The Da Vinci Code : ผู้ที่ไขปริศนาได้ ย่อมคู่ควรกับสิ่งที่ตนได้รับ
.
หมายเหตุ : ผู้เขียนรีวิวนี้ ไม่เคยอ่านฉบับที่เป็นนิยายมาก่อน, Entry นี้เขียนขึ้นจากการชมภาพยนตร์เท่านั้น
.
เนื้อเรื่อง
โรเบิร์ต แลงดอน ศาสตราจารย์ด้านสัญลักษณ์ชื่อดัง ได้รับการติดต่อจากตำรวจปารีสคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง
ผู้เสียชีวิตคือ ชาร์ค โซนิแยร์ หัวหน้าภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ซึ่งได้ทิ้งสัญลักษณ์และร่องรอยแปลกๆ
หลังจากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ โซฟี เนอเวอ ก็เข้ามาช่วยแลงดอนไขปริศนาและเงื่อนงำที่โซนิแยร์ทิ้งเอาไว้
ก่อนตกกระไดพลอยโจนสู่สงครามระหว่างคน 2 กลุ่ม ซึ่งสั่นคลอนรากฐานของคริสตศาสนจักรอย่างรุนแรง
.
ข้อดี
- พิพิธภัณฑ์ลูฟร์หลายมุมมองไม่เคยดูสวยงามแบบนี้มาก่อน ศาสนาคริสต์ไม่เคยน่าสนใจขนาดนี้มาก่อน
- เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบหนังแนวไขปริศนา แกะรอยค้นหาสิ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ในประวัติศาสตร์ซึ่งมีสองด้าน
- ตอกย้ำถึงการศรัทธาด้วยสติปัญญาตน, ไม่ใช่ศรัทธาเพราะมีใครตีกรอบเอาไว้ว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
- ตอนจบที่สุดยอด แต่ทำความเข้าใจได้ยาก เพราะเป็นเรื่องของนามธรรม สงวนไว้สำหรับผู้ที่เข้าถึงเท่านั้น
.
ข้อเสีย
- เลือกใช้ Font ภาษาไทยในคำบรรยายได้แย่มาก (*หมายเหตุ*สำหรับคนที่ดูวันแรกๆ ซึ่งหนังยังไม่พร้อม)
- อาศัยภูมิความรู้รอบตัวในระดับสูง, อาศัยการจดจำในระดับสูง, อาศัยความสนใจเฉพาะด้านในระดับสูง
- ถ้าเก็บรายละเอียดไม่ทัน คุณจะมึนไปจบเรื่อง แต่ถ้าเก็บรายละเอียดทัน ก็จะรู้ไต๋ไคลแมกซ์แรกตั้งแต่ไก่โห่
- ไคลแมกซ์เงียบที่จู่โจมกระทันหันจนคนดูจำนวนมากตามไม่ทันและออกจากโรงไปด้วยความไม่เข้าใจสุดๆ
.
คำเตือน
- สำหรับผู้ที่ไม่สนใจเรื่องการถอดรหัส ศาสนา และประวัติศาสตร์สองด้าน หนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรให้คุณดูเลย
- เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านนิยายมาก่อน (แต่ขยันหาข้อมูลเพิ่ม) นับถือศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่คริสต์ก็ยิ่งดี
.
สรุป
จากคำพูดช่วงหนึ่งในหนัง "พระเยซูมีฐานะเป็นสามี (หัวหน้าครอบครัว) แล้วจะแสดงปาฎิหาริย์ไม่ได้หรือ ?"
หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าพระเยซูเป็นมนุษย์ธรรมดา มีลูก มีภรรยา แล้วเราจะเคารพศรัทธาไม่ได้เลยหรืออย่างไร ?
(ถ้าคริสต์สอนให้มองพระเยซูเป็นมนุษย์ด้วยอยู่แล้ว, หนังก็เหลือแต่ประเด็นของมารีย์มักดาเลนากับทายาท)
ชีวิตจริงก็ไม่ต่าง หากมนุษย์ศรัทธาแต่เปลือกนอก กำหนดกฎเกณฑ์ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
แล้วเราจะเข้าถึงแก่นแท้ได้อย่างไร ? รังแต่จะก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งในสังคม อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
The Da Vinci Code เป็นหนังสำหรับคนดูหนัง เฉพาะกลุ่ม ที่จริงจังและปล่อยวางในชีวิตไปพร้อมๆ กัน
เพราะหนังเรื่องนี้ไม่เน้นตลก ไม่เน้นฉากแอ็คชั่น และอาจไม่มีไคลแมกซ์ด้วยซ้ำ สำหรับผู้ที่อ่านนิยายมาแล้ว
หากเป็นการต่อสู้ด้วยสมองและสองมือ ผ่านการไขปมปริศนา สัญลักษณ์ เอกสาร เพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริง
.
เป็นที่น่าเสียดาย ภาพยนตร์เรื่องนี้เจออุปสรรคหลายอย่างที่มี Bias มากเกินไป ก่อนที่มันจะเข้าฉายเสียอีก
และ ตัวมันเองก็มีปัจจัยด้านลบมากเกินไป ซึ่งก็พร้อมที่จะทำให้ปลายกราฟดิ่งลงต่ำกว่า 80% ได้ทุกวินาที
.
My Personal Rating : 100% [Outstanding]
.
ปล.1 - "ผู้ที่ไขปริศนาได้ ย่อมคู่ควรกับสิ่งที่ตนได้รับ" : Keyword "แผลเป็นแห่งกรุงปารีส"
ปล.2 - Fact maybe Fiction but Fiction not Fact
ปล.3 - จุดประสงค์การดูหนัง เพื่อเสพอรรถรสของ Fiction (ถ้าอยากเสพ Fact ก็จะเช่าสารคดีมาดูแทน)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

100% ...... ร้ายกาจมาก ไม่พลาดแน่นอน ..

( แต่ผมอ่านฉบับนิยายไปแล้ว .. )

#1 By soundsyndrome on 2006-05-18 20:44

โอ้ 100% เลยเหรอครับ

เคยอ่านหนังสือมาแล้วรู้สึกหนังตัดรายละเอียดไปเยอะ (ก็แน่นอน) เลยทำให้ปริศนาไขอย่างง่ายๆ ยิ่งตอนจบก็ไม่เหมือนในหนังสือเลย ตัดสินใจไม่ถูกว่าอย่างไหนดีกว่าแฮะ

แต่คิดว่าเรื่องนี้ คนที่ยังไม่ได้อ่านแล้วไปดูจะดีกว่าคนอ่านแล้วแล้วไปดู

#2 By So Gallagher on 2006-05-18 20:44

ปลายกราฟมัน...

#3 By ob the air on 2006-05-18 21:01

กราฟมันพีคขึ้นตอนท้ายๆ แสดงว่าจุดนี้แหละที่ไม่ควรพลาด
แถมยังได้ Chubby's Choice อีกด้วย สรุปว่า...ไปดูแน่นอนครับ

ป.ล. ผมเองก็ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนเช่นกันครับ

#4 By Keith on 2006-05-18 21:21

แล้วที่เขาบอกว่าจะให้ตัด 10 นาทีสุดท้ายออก ก็เท่ากับตัดส่วน 100% ออกไปเลยสิเนี่ย...

ตอนแรกว่าจะยืมเพื่อนอ่าน... ไม่ดีกว่า รอไปดูทีเดียว ขอบคุณคร้าบบ~บ

#5 By ch_a_m_p on 2006-05-18 21:34

...ปลายกราฟทะลัก = =!

#6 By Kuro Noire on 2006-05-18 21:35

"ผู้ที่ไขปริศนาได้ ย่อมคู่ควรกับสิ่งที่ตนได้รับ" << สรุปได้แจ๋วถูกใจ

#7 By Ellebazi on 2006-05-18 21:47

อยากดูๆๆๆ

#8 By SweetPuff on 2006-05-18 21:50

ความจริงที่ซ่อนเร้นของDavinci Code

http://www.newmana.com/important/DaVinci_index.htm

#9 By BIG BOSS on 2006-05-18 23:26

ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ

#10 By Little Lamb on 2006-05-18 23:26

แบบนี้ต้องไปดูซะแล้ว...
ยังไม่ได้อ่านนิยายเลย แบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย
>_<)b

#11 By Yoshii on 2006-05-18 23:36

โดยรวมผมว่าหนังทำออกมาได้ดีครับ ส่วนตัวผมว่าไม่ได้ลบหลู่อะไรนะ ทำให้คนสนใจในศาสนามากกว่าการที่มีคนมาแบบว่า..

"น้องๆ ว่างมั๊ยครับ รู้จักพระเยซูไหม พี่ขอเวลาแป๊บนึงนะ จะเล่าให้ฟัง".. แล้วก็ลากยาวไปเป็นชั่วโมง (ผมว่าเป็นการเผยแผ่ศาสนาที่ไม่ค่อยเข้าท่าเลย.. เหมือนขายตรงยังไงไม่รู้)

แต่ถ้าใครคิดจะไปดูเอามัน ผมแนะนำ national treasure มากกว่า (เพราะเรื่องนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ลุ้นมาก)

ส่วนเรื่องสิบนาทีที่จะตัด.. ผมดูไม่ออกเลยว่าถ้าจะตัดสิบนาทีนี่จะทำได้ตอนไหน..
เพราะถ้าตัดไปนี่ ด้วนแน่ๆ ฉะนั้นดีแล้วที่ไม่ตัด

#12 By ไอ้แพท.. on 2006-05-18 23:49

เรื่องที่ได้ 100 คะแนน คงจะไม่ธรรมดา

#13 By Detonator on 2006-05-18 23:54

หวังว่าคงไม่เนือยมากนะครับ
เพราะผมก็หลับตอนอ่านหนังสือช่วง 10 บทแรกมาแล้ว

ขอให้สนุก เพี้ยง....
ผมเชื่อคุณนะ...

#14 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-05-19 00:00

ไปดูแล้ว ก็ใช้ได้นะครับ

แต่ ** อาจสปอยล์นะ ถ้ากลัวก็ไม่ต้องเลื่อนลงไปอ่าน **




แต่้ถ้าเทียบกับหนังสือ ผมว่าบิดไปมากเลย ช่วง 20% ท้าย ถ้าใครอยากดูตามหนังสือเป๊ะๆ ก็อาจจะผิดหวังนิดหน่อย แต่สำหรับผม ชอบครับ




แหม ผมกำลังอยากรู้อยู่เชียวครับคุณชับบี้ ว่าคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนเลยเนี่ย จะงงหรือจะอินไหม เพราะว่าผมทำการบ้านโดยการหนังสือมาก่อนดูหนัง แล้วรู้สึกว่า เจอหลายตอนที่ ถ้าไม่อ่านหนังสือมาก่อน อาจไม่เข้าใจกระจ่างแจ่ม ด้วยความที่หนังมันเล่าไว ผมว่าหลายคนอาจย่อยไม่ทันนะนั่น

ผมชอบตั้งแต่เป็นหนังสือแล้ว มาเป็นหนังก็ทำได้ไม่เลวทีเีดียว ชอบครับ

สงสัยว่าทำไมดัดแปลงตอนท้าย? (ที่โบสถ์ตอนเฉลยปมปริศนา) จะบอกว่ามันกินเวลากว่าก้ไม่น่าใช่นะครับ เง็ง

#16 By Bickboon on 2006-05-19 02:26

โห 100% แสดงว่าเรื่องนี้คง...สุดๆ

#17 By Arthuran on 2006-05-19 04:00

แนะนำให้ลองอ่านเนื้อหาข้อทเจจริงจากลิงค์ใน blog ผมดูนะครับ สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก และต้องการทราบความจริงเบื้องหลัง
ว้าว! ได้ 100 เปอร์เซ็นเลยเหรอคะ?
ตั้งใจไว้แล้วว่าจะดูเรื่องนี้ให้จงได้ ฉะนั้นจะไม่พลาด

#19 By หนูพุก on 2006-05-19 08:21

อืมติด &#8203;
ตามไปที่ บล็อคผมแล้วกันครับ

#21 By Anjo Caído on 2006-05-19 10:35

อืม เห็นความเห็นคุณไอ้แพท.. #12 แล้วนึกได้ว่าเคยโดนเหมือนกัน

ผมเคยไปที่โบสถ์แถว ๆ คลองเตยกับเพื่อนเพราะแค่อยากรู้ว่าข้างในจะเป็นยังไงและเค้าทำอะไรกันบ้าง แต่หลังจากที่เข้าไปแล้วกลุ่มพี่ ๆ นับสิบจะรุมโน้มน้าว ขอเบอร์โทรศัพท์ ชวนเล่นเกม ร้องเพลง กินข้าว ฯลฯ ไม่ยอมให้กลับออกมาเลยทั้งที่โกหกไปว่ามีธุระต้องไปต่อ แต่แวะมาเพราะอยากรู้เฉย ๆ สุดท้ายเห็นว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อยก็ยอมเสียมารยาทเดินหนีออกมาเฉย ๆ เลย

ตัวชี้ขาดที่ทำให้ผมอยากเดินออกมาเลยคือตอนนั้นเขาแย้งเรื่องผลของกรรมในศาสนาพุทธว่ามันเป็นสิ่งที่พระเจ้ากำหนดมาต่างหาก .. จะว่าผมไม่ยอมเปิดใจก็ได้นะ แต่จะให้ยอมรับการโน้วน้าวด้วยวิธีนี้คงลำบากหน่อยล่ะ .. ไม่ได้เหมาว่าเขาเผยแพร่ด้วยวิธีนี้กันทั้งหมดนะครับ แต่นี่คือที่ผมเคยเจอแค่นั้นเอง

อ้อ .. ส่วนหนังนี่ยังไงต้องไปดูแน่นอนครับ

#22 By toey on 2006-05-19 11:14

สนุกครับ แต่ความสนุกลดน้อยลงไปหน่อยเพราะอ่านนิยายมาแล้ว :-P

แต่้เรื่องเนื้อหาที่แตกต่างจากหนังสือ ผมว่าตัวหนังทำดีกว่านะครับ หนังให้ข้อสรุปที่เป็นกลางมากๆ (สรุปดีกว่าในหนังสืออีก ผมว่า)

ส่วนเรื่องรายละเอียดยิบย่อย ก็ต้องเห็นใจคนทำหนังแหละครับ ถ้าจะเก็บรายละเอียดทุกเม็ดแบบในหนังสือ
คงต้องทำเป็นไตรภาคแหละ 55+ แค่อธิบายศาสนาเพเกินอย่างเดียวก็คงเป็นชั่วโมงแล้วมั้ง

#23 By ifine™ on 2006-05-19 17:15

อยากดูมากกกกกๆ ต้องดูให้ได้


นั่นหน่ะสิ ... พระเยซูจะมีลูกมีเมีย
แล้วมันเป็นยังไง
ทำไมต้องบริสุทธิ์ .. งั้นคนก็ไม่ได้เกินมา
งั้นคนที่มีครอบครัว ก็ไม่มีทางสว่างอย่างสมบูรณ์รึไงนะ
เฮ้อ ... ยึดติดอะไรกัน
อ๊ากๆๆๆอยากไปดูมากๆเลยค่ะ
ด้วยความที่อ่านนิยายมาแล้วจึงไม่ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง แฮ่

#25 By ::Materia Hunter::^^ on 2006-05-19 20:27

พุ่งนี้จะไปดูคับ....

#26 By PrinCeBank on 2006-05-20 00:38

หนังยังไม่เข้า แต่ถ้าเข้าก็ไปดูครับ^^

สรุปมีตูไปดูช้างน้อยคนเดียวสิเนี่ย ฮ่าๆๆ

แต่ก็คุ้ม...จริงๆ
เป็นหนังศาสนา และปริศนาสุดๆ... แต่ก็ชอบนะคะ แต่ถ้าไม่ถึงกลับชอบที่สุด (เนื่องจากชอบหนัง action มากกว่า พวกนี้ดูแล้วบางทีเครียด)
ถ้าเกิดตัด 10 นาทีสุดท้ายจริงๆ จาก ดีมาก จะกลายเป็น เเย่ ทันตาเห็นเลย
แต่บรรยายไทยไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ ถ้าดูจากเรื่องอื่นๆ มา ดูบรรยายแล้วแบบว่า

#28 By ~ Fan of the Hollywood ~ on 2006-05-20 11:24

ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ แต่เคยอ่านหนังสือไปก่อนประมาณ 70% เพราะงั้นยังไม่ได้อ่านตอนจบ เลยไม่รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน พึ่งจะรู้จาตอนที่อ่าน entry นี้แหละค่ะ

#29 By imai283 on 2006-05-20 21:35

ง่า ยังไม่ได้ดูเลยอ่า อยากดูมากๆเลย

#30 By [AdeLiNe] on 2006-05-21 22:35

ใช่เลยครับ ตอนจบนี่พีคสุดแล้ว แต่ 100% นี่คือจากคะแนนจุดพีคสุดเท่านั้นเหรอครับ งงๆ

#31 By #PAT CITY# on 2006-05-23 10:52

#31
ใช่แล้วครับผม
rating ในบล็อกนี้จะให้จากความรู้สึกสุดท้ายที่ดูจบครับ
ดังนั้นผมจึงได้เพิ่มระบบภาพเส้นกราฟประกอบมาูด้วย
เพื่อจะได้เห็นภาพว่า คะแนนที่ผิดปรกติ (ไม่ว่ามากผิดปรกติหรือน้อยผิดปรกติ) มันมาจากช่วงไหนน่ะครับ

#32 By chubby on 2006-05-23 12:33

ผมว่า หนังเรื่องนี้ทำได้ดีนะ ดีสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่านนิยาย แต่อย่างที่ว่า ถ้าจับประเด็นไม่ได้ อาจจะตามไม่ทันเลยทีเดียว

มีขัด ๆ นิดหน่อย คือ ทอม แฮงค์ ไม่เหมือนโรเบิร์ต แลงดอน ในนิยายเลย คาแรคเตอร์ไม่เหมือนนะ ในนิยาย โรเบิร์ต มั่นใจอยู่เรื่องเดียวคือ เรื่องสัญญลักษณ์วิทยา ส่วนเรื่องอื่น ๆ จะแสดงความกลัวออกมาให้เห็นตลอด เหมือนที่เราพบเห็นในบุคคลิกของ ดร. ทั่ว ๆ ไป นั่นแหละ ทอม แฮงค์ ดูเชี่ยวกรากในชีวิตมากกว่าจะเป็น โรเบิร์ต แลงดอน ส่วนทรงผมก็ไม่ได้เรื่องเล้ย อันนี้ความเห็นส่วนตัว

#33 By เจ้าชายน้อย on 2006-06-08 17:38