไม่มีเสื้อผ้าใส่พรุ่งนี้หน่ะสิครับ เลยอดเลย
เอ๊ะ.... ไอ้ไดโนเสาร์ที่กำลังจะจมบ่อน้ำมันดินตายเนี่ย .... มันเหมือนเรื่องสั้นเรื่องนึงในพ็อกเก็ตบุ๊คนิยายวิทยาศาสตร์ที่เคยอ่านสมัยเด็กๆ เลยแฮะ พวกกาแลคซี สเปกตรัม อะไรเนี่ยแหละ เก่ามากเลยนะนั่น

ในหนังจะเหมือนในหนังสือรึเปล่านิ อยากรู้จัง

#6 By Choco on 2005-10-19 10:02

หนังที่บอกว่าทุนสูง แต่ดูแล้วทุนดูต๊ำ ต่ำ
แบบว่าหยาบมากๆ แต่เนื้อเรื่องมันน่าดูอยู่แล้วค่ะ

#7 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2005-11-04 20:23

เป็นหนังที่ไม่ลงทุนเลยนะ ใช้ฉากซ้ำ ๆ

เนื้อหาก็กลาง ๆ (เพราะผมหลับตอนกลางเรื่อง)

เรื่องนี้ทำให้เพิ่งรู้ว่า Butterfly Effect คืออะไร

#8 By ~!o0o0o!~ on 2007-02-19 00:18

Loading