มอ ๘ : หนูทดลองของคนที่เรียกว่าครู
.
เนื้อเรื่อง
ก่อนปี พ.ศ. 2500 พบปัญหาความไม่เข้ากันระหว่างนักศึกษาหญิงและชายในระดับมหาวิทยาลัย
กระทรวงศึกษาธิการ จึงมีความคิดให้นักเรียนหญิงและชายมาเรียนหนังสือร่วมกันตั้งแต่ชั้นมัธยม
โดยตั้งโครงการนำร่อง เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจัดระบบการเรียนการสอนแบบสหศึกษา
นักเรียนหญิง 15 คน จากโรงเรียนดรุณีศึกษา ฝั่งธน ซึ่งได้รางวัลโรงเรียนสตรีดีเด่นมา 25 ปีซ้อนๆ
กับนักเรียนชาย 15 คน จากโรงเรียนอักษรศิลป์ ฝั่งพระนคร ซึ่งผู้บริหารแอบมั่วข้อมูลส่งกระทรวงฯ
ทางกระทรวงฯ อ่านข้อมูลแล้วก็เคลิ้ม จนคัดเลือกโรงเรียนดังกล่าวเข้าร่วมในโครงการนำร่องซะงั้น
.
ข้อดี
- ประเด็นแอบแฝงมากมาย ตั้งแต่ปัญหาของสถานศึกษาในปัจจุบัน จนถึงเรื่องของเพศชาย-หญิง
- มุขต่างๆ ที่หยอดมาเป็นระยะๆ ด้วยความน่ารัก เรียกเสียงฮาได้แบบเรื่อยๆ (บางมุขก็เริ่มเฝือแล้ว)
- เนื้อหาที่กินใจ แม้จะเดาเนื้อเรื่องได้ก็ยังคงกินใจเพราะบทดี ให้อารมณ์ผิดจากตัวอย่างที่โฆษณา
- เด็กนักเรียนน่ารักมีหลายคน
.
ข้อเสีย
- ตั้งใจเล่นกับอารมณ์มากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ การดำเนินเรื่องที่ดูเป็นท่อนๆ มากจนเกินไป
- รายละเอียดปลีกย่อยของครูแต่ละคนที่น่าสนใจ แต่ไม่นำเอามาพัฒนาต่อด้วยข้อจำกัดของเวลา
- ตอนจบ เดาได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น, ท่าทางหน้าตาของตัวละครบางช่วงไม่เข้ากับอารมณ์ของหนัง
- เด็กนักเรียนน่ารักมีบทน้อย
.
สรุป
ดูจากตัวอย่างในตอนแรกๆ นึกว่าเป็นหนังย้อนยุคที่ขายความฮากับสภาพในอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์
ซึ่งถ้าขายแค่นี้จริง คงไม่ได้คะแนนเยอะขนาดนี้แน่ เพราะคนดูเห็นจากหนังหลายเรื่องจนเริ่มเบื่อ
หากจุดแข็งสำคัญนั้นคือบท ที่มีส่วนเป็นอย่างมากในการกลบจุดอ่อนเกี่ยวกับฉากและการแสดง
สำหรับคนทั่วไป มอ ๘ เป็นภาพยนตร์ธรรมดา ที่ให้ความบันเทิงและสาระไปพร้อมๆ กันเรื่องหนึ่ง
ทว่าสำหรับคนในแวดวงการศึกษาแล้ว มอ ๘ เป็นภาพยนตร์ที่จริงจัง สร้างความกดดันอย่างมาก
เมื่อการแก้ปัญหาในยุคหนึ่งนำมาซึ่งปัญหาในอีกยุคหนึ่ง ภายใต้สภาพเงื่อนไขแวดล้อมที่ต่างกัน
และทุกวันนี้ เราจะหาครูที่ยอมแลกอนาคตของตนกับอนาคตของลูกศิษย์แบบครูสมปัติได้กี่คน ?
.
My Personal Rating : 82% [ยอดเยี่ยม]
.
Most Recommended
- ผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่นักศึกษามหา'ลัยปี 1 ถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แวดมาเยี่ยมชมครับ ชอบภาพสะท้อนสังคม และความคิดเห็นของภาพยนตร์ ของคุณ ขอแอดเป็น favourite นะคัรบ

#1 By นายมาแล็ง on 2006-05-13 22:24

มายก๊อด 82% =[]=!!~
ยังงี้ไม่ดูไม่ได้แล้ววววววววว

#2 By ดุกดุ๋ย on 2006-05-13 22:35

รู้สึกว่าข้อเสียข้อสุดท้ายจะสำคัญที่สุดนะคะเนี่ย

#3 By SweetPuff on 2006-05-13 22:43

- เด็กนักเรียนน่ารักมีบทน้อย
>> อิอิ

#4 By ไอ้แพท.. on 2006-05-13 22:55

แม่เป็นครู อยากดูมาก ผมเลยต้องไปด้วย
- เด็กนักเรียนน่ารักมีบทน้อย... ถูกๆ เด็กอ้วนในเรื่องยังบทเยอะกว่าอีก ข้อนี้เห็นด้วยสุดๆ
- ประเด็นมันเยอะไปหน่อย แต่มันไม่ลงลึกพอ มันไม่เหมาะกับเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ถ้างั้นก็ยอมตัดบางประเด็นไปบ้างจะดีกว่า [เอ๊ะ แต่ตัดจะดีเรอะ ผมก็ไม่รู้แฮะ]

#5 By ch_a_m_p on 2006-05-13 22:59

เดี๋ยวไปดูวันอังคารนี้แหละครับ .. :D

#6 By soundsyndrome on 2006-05-13 23:09

เห็นช่อง 3 โปรโมตยิกเลย
ตกลงคุ้มจริงอ่ะ... เผื่อจะไปดูมั่ง

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-05-13 23:26

ข้อดีกับข้อเสียข้อสุดท้ายนี่...

ในเมื่อมีบางประเด็นที่ยังไม่เคลียร์ ถ้าหนังมีรายได้สูง ก็อาจได้เห็นมันในรูปแบบละครครับ ซึ่งละครมันจะมีข้อดีในแง่ของเวลาที่สามารถยัดอะไรลงไปได้เยอะกว่า

และจะได้ช่วยไล่น้ำเน่าในวงการละครหลังข่าวไปได้ด้วย

#8 By ob the air on 2006-05-13 23:57

น่าเสียดายอีกแล้วค่ะ...ไม่มีตังค์พอที่จะไปดูอ่ะค่ะ...
ไว้รอเก็บเป็น DVD แทนละกันนะคะ
เรื่องนี้บางคนก็ชอบ บางคนก็ไม่ชอบนะ
ถ้าสิ้นเดือนยังมีรอบอยู่อาจจะได้ไปอุดหนุนค่ะ

#9 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2006-05-14 09:14

เด็กนักเรียนน่ารักมีบทน้อย <<<<
น่าดูนะ~!!
แต่ สรุปครั้งหน้า ขอเป็นเรื่อง
ก้านกล้วยนะ^^

#11 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2006-05-14 16:55

มีเด็กน่ารักด้วย

คนที่ยังอยู่ในวัยศึกษาน่าดูนะครับ
แถมๆ
ตอนผมดูเื่องนี้ คนที่นั่งข้างๆ เอาแต่คุยกับเพื่อน วิจารณ์ถึงเด็กนักเรียนหญิงน่ารักคนนั้นคนนี้อย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็บ่นอะไรอีกหลายๆ อย่าง
.
นอกจากเรื่องของรสนิยมที่แตกต่างกันแล้ว ผมว่ามันยังมีบริบทอื่นๆ อีก แต่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ

#13 By chubby on 2006-05-14 19:26

Loading