แดจังกึม : ความเหมือนที่แตกต่าง ของวิสัยทัศน์บ้านเขากับบ้านเรา
.
"แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง" คืออะไร ?
แดจังกึมคือละครชุดทางโทรทัศน์จากประเทศเกาหลี ซึ่งโกยเรทติ้งและสร้างกระแสความนิยมทางด้านอาหาร การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีในทุกๆ ประเทศที่มีการซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอด แฟนๆ ของรายการนี้มีตั้งแต่สามัญชนไปจนถึงระดับผู้นำประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้น โทรทัศน์ช่อง 3 สามารถหยิบปลามันชิ้นนี้ไปครอบครองได้สำเร็จ ปล่อยให้เจ้าเก่าอย่าง ITV และช่อง 7 ต้องกัดฟันกรอดๆ เมื่อเห็นเรทติ้งทางโทรทัศน์, แดจังกึมฉบับนิยาย ต่างทำยอดได้สวยหรู แม้กระทั่งหนังสือย่อเรื่องเล่มบางๆ ซึ่งปรกติเราจะเห็นแต่ละครไทย ก็มีแดจังกึมนี่แหละครับเป็นละครชุดต่างประเทศเรื่องแรกที่วางแผงยังไม่เกิน 3 วัน หนังสือก็หมดเกลี้ยงไปจากท้องตลาด จนต้องรีบพิมพ์ซ้ำอย่างรวดเร็ว เจ้าของก็ได้แต่ยิ้มแก้มปริ มือนับแบงค์ใส่ตู้เซฟแทบไม่ทันน่ะสิครับ
.
แดจังกึม ต่างจากละครชุดทางโทรทัศน์ไทยๆ ตรงไหน ?
แม้เป้าหมายของละครชุดทางโทรทัศน์จะเหมือนกันก็คือ เรทติ้ง, ยอดจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ และมีพื้นฐานที่เหมือนกันคือ การต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคที่ไม่รู้ทำไมชอบโถมเข้าหาตัวเอกเหลือเกิน และแทบทุกเรื่องก็ต้องสร้างให้ตัวเอกมีสติปัญญา ความสามารถ ความอดทนเหนือคนทั่วไปทุกทีเช่นกัน และสุดท้ายธรรมะย่อมชนะอธรรม หรือตัวเอกได้รับสิ่งที่สมควรได้ในท้ายที่สุด แต่สิ่งที่แตกต่างกันสุดๆ ระหว่างแดจังกึมกับละครไทยหลังข่าวก็คือ การเลือก "ประเด็น" หรือ "สาร" ที่จะนำเสนอสู่ผู้ชมว่ามี "ระดับ" ขนาดไหน
.
ผมจะไม่พูดถึงประเด็นที่ว่าละครน้ำเน่าดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะถือว่าต่างคนต่างจิตต่างใจ ต่างมีรสนิยมความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมหรือคุณๆ ท่านๆ ทั้งหลายที่แวะเข้ามาอ่านบล็อกนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งคือ การปลุกปล้ำข่มขืนตัวเอกในละครไทยแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าแม่บ้านจะนิยมชมชอบการได้ลุ้น (ในสิ่งที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว) ขนาดไหน แต่มันไม่ใช่ "สาร" ที่มีระดับหรือคุณค่าพอที่จะ "โกอินเตอร์" แน่นอนครับ นี่คือเหตุผลที่ละครชุดทางโทรทัศน์ "ญี่ปุ่น - เกาหลี" ได้รับความนิยมในช่วง 2 - 3 ปีนี้เป็นอย่างมาก
.
สิ่งที่เขามี แต่เราไม่มี (หรือมีน้อยมาก) ในละครชุดต่างๆ
สิ่งนั้นคือ "สาระในชีวิตประจำวัน" ซึ่งเห็นได้จากหลายๆ เรื่องในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นเรื่องที่มีพื้นฐานของการชิงรัก หักสวาท อาฆาตธุรกิจ เกิดผิดที่ มีสัญญา ฯลฯ เหมือนละครไทย แต่สาระของเขามาพร้อมกับความสมจริงมากกว่า (โอเคครับ เข้าใจว่ามันเป็นสิ่งประโลมโลก เป็นการระบายความเครียดตามหลักจิตวิทยา แต่ประเภทแม่หน้าอ่อนกว่าลูก หรือตัวร้ายต้องแสดงความริษยาออกนอกหน้าให้โลกรู้ว่าข้าเป็นตัวโกง ผมว่ามันเป็นความด้อยพัฒนาของการแสดง หรือรีบๆ เผางานให้ทันออกอากาศมากกว่านะ)
.
สาระในชีวิตประจำวันที่สมจริงคืออะไร ? คือแกนเรื่องที่มาพร้อมความรู้รอบตัว เห็นได้ชัดว่า TV Series จากเกาหลี - ญี่ปุ่นหลายชุด ตั้งโจทย์อาชีพของตัวละครเอาไว้ชัดเจน ทำอาหารเรอะ ? ก็เจาะลึกถึงก้นครัว มีการสร้างสถานการณ์ ผูกเรื่องราวแก้ไขปัญหาที่เป็นความรู้เกี่ยวกับอาหารการกิน, พนักงานต้อนรับนักบินเรอะ ? ตามขึ้นเครื่องไปเลยว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนั้นแบบนี้จะต้องแก้ไขอย่างไร, ตำรวจเรอะ ? ยกเอาโรงพักและจำลองสถานการณ์ที่มีอยู่จริงๆ มาประกอบ, นักดนตรีรึ ! นักการเมืองรึ ! คนเร่ร่อนรึ ! ฯลฯ
.
ในการดูแดจังกึมนั้น นอกจากพื้นฐานดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรายังทราบถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการทำอาหารชนิดต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขหลากหลายรูปแบบ, ระบบการบริหารงานภายในเขตพระราชวังของเกาหลีในอดีต, รูปแบบการเมืองทั้งบนดินและใต้ดินและการรับมือสถานการณ์แบบต่างๆ ฯลฯ ซึ่งหลากหลายองค์ประกอบเหล่านี้ปรากฎเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง และมีการเน้นย้ำให้ตระหนักถึง "สาร" เหล่านี้ตลอดเวลา (ต่างจากละครไทยแทบทุกเรื่อง ที่จะทำฉากพวกนี้โชว์พาวครั้งเดียว แล้วก็หายไปสู่ที่ชอบๆ)
.
ผมไม่ได้เชิดชูละครเกาหลี - ญี่ปุ่นแต่อย่างใด เรื่องห่วยๆ ของบ้านเขาก็ต้องมีบ้างแหละ
และผมก็ไม่ได้ต้องการให้ละครทีวีบ้านเราทำออกมาเพื่อขายต่างประเทศหรอกนะครับ
ผมแค่อยากบอกว่า อย่าโวยวายเรื่องวัฒนธรรมต่างชาติ ถ้าของเราเองทำออกมาได้แค่นี้
ปล. แดจังกึมเป็นละครชุดทางโทรทัศน์เรื่องแรกในรอบหลายปี ที่ผมรอหน้าจอก่อนเวลา
.
แล้ว "วิสัยทัศน์" มาเกี่ยวกับอะไรในเรื่องนี้ด้วย ?
เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ ถือว่าเกม การ์ตูน ละคร เป็น "สื่อ" ในการเผยแพร่ "สาร" ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ค่านิยม ฯลฯ ที่มีมูลค่าทางการตลาดนับหมื่นล้าน ถึงกับต้องตั้งหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล สนับสนุน ผลักดันให้ "สื่อ" เหล่านี้เป็นตัวพา "สาร" ที่ต้องการนำเสนอไปสู่นานาประเทศ แต่ดูเหมือนวิสัยทัศน์หรือ "วิชั่น" (Vision) ของผู้มีอำนาจในบ้านเรานั้นท่าจะเป็น "วิสั้น" (สั้นไม่ธรรมดา) เสียมากกว่า เป็นเจ้าพ่อในวงการโทรคมนาคมแท้ๆ แต่กลับมีปัญหาเรื่องการแยกแยะ "สาร" ออกจาก "สื่อ" หรือตัวพาหะไปเสียฉิบ
.
บ้านเขา อาศัยสื่อเหล่านี้ นำสารที่ต้องการจนตัวเองมีอิทธิพลต่อโลก แต่บ้านเราที่แร่ดอยากจะ "โกอินเตอร์" ดันตัดตอนสื่อที่เข้าถึงกลุ่มประชากรที่เป็นรากฐานของทุกประเทศได้ง่ายไปเสียนี่ อย่าแปลกใจ ถ้าเด็กไทยจะรู้เรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 จากเกม มากกว่าสงครามเก้าทัพ, รู้จักวิธีการทำอาหารญี่ปุ่นหรือเกาหลีจากการ์ตูนกับละคร มากกว่าส่วนประกอบของต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวาน, รู้จักบุคคลสำคัญของชาติอื่นมากกว่าบุคคลสำคัญของชาติตัวเอง, รู้จักมวยไทย ชุดไทย รำไทย หรือภาษาไทย...จากต่างประเทศ...
.
ไม่ต้องไปโทษชาวบ้านเขาเลยครับ พูดถึงขนาดนี้แล้วถ้ายังไม่รู้ตัวกันอีก ก็ไม่รู้จะว่าไงละ
.
สรุป
คนไทย ก็ต้องดูละครไทย "แบบไทยๆ" กันต่อไป และคนไทย ก็ต้องพัฒนา (เหรอ ?) "แบบไทยๆ" กันอีกต่อไป ชั่วนานแสนนาน ไม่ว่ารสนิยมของคนดูจะแสดงออกมาอย่างไร แต่ผู้ผลิต ผู้สนับสนุน ไปจนถึงนักแสดงบางกลุ่ม ยังคงยึดติด เชื่อถือ กราบไหว้โพลสำรวจเรทติ้งแบบมั่วๆ และพอใจการแสดงที่ไม่มีพัฒนาการอะไรทั้งนั้น, ผมไม่ได้ปรักปรำ, ผมแค่พูดถึงสิ่งที่เห็นกันอยู่ตำตาทุกเมื่อเชื่อวัน !
.
เอวังกับความภาคภูมิใจแบบไท้~ไท~ครับ ป่ะ ไปรอดูฉากพระเอกปลุกปล้ำนางเอกดีกว่า
(เออ สงสัยครับ ถ้าไม่มีฉากพรรค์นี้ ละครตอนหัวค่ำมันจะขายไม่ออกหรืออย่างไรครับ ?)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ละครไทยส่วนใหญ่ถ้าดูก็ดู ญ ในเรื่องฮะ (ถ้าน่ารักก็ดูหน่อย ถ้าไม่น่ารักก็ไม่ดูให้เสียค่าไฟฮะ)
ส่วนเนื้อเรื่อง การตัดต่อ แสงในเรื่อง อย่าไปพูดถึงเลยฮะ สุดยอดของความกากหาประเทศไหนมาสู้ไม่ได้แล้ว บางฉากแสงเป็นตอนกลางวัน ฉากต่อมาในเวลาไม่นานมา แสงฉากเป็นสปอตไลท์ก็มี เผางานยิ่งกว่าค่าย Gonzo ทำอนิเมซะอีก ( - -)p
ส่วนละครญี่ปุ่นกับเกาหลีนี่ดูเป็นสรณะอยู่แล้วฮะ ยิ่งเป็นหนังโรงยิ่งไม่พลาด ของชอบฮะ รู้สึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปคุ้มค่าสมราคาจริง ๆ

#1 By リリース on 2005-11-14 23:01

ผมคิดว่ามันเป็นกรอบที่ทางผู้ผลิต สื่อ ประเภทนี้ตีเอาไว้ในผลงานของตัวเองตลอดเวลา แล้วก็ส่งผลให้คนรุ่นต่อๆมายึดเอาเป็นแบบอย่าง ดุจว่างานครู ต้องลอกมาให้เหมือน ทำแบบนี้ขายได้แน่ๆ คนดูติดงอมแงม ใครเดินออกนอกทางก็คงถูกมองว่าเป็นแกะดำ อยู่ในวงการไม่ได้ล่ะมัง ผมว่าบ้านเราไม่พัฒนา ก็เพราะไม่มีการคิดที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ หรือถ้ามีก็ไม่กล้าทำออกมามากกว่า

ยังคงเชื่อว่าความสร้างสรรค์ของคนไทยก็ไม่ด้อยไปกว่าต่างชาติหรอก แค่ไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรแบบนั้นต่างหาก

#2 By tamanxzg on 2005-11-15 00:09

อ่านบลอกรอบนี้แล้วถอนหายใจดังๆอีกหนึ่งที

เลิกดูละครไทยมานานมากแล้ว จนป่านนี้ มันก็ยังเหมือนเดิมงั้นรึ?

แต่ฟลุคมีเวลาได้ดูแดจังกึม หลายตอนเหมือนกันนะครับ

เข้าใจถึงประเด็นของบลอกรอบนี้ถึงทรวงเลยจริงๆ
ไม่ได้ดูละครทางฟรีทีวีมานานแล้วอ่ะ
ไม่ได้ดูแหะ สงสัยไง้ต้องตั้งเวลาไปนั่งดูมั้ง
/me ทีวีไว้เล่มเกม และดูCSI กะ House

#5 By Ellebazi on 2005-11-15 09:05

จะบอกว่า เลิกดูละครไทยมานานแล้วละค่ะพี่ศิชน ^^!

#6 By RayOn on 2005-11-15 12:50

ไม่ได้ดูละครไทยทางทีวีมานานแล้วครับ :E

#7 By Detonator on 2005-11-15 19:07

โดนใจสุดๆ ครับ..

ไม่ทราบว่าเหล่าผู้ผลิตรายการ รวมถึงผู้มีอำนาจควบคุมเอาไส้ติ่งส่วนไหนคิดแทนสมอง
จะทำละครให้คนไทยดูก็ต้องเน่าๆ ตามสูตรสำเร็จที่มีมาตั้งแต่สมัยช่อง 4 บางขุนพรหม
จะสอดแทรกสาระในชีวิตบ้างก็ไม่ได้ กลัวเรทติ้งจะตก

หรือเหล่าผู้มีอำนาจเหล่านั้นกลัวว่าคนไทยจะหูตาสว่างแล้วปกครองได้ยากกันหนอ

#8 By Little Lamb on 2005-11-17 06:10

ผมรู้สึกเหมือนที่พี่เขียนมาทุกอย่างเลยครับ
แล้วอย่างนี้ผมควรจะทำยังไงดี อยากดูละครไทยดีๆสักเรื่อง แต่ทำไมมันหายากจัง

#9 By ณัฐ on 2005-11-21 20:21

ชอบแดจังกึมมาก

#11 By nook (203.151.141.193 /203.150.98.66) on 2005-12-21 17:23

อยากจะบอกว่าละครไทยชอบทำออกมาน้ำเน่ามากเลยแบบมีแค่ชิงรักหักสวาทอย่างเดียวไม่เหมือนแดจังกึมนำเอาตำแหน่งเล็กๆ ในห้องครัวในวังมาทำให้ดูน่าตื่นเต้นน่าเชิดชูแม่ครัวในวังมากขึ้น (อาจอธิบายไม่ดีแต่มาจากใจริงๆ น่ะ)

#12 By โกโยริ (203.146.253.107) on 2005-12-22 13:04