เด็กไทยวันนี้ เตี้ยเพราะไม่ได้ดื่มนมจริงหรือ ?
posted on 15 Jan 2006 23:23 by chubby in Review-Socialเด็กไทยวันนี้ เตี้ยเพราะไม่ได้ดื่มนมจริงหรือ ?
.
เกริ่นนำ
มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เด็กอายุ 16 ปี ชายควรมีส่วนสูง 173.5 เซนติเมตร หญิงควรมีส่วนสูง 162.5 เซนติเมตร ขณะที่ "เขาว่ากันว่า" เด็กบ้านเรา ชายสูงน้อยกว่ามาตรฐาน 7.5 - 11 เซนติเมตร หญิงสูงน้อยกว่ามาตรฐาน 5.5 - 6.5 เซนติเมตร เนื่องจากเด็กไทยได้รับแคลเซียมเพียงร้อยละ 50 จึงควรส่งเสริมให้มีการดื่มนมมากขึ้นจาก 12.0 ลิตร/คน/ปี เป็น 24 ลิตร/คน/ปี
.
เตี้ยจริงหรือ ?
จากข่าว ลองแปลงตัวเลขกลับก็พบว่าเด็กอายุ 16 ปี ชายสูง 162 - 166 เซนติเมตร หญิงสูง 155 - 156 เซนติเมตร ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าเด็กๆ ของเราพอใจกับความสูงระดับนี้หรือเปล่า ขณะที่มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกนั้น มีการแบ่งแยกชาติพันธุ์หรือเปล่า (โครงสร้างคนเราคงไม่เหมือนกันหมด) พูดตรงๆ ผมเองก็ไม่ทราบครับว่า เราเตี้ยเพราะโภชนการไม่ถึง หรือเราเตี้ยเพราะสูงไม่ถึงใจ
.
แต่จากโครงกระดูกที่ขุดพบที่บ้านเชียง และจากบันทึกของชาวตะวันตกที่เข้ามาค้าขายสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็พบว่าบรรพบุรุษเมื่อไม่ช้าไม่นานของเรามีรูปร่างสูงใหญ่ ทำให้ผมสงสัยว่า คนบ้านเชียงหรือคนสมัยกรุงศรีฯ เอานมสดไทย-เดนมาร์กจากที่ไหนมาดื่มกัน ? ถ้าเครือญาติเมื่อไม่กี่ Generation ก่อนมีรูปร่างสูงใหญ่จริง แล้วเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรา "ตกมาตรฐาน" ที่ใครสักคนบัญญัติขึ้นมา ?
.
ความสูงกับแคลเซียม
ความสูงของคนเราอิงอยู่กับขนาดของกระดูก กระดูกทั้งหลายก็มีความสัมพันธ์กับแคลเซียม อันนี้เด็กประถมที่พึ่งเรียนเรื่องอาหารก็ท่องได้ และก็เป็นความจริงที่ว่าน้ำนมของมารดานั้น มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะนมเหลืองที่เต็มไปด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกัน เด็กที่ไม่ได้เลี้ยงดูด้วยนมแม่ จะมีปัญหาด้านสุขภาพระยะยาวไปตลอดชีวิต ซึ่งสังคมทุนนิยมก็เอื้อให้เกิดสภาวการณ์เช่นนี้ด้วยสิ
.
คำตอบคือนมวัวหรือ
นมวัว ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายครับ เพราะชาวเอเชียหลายเปอร์เซ็นต์ กระเพาะไม่สามารถย่อยนมวัวสดได้ การฝืนกินเข้าไปรังแต่จะทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ (ต้องพาไปหาหมอทั้งปีทั้งชาติ) การเจริญเติบโตของร่างกายหยุดชะงัก (ไม่ยอมสูง) ผู้ปกครองท่านใดที่พบปัญหานี้กับบุตรหลานของท่าน ลองให้ลูกของท่านหยุดกินนมวัวนะครับ ภายใน 3 เดือน ท่านจะพบสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกกลไกรัฐปิดบังเอาไว้
.
กลุ่มเด็กในเมือง ในครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์พอที่จะซื้อนมวัวบริโภคได้เองนั้น ย่อมมีโอกาสที่จะซื้อของกินอื่นๆ ที่ "เข้ากับ" ชาติพันธุ์ของตนเองได้ดีกว่า จึงเกิดภาพลวงตาว่า การบริโภคนมวัวทำให้เด็กสูงและแข็งแรง ทั้งที่เด็กอาจจะตัวสูงเนื่องจากของกินชนิดอื่น แต่กลุ่มเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กชนบทหลังเขา ที่มีนมถุงพาสเจอไรซ์เป็นเพียงตัวเลือกเดียวในมือ คงจะไม่โชคดีแบบนี้หรอก
.
แหล่งแคลเซียมอื่นๆ
ถ้าเช่นนั้นจะหาแคลเซียมจากไหน ? ง่ายๆ ครับ คนบ้านเชียงในถิ่นอีสาน กับคนภาคกลางสมัยกรุงศรีอยุธยา เขากินอะไรในชีวิตประจำวัน เราก็กินตามนั้นสิ อาหารถิ่นอีสานอย่างปลาร้าที่กินทั้งกระดูก หรือกะปิ กุ้งแห้งในภาคกลาง มีแคลเซี่ยมมากกว่านมวัวไม่รู้กี่สิบเท่าในปริมาณที่เท่ากัน แม้แต่นมถั่วเหลืองหรือเต้าหู้สารพัด ก็ให้แคลเซี่ยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านมวัว ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่ามาก !
.
น่าเสียดาย ที่ของพวกนี้โดนข้อกล่าวหาว่า "มันดูดซึมในระบบย่อยอาหารลำบาก" (ซึ่งเป็นข้อเสียจริงๆ เพียงอย่างเดียวที่จะหาได้) แล้วก็หันไปเชิดชูข้อดีของนมวัวกันจนเลยเถิด (และละเลยข้อเสียที่ยาวเป็นหางว่าวไปเสียฉิบ) อีกอย่างหนึ่ง การทำสป็อตโฆษณาให้เด็กหรือผู้ใหญ่เต๊ะท่ากินนมสารพัดรูปแบบ ยังไงๆ มันก็ดูดีดูเท่ห์กว่านั่งเสื่อ เปิบกะปิ ซดปลาร้า ปั้นข้าวเหนียวกุ้งแห้งเป็นไหนๆ
.
(เพิ่มเติม)
การใช้ชีวิตยุคออนไลน์
ทางการแพทย์เคยเตือนแล้วว่า การนอนดึกเกินไป (ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือ Chat) ทำให้การทำงานของฮอร์โมน (ที่ควรจะได้พักผลิตในเวลาค่ำคืน เพื่อทำงานหรือเอาไปใช้ต่อในเวลากลางวัน) ปั่นป่วนจนการเจริญเติบโตหยุดชะงัก ถ้าเป็นเกรียนรุ่นใหญ่ช่วงมหาวิทยาลัย คงไม่เป็นไร เพราะมันหยุดสูงแล้ว แต่ถ้าเป็นเกรียนระดับประถมหรือมัธยมต้นแล้วล่ะก็ โปรดดูสมการในบรรทัดต่อไปนี้ให้ดีนะครับ
.
"เล่นเกมดึกดื่น + ดื่มนมล้นเกิน = เตี้ยถาวร" ;p เป็นตราบาปติดตัวเกรียนวัยกระเตาะไปจนตาย
(ในเมื่อ สสส. ยังทำสมการ "เตี้ย = ดื่มนม" มาได้ ผมก็ทำสมการแบบข้างบนได้เหมือนกันครับ)
.
สรุป
เรื่องของนมวัว ยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างกลุ่มผู้รักสุขภาพ และ/หรือ กลุ่มผู้ประกอบการและกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับนมวัว เพราะการนำเสนอข้อมูลด้านลบของนมวัว ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ของ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวงสาธารณสุข กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างรุนแรง "ถึงลูกถึงคน" มานานหลายปีแล้ว ผมก็ไม่อยากร่ายซ้ำอีกครับ
.
แต่นโยบายรณรงค์ให้เด็กไทยบริโภคนมวัว จาก 12 ลิตรต่อปีในปัจจุบัน ให้เป็น 24 ลิตรต่อปี โดยละเลยที่จะศึกษาว่า มันเป็นของกินที่เหมาะสมกับคนทุกภูมิภาคหรือไม่ ผมจะไม่แปลกใจเลย ถ้าทศวรรษหน้า เด็กไทยเตี้ยกว่านี้อีก ด้วยนโยบายที่ไม่รอบคอบเช่นนี้ ผู้ใหญ่ที่ชะลอการเจริญเติบโตแล้ว จะกินนมวัวก็กินไปเถอะ แต่เด็กๆ อนาคตของชาติ มีโอกาสโตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะครับ
.
.
.
พลาดแล้ว
พลาดเลย
.
.
.
อย่างน้อย ขอให้เปลี่ยนจากนมวัว เป็นนมถั่วเหลือง
(ที่มีปริมาณนมผงน้อยๆ) ก็ยังดี นะครับ m( _ _ )m
.
(ปล. ผมไม่มีเอี่ยวกับฟาร์มโคนมหรือไร่ถั่วที่ไหนน่อ)
Parody Television
เราอายุ 15 สูง 174 - -"
นม..ก็กินบ้าง...
แต่ที่สำคัญคือพ่อสูง..
แต่พ่อของเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่สูงอาดิ๊..แล้วทำไงอ่ะ
เคยอ่านข้อเสียนมวัวอยู่เหมือนกันนะ..
ก็ไปหากินแคลเซียมจากพืชเอาดิเยอะแยะ
#1 By YognNoop on 2006-01-15 23:37