เด็กหอ : กักขังวิญญาณ พันธนาการตัวตน
posted on 24 Feb 2006 18:24 by chubby in Review-Movieเด็กหอ : กักขังวิญญาณ พันธนาการตัวตน
.
ชาตรี เด็ก ม.1 ที่ต้องย้ายไปอยู่โรงเรียนประจำอย่างกระทันหันด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขาไม่ค่อยมีเพื่อนและอยู่อย่างโดดเดี่ยว จนชาตรีได้พบกับวิเชียรที่มีอะไรบางอย่างคล้ายกัน ทั้งคู่เหมือนไม่มีตัวตน ทั้งคู่ติดอยู่ในกรงขังที่เรียกว่าหอพักนักเรียนประจำ ทั้งคู่มีปมปัญหาที่ยากจะหาทางออก แต่ทั้งสองมีจุดแตกต่างอยู่อย่างเดียวที่สำคัญมาก นั่นคือสิ่งที่ชาตรีจะต้องขบคิดหาทางออก เพื่อช่วยเพื่อนร่วมหอของตน โดยไม่รู้ตัว เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ชาตรีเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และเยียวยาปมปัญหาในใจของเขาไปพร้อมๆ กัน
.
คำเตือน การกระทำของชาตรีตอนท้ายเรื่อง เป็นเพียงบทภาพยนตร์ที่สมมุติขึ้นมาเท่านั้น
ผู้ปกครองที่พาเด็กไปดู "ต้อง" อธิบายให้เข้าใจ ไม่อยากเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง
.
ข้อดี
- นำเสนอภาพเด็กนักเรียนประจำได้น่าสนใจ รายละเอียดของตัวหลักและตัวประกอบที่ดี
- การดำเนินเรื่องที่ชาญฉลาด การคลี่คลายสถานการณ์ การทอดอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์
- การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เสริมตัวหนังให้ดีขึ้น เก็บทุกอย่างเอามาใช้จนหมด
.
ข้อเสีย
- อารมณ์หนังที่ต่างกันมาก ระหว่างครึ่งแรกกับครึ่งหลัง บางคนอาจจะต่อเรื่องไม่ติดก็ได้
- มุขตลกบางช่วงที่โผล่มามากไปสักหน่อย (แต่เป็นมุขที่เข้ากับเนื้อเรื่องได้ดี จึงให้อภัยได้)
- การเปลี่ยนผ่านเนื้อเรื่องในบางช่วง ออกจะอาศัยเหตุบังเอิญมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า ?
.
ข้อสังเกต
ถ้าเอามาตรฐานการให้รางวัลของหนังไทยงานหนึ่ง (ไม่ขอเอ่ยนาม) ที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานนี้
เด็กหอ ต้องได้รางวัลนักแสดงนำชายแน่นอน เมื่อเปรียบเทียบปอนด์ต่อปอนด์กับเรื่องนั้น
เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน เด็กหอ ก็ชนะ K.O. เรื่องนั้น (ไม่ขอเอ่ยนาม) ตั้งแต่ยก 1 ครับ
.
Keyword
"ทุกๆ เวลา 18.00 น."
.
สรุป
นี่ไม่ใช่หนังผีไทยที่คุณเคยรู้จัก แม้ 1 ปีที่ผ่านมา จะมีหลายเรื่องที่หยิบยกมาเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาของหนังผีไทยได้ แต่เด็กหอเป็นตัวอย่างการของการเปลี่ยนแปลง ทั้งเนื้อหาและภาพลักษณ์ของ "ผี" ไปพร้อมๆ กัน สะท้อนภาพมนุษย์ที่กลัวในสิ่งที่ตนไม่รู้จัก และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อรู้จักสิ่งนั้นแล้ว และนี่คือแนวโน้มของหนังไทยที่เหมือนกับเกมหลายเกมในปัจจุบัน ที่ไม่สามารถระบุลงไปได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเกมแนวนั้นหรือแนวนี้ เพราะของดีไม่จำเป็นจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แต่เพียงอย่างเดียว
.
แล้วคุณจะอดขำในตัวเองไม่ได้ครับ จากการกรี๊ดกร๊าดกับสิ่งที่คุณไม่รู้จักในตอนแรก
เปลี่ยนมาเป็นน้ำตาซึมกับสิ่งที่คุณรู้จักในตอนหลังพร้อมอุทานว่า นี่หนังแนวอะไรแน่
แต่ถ้าหากดันไปกะเกณฑ์ว่า หนังเรื่องนี้ เป็นแนวนี้ ดังนั้นมันก็ต้องออกมาเป็นแบบนี้สิ
จบเห่เลยครับ (เราคงไม่ได้เห็นเกมดีๆ หลายเกมเช่นกัน ถ้าเราไป fix แนวของมันไว้)
.
My Personal Rating : 98% [Chubby's Choice]
.


Parody Television
ผมรอดูรอบผู้กำกับจันทร์นี้แหละ
#1 By Re-Peat Again on 2006-02-24 18:56