โหมโรง น้ำท่วมเชียงใหม่ 2549 ยกที่ 1 : เจาะระบบโทรมาตรแม่น้ำปิง
.
ปี 2548 ที่ผ่านมาก็ว่าน้ำท่วมเชียงใหม่เร็วผิดปรกติแล้ว น้ำท่วมระลอกแรกของปี 2549 ยิ่งเร็วกว่าเดิมอีก
โดยมีสัญญาณเตือนจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ทำให้ฝนตกตลอดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม
ในที่สุด เมื่อวันจันทร์ที่ 31 เดือนกรกฎาคม 2549 ระบบข้อมูลและสถานการณ์น้ำรายชั่วโมงก็เริ่มทำงาน
.
ความแตกต่างของน้ำท่วมเชียงใหม่ปี 2548 และ 2549
.
1. ระยะเวลาในการเตรียมรับมือที่เปลี่ยนไป
ปี 2548 ท่วมวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม ปี 2549 ท่วมวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม เร็วกว่าครั้งก่อนถึงครึ่งเดือน
ใครจะเป็น "สาเหตุ" ที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน ผมไม่ทราบ และในระดับนานาชาติเองก็ยังโต้เถียงกันอยู่
แต่ "ผล" จากสภวะโลกร้อนที่เรารู้กันแน่ๆ คือ สภาพอากาศแปรปรวน คาดเดายาก และมีความรุนแรงขึ้น
สงสัยว่าในอนาคตอีกไม่ไกล เราคงจะต้องเตรียมพร้อมวางกระสอบทรายตั้งแต่วันเข้าพรรษาเลยก็ได้ครับ
.
2. เกณฑ์การเตือนภัยล่วงหน้าที่ใช้ไม่ได้ผล
ปี 2548 สามารถใช้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่จุดวัดระดับ P.67 (บ้านแม่แต อ.สันทราย) เป็นตัวเปรียบเทียบ
โดยถ้าระดับน้ำที่จุด P.67 สูง 4.20 เมตร อีก 6-7 ชั่วโมงต่อมา น้ำที่จุดวัด P.1 (สะพานนวรัฐ เชียงใหม่)
จะขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.70 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่วิกฤติภายในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
ซึ่งตอนน้ำท่วมปี 2548 นั้น เน็ตที่บ้านผมยังใช้งานได้อยู่ จึงสามารถตรวจสอบว่าเกณฑ์ดังกล่าวใช้ได้จริง
ทั้งการขับรถออกไปทำธุระภายในเวลาที่กำหนด ไปจนถึงการตั้งแนวกำแพงกระสอบทรายก่อนน้ำจะมาถึง
.
แต่ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในวันที่ 1 สิงหาคม 2549 ระดับน้ำที่จุดวัด P.67 สูงสุดเพียง 3.90 เมตรเท่านั้น
ถ้าเป็นปีที่ผ่านมา ระดับน้ำที่จุด P.67 เพียงแค่นี้ จะไม่ทำเกิดน้ำท่วมในเขตเทศบาล แต่ปีนี้เกิดอะไรขึ้น ?
ผมลองตรวจสอบจากระบบโทรมาตรแม่น้ำปิงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม คิดว่าพบคำอธิบายในเรื่องดังกล่าว
.
.
.
ระบบโทรมาตรแม่น้ำปิงช่วงเวลาดังกล่าวแสดงข้อมูลว่า น้ำแม่ริม มีระดับและปริมาณน้ำวิกฤติผิดปรกติ
น้ำแม่ริม (จุดวัด P.21) ในเขตอำเภอแม่ริม จะไหลออกมาสบทบยังแม่น้ำปิงระหว่างจุดวัด P.67 กับ P.1
แถมเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะไปเฝ้าระวังน้ำแม่แตง น้ำแม่งัด และแม่น้ำปิงจากอำเภอเชียงดาวเสียมากกว่า
ทำให้น้ำแม่ริม จากอำเภอแม่ริมซึ่งอยู่ประชิดเมืองเชียงใหม่ ไม่ได้รวมอยู่ในโมเดลเกณฑ์เตือนภัยดังกล่าว
ซึ่งเป็นข้อมูลอย่างเดียวที่พอจะอธิบายว่า ทำไม P.67 ยังไม่ถึงจุดวิกฤติ แต่ P.1 กลับถึงจุดวิกฤติเฉยเลย
.
.
.
ข้อสงสัย : เดิมทีโมเดลดังกล่าวกำหนดให้จุดวัด P.67 มีระดับวิกฤติที่ 4.20 เมตร
แต่เมื่อไม่นานนี่เอง ผมสังเกตเห็นว่าบาง Page ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น 4.10 เมตร
.
อย่างไรก็ตาม จากรายละเอียดของระดับน้ำที่ปรากฎในระบบ -
http://www.hydro-1.net/
น้ำท่วมเชียงใหม่ 1 สิงหาคม เป็นแค่การโหมโรง "เบาะๆ" จากลุ่มน้ำเล็กๆ ใกล้ตัวอำเภอเมืองเท่านั้นเอง
"ของจริง" แบบปี 2548 ยังมาไม่ถึงเลยนะครับ อย่าพึ่งรายงานข่าวให้เว่อร์ไป เดี๋ยวมันจะเฝือเสียก่อน
.
.
.
สรุป
สำหรับคนขายข่าวเขาก็ต้องนำเสนอด้วยน้ำเสียง ท่าทาง ให้ข่าวมันยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวงอยู่แล้ว
สำหรับคนที่ติดตามข่าวหายนะมาโดยตลอด และเก็บข้อมูลมาเรื่อยๆ อาจจะรู้สึกผิดหวังนิดๆ ด้วยซ้ำไป
.
สำหรับอุทกภัย ที่มีคาบของน้ำท่วมเพียงแค่ 24 ชั่วโมง (1 วันเศษ) อย่างเหตุการณ์ของวันที่ 1 สิงหาคม
ในมุมมองของผม เป็นแค่น้ำท่วมธรรมดาๆ เหมือนสินค้าดาดๆ ที่หาได้ตามเซเว่นอีเลฟเว่นหน้าปากซอย
ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับอุทกภัยครั้งก่อนเมื่อปี 2548 ซึ่งคาบน้ำท่วมยาวนานกว่าถึง 48 - 60 ชั่วโมง
อนึ่ง โปรดแยกความแตกต่างระหว่าง "น้ำท่วม" กับ "น้ำขัง" ออกจากกันให้ดีๆ นะครับ อย่าไปเหมามั่วซั่ว
ประเภทสร้างพนังกั้น แล้วพอน้ำในแม่น้ำลด กลับระบายน้ำออกไม่ได้นี่ อย่าไปนับว่าเป็นเวลาน้ำท่วมล่ะ
ยังไม่นับสารพัดโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เจ็ดชั่วโครต ที่ไม่รู้ว่า มีผลกระทบต่อระบบระบายน้ำขนาดไหน
.
รู้ถึงไหน อายถึงนั่น ขังน้ำให้ท่วมตัวเองเล่นๆ
.
.
.
อ่านต่อ ยกที่ 2 : เจาะประสิทธิภาพระบบป้องกันน้ำ 1 สิงหาคม เป็นบทความต่อเนื่องจาก Entry นี้ครับ
ปล. ว่าจะแนะนำระบบโทรมาตรแม่น้ำปิงสักหน่อย แต่ช่วงนี้เว็บล่มบ่อยจริง ไว้คราวหลังก็แล้วกันครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ข้อมูลเยอะจังคับ

#1 By goody on 2006-08-02 11:51

สถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วงแหะที่เชียงใหม่ ไม่ไดกลับไปนาน

#2 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2006-08-02 21:01

อืม งั้นก็ยังนับว่าไม่ร้ายแรงป่ะครับ ตอนแรกได้ยินเฟิร์สบ่นมาผมก็นึกว่า อ่าว ท่วมอีกแล้ว

#3 By Re-Peat Again on 2006-08-03 00:05

#3
รุนแรงพอสมควร แต่ยังเทียบชั้นกับปี 2548 ไมไ่ด้ครับผม

#4 By chubby on 2006-08-03 05:20

ดีแล้วล่ะครับที่ไม่ท่วมมากเท่าปี 48 นับระบบระบายน้ำยังพอใช้ได้อยู่......

ว่าแต่วันก่อนผมได้ยินผู้ว่าฯเชียงใหม่ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า เคยพยายามจะสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งในตัวเมืองแล้ว แต่ชาวบ้านไม่เอา เพราะบอกว่าจะทำลายทัศนียภาพ จริงเท็จยังไงมาเล่าให้ฟังบ้างสิครับศิชน......

#5 By Albedo : The Wing of madness on 2006-08-03 09:55