Fun with Dick and Jane : ธรรมาภิบาลที่ขำไม่ออก
posted on 01 Mar 2006 23:32 by chubby in Review-Movie
Fun with Dick and Jane : ธรรมาภิบาลที่ขำไม่ออก
.
วันดีคืนดี จู่ๆ นายดิคของเราก็ได้เลื่อนขั้นถึงรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เขารีบแจ้นกลับไปแจ้งภรรยาให้ลาออกจากงาน เพื่อเลี้ยงดูลูกที่บ้านอย่างเดียว หลังจากนั้นท่านประธานบริษัทก็ส่งเขาไปออกรายการทอล์คโชว์สดๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจ แต่กลายเป็นการถูกเชือดกลางอากาศ เมื่อพิธีกรถามถึงกรณีที่บริษัทตกแต่งบัญชีว่ามีผลกำไรมหาศาล เพื่อให้ตัวเลขในตลาดหุ้นดูสวยงาม ดิคก็กลายเป็นคนตกงานทันทีเมื่อบริษัทล้ม แถมกองทุนชดเชยพนักงานก็ถูกประธานบริษัทอมไปด้วย ซ้ำร้ายภรรยาของเขาก็ลาออกจากงานไปแล้ว ต้องขายของทุกอย่างกิน บ้านก็กำลังจะถูกยึด ทั้งเขาและเธอจะหาทางออกจากชีวิตที่ตกอับอย่างไรตามสไตล์จิม แคร์รี่
.
ข้อดี
- ความฮาสไตล์จิม แคร์รี่ ไม่ว่าหนังจะห่วยแค่ไหน ตัวของเขาก็ทำให้คนดูหัวเราะได้เสมอ
- ประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลในการทำงานต่างๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นอุทาหรณ์อย่างดี
.
ข้อเสีย
- พล็อตช่วงหลังตื้นเขิน ไม่ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกอยากติดตามหรือเอาใจช่วยตัวเอกเลย
- เนื้อหาดีๆ ที่ถูกโยนทิ้ง แล้วจับเอาตลกฝืดยัดใส่เข้าไปแทนหลายจุด ไม่รู้เพราะสาเหตุใด
.
สรุป
เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาตีแสกหน้าทุนข้ามชาติสหรัฐอเมริกา ที่เอาแต่พล่ามเรื่องธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือเจรจาต่อรอง ให้คู่ค้าของตนต้องปฎิบัติตาม แต่ไปๆ มาๆ ตัวเองไม่มีธรรมาภิบาลเสียเอง เช่น Worldcom, Enron และอีกนับไม่ถ้วนที่ล้มละลายตายจากไป แม้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่การนำเสนอถือว่าตื้นมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับหนังเก่าที่พูดถึงเนื้อหาใกล้เคียงกันอย่าง Antitrust (ปี 2544) ที่สร้างขึ้นล้อเลียน Microsoft กับ Bill Gates ตั้งนานแล้ว ยังมีเทคนิคการนำเสนอและพล็อตเรื่องที่น่าติดตามกว่าเรื่องนี้อีก
.
My Personal Rating : 52% [ธรรมดา]
.
.
วันดีคืนดี จู่ๆ นายดิคของเราก็ได้เลื่อนขั้นถึงรองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เขารีบแจ้นกลับไปแจ้งภรรยาให้ลาออกจากงาน เพื่อเลี้ยงดูลูกที่บ้านอย่างเดียว หลังจากนั้นท่านประธานบริษัทก็ส่งเขาไปออกรายการทอล์คโชว์สดๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจ แต่กลายเป็นการถูกเชือดกลางอากาศ เมื่อพิธีกรถามถึงกรณีที่บริษัทตกแต่งบัญชีว่ามีผลกำไรมหาศาล เพื่อให้ตัวเลขในตลาดหุ้นดูสวยงาม ดิคก็กลายเป็นคนตกงานทันทีเมื่อบริษัทล้ม แถมกองทุนชดเชยพนักงานก็ถูกประธานบริษัทอมไปด้วย ซ้ำร้ายภรรยาของเขาก็ลาออกจากงานไปแล้ว ต้องขายของทุกอย่างกิน บ้านก็กำลังจะถูกยึด ทั้งเขาและเธอจะหาทางออกจากชีวิตที่ตกอับอย่างไรตามสไตล์จิม แคร์รี่
.
ข้อดี
- ความฮาสไตล์จิม แคร์รี่ ไม่ว่าหนังจะห่วยแค่ไหน ตัวของเขาก็ทำให้คนดูหัวเราะได้เสมอ
- ประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลในการทำงานต่างๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นอุทาหรณ์อย่างดี
.
ข้อเสีย
- พล็อตช่วงหลังตื้นเขิน ไม่ทำให้คนดูเกิดความรู้สึกอยากติดตามหรือเอาใจช่วยตัวเอกเลย
- เนื้อหาดีๆ ที่ถูกโยนทิ้ง แล้วจับเอาตลกฝืดยัดใส่เข้าไปแทนหลายจุด ไม่รู้เพราะสาเหตุใด
.
สรุป
เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาตีแสกหน้าทุนข้ามชาติสหรัฐอเมริกา ที่เอาแต่พล่ามเรื่องธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือเจรจาต่อรอง ให้คู่ค้าของตนต้องปฎิบัติตาม แต่ไปๆ มาๆ ตัวเองไม่มีธรรมาภิบาลเสียเอง เช่น Worldcom, Enron และอีกนับไม่ถ้วนที่ล้มละลายตายจากไป แม้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่การนำเสนอถือว่าตื้นมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับหนังเก่าที่พูดถึงเนื้อหาใกล้เคียงกันอย่าง Antitrust (ปี 2544) ที่สร้างขึ้นล้อเลียน Microsoft กับ Bill Gates ตั้งนานแล้ว ยังมีเทคนิคการนำเสนอและพล็อตเรื่องที่น่าติดตามกว่าเรื่องนี้อีก
.
My Personal Rating : 52% [ธรรมดา]
.
Parody Television
#1 By Oakkung on 2006-03-01 23:37