นครสุวรรณภูมิ : ภาพลวงตาที่ผู้บริโภคพึงระวัง
posted on 24 Jul 2006 15:12 by chubby in Environment.
ในที่สุด สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ฤกษ์เปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2549 หลังยืดเยื้อมานานกว่าครึ่งศตวรรษ
ภาพลักษณ์ของสนามบินที่หรูหราทันสมัย แถมมีอะไรหลายอย่างที่ติดอันดับโลกตามประสาคนที่มีปมด้อย ?
ตัวเลขความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว 45 ล้านคน (สูงสุด 100 ล้านคน) และสินค้า 3 ล้านตันต่อปี
รวมถึงการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ทางการบินโดยธรรมชาติทางภูมิศาสตร์ ก็ถูกโหมประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่
.
Aerotropolis
หรือเมืองศูนย์กลางการบิน เป็นตัวอย่างที่มีการพูดถึงมากพอตัวในช่วงแรกของข่าวการจัดตั้งนครสุวรรณภูมิ
หลักการโดยคร่าวๆ คือ การจัดระบบ Logistic และระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับกิจกรรมของสนามบินนั้น
ในทางทฤษฎีไม่มีปัญหา เพราะเราก็เห็นตัวอย่างของสถานีขนส่งประเภทต่างๆ ที่ไม่เป็นระเบียบมาเยอะแล้ว
แล้วในทางปฎิบัติล่ะ ? แล้วสภาพภูมิประเทศของเราล่ะ ? แล้วระบบการจัดการ ณ เวลาปัจจุบันล่ะ ? ฯลฯ
.
แล้วกรณีการสร้างสนามบินหนีออกไปจากตัวเมืองล่ะ ? รู้สึกตัวอย่างกรณีนี้จะเงียบเป็นเป่าสากชอบกลๆ อยู่
จริงๆ ไม่ต้องมองอื่นไกล จังหวัดเชียงใหม่ เคยมีการเรียกร้องให้ย้ายสนามบินออกไปอยู่ห่างๆ เหมือนกันครับ
เพราะมันอยู่ประชิดเขตเมืองเก่าและเขตสถาบันการศึกษา มีผลกระทบต่อหลายหน่วยงานในบริเวณนั้นจริง
แต่พวกกองเชียร์สร้างนครสุวรรณภูมิ เขาสนใจแต่ตัวอย่าง (กระจึ๋งนึง) ของ Aerotropolis ต่างประเทศ
มากกว่าจะมาสนใจว่า มีสนามบินกี่แห่งที่เขามีจุดประสงค์ / พึงประสงค์ จะสร้างหนีเขตเมือง / ที่อยู่อาศัย
.
.
.
ย้อนดูสนามบินสุวรรรภูมิ
จบเรื่องทฤษฎีและตัวอย่างจากต่างประเทศ (ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้กับประเทศไท้ไทได้เสมอไปหรอกครับ...)
หลายประเทศที่ขาดแคลนที่ดิน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไม่แปลกใจที่เขาจะถมทะเลเพื่อสร้างสนามบิน
เนื่องจากเราชอบเอาอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว เมื่อเขาสร้างในทะเล เราก็สร้างสนามบินในหนองมันซะเลย
และไม่ใช่แค่หนองน้ำธรรมดา หากแต่อยู่กลางแนว Flood Way สำคัญของกรุงเทพฝั่งตะวันออกเสียด้วยสิ
.
.

.
จากภาพ
1. คลองระบายน้ำที่มีคนคุยโม้น่ะ มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำจริงหรือไม่ ? เท่าไหร่ ? และอย่างไร ?
โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลแค่ 1-2 เมตร การระบายน้ำอยู่ที่ความกว้าง ไม่ใช่ความลึก
(สงสัยว่าจะอยู่แต่ในเมือง จนไม่รู้จักน้ำบ่า น้ำหลากบนผิวดิน)
2. ดูจากมาตราส่วนในแผนที่ นครสุวรรณภูมิในแผ่นกระดาษโครงการ ใช้ที่ดินทำอะไรมากมายขนาดนั้น ?
(ถ้าจะจัดระเบียบ Logistic กับ Infrastructure จริงๆ น่ะนะ)
.
แถมในความเป็นจริง ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แห่กันเข้าไปในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิหมดแล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของการประกอบธุรกิจ ซึ่งผมไม่อยากจะเสียเวลาไปสืบว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินแถวนั้นบ้าง
เพราะจุดประสงค์ของ Entry นี้ก็เพื่อเตือนให้ผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการซื้อบ้านหรือที่ดินในบริเวณนั้นครับ
เพราะพวกที่เชียร์ Aerotropolis โดยยกตัวอย่างของสนามบินต่างประเทศ อาจลืมดูของจริงที่อยู่ใกล้ตัวไป
(ประเภทอยู่แต่ต่างประเทศหรือไม่ก็อยู่แต่ในห้องแอร์ ไม่เคยไปดูพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม.จริงๆ หรอก)
.
.
.
ข้อควรระวัง
1. พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ "บางจุด" รอบๆ สนามบิน มีอัตราการทรุดตัวสูงถึงปีละ 10 เซนติเมตร
2. มีการกำหนดให้ที่ดิน มีพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำสูงถึง 70% เพราะมันเป็นแนว Flood Way ที่ราบลุ่ม
การกำหนดพื้นที่ว่างขนาดนี้ก็เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลาก ไม่ใช่สร้างอะไรต่อมิอะไรจนเต็มพื้นที่ให้น้ำท่วม
.
โครงการจัดสรรโครงการไหน ที่สร้างบ้านติดกันยาวเป็นพรืด โดยไม่เว้นพื้นที่ว่างรองรับน้ำ ก็ควรหลีกเลี่ยง
มี "ข่าวลือ" ว่า มีคนกำลังวิ่งเต้นเพื่อแก้ไขกฎเกณฑ์ดังกล่าว ให้สามารถสร้างอาคารได้พื้นที่ได้มากขึ้นอีก
ถ้าหาก "นครสุวรรณภูมิ" เป็นไปตามทฤษฎี Aerotropolis จริง เรื่องข้างบนก็เป็นเพียงจินตนาการของผม
แต่ในความเป็นจริงที่แสนเศร้า...บ้านเราเอาตัวอย่างจากต่างประเทศมาใช้แล้ว "Work" สักกี่อย่างเนี่ย ?.
.
.
จะทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ เพราะมันผิดมาตั้งแต่ฐานแล้ว ทำได้แค่แต่งหน้าทาปากให้ดูดี...เท่านั้นแล...
.
.
.
ว่าแต่ว่า คนที่อยู่กรุงเทพฯ รู้ตัวหรือเปล่าครับ
ว่าตอนนี้ที่ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกี่เมตร ?
บางคนอาจไม่รู้ว่าบางพื้นที่ติดลบไปนานแล้ว...
#1 By กระรอกโฉด on 2006-07-24 15:19