เด็กไทยวันนี้ เตี้ยเพราะไม่ได้ดื่มนมจริงหรือ ?
.
เกริ่นนำ
มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เด็กอายุ 16 ปี ชายควรมีส่วนสูง 173.5 เซนติเมตร หญิงควรมีส่วนสูง 162.5 เซนติเมตร ขณะที่ "เขาว่ากันว่า" เด็กบ้านเรา ชายสูงน้อยกว่ามาตรฐาน 7.5 - 11 เซนติเมตร หญิงสูงน้อยกว่ามาตรฐาน 5.5 - 6.5 เซนติเมตร เนื่องจากเด็กไทยได้รับแคลเซียมเพียงร้อยละ 50 จึงควรส่งเสริมให้มีการดื่มนมมากขึ้นจาก 12.0 ลิตร/คน/ปี เป็น 24 ลิตร/คน/ปี
.
เตี้ยจริงหรือ ?
จากข่าว ลองแปลงตัวเลขกลับก็พบว่าเด็กอายุ 16 ปี ชายสูง 162 - 166 เซนติเมตร หญิงสูง 155 - 156 เซนติเมตร ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าเด็กๆ ของเราพอใจกับความสูงระดับนี้หรือเปล่า ขณะที่มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกนั้น มีการแบ่งแยกชาติพันธุ์หรือเปล่า (โครงสร้างคนเราคงไม่เหมือนกันหมด) พูดตรงๆ ผมเองก็ไม่ทราบครับว่า เราเตี้ยเพราะโภชนการไม่ถึง หรือเราเตี้ยเพราะสูงไม่ถึงใจ
.
แต่จากโครงกระดูกที่ขุดพบที่บ้านเชียง และจากบันทึกของชาวตะวันตกที่เข้ามาค้าขายสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็พบว่าบรรพบุรุษเมื่อไม่ช้าไม่นานของเรามีรูปร่างสูงใหญ่ ทำให้ผมสงสัยว่า คนบ้านเชียงหรือคนสมัยกรุงศรีฯ เอานมสดไทย-เดนมาร์กจากที่ไหนมาดื่มกัน ? ถ้าเครือญาติเมื่อไม่กี่ Generation ก่อนมีรูปร่างสูงใหญ่จริง แล้วเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรา "ตกมาตรฐาน" ที่ใครสักคนบัญญัติขึ้นมา ?
.
ความสูงกับแคลเซียม
ความสูงของคนเราอิงอยู่กับขนาดของกระดูก กระดูกทั้งหลายก็มีความสัมพันธ์กับแคลเซียม อันนี้เด็กประถมที่พึ่งเรียนเรื่องอาหารก็ท่องได้ และก็เป็นความจริงที่ว่าน้ำนมของมารดานั้น มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะนมเหลืองที่เต็มไปด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกัน เด็กที่ไม่ได้เลี้ยงดูด้วยนมแม่ จะมีปัญหาด้านสุขภาพระยะยาวไปตลอดชีวิต ซึ่งสังคมทุนนิยมก็เอื้อให้เกิดสภาวการณ์เช่นนี้ด้วยสิ
.
คำตอบคือนมวัวหรือ
นมวัว ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายครับ เพราะชาวเอเชียหลายเปอร์เซ็นต์ กระเพาะไม่สามารถย่อยนมวัวสดได้ การฝืนกินเข้าไปรังแต่จะทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ (ต้องพาไปหาหมอทั้งปีทั้งชาติ) การเจริญเติบโตของร่างกายหยุดชะงัก (ไม่ยอมสูง) ผู้ปกครองท่านใดที่พบปัญหานี้กับบุตรหลานของท่าน ลองให้ลูกของท่านหยุดกินนมวัวนะครับ ภายใน 3 เดือน ท่านจะพบสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกกลไกรัฐปิดบังเอาไว้
.
กลุ่มเด็กในเมือง ในครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์พอที่จะซื้อนมวัวบริโภคได้เองนั้น ย่อมมีโอกาสที่จะซื้อของกินอื่นๆ ที่ "เข้ากับ" ชาติพันธุ์ของตนเองได้ดีกว่า จึงเกิดภาพลวงตาว่า การบริโภคนมวัวทำให้เด็กสูงและแข็งแรง ทั้งที่เด็กอาจจะตัวสูงเนื่องจากของกินชนิดอื่น แต่กลุ่มเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กชนบทหลังเขา ที่มีนมถุงพาสเจอไรซ์เป็นเพียงตัวเลือกเดียวในมือ คงจะไม่โชคดีแบบนี้หรอก
.
แหล่งแคลเซียมอื่นๆ
ถ้าเช่นนั้นจะหาแคลเซียมจากไหน ? ง่ายๆ ครับ คนบ้านเชียงในถิ่นอีสาน กับคนภาคกลางสมัยกรุงศรีอยุธยา เขากินอะไรในชีวิตประจำวัน เราก็กินตามนั้นสิ อาหารถิ่นอีสานอย่างปลาร้าที่กินทั้งกระดูก หรือกะปิ กุ้งแห้งในภาคกลาง มีแคลเซี่ยมมากกว่านมวัวไม่รู้กี่สิบเท่าในปริมาณที่เท่ากัน แม้แต่นมถั่วเหลืองหรือเต้าหู้สารพัด ก็ให้แคลเซี่ยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านมวัว ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ามาก !
.
น่าเสียดาย ที่ของพวกนี้โดนข้อกล่าวหาว่า "มันดูดซึมในระบบย่อยอาหารลำบาก" (ซึ่งเป็นข้อเสียจริงๆ เพียงอย่างเดียวที่จะหาได้) แล้วก็หันไปเชิดชูข้อดีของนมวัวกันจนเลยเถิด (และละเลยข้อเสียที่ยาวเป็นหางว่าวไปเสียฉิบ) อีกอย่างหนึ่ง การทำสป็อตโฆษณาให้เด็กหรือผู้ใหญ่เต๊ะท่ากินนมสารพัดรูปแบบ ยังไงๆ มันก็ดูดีดูเท่ห์กว่านั่งเสื่อ เปิบกะปิ ซดปลาร้า ปั้นข้าวเหนียวกุ้งแห้งเป็นไหนๆ
.
(เพิ่มเติม)
การใช้ชีวิตยุคออนไลน์
ทางการแพทย์เคยเตือนแล้วว่า การนอนดึกเกินไป (ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือ Chat) ทำให้การทำงานของฮอร์โมน (ที่ควรจะได้พักผลิตในเวลาค่ำคืน เพื่อทำงานหรือเอาไปใช้ต่อในเวลากลางวัน) ปั่นป่วนจนการเจริญเติบโตหยุดชะงัก ถ้าเป็นเกรียนรุ่นใหญ่ช่วงมหาวิทยาลัย คงไม่เป็นไร เพราะมันหยุดสูงแล้ว แต่ถ้าเป็นเกรียนระดับประถมหรือมัธยมต้นแล้วล่ะก็ โปรดดูสมการในบรรทัดต่อไปนี้ให้ดีนะครับ
.
"เล่นเกมดึกดื่น + ดื่มนมล้นเกิน = เตี้ยถาวร" ;p เป็นตราบาปติดตัวเกรียนวัยกระเตาะไปจนตาย
(ในเมื่อ สสส. ยังทำสมการ "เตี้ย = ดื่มนม" มาได้ ผมก็ทำสมการแบบข้างบนได้เหมือนกันครับ)
.
สรุป
เรื่องของนมวัว ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างกลุ่มผู้รักสุขภาพ และ/หรือ กลุ่มผู้ประกอบการและกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับนมวัว เพราะการนำเสนอข้อมูลด้านลบของนมวัว ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ของ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงสาธารณสุข กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างรุนแรง "ถึงลูกถึงคน" มานานหลายปีแล้ว ผมก็ไม่อยากร่ายซ้ำอีกครับ
.
แต่นโยบายรณรงค์ให้เด็กไทยบริโภคนมวัว จาก 12 ลิตรต่อปีในปัจจุบัน ให้เป็น 24 ลิตรต่อปี โดยละเลยที่จะศึกษาว่า มันเป็นของกินที่เหมาะสมกับคนทุกภูมิภาคหรือไม่ ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าทศวรรษหน้า เด็กไทยเตี้ยกว่านี้อีก ด้วยนโยบายที่ไม่รอบคอบเช่นนี้ ผู้ใหญ่ที่ชะลอการเจริญเติบโตแล้ว จะกินนมวัวก็กินไปเถอะ แต่เด็กๆ อนาคตของชาติ มีโอกาสโตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะครับ
.
.
.
พลาดแล้ว
พลาดเลย
.
.
.
อย่างน้อย ขอให้เปลี่ยนจากนมวัว เป็นนมถั่วเหลือง
(ที่มีปริมาณนมผงน้อยๆ) ก็ยังดี นะครับ m( _ _ )m
.
(ปล. ผมไม่มีเอี่ยวกับฟาร์มโคนมหรือไร่ถั่วที่ไหนน่อ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

..จิงหรอ... ที่ว่าเตี้ยเพราะไม่ได้ดื่มนมอ่ะ..

เราอายุ 15 สูง 174 - -"
นม..ก็กินบ้าง...
แต่ที่สำคัญคือพ่อสูง..

แต่พ่อของเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่สูงอาดิ๊..แล้วทำไงอ่ะ

เคยอ่านข้อเสียนมวัวอยู่เหมือนกันนะ..
ก็ไปหากินแคลเซียมจากพืชเอาดิเยอะแยะ

#1 By YognNoop on 2006-01-15 23:37

อืม ? แสดงว่าเราขาดการเอาใจใส่ในด้านการบริโภคนะครับเนี่ย ก็ไม่รู้ว่าขาดการเอาใจใส่เพราะมองข้ามเรื่องประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ไป หรือว่าเพราะเรื่องผลประโยชน์ที่ไม่อาจเปิดเผยได้

p.s. คุณศิชนพูดถึงภาพลักษณ์การอยู่การกินแล้วตลกดีครับ เพราะผมรู้สึกว่าคนไทยส่วนใหญ่ในกรุงเทพไม่ภูมิใจกับอาหารไทยซักเท่าไหร่น่ะ

#2 By リリース on 2006-01-15 23:49

ผมคิดว่าอาจจะเกิดจากอาหารฟาสฟู้ดที่เต็มไปด้วยฮอร์โมน ที่ทำให้เด็กเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าปกติ (แน่นอนว่าในอดีตมันไม่มีแน่ๆ) ก็เลยทำให้ร่างกายหยุดสูงเร็วกว่าปกติ

แค่เคยได้ยินมานะครับ

#3 By tamanxzg on 2006-01-16 00:34

เห็นด้วยเรื่องการเข้ากันของอาหารและชาติพันธุ์
ใช้ของที่มีแต่ดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้นั่นเป็นสิ่งดีที่สุด ดีกว่าไปเชื่อตามฝรั่งตะพึดตะพือครับ

เคยอ่านเจอเหมือนกันว่า นมวัวเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภูมิแพ้ในเด็ก

และเคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่า เด็กสมัยนี้ตัวโต แต่ดื้อและโง่เพราะกินนมวัวนมควายรึเปล่า?
(คิดแบบประชดนิดๆ นิดครับ )

#4 By Little Lamb on 2006-01-16 02:06

เหมือน#1เลย(คุณพ่อ) เราเป็นคนที่ไม่ชอบกินนม เพราะรู้สึกว่าไม่ถูกกัน กินแล้วพะอืดพะอม ตอนนี้สูง 167 ค่ะ ตอนเด็กๆมีเพื่อนบ้าอยากสูงกินนมทุกวัน กลายเป็นโรคอ้วน ตอนนี้ก็สูง160 เอง
พยายามจะทำแคมเปญแบบ got milk? เวอร์ชั่นคิดน้อยตังค์เข้ากระเป๋าเรามาก อ่ะเน้อ

#5 By songsage on 2006-01-16 02:13

เราว่าไม่ใช่กินอย่างเดียว แต่ต้องเล่นกีฬาด้วยล่ะ กระดูกมันถึงจะยืด

#6 By Kiri... on 2006-01-16 02:31

ไอ้เราก็สงสัยมาตั้งนานแล้วว่าทำไมทั้งๆที่ตอนเด็กๆดื่มนมวันละลิตรประจำ แต่ไหงมันดันสูงไม่เกิน 170 ซะทีเนี่ย

อย่างงี้ต้องเซฟเก็บ orz

#7 By BoN -FF Planet- on 2006-01-16 03:09

อืม เราไม่ค่อยได้กินนม แต่ช่วงประถม-ม.ต้นเล่นบาสเลยสูงขึ้นเยอะ(แต่จะเกี่ยวรึเปล่าไม่รู้ เพราะพ่อ-แม่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วน่ะค่ะ)
นอกจากแคลเซี่ยมแล้ว น่าจะส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายด้วย

แล้วก็อย่างที่พี่ศิชนว่า ไม่จำเป็นต้องยัดเยียดนมวัวให้เด็ก อาหารอื่นที่มีแคลเซี่ยมสูงและราคาถูกกว่านมวัวก็มีเยอะแยะ...ไม่งั้นประชาชนก็จำแต่ว่ากินนมวัวแล้วจะสูงเท่านั้นเอง
(แต่เห็นเค้าว่ากินแคลเซี่ยมเยอะไปก็ไม่ดีเหมือนกัน^^" อะไรๆก็ต้องทำแค่พอประมาณเนอะ)

#8 By -shinya- on 2006-01-16 03:27

#8
แคลเซี่ยมน้อยไป ก็กระดูกผุ
แคลเซี่ยมมากไป ก็กระดูกเปราะ ครับ :)
และที่ผมลืมเขียนไปเฉยเลย ทั้งๆ ที่เตรียมเอาไว้แล้วก็คือประเด็นที่เด็กยุคหลัง นอนดึก ซึ่งทางการแพทย์มีผลต่อการเจริญเติบโตจริงๆ
.
พวกแก่ๆ มันจะเล่นเกมดึกๆ ดื่นๆ จน Retire หรือถูกไล่ออกจากงานก็ปล่อยไป
แต่พวกเด็กๆ ที่เอาแต่เล่นเกมดึกๆ ดื่นๆ พอผู้ใหญ่เตือนก็ด่ากลับว่าเสือ-ก
.
เกรียนประถมก็จะได้ความเตี้ยติดตัวไปตลอดชีวิตครับ
กว่าจะรู้ตัว ก็ถึงเวลาที่ร่างกายหยุดสูงเสียแล้ว หึหึหึ

#9 By chubby on 2006-01-16 04:27

ก่อนหน้านี้เราก็ดื่มนมเยอะนะ แต่ก็ไม่เห็นจะสูงเลย ตอนนี้สูง 159 หยุดสูงมา 2 ปีแล้ว(ผู้หญิงน่ะประจำเดือนมาก็ไม่สูงแล้ว ฉะนั้นถ้ามีลูกสาวควรขุนให้ลูกตัวสูงๆตั้งแต่เด็ก) อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยได้เล่นกีฬามากกว่า แล้วบ้านเราก็ไม่มีใครสูงด้วยแหละ พี่ชายเราสูงสุดในบ้านยังไม่ถึง 175 เลย

#10 By \ MEIJI / on 2006-01-16 08:13

ว่ายน้ำครับ ว่ายน้ำแล้วสูง ฟันธง !!
นมวัวให้วัวกิน คนก็กินนมคนจิ อิอิ
ผม 18 สูง 166 เองอ่ะ

ผู้ชายในห้อง มี 15 คน

มีคนเตี้ยกว่าผมคนเดียวว *-*
ก็ไม่เชิงดีหมดนะชับบี้ เท่าที่รู้หรือจำได้ลางๆ คือ
นมถั่วเหลืองให้ประโยชน์ดีก็จริง แต่ ไม่เหมาะกะเด็กแรกเกิดนะ คือในช่วงวัยเจริญเติบโต ขวบถึง 12 ขวบนะ นมวัวที่ได้จากสัตว์ให้สารอาหารที่เหมาะกะเด็กวัยนี้ครบถั่วกว่า นมถั่วเหลือง (ให้กินนมถั่วเหลืองตั้งแต่ทารกเป็นไปไม่ได้หรอก บอกหมอหมอได้โดยด่าตาย)

แล้วก็มาช่วงกระดูกยืดของเด็กผู้หญิง และอีก3-5 เด็กผู้ชาย ควรกินสารอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง และออกกำลังกายเพื่อให้ไม่อ้วนแล้วให้มันพยายามยืดบน (ถ้ากินอย่างเดียว ไม่ออกกำลังกายก็ออกข้างสิ)

หลังจากช่วง23-25ไปแล้วแต่เพศ ที่หยุดสูงแล้ว กินนมถั่วเหลืองจะค่อนข้างเหมาะ

ส่วนที่ว่ากินแล้วแพ้ กินแล้วเป็นภูมิแพ้
อันที่ว่าภูมิแพ้นี่ไม่รู้นะ คนกินนมก็ทั้งเป็นและไม่เป็นเลยไม่แน่ใจ
มาส่วนที่แพ้กินแล้วท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย คือเค้าเรียกว่าอะไรหว่า แบคทีเรียที่ใช้ย่อยนมวัวในกระเพาะมีน้อย ถ้าให้กินบ่อยๆแล้วค่อยๆเสริมไป แบคทีเรียตัวนี้ก็จะมากขึ้นเอง วันแรกๆกินสักครึ่งแก้ว จนหายท้องอืดหายท้องเฟ้อแปลว่าแบคทีเรียย่อยนม เยอะขึ้นแล้ว ค่อยเพิ่มเป็น3/4แก้ว อะไรแบบนั้น
ถ้าแพ้ขนาดฝื่นขึ้นนี่ ไม่เคยเห็นข่าวนะ

เคยแต่เห็นพี่น้องคู่หนึ่ง คนนึงแพ้นมธรรมดา อีกคนแพ้นมเปรี๊ยว ทุกเช้าแม่จะเทไว้ให้คนละแก้วของแต่ละคน มีอยู่วันแม่เทนมผิดแก้ว เลยอ้วกทั้งคู่ (ปล. เรื่องจริงจากเพื่อนน้องเราเอง)

เห็นด้วยที่ว่า เพราะเด็กชนบทมีตัวเลือกน้อยถึงต้องอาศัยนมเป็นหลัก กะที่ว่าปลาร้ากระดูกเปิบกันง่ายๆแบบนั้นแหละ แคลเซียมเยอะดี
คิดว่าเพราะประชาสัมพันธ์ด้วยส่วนนึง ไม่ได้บอกว่า "อะไรบ้างคือแคลเซียมและโปรตีน" เค้าบอกแค่ว่า "กินนมแหละดี" มากกว่า ไม่มีการกระจายความรู้ในส่วนลึกลงไปในแต่ละคน ส่งสารแบบมวลรวม รวมหมู่ไปทีเดียวพอว่า "อยากโตต้องกินนม"

#14 By Ellebazi on 2006-01-16 14:07

ถ้านับเอเชียนี่ไทยก็ไม่เตี้ยนา..... กลางๆน่ะล่ะ ผู้ชายยังพอว่า เห็นคนพวกจีน-ญี่ปุ่นที่เคยเจอมาผู้หญิงก็พอๆกับไทยแต่ผู้ชายนี่ต่างกันลิบเลย...

*มองตัวเอง(ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเตี้ยกว่าเกณฑ์แฮะ)

#15 By JiBi_AI on 2006-01-16 17:54

กินอาหารให้ครบทุกหมู่ ก็คงจะช่วยได้เยอะแล้วครับ และจากการมาอยู่ กทม. ซักระยะนึงของผม ได้พบความจริงอย่างหนึ่งว่า
เด็กๆ และคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. ไม่กินผักกันเลย !!!
หารู้ไม่ว่า ผักมีส่วนกับการเจริญเติบโต และผักพื้นบ้านบางชนิดมีแคลเซียมสูงเช่นกัน อีกทั้งผัก ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้คงความสดใสวัยรุ่นได้ยาวนาน(ไม่แก่เร็วนั่นเอง)

เป็นผลเสียกับผู้นิยมเยาว์ทั้งหลาย เพราะระยะความเยาว์วัยสั้นลง

เรื่องนมวัว คนที่แพ้ หรือกินนมวัวแล้วท้องเสียนั้น เกิดจากการที่มีน้ำย่อยชนิดหนึ่งในกระเพาะอาหารน้อยเกินกว่าจะย่อยโปรตีน "เคซีน" ในน้ำนมได้ จึงทำให้เกิดอาการไม่ย่อย มีปัญหาตามมาทีหลังครับ

ซึ่งธรรมชาติร่างกายมนุษย์นั้น น้ำย่อยโปรตีนจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ น้ำย่อยเปบซิน ที่ย่อยโปรตีนในเนื้อทั่วๆไป และน้ำย่อย( จำชื่อไม่ได้ ) ตัวที่ผมว่าไป จะเป็นตัวย่อยโปรตีนในน้ำนม ซึ่งจะมีมากในเด็กทารก และปริมาณจะลดน้อยลงเรื่อยๆเมื่อโตขึ้นครับ เป็นปัญหาให้ผู้ใหญ่หลายๆคนมีปัญหากับการกินนม

#16 By Detonator on 2006-01-16 20:58

เคยอ่านเจอเหมือนกันว่าพวกปลาตัวเล็กๆ ที่กินได้ทั้งตัวมันมีแคลเซียมสูงกว่านมอีก
ออกกำลังกายก็ช่วยได้นะคะ แต่ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ตอนนี้คงสายไปแล้วง่า

#17 By namwarn on 2006-01-17 11:27

Loading