วิธีเพิ่มความลำบาก แก่พวกลอกผลงานในอินเตอร์เน็ต
posted on 01 May 2006 18:00 by chubby in Utilities-reviewวิธีเพิ่มความลำบาก แก่พวกลอกผลงานในอินเตอร์เน็ต
.
ข้อตกลงเบื้องต้น
1. Entry นี้กล่าวถึงงานประเภทข้อเขียนเป็นหลัก ไม่นับงานประเภทรูปวาด
2. Entry นี้กล่าวถึงการลอกผลงานไปใช้ระหว่างเว็บเพจภายในอินเตอร์เน็ต
3. ไม่มีวิธีการใดที่สามารถป้องกันการลอกผลงานในอินเตอร์เน็ตได้ 100 %
แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้งานเป็นไฟล์ text ให้พวกหน้าด้านมัน copy ไปใช้ง่ายๆ
.
เงินทอง ของบาดใจ ความมักง่าย จึงครอบงำ
.
ทศวรรษหน้า ปัญหาการลอกผลงานในอินเตอร์เน็ตบ้านเรา จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เพราะเด็กในทศวรรษนี้ ถูกสื่อเลวบางส่วน ปลูกฝังให้ไปถึงเป้าหมาย โดยไม่สนใจวิธีการ
เอาเปรียบ โกงได้เป็นโกง ขี้เกียจ ลอกได้เป็นลอก เพื่อชื่อเสียงกับผลประโยชน์ของตนเอง
.
ชิ้นงานที่จะพูดถึงใน Entry นี้คือ 1) Fiction - เรื่องแต่งต่างๆ 2) Game - บทสรุปต่างๆ
และปลายทางของการคัดลอกชิ้นงานที่จะพูดถึงคือ 1) สำนักพิมพ์ และ 2) อินเตอร์เน็ต
.
ในส่วนของสำนักพิมพ์
สำนักพิมพ์ที่มีมาตรฐานการทำงาน มีหลักการในการทำงาน (ไม่ใช่หลักกูในการทำงาน)
เรามักจะพบเห็นการแสดงความรับผิดชอบ เช่น การสั่งปรับ / แบนนักเขียนคนนั้น ฯลฯ
แต่พวกที่ไม่มีมาตรฐาน เช่น นั่งเทียนเขียนข่าว เสนอกลโกงภายใต้ข้ออ้างว่าให้รู้เท่าทัน
หากผลงานถูกนำลงหนังสือของสำนักพิมพ์กลุ่มนี้ เจ้าของงานที่แท้จริงก็คงได้แต่ทำใจ
ในส่วนของอินเตอร์เน็ต
หากเป็นเว็บที่มีผู้ดูแลเนื้อหาโดยตรง มีช่องทางติดต่อชัดเจน ไม่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ใต้ดิน
เจ้าของผลงานที่แท้จริง สามารถติดต่อส่งหลักฐาน ให้ผู้ดูแลจัดการผู้ที่ลอกผลงานได้
แต่หากเป็นเว็บใต้ดิน เว็บส่วนตัว หรือเว็บสาธารณะกึ่งส่วนตัว เช่น ไดอารี่ บล็อก ฯลฯ
เจ้าของผลงานที่แท้จริงก็ต้องวัดดวงแล้วล่ะครับว่า ผู้ที่ลอกงานมีลักษณะนิสัยอย่างไร
.
สรุปเบื้องต้น
ปลายทางการลอกงานที่มีปัญหาคือ 1) สำนักพิมพ์ที่ไร้มาตรฐาน 2) เว็บ (กึ่ง) ส่วนตัว
ปลายทางในข้อ 1) มักเป็นนิตยสารเจ้าเก่า หน้าเดิมๆ (ไม่จำกัดประเภทของนิตยสาร)
ปลายทางในข้อ 2) เปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี ปัจจุบันคือกลุ่มคนเล่นบล็อก
ข้อสังเกต กลุ่มผู้ลอกงานในข้อ 2) อาจเป็นลูกค้าของสื่อสิ่งพิมพ์ในข้อ 1) ด้วยหรือไม่
บรรทัดบนนี้ไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นคำถามที่ทิ้งเอาไว้เล่นๆ เผื่อมีใครสนใจจะทำวิจัยครับ
.
สิ่งที่เราพบเห็นจนชินตา เมื่อเจ้าของงานที่แท้จริง ตามไปพบงานของตนที่ถูกลอกก็คือ
.
1) การแถที่ใช้เหตุผล / หลักฐานสวนกลับได้
- การแถว่าไม่ได้ลอก แค่เหมือนโดยบังเอิญ (ต่อให้มีคำผิดตรงกับต้นฉบับเป๊ะก็เถอะ)
- การแถว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากแหล่งเดียวกัน (จนเขียนเหมือนกันทุกตัวษรเลย)
- การแถว่างานที่อยู่ในอินเตอร์เน็ตไม่มีเจ้าของ
(ข้ออ้างของพวกไร้ซึ่งจิตสำนึก ซึ่งประเด็นนี้ ผมสามารถเอาไปเขียนได้อีก Entry ครับ)
- การแถว่าเราไม่ได้ใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์ทำงาน
(สวนกลับด้วย Linux และ Free Software, รายละเอียดใน Entry เก่า เรื่องลิขสิทธิ์)
ฯลฯ
.
2) การแถที่ไร้เหตุผล เสียเวลาในการโต้ตอบ
- การแถว่า งานชิ้นนี้ไม่คู่ควรกับคนระดับต่ำๆ อย่างเธอหรอก
- การแถว่า งานต่ำๆ ชิ้นนี้ชั้นไม่ลอกให้เสียเวลาเธอก็ได้ เชอะ
- การแถว่า คนอื่นเขาก็ทำเหมือนกัน ใครไม่ลอกถือเป็นคนโง่
- การแถว่า ชั้นเรียนดี ได้เกียรตินิยมอันหนับหนึ่ง มีงานดีๆ ทำ มีเงินเดือนสูง บลาๆๆ
- การแถว่า ชีวิตชั้นมีอะไรต้องทำเยอะ ลอกชาวบ้านแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
- การแถว่า ชั้นอุตส่าห์เผยแพร่ผลงานของเธอให้ น่าจะมากราบขอบคุณชั้นด้วยซ้ำไป
ฯลฯ
.
วิธีเพิ่มความลำบากแก่พวกลอกผลงาน
1. แปลงงานเขียนเป็นไฟล์ pdf ด้วย Adobe Acrobat หรือโปรแกรม convert อื่นๆ
ซึ่งมีความสามารถใส่ลายน้ำ ใส่รหัสผ่าน สร้างความลำบากในการ copy & paste
ไฟล์ pdf เป็นข้อมูลอักษรแบบรูปภาพที่มีความปลอดภัยสูงกว่า doc ของ MS Word
** เกรียนจำนวนไม่น้อย ไม่นิยมใช้หรือติดตั้ง Acrobat ในเครื่องคอมพิวเตอร์บางรุ่น
.
2. แปลงงานเขียนเป็นข้อมูลภาพด้วยโปรแกรมจับภาพหน้าจออะไรก็ได้ เช่น SnagIt
งานเขียนล้วนๆ จะบันทึกเป็น gif ก็ได้ หรือถ้ามีภาพประกอบจะบันทึกเป็น jpg ก็ได้
โดย 2.1) บันทึกงานเป็นข้อมูลภาพทั้งหมดหรือ 2.2) บันทึกเป็นข้อมูลภาพบางส่วน
** หลายคนอาจสงสัยว่า แบบนี้มันไม่กด copy ไปทั้งภาพ ง่ายกว่าเดิมหรอกเรอะ ?
.
คำตอบ
อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นครับ ไม่มีวิธีการใดที่จะป้องกันพวกลอกผลงานได้หมด 100%
ฉะนั้น เรามาย้อนเกล็ดด้วยพฤติกรรมของพวกเกรียน (ไม่ว่ารุ่นเล็กรุ่นใหญ่) กันดีกว่า
ทำไมผมถึงแนะนำการทำผลงานให้เป็นไฟล์ pdf หรือข้อมูลภาพแล้วอัพโหลดเอาไว้
.
1. ข้อมูลอักษรสามารถดัดแปลงแก้ไขได้ง่ายๆ ซึ่งก็เหมาะสมกับเกรียนที่สมองพิการ
ขณะข้อมูลภาพต้องแก้ไขโดยโปรแกรมตกแต่งภาพเท่านั้น และต้องใช้เวลานานกว่า
ยิ่งเป็นข้อมูลภาพที่มีลายน้ำ บอกชื่อหรือเว็บเราเต็มพรืด พวกเกรียนก็เอาออกลำบาก
** สำหรับเจ้าของงานที่ใช้ MS Word ในการทำงาน หากท่านเปิดระบบตรวจคำผิดไว้
(เส้นสีแดงซิกแซกใต้ตัวอักษร) ไม่ต้องลบหรือแก้ไขออก แต่ให้จับภาพมาทั้งอย่างนั้น
โดยเฉพาะงานประเภทกาพย์กลอน หรือว่าชื่อเฉพาะบางอย่าง เอาไว้เป็นตัวอุปสรรค
.
2. ข้อมูลภาพที่อัพโหลดไว้ เกรียนสามารถขโมย url ภาพไปทำ direct link ได้ง่ายๆ
ให้เราเลือกสถานที่อัพโหลดที่สามารถตั้งชื่อไฟล์ภาพได้เอง เช่น Photobucket ฯลฯ
เมื่อปล่อยเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ให้เราเปลี่ยนชื่อ url ที่บันทึกผลงานไว้เป็น url อื่นๆ
แล้วนำเอาภาพอื่น (อาจเป็นภาพคำเตือน คำด่า หรืออะไรก็ได้) มาบันทึกแทนที่เดิม
** ส่วนใหญ่ ภาพที่ถูกขโมยมักถูกอัพลงเว็บที่ตั้งชื่อไฟล์แบบสุ่ม ซึ่งมีเครดิตน้อยกว่า
ขณะที่ "ผู้ผลิตงาน" ซึ่ง "สร้างสรรค์" ผลงานมาโดยตลอด มักมีที่อัพโหลดที่เปิดเผย
.
3. การบันทึกผลงานเป็นคอมลัมน์กว้างๆ ทำให้ขโมยจัดเลย์เอาท์ลงหนังสือลำบาก
ยกเว้นแต่จะลอกงานของเราไปพิมพ์เลยทั้งหน้า ซึ่งจะเห็นความผิดปรกติได้ชัดเจน
นอกจากนี้ เราสามารถแทรกภาพสีลงไประหว่างข้อเขียนได้ เพื่อเพิ่มต้นทุนคนลอก
หรือถ้าหนังสือเลี่ยงไปพิมพ์ภาพขาวดำ เราก็มีต้นฉบับสีในมือเราไว้ฟ้องร้องอยู่แล้ว
วิธีการนี้ มีผลกระทบทำให้กรอบคอลัมน์ ในหนังสือที่เอางานเราไปลอก เสียไปด้วย
** เป็นการบีบให้คนที่คิดคัดลอกผลงานของเรา ต้องลงมือลงแรง พิมพ์เองทั้งหมด
.
4.การบันทึกผลงานเป็นข้อมูลภาพ ที่มีความกว้างเหมาะพอดี กับเว็บของแต่ละคน
ตัวอย่าง บล็อกที่ผมเขียนอยู่ตอนนี้ ขนาดความกว้างของภาพสูงสุด คือ 480 pixel
ถ้าผู้ที่ลอกผลงานของเราไปนั้น ใช้ Theme คนละแบบ ภาพก็จะไม่เข้ากับกรอบเอง
** การบันทึกภาพผลงานแนวต่างๆ ควรเลือกระยะที่ยาวกว่าขนาดของหนังสือทั่วไป
หรือยาว 3 ใน 5 ของกระดาษ (จะต่อ 2 อันก็ล้น จะวางอันเดียวกระดาษก็เหลืออีก)
เป็นการบีบให้คนลอก ต้องย่อหรือขยายงาน จนคนอ่านสังเกตเห็นความผิดปรกติได้
.
5. การใช้คำพูดที่บ่งชี้ถึงภาพ, หน้าต่อ, หรือการใส่ url ประกอบระหว่างงานของเรา
ถ้าพวก Copy ใช้โปรแกรมตกแต่งภาพลบข้อความพวกนี้ไปก็จะเกิดความผิดปรกติ
** การใส่คำดักไว้จับผิด หรือเจตนาใช้คำผิดในรูปแบบหนึ่งๆ ทั้งผลงาน ก็เป็นอีกวิธี
เพราะข้อมูลที่เป็นรูปภาพ จะใช้ MS Word ไล่เปิดเพื่อตรวจหาคำผิดไม่ได้เสียด้วยสิ
และเกรียนน้อยมากที่จะมี / ใช้โปรแกรมแปลงข้อมูลภาพกลับมาเป็นข้อมูลตัวอักษร
แต่เมื่อดูจากแวดวงหนังผี Sub นรกแล้ว ก็คิดว่าพวกลอกงานมันไม่ตรวจทานหรอก
.
6. การใช้ข้อมูลภาพสลับข้อมูลที่เป็นตัวอักษร เป็นวิธีที่ลำบากทั้งคนทำและคนลอก
โดยข้อมูลที่เป็นภาพนั้น ควรมีสีพื้นหลังที่แตกต่างจากข้อมูลที่เป็นตัวอักษรเล็กน้อย
จะ copy & paste ทั้งหมดเลยก็ไม่ได้, จะคัดลอกภาพไปอัพโหลดเอง ภาพก็มีเยอะ
จะใช้โปรแกรม capture งานไปทั้งหน้า สีพื้นหลังก็เพี้ยนหรือแตกต่างกันมากเกินไป
.
7. วิธีการอื่นๆ แล้วแต่ความสามารถของผู้ผลิตงานแต่ละคน ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็ง
.
.
.
สรุป
การลอกงานในอินเตอร์เน็ตบ้านเรา เห็นได้ชัดตั้งแต่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่บูมในปี 2543
ตัวอย่างแรกๆ คือการขโมยรูปในเกมออนไลน์ของชาวบ้าน ไปส่งประกวดหน้าด้านๆ
และลุกลามไปยังงานเขียนชนิดอื่น จากลอกลงในเน็ต ก็ลอกลงไปขายตามสื่อต่างๆ
.
พวก Copier ไม่ต่างไปจากเกรียน ที่ต้องการชื่อเสียงเงินทอง โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ
จึงเป็นการเสียเวลาเปล่าที่จะไปเทศนาคนพรรค์นี้ เพราะชีวิตเกิดมามันมีแต่ลอกๆๆ
อ้างเหตุผลสวยหรูเพื่อหลบข้อเท็จจริงที่ว่า มันไม่เคยทำอะไรที่สร้างสรรค์ด้วยตัวเอง
.
ยกเว้น การสร้างความวิบัติให้เกิดขึ้นแก่วงการทุกวงการ
เพราะ เกรียนไม่มีแบ่งแยกเพศ อายุ หรือชนชั้นใดทั้งสิ้น
)
ได้เป็นข้อคิดและข้อมูล
#1 By Lullaby-nocturne on 2006-05-01 18:08