นครสุวรรณภูมิ : ภาพลวงตาที่ผู้บริโภคพึงระวัง
.
ในที่สุด สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2549 หลังยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
ภาพลักษณ์ของสนามบินที่หรูหราทันสมัย แถมมีอะไรหลายอย่างที่ติดอันดับโลกตามประสาคนที่มีปมด้อย ?
ตัวเลขความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว 45 ล้านคน (สูงสุด 100 ล้านคน) และสินค้า 3 ล้านตันต่อปี
รวมถึงการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ทางการบินโดยธรรมชาติทางภูมิศาสตร์ ก็ถูกโหมประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่
.
Aerotropolis
หรือเมืองศูนย์กลางการบิน เป็นตัวอย่างที่มีการพูดถึงมากพอตัวในช่วงแรกของข่าวการจัดตั้งนครสุวรรณภูมิ
หลักการโดยคร่าวๆ คือ การจัดระบบ Logistic และระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับกิจกรรมของสนามบินนั้น
ในทางทฤษฎีไม่มีปัญหา เพราะเราก็เห็นตัวอย่างของสถานีขนส่งประเภทต่างๆ ที่ไม่เป็นระเบียบมาเยอะแล้ว
แล้วในทางปฎิบัติล่ะ ? แล้วสภาพภูมิประเทศของเราล่ะ ? แล้วระบบการจัดการ ณ เวลาปัจจุบันล่ะ ? ฯลฯ
.
แล้วกรณีการสร้างสนามบินหนีออกไปจากตัวเมืองล่ะ ? รู้สึกตัวอย่างกรณีนี้จะเงียบเป็นเป่าสากชอบกลๆ อยู่
จริงๆ ไม่ต้องมองอื่นไกล จังหวัดเชียงใหม่ เคยมีการเรียกร้องให้ย้ายสนามบินออกไปอยู่ห่างๆ เหมือนกันครับ
เพราะมันอยู่ประชิดเขตเมืองเก่าและเขตสถาบันการศึกษา มีผลกระทบต่อหลายหน่วยงานในบริเวณนั้นจริง
แต่พวกกองเชียร์สร้างนครสุวรรณภูมิ เขาสนใจแต่ตัวอย่าง (กระจึ๋งนึง) ของ Aerotropolis ต่างประเทศ
มากกว่าจะมาสนใจว่า มีสนามบินกี่แห่งที่เขามีจุดประสงค์ / พึงประสงค์ จะสร้างหนีเขตเมือง / ที่อยู่อาศัย
.
.
.
ย้อนดูสนามบินสุวรรรภูมิ
จบเรื่องทฤษฎีและตัวอย่างจากต่างประเทศ (ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศไท้ไทได้เสมอไปหรอกครับ...)
หลายประเทศที่ขาดแคลนที่ดิน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไม่แปลกใจที่เขาจะถมทะเลเพื่อสร้างสนามบิน
เนื่องจากเราชอบเอาอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว เมื่อเขาสร้างในทะเล เราก็สร้างสนามบินในหนองมันซะเลย
และไม่ใช่แค่หนองน้ำธรรมดา หากแต่อยู่กลางแนว Flood Way สำคัญของกรุงเทพฝั่งตะวันออกเสียด้วยสิ
.
.
.
จากภาพ
1. คลองระบายน้ำที่มีคนคุยโม้น่ะ มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำจริงหรือไม่ ? เท่าไหร่ ? และอย่างไร ?
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลแค่ 1-2 เมตร การระบายน้ำอยู่ที่ความกว้าง ไม่ใช่ความลึก
(สงสัยว่าจะอยู่แต่ในเมือง จนไม่รู้จักน้ำบ่า น้ำหลากบนผิวดิน)
2. ดูจากมาตราส่วนในแผนที่ นครสุวรรณภูมิในแผ่นกระดาษโครงการ ใช้ที่ดินทำอะไรมากมายขนาดนั้น ?
(ถ้าจะจัดระเบียบ Logistic กับ Infrastructure จริงๆ น่ะนะ)
.
แถมในความเป็นจริง ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แห่กันเข้าไปในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิหมดแล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของการประกอบธุรกิจ ซึ่งผมไม่อยากจะเสียเวลาไปสืบว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินแถวนั้นบ้าง
เพราะจุดประสงค์ของ Entry นี้ก็เพื่อเตือนให้ผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการซื้อบ้านหรือที่ดินในบริเวณนั้นครับ
เพราะพวกที่เชียร์ Aerotropolis โดยยกตัวอย่างของสนามบินต่างประเทศ อาจลืมดูของจริงที่อยู่ใกล้ตัวไป
(ประเภทอยู่แต่ต่างประเทศหรือไม่ก็อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่เคยไปดูพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม.จริงๆ หรอก)
.
.
.
ข้อควรระวัง
1. พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ "บางจุด" รอบๆ สนามบิน มีอัตราการทรุดตัวสูงถึงปีละ 10 เซนติเมตร
2. มีการกำหนดให้ที่ดิน มีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำสูงถึง 70% เพราะมันเป็นแนว Flood Way ที่ราบลุ่ม
การกำหนดพื้นที่ว่างขนาดนี้ก็เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลาก ไม่ใช่สร้างอะไรต่อมิอะไรจนเต็มพื้นที่ให้น้ำท่วม
.
โครงการจัดสรรโครงการไหน ที่สร้างบ้านติดกันยาวเป็นพรืด โดยไม่เว้นพื้นที่ว่างรองรับน้ำ ก็ควรหลีกเลี่ยง
มี "ข่าวลือ" ว่า มีคนกำลังวิ่งเต้นเพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์ดังกล่าว ให้สามารถสร้างอาคารได้พื้นที่ได้มากขึ้นอีก
ถ้าหาก "นครสุวรรณภูมิ" เป็นไปตามทฤษฎี Aerotropolis จริง เรื่องข้างบนก็เป็นเพียงจินตนาการของผม
แต่ในความเป็นจริงที่แสนเศร้า...บ้านเราเอาตัวอย่างจากต่างประเทศมาใช้แล้ว "Work" สักกี่อย่างเนี่ย ?.
.
.
จะทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ เพราะมันผิดมาตั้งแต่ฐานแล้ว ทำได้แค่แต่งหน้าทาปากให้ดูดี...เท่านั้นแล...
.
.
.
ว่าแต่ว่า คนที่อยู่กรุงเทพฯ รู้ตัวหรือเปล่าครับ
ว่าตอนนี้ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกี่เมตร ?
บางคนอาจไม่รู้ว่าบางพื้นที่ติดลบไปนานแล้ว...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สนามบินน้ำ...

#1 By กระรอกโฉด on 2006-07-24 15:19

เราคนนึงที่ไม่ไปอยู่อ่ะ

#2 By RosaRossa~~* on 2006-07-24 15:21

อ่านแล้ว..หวั่นๆๆนะคะ
จะเป็นไงต่อไปเนี้ยบ้านเมืองเราอ่ะ
รังสิตค่ะ.......

#3 By -teacher-aorr- on 2006-07-24 15:22

บ้านเราไง อยู่ไกล้สุวรรณภูมิเลย

น้ำท่วมทุกปี

#4 By ~นู๋ติ๊ก~ on 2006-07-24 15:25

ซื้อบ้าน แถมน้ำท่วม ...

ซื้อตั๋วเครื่องบิน แถมทัวร์ลุยน้ำ
เรื่องเจ้าของที่ดินแถบนั้น....คงไม่จำเป้นต้องสืบหรอกครับ.....รู้ๆกันอยู่ว่าใคร หึๆๆ....

แต่ก็ดีใจนะครับที่สนามบินสุวรรณภูมิสร้างเสร็จ(ซะที หลังจากดึงดันกันมาเกือบครึ่งศตวรรษ จนปล่อยให้ซางฮีล้ำหน้าไปก่อนแล้ว).....

ส่วนไอ้เรื่องกรุงเทพทรุดนั้น.....แค่คิดเรื่องย้ายเมืองหลวงก็สนุกแล้วล่ะครับ......ย้ายไปไหนกันดีล่ะ.....

NGO,นักวิ่งเต้นเรื่องที่ดิน,นักการเมือง ฯลฯ ป่านนี้ยิ้มร่าแล้วมั้งครับ.....ได้เวลาอิ่มท้องกันอีกแล้ว.....เหอๆ

#6 By Albedo : The Wing of madness on 2006-07-24 15:30

รอดูต่อไป ว่าที่ดินตรงนั้นจะขายออกหรือไม่
ถ้าซื้อไปเพื่อทำการพานิชย์ หรือพวกขนส่งสินค้า อันนี้รุ่งแน่ๆ
แต่ถ้าเอาไปทำที่อยู่อาศัย ร่วงอย่างเดียวล่ะ

แต่ที่แน่ๆ ดอนเมืองว่าไกลแล้วนะ หนองงูเห่านี่ไกลกว่าอีก ทางก็ใช่ว่าดี ดูถนนอ่อนนุชสิ กว่าจะขับจากพระโขนงไปหัวตะเข้ได้ แทบชัก ไม่อยากเชื่อเลยว่านั่นยังอยู่ในเขตกรุงเทพ

#7 By ob the air on 2006-07-24 16:47

เมืองไทยก็เหมือนข้าวผัดนะครับ
มีอะไรเหลือในตู้เย็นก็เอามาผัดกินรองท้องเป็นมื้อ ๆ ไป
ไม่น่ากินเรอะ .. ผักชีช่วยได้

#8 By dionysos.exe on 2006-07-24 17:23

มีสนามบินน้ำแล้ว ต่อไปก็จะมีสนามบินน้ำท่วมครับ

#9 By Grëêñßåÿgøñ™ on 2006-07-24 17:23

สนามบินที่เกิดจากความดื้อของผู้นำประเทศ ไม่คำนึงถึงความเหมาะสม สักแต่จะสร้างผลงานเอาหน้า สุดท้ายมันก็เสร็จออกมา จะยังไงก็ตาม ประชาชนตาดำๆก็ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปอย่างช่วยไม่ได้ คอยดูต่อไปดีกว่าว่ามันจะเป็นสุวรรณภูมิรึสวะน่าภูมิ(ใจจริงๆเลย)

ส่วนเรื่องที่สร้างสนามบินห่างออกมาจากตัวเมืองอันนี้เห็นด้วยนะ คือจริงๆ บ้านเราต่างหากที่แปลกกว่าชาวบ้านคือสนามบินหลักอยู่ในตัวเมือง จริงๆมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น มันควรจะอยู่ห่างๆตัวเมืองเพื่อความปลอดภัยและไม่สร้างมลภาวะให้กับประชาชน
แต่ดั๊นนน มาทำไอ้ตรงหนองงูเห่าเนี่ยล่ะ

#10 By Juno on 2006-07-24 17:47

แถวที่เราอยู่ทรุดลงทุกๆปี

#11 By hasana on 2006-07-24 18:30

ที่ทำงานอยู่ใกล้ด้วยสิ...

#12 By Ellebazi on 2006-07-24 18:54

แล้วต่อไปเครื่องบินก็จะร่อนลงแตะผิวน้ำแตกกระจาย นึกดูแล้วงดงามยิ่งนัก...

จะทำยังไงได้ พูดไปก็ไม่ฟังกันอยู่แล้ว

#13 By ch_a_m_p on 2006-07-24 19:08

ต่างประเทศ เอาสนามบินไปไว้ไกลๆจากตัวเมือง (แล้วทำระบบขนส่งดีๆเอา)
ประเทศไทย เอาตัวเมืองไปไว้ใกล้สนามบิน
เค้าคิดยังไงกัน ผมไม่เข้าใจ

#14 By leechiro on 2006-07-24 19:09

หลักการเบื้องต้นตอนขออนุมัติมันดี แต่พออนุมัติไปแล้ว ไปแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือตุกติกภายหลัง มันเป็นลักษณะการทำงานของประเทศเรา ครับ.....

#15 By Detonator on 2006-07-24 20:37

ประเทศไทยกำลังจะก้าวหน้าลงคลองไปเรื่อยๆแล้ว
ยังไงก็ไม่เข้าใจจริงๆ เรื่องนี้อ่ะ ทำไปได้

#16 By Giorno on 2006-07-24 21:34

อีกหน่อยกรุงเทพฯ จะจมน้ำสินะ

#17 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-07-24 21:49

ตอนนี้สิ่งที่อยากรู้ที่สุดคือ...

อธิการบดีของ พระจอมเกล้าลาดกระบัง จะฟ้องสนามบินสำเร็จรึเปล่า = =''

ฤา มันจะลอยลมไปกับเครื่องบินซะจริงๆ....

#18 By RayOn on 2006-07-24 22:38

จากที่เคยฝึกงานกับที่รู้จากเจ้าหน้าที่ ทอท. เขาบอกว่า ทางท่าอากาศยานฯต้องจ่ายให้ทาง ม.ลาดกระบัง ด้วยเพื่อทำการติดกระจกทำห้องแอร์ให้ห้องเรียนต่างๆมากขึ้น เพื่อกันเสียงได้บางส่วนเวลาเรียน (เฉพาะเวลาอยู่ในห้องเรียนอะนะ ใครอยู่นอกห้องเรียนก็... ตัวใครตัวมัน)

แน่นอน.. คนที่ไปฝึกงานก็มี นศ. จาก ม.ลาดกระบัง ด้วย ผมก็ถามเขาว่า วันที่มีเครื่องบินมาลง (ที่มี นายกฯ ร่วมด้วย) เสียงดังไหม ? เขาตอบว่า.. "เสียงดังมากเพ่.. - -" " แล้วนั่นคือเครื่องบินแค่ 1-2 ลำนะ แล้วอีกหน่อยมีเที่ยวบินขึ้น-ลงเป็นร้อยๆเที่ยว ต้องเป็นมลภาวะทางเสียงแก่ ม.ลาดกระบัง และบริเวณใกล้เคียงแน่ๆ

บริเวณรอบๆสนามบินจากที่ผมสังเกตดูจะมีคลองเป็นชั้นๆ คิดว่าเขาคงพอจะรู้ตัวว่าอยู่ในแนว Flood Way ดังภาพ เลยพยายามทำคลองกั้นน้ำหลายๆชั้นซะเลย แต่จะกันได้จริงไหม และกันได้นานเท่าไร.. ก็ต้องดูกันต่อไปครับ

สุดท้าย.. จากคนที่ไปฝึกงานมา อยากจะบอกว่า.. ตัว Terminal ฝุ่นเขรอะมากกก = =" จากการสร้างอย่างยืดเยื้อมายาวนานนหลายปี หวังว่าก่อนเปิดจริงเขาจะระดมคนไปเช็ดฝุ่นบ้างนะ ไม่งั้นอายเขาแย่ สนามบินใหม่เอี่ยม แต่ฝุ่นจับหนาตึ้บ...

#19 By ข่าน on 2006-07-24 22:52

ไม่เห็นด้วยเด็ดๆ ครับ แค่ชื่อสถานที่สร้างสนามบินก็บอกแล้วว่ามันเป็นหนอง

คงได้แต่รอดูความพินาศในรุ่นลูกรุ่นหลาน

#20 By Little Lamb on 2006-07-25 00:06

- เพิ่มเติม -
ต่อไปลาดกระบัง ก็จะมีทั้งเสียงรถไฟและเครื่องบิน คงสบายหูพิลึก

#21 By ch_a_m_p on 2006-07-25 13:01

สนามบินนี้มีแต่ชื่อเท่านั้นแหละที่เป็นมงคล

#22 By guning(หิ่งห้อย) on 2006-07-25 15:53

รอดูกันต่อไปครับ เดี๋ยวอนาคตก็รู้ เพราะยังงัย ๆ มันก็สร้างมาแล้ว

ทีนี้ มาพิจารณาดีกว่า ว่าจะขายบ้านตัวเองดีมั้ย
(อยู่ใน มหานครสุวรรณภูมิซะด้วยสิ)

#23 By เจ้าชายน้อย on 2006-07-26 06:33

ชาวบ้านที่อยู่ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้เขามักเลือกที่จะสร้างสนามบินใหม่กันในพื้นที่ที่ห่างออกไปจากตัวเมืองมากที่สุด แล้วมาลงทุนในส่วนของระบบการคมนาคมระหว่างตัวสนามบินกับใจกลางเมืองกันแทน ถ้าไม่มีพื้นที่ที่เป็น "ดิน" เขาก็ "ถม" ทะเลเอาแทน แล้วสร้างถนน สร้างสะพาน สร้างทางรถไฟเอาไว้อำนวยความสะดวก แถมยังต้องคอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าสนามบินของพวกเขามันเอียงหรือทรุดตัวลงบ้างหรือไม่

สนามบินที่ฮ่องกงเปิดใช้วันแรกๆ ก็เห็นว่าระบบควบคุมของคลังสินค้าล่มไม่เป็นท่ามาแล้ว ส่วนที่คันไซ ที่ไปสร้างเอาไว้กลางทะเลก็เคยโดนไต้ฝุ่นซัดจนกระจกแตก แถมยังทรุดตัวลงเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มากเสียด้วย

ของเราเคยศึกษา Case เหล่านี้กันไว้บ้างรึเปล่าน้อ~?

#24 By fern on 2006-07-26 11:04

เหอๆ สร้างมา 30 กว่าปี ไม่รู้กี่รัฐบาล

#25 By plynoi แว่วศรี on 2006-08-01 17:30