เขื่อนแก่งเสือเต้นกับความ (ไม่) สามารถป้องกันน้ำท่วม : ภาคคำนวณ
posted on 12 Oct 2006 05:30 by chubby in Review-Environment
เขื่อนแก่งเสือเต้นกับการ (ไม่สามารถ) ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพ : ภาคคำนวณ
.
เกริ่นนำ
เอาข้อมูลไปโพสที่ห้องราชดำเนิน เพื่อทดสอบดูว่า จะมีใครเอาข้อมูลที่ถูกต้องกว่า มายันกลับหรือไม่
ปรากฏเจอแต่พวกใช้โวหาร ไม่ตอบคำถามสักคน จึงตัดสินใจ Edit ข้อมูลออกจากราชดำเนินทั้งหมด
แล้วนำมารวมกับข้อมูลที่ผมตัดทิ้งไปตอนแรก มาลงไว้ด้วยกันใน Entry นี้ (ค่อนข้างยาวพอสมควร)
.
.
.
ข้อมูลเบื้องต้นของเขื่อนแก่งเสือเต้น
สถานที่ก่อสร้าง.......................อุทยานแห่งชาติแม่ยม อำเภอสอง จังหวัดแพร่
ขนาด.....................................สันเขื่อนยาว 545 เมตร กว้าง 10 เมตร สูง 70 เมตร
ปริมาตรความจุเต็มที่.....1,175 ล้าน ลบ.ม.
ปริมาตรน้ำตาย 30 %.......352 ล้าน ลบ.ม. *
ปริมาตรน้ำใช้งานได้..........823 ล้าน ลบ.ม.
.
* ปริมาตรน้ำตาย คือปริมาณน้ำขั้นต่ำสุดเพื่อใช้พยุงโครงสร้างเขื่อนโดยรวม ไม่ให้พังทลายลงมา
ตัวอย่างที่เคยเกิดเช่น คลองชลประทานที่จังหวัดลพบุรีแห้งผาก จนสันคลองทรุดตัวเป็นแนวยาว
เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์กำหนดระดับน้ำตายไว้ที่ 30% เช่นกัน และใช้เป็นจุดหยุดปล่อยน้ำด้วย
.
ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมปี 2545
เฉพาะตอนบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยา, เน้นที่ลุ่มแม่น้ำยมเป็นหลัก
แพร่.................11,390 ไร่
สุโขทัย..........677,013 ไร่
พิจิตร............716,056 ไร่
นครสวรรค์....728,558 ไร่
ชัยนาท..........143,527 ไร่
รวม............2,276,544 ไร่ (ประมาณ 3,642 ล้านตารางเมตร)
.
ข่าวดีคือปริมาตรความจุที่ใช้งานได้ 70% ของเขื่อนแก่งเสือเต้น
สามารถลดระดับน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวได้ถึง 22 เซนติเมตร *
[ความจุใช้งานจริงของเขื่อน (ลบ.ม.) หารพื้นที่น้ำท่วม (ตร.ม.)]
* ในที่ลุ่มมากๆ ความสามารถในการป้องกันน้ำจะลดต่ำลงกว่านี้
.
อ๊ะ อ๊ะ แต่ช้าแต่ อย่าพึ่งดีใจไปตั้งขบวนแห่ให้สร้างเขื่อนนะครับ
.
.
.
ข่าวร้ายประการที่ 1
ในรอบ 7 ปีหลังสุด ปริมาณน้ำเฉลี่ยในเขื่อนของวันที่ 1 กันยายน
(1 เดือน ก่อนน้ำเหนือหลากถึงที่ราบลุ่มภาคกลางและกรุงเทพฯ)
ของเขื่อนภูมิพลนั้นอยู่ที่ 53.2% และเขื่อนสิริกิติ์นั้นอยู่ที่ 58.7%
เนื่องจากเหตุผลของความเป็น "เขื่อนเอนกประสงค์" ที่ต้องกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง
ทำให้ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำท่วมในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน) ลดลงไป
.
ลองเฉลี่ยให้เขื่อนแก่งเสือเต้นมีน้ำที่ 56% เหลือปริมาตรน้ำใช้งาน 44% หรือ 517 ล้าน ลบ.ม.
เพราะฉะนั้น จากการคำนวณรอบแรกที่ว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นลดระดับน้ำท่วมได้ 22 เซนติเมตร
จะเหลือไม่เกิน 14 เซนติเมตรเท่านั้นเอง (ประมาณบันได 1 ขั้น) ความคุ้มค่าลดลงไปเยอะเลย
เอาน่า! 14 เซน เท่ากับกระสอบทรายตั้ง 2 แถวเชียวนะ! อย่างน้อยก็ช่วยได้หลายหมื่นไร่ล่ะน่า
.
ใจเย็นๆ ครับ ใจเย็นๆ ผมยังไม่ได้พูดถึงข่าวร้ายประการที่ 2 เลยนะครับ นี่พึ่งข้อแรกเองนะ : /
.
.
.
ข่าวร้ายประการที่ 2
เรื่องการกระจายตัวของน้ำฝน เพราะฝนที่ตกไม่ได้ตกเหนือเขื่อน 100% พื้นที่รับน้ำมีอยู่จำกัด
พื้นที่ลุ่มน้ำยมมีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มลุ่มน้ำภาคเหนือ เป็นรองแค่ลุ่มแม่น้ำปิง / น่าน
.
.
แต่ข้อมูลที่มักถูกจงใจละเลยที่จะพูดคือ พื้นที่รับน้ำของเขื่อนแก่งเสือเต้นอันน้อยนิดเหลือเกิน
.
.
ข้อมูลตรงนี้ มักจะถูกกลบเกลื่อนด้วยคำพูดที่ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณรับน้ำฝนสูงถึง 60%
ซึ่งใครคนนั้นก็ไม่ได้บอกว่าตัวเลขนี้มาจากไหน ? งั้นดูภาพปริมาณน้ำฝนสะสมจริงๆ กันดีกว่า
.
.
ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนสิงหาคม ระหว่างปี 2530 - 2540 **
.
.
ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนกันยายน ระหว่างปี 2530 - 2540 *
.
.
ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนตุลาคม ระหว่างปี 2530 - 2540 **
.
.
หน่วยวัด : มิลลิเมตร
* เส้นวงกลม คือบริเวณรับน้ำของเขื่อนแก่งเสือเต้น
** ผมเอาข้อมูลเดือนสิงหาคม / ตุลาคม ประกบหน้าหลังด้วย เพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดๆ
.
- เดือนสิงหาคม ช่วงกลางเข้าพรรษา ภาคเหนือมีปริมาณฝนตกมากขึ้น และตรงนี้ที่เป็นปัญหา
ถ้าเป็นเขื่อนเพื่อการเกษตร นี่คือนาทีทองของการเริ่มเก็บกักน้ำเพราะเราไม่รู้ว่าฝนจะแล้งหรือไม่
แต่ถ้าเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ดันเก็บกักน้ำฝนตอนนี้ ประสิทธิภาพในการป้องกันเหลือเท่าไร ?
.
- เดือนกันยายน เป็นเดือนของแพะรับบาปที่ชื่อแก่งเสือเต้น ต่อให้ไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนก็ตามที
- เดือนตุลาคม ทางเหนือหมดฝน ต้อนรับลมหนาวกันแล้ว แต่ภาคกลางบางปียังมีฝนยาวนาน
ถ้าข้อมูลภาพของช่วง 11 ปียังไม่พอ จะให้ผมเอามาลงเพิ่มก็บอกได้นะครับ, สัก 30 ปีเป็นไง ?
.
.
.
นั่นปะไร เขื่อนช่วยป้องกันน้ำท่วมที่ระดับ 14 เซนติเมตรได้ ในกรณีที่ฝนตกเหนือเขื่อนทั้งหมด
แล้วฝนใต้เขื่อนล่ะ ? แล้วฝนที่ตกในพื้นที่ล่ะ ? จากเหตุการณ์น้ำท่วมต้นเดือนสิงหาคม 2549
สุโขทัยน้ำท่วมได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีฝนตกในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแลยแม้แต่น้อย
.
.
หมายความว่าอย่างไร ? ก็หมายความว่า งานวิจัยเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้นจบลงตรงนี้น่ะสิครับ !
แล้วขึ้นงานวิจัยเรื่องใหม่ได้เลย หัวข้อ "ความล้มเหลวของการจัดการน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย"
หรือ "กรณีศึกษา การโยนแพะให้ NGOs และแก่งเสือเต้นกรณีน้ำท่วมปี 2538-2549" ก็ยังได้
.
.
.
อ้อ เหมือนมีคนคาใจ แล้วตัวเลขที่ว่าแก่งเสือเต้นช่วยป้องกันน้ำท่วม กทม. มันโผล่มาจากไหน ?
จริงๆ มันแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยครับ แต่ก็จำเป็นต้องคำนวณมาเพื่อเอาใจพวกบ้าสร้างเขื่อน
ก็ตัวเลขความจุของแก่งเสือเต้นที่คิดเป็น 4.46 % ของระบบเก็บกักทั้งหมดทางเหนือนั่นล่ะครับ
เอาไปลดทอนปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาดื้อๆ เลย (ซึ่งจริงๆ มันผิดหลักการคำนวณ)
.
สมมุติว่า ในตอนนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกรุงเทพอยู่ที่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที
แล้วเราตัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของเขื่อนแก่งเสือเต้นออกไป แบบตัดขนมเค้ก
ปริมาณน้ำ 3,000 ก็เหลือ 2,866 ลบ.ม.ต่อวินาที (เป็นวิธีที่น่าเกลียดสุดๆ แต่ก็เข้าใจง่ายสุดๆ)
.
สมมุติว่า ความกว้างแม่น้ำเจ้าพระยาจุดวัดสามเสน อยู่ที่ประมาณ 350 เมตร
ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที มีระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2.19 เมตร
ถ้าปริมาณน้ำลดเหลือ 2,866 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำสูงสุดจะอยู่ที่ 2.09 เมตรโดยประมาณ
(การคำนวณนี้ ได้ตัดเอาปัจจัยความแปรปรวนจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงหรือน้ำทะเลหนุนออกไป)
.
โอ้โห ! ลดได้ตั้ง 10 เซนติเมตรเลยนี่นา แล้วทำไมบอกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นช่วยอะไรไม่ได้ล่ะ ?
.
คำตอบ
เพราะการคำนวณนี้ เอามาจากการควักเอาปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปดื้อๆ 4.46%
โดยที่แก่งเสือเต้น ต้องไม่ปล่อยน้ำออกมาอีกแม้แต่หยดเดียว หรือไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนนั่นเอง
แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ? เอาระเบิดนิวเคลียร์ยิงถล่มต้นน้ำให้เป็นทะเลทรายน่ะหรือ ?
แล้วลุ่มน้ำอื่นๆ ที่อยู่ใต้เขื่อนอีกล่ะ มีก๊อกให้ปิดหรือครับ ? ตัวเลข 10 เซนติเมตรเป็นได้แค่ฝัน
.
ด้วยเหตุนี้ ถ้าแก่งเสือเต้นช่วยลดระดับน้ำท่วมในกรุงเทพได้สัก 2 เซนติเมตรก็ถือเป็นบุญแล้ว
(เพราะผมเกรงว่า มันจะไม่ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อมองดูจากตัวเลขในความเป็นจริง)
.
.
.
ทางเลือกอื่นในการป้องกันน้ำท่วม
วิธีการที่ใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าการสร้างเขื่อนใหญ่นั้น
ในหลวงทรงพระราชทานแนวคิดและวิธีการไว้ตั้งนานแล้ว แต่รัฐบาลทักกี้ 1-2 ไม่ทำอะไรเลย
ไม่ว่าจะเป็นฝายแม้ว (ฝายต้นน้ำ - ไม่เกี่ยวข้องกับฝายไท้รักไทยนะครับ) หรือโครงการแก้มลิง
ที่รัฐบาลทักกี้ไม่ค่อนสนใจ มัวแต่ทำโครงการที่ความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่า แต่กินได้มากกว่า
เฉพาะโครงการก่อสร้างเช่น โครงการเน่าซาฟารี โครงการรถไฟฝอย โครงการพืชสวนโลภ ฯลฯ
.
10 กันยายน 2549 ในหลวงทรงให้ผันน้ำ จากแม่น้ำเจ้าพระยา มาเก็บไว้ในที่ดินส่วนพระองค์
ในพื้นที่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง สถานที่ตั้งอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย มีพื้นที่พันกว่าไร่
กับ บริเวณทุ่งภูเขาทอง สถานที่ตั้งอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พื้นที่กว่าสองพันไร่
รวมแล้วลักน้ำได้กว่า 1 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ชาวบ้านที่มีที่ดินรับน้ำอยู่ติดทางน้ำไหลทำตามบ้าง
ถ้ารัฐบาลที่ผ่านมาทำแก้มลิงจริงๆ จังๆ เราก็จะได้พื้นที่ลักน้ำมากกว่าการสร้างเขื่อนหมื่นล้าน
.
ปัญหาคือ แก้มลิงเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพมากเกินไป และยังใช้งบประมาณน้อยเกินไป
ดูไม่น่าสนใจเท่าเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีหิน ดิน ทราย ปูน ไม้ และงบก่อสร้างให้กินมากกว่าเยอะ
ดังนั้น การละเลยการสร้างฝายแม้วหรือจัดระบบแก้มลิง เพื่อเวลาน้ำท่วมจะได้เสียหายมากๆ
หลังน้ำลด ก็ต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณซ่อมแซม ซึ่งหลายคนเอามือปาดน้ำลายรออยู่แล้ว
...เหมือนเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่ง...
.
.
.
อ้างอิง
- กรมชลประทาน
- คลังข้อมูลสภาพน้ำในเครือข่าย ศอ.พว. (NECTEC)
- สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (HAII)
- สำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.)
.
.
.
ปล.1
อย่าเอาข้อมูลในนี้ไปลง Pantip ห้องราชดำเนิน เพราะ
1. คนโพส ต้องไปทำ รศ. หรือว่าเป็นด็อกเตอร์เสียก่อน เพราะคนที่นั่นดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้าน
2. ต้องมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าที่ผมนำมาใช้อ้างอิงข้างบนนี้ และต้องเอาไปค้นคว้าต่ออีก
3. คนโพส ต้องเปิดเผยตัวว่า เป็นนักวิจัย เป็นครูบาอาจารย์ หรือ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น
4. คนโพส ต้องนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ทางสื่อโทรทัศน์ รายการหรือว่ากิจกรรมทางวิชาการต่างๆ
5. ติดต่อกับเว็บมาสเตอร์ที่ Pantip เพื่อให้เขาประกาศว่า User ที่ใช้ชื่อนี้ เป็นนักวิชาการจริงๆ
6. ทำบุญกรวดน้ำให้ comment ประเภทที่ว่า คุณเป็นตัวปลอมแน่นอน ซึ่งมักตามมาภายหลัง
.
สาเหตุ ที่ผมต้องนั่งเขียนคำเตือนเหล่านี้ขึ้นมา เพราะ
V
.
.
เป็นข้อความสุดยอดมากครับ ผมจะเก็บไว้ใช้อ้างอิงทุกงานในอินเตอร์เน็ต นับแต่นี้เป็นต้นไป
.
ปล.2
5 ปีผ่านไป ผมยังไม่ได้รับคำตอบจากห้องราชดำเนินเลยว่า ข้อมูลที่แก่งเสือเต้นกันน้ำท่วมได้
พวกเขาเอามาจากงานวิจัยชิ้นไหน ? ของผู้มีชื่อเสียงท่านใด ? หรือ จากสถาบันวิจัยแห่งใด ?
แปลกนะครับ ถ้าเขาว่าข้อมูลคนอื่นผิด เขาก็น่าจะยันกลับด้วยข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างง่ายดาย
แต่ ผมไม่เคยเห็นข้อมูลของพวกเขาเลยแฮะ หรือมันเป็นแค่เรื่องที่เขาคิดไปเองอยู่ในอากาศ ?
.
ปล.3
ไม่ค่อยเข้าใจคนบางพวก ทั้งๆ ที่มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพกว่า ในราคาที่ถูกกว่า กลับไม่สนใจ
ยืนกรานแต่วิธีการที่เชยสะบัด ประสิทธิภาพต่ำ และสิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่คุ้มกับผลลัพธ์
แล้วผมจะนำเรื่อง แก้มลิง มาลงต่อนะครับ
.
เกริ่นนำ
เอาข้อมูลไปโพสที่ห้องราชดำเนิน เพื่อทดสอบดูว่า จะมีใครเอาข้อมูลที่ถูกต้องกว่า มายันกลับหรือไม่
ปรากฏเจอแต่พวกใช้โวหาร ไม่ตอบคำถามสักคน จึงตัดสินใจ Edit ข้อมูลออกจากราชดำเนินทั้งหมด
แล้วนำมารวมกับข้อมูลที่ผมตัดทิ้งไปตอนแรก มาลงไว้ด้วยกันใน Entry นี้ (ค่อนข้างยาวพอสมควร)
.
.
.
ข้อมูลเบื้องต้นของเขื่อนแก่งเสือเต้น
สถานที่ก่อสร้าง.......................อุทยานแห่งชาติแม่ยม อำเภอสอง จังหวัดแพร่
ขนาด.....................................สันเขื่อนยาว 545 เมตร กว้าง 10 เมตร สูง 70 เมตร
ปริมาตรความจุเต็มที่.....1,175 ล้าน ลบ.ม.
ปริมาตรน้ำตาย 30 %.......352 ล้าน ลบ.ม. *
ปริมาตรน้ำใช้งานได้..........823 ล้าน ลบ.ม.
.
* ปริมาตรน้ำตาย คือปริมาณน้ำขั้นต่ำสุดเพื่อใช้พยุงโครงสร้างเขื่อนโดยรวม ไม่ให้พังทลายลงมา
ตัวอย่างที่เคยเกิดเช่น คลองชลประทานที่จังหวัดลพบุรีแห้งผาก จนสันคลองทรุดตัวเป็นแนวยาว
เขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์กำหนดระดับน้ำตายไว้ที่ 30% เช่นกัน และใช้เป็นจุดหยุดปล่อยน้ำด้วย
.
ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมปี 2545
เฉพาะตอนบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยา, เน้นที่ลุ่มแม่น้ำยมเป็นหลัก
แพร่.................11,390 ไร่
สุโขทัย..........677,013 ไร่
พิจิตร............716,056 ไร่
นครสวรรค์....728,558 ไร่
ชัยนาท..........143,527 ไร่
รวม............2,276,544 ไร่ (ประมาณ 3,642 ล้านตารางเมตร)
.
ข่าวดีคือปริมาตรความจุที่ใช้งานได้ 70% ของเขื่อนแก่งเสือเต้น
สามารถลดระดับน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวได้ถึง 22 เซนติเมตร *
[ความจุใช้งานจริงของเขื่อน (ลบ.ม.) หารพื้นที่น้ำท่วม (ตร.ม.)]
* ในที่ลุ่มมากๆ ความสามารถในการป้องกันน้ำจะลดต่ำลงกว่านี้
.
อ๊ะ อ๊ะ แต่ช้าแต่ อย่าพึ่งดีใจไปตั้งขบวนแห่ให้สร้างเขื่อนนะครับ
.
.
.
ข่าวร้ายประการที่ 1
ในรอบ 7 ปีหลังสุด ปริมาณน้ำเฉลี่ยในเขื่อนของวันที่ 1 กันยายน
(1 เดือน ก่อนน้ำเหนือหลากถึงที่ราบลุ่มภาคกลางและกรุงเทพฯ)
ของเขื่อนภูมิพลนั้นอยู่ที่ 53.2% และเขื่อนสิริกิติ์นั้นอยู่ที่ 58.7%
เนื่องจากเหตุผลของความเป็น "เขื่อนเอนกประสงค์" ที่ต้องกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง
ทำให้ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำท่วมในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนกันยายน) ลดลงไป
.
ลองเฉลี่ยให้เขื่อนแก่งเสือเต้นมีน้ำที่ 56% เหลือปริมาตรน้ำใช้งาน 44% หรือ 517 ล้าน ลบ.ม.
เพราะฉะนั้น จากการคำนวณรอบแรกที่ว่า เขื่อนแก่งเสือเต้นลดระดับน้ำท่วมได้ 22 เซนติเมตร
จะเหลือไม่เกิน 14 เซนติเมตรเท่านั้นเอง (ประมาณบันได 1 ขั้น) ความคุ้มค่าลดลงไปเยอะเลย
เอาน่า! 14 เซน เท่ากับกระสอบทรายตั้ง 2 แถวเชียวนะ! อย่างน้อยก็ช่วยได้หลายหมื่นไร่ล่ะน่า
.
ใจเย็นๆ ครับ ใจเย็นๆ ผมยังไม่ได้พูดถึงข่าวร้ายประการที่ 2 เลยนะครับ นี่พึ่งข้อแรกเองนะ : /
.
.
.
ข่าวร้ายประการที่ 2
เรื่องการกระจายตัวของน้ำฝน เพราะฝนที่ตกไม่ได้ตกเหนือเขื่อน 100% พื้นที่รับน้ำมีอยู่จำกัด
พื้นที่ลุ่มน้ำยมมีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มลุ่มน้ำภาคเหนือ เป็นรองแค่ลุ่มแม่น้ำปิง / น่าน
.

.
แต่ข้อมูลที่มักถูกจงใจละเลยที่จะพูดคือ พื้นที่รับน้ำของเขื่อนแก่งเสือเต้นอันน้อยนิดเหลือเกิน
.

.
ข้อมูลตรงนี้ มักจะถูกกลบเกลื่อนด้วยคำพูดที่ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณรับน้ำฝนสูงถึง 60%
ซึ่งใครคนนั้นก็ไม่ได้บอกว่าตัวเลขนี้มาจากไหน ? งั้นดูภาพปริมาณน้ำฝนสะสมจริงๆ กันดีกว่า
.
.

ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนสิงหาคม ระหว่างปี 2530 - 2540 **
.
.

ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนกันยายน ระหว่างปี 2530 - 2540 *
.
.

ปริมาณฝนตกสะสมในเดือนตุลาคม ระหว่างปี 2530 - 2540 **
.
.

หน่วยวัด : มิลลิเมตร
* เส้นวงกลม คือบริเวณรับน้ำของเขื่อนแก่งเสือเต้น
** ผมเอาข้อมูลเดือนสิงหาคม / ตุลาคม ประกบหน้าหลังด้วย เพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดๆ
.
- เดือนสิงหาคม ช่วงกลางเข้าพรรษา ภาคเหนือมีปริมาณฝนตกมากขึ้น และตรงนี้ที่เป็นปัญหา
ถ้าเป็นเขื่อนเพื่อการเกษตร นี่คือนาทีทองของการเริ่มเก็บกักน้ำเพราะเราไม่รู้ว่าฝนจะแล้งหรือไม่
แต่ถ้าเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ดันเก็บกักน้ำฝนตอนนี้ ประสิทธิภาพในการป้องกันเหลือเท่าไร ?
.
- เดือนกันยายน เป็นเดือนของแพะรับบาปที่ชื่อแก่งเสือเต้น ต่อให้ไม่มีฝนตกเหนือเขื่อนก็ตามที
- เดือนตุลาคม ทางเหนือหมดฝน ต้อนรับลมหนาวกันแล้ว แต่ภาคกลางบางปียังมีฝนยาวนาน
ถ้าข้อมูลภาพของช่วง 11 ปียังไม่พอ จะให้ผมเอามาลงเพิ่มก็บอกได้นะครับ, สัก 30 ปีเป็นไง ?
.
.
.
นั่นปะไร เขื่อนช่วยป้องกันน้ำท่วมที่ระดับ 14 เซนติเมตรได้ ในกรณีที่ฝนตกเหนือเขื่อนทั้งหมด
แล้วฝนใต้เขื่อนล่ะ ? แล้วฝนที่ตกในพื้นที่ล่ะ ? จากเหตุการณ์น้ำท่วมต้นเดือนสิงหาคม 2549
สุโขทัยน้ำท่วมได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีฝนตกในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแลยแม้แต่น้อย
.

.
หมายความว่าอย่างไร ? ก็หมายความว่า งานวิจัยเรื่องเขื่อนแก่งเสือเต้นจบลงตรงนี้น่ะสิครับ !
แล้วขึ้นงานวิจัยเรื่องใหม่ได้เลย หัวข้อ "ความล้มเหลวของการจัดการน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย"
หรือ "กรณีศึกษา การโยนแพะให้ NGOs และแก่งเสือเต้นกรณีน้ำท่วมปี 2538-2549" ก็ยังได้
.
.
.
อ้อ เหมือนมีคนคาใจ แล้วตัวเลขที่ว่าแก่งเสือเต้นช่วยป้องกันน้ำท่วม กทม. มันโผล่มาจากไหน ?
จริงๆ มันแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยครับ แต่ก็จำเป็นต้องคำนวณมาเพื่อเอาใจพวกบ้าสร้างเขื่อน
ก็ตัวเลขความจุของแก่งเสือเต้นที่คิดเป็น 4.46 % ของระบบเก็บกักทั้งหมดทางเหนือนั่นล่ะครับ
เอาไปลดทอนปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาดื้อๆ เลย (ซึ่งจริงๆ มันผิดหลักการคำนวณ)
.
สมมุติว่า ในตอนนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกรุงเทพอยู่ที่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที
แล้วเราตัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของเขื่อนแก่งเสือเต้นออกไป แบบตัดขนมเค้ก
ปริมาณน้ำ 3,000 ก็เหลือ 2,866 ลบ.ม.ต่อวินาที (เป็นวิธีที่น่าเกลียดสุดๆ แต่ก็เข้าใจง่ายสุดๆ)
.
สมมุติว่า ความกว้างแม่น้ำเจ้าพระยาจุดวัดสามเสน อยู่ที่ประมาณ 350 เมตร
ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที มีระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2.19 เมตร
ถ้าปริมาณน้ำลดเหลือ 2,866 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำสูงสุดจะอยู่ที่ 2.09 เมตรโดยประมาณ
(การคำนวณนี้ ได้ตัดเอาปัจจัยความแปรปรวนจากกระแสน้ำขึ้นน้ำลงหรือน้ำทะเลหนุนออกไป)
.
โอ้โห ! ลดได้ตั้ง 10 เซนติเมตรเลยนี่นา แล้วทำไมบอกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นช่วยอะไรไม่ได้ล่ะ ?
.
คำตอบ
เพราะการคำนวณนี้ เอามาจากการควักเอาปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปดื้อๆ 4.46%
โดยที่แก่งเสือเต้น ต้องไม่ปล่อยน้ำออกมาอีกแม้แต่หยดเดียว หรือไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อนนั่นเอง
แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ? เอาระเบิดนิวเคลียร์ยิงถล่มต้นน้ำให้เป็นทะเลทรายน่ะหรือ ?
แล้วลุ่มน้ำอื่นๆ ที่อยู่ใต้เขื่อนอีกล่ะ มีก๊อกให้ปิดหรือครับ ? ตัวเลข 10 เซนติเมตรเป็นได้แค่ฝัน
.
ด้วยเหตุนี้ ถ้าแก่งเสือเต้นช่วยลดระดับน้ำท่วมในกรุงเทพได้สัก 2 เซนติเมตรก็ถือเป็นบุญแล้ว
(เพราะผมเกรงว่า มันจะไม่ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อมองดูจากตัวเลขในความเป็นจริง)
.
.
.
ทางเลือกอื่นในการป้องกันน้ำท่วม
วิธีการที่ใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าการสร้างเขื่อนใหญ่นั้น
ในหลวงทรงพระราชทานแนวคิดและวิธีการไว้ตั้งนานแล้ว แต่รัฐบาลทักกี้ 1-2 ไม่ทำอะไรเลย
ไม่ว่าจะเป็นฝายแม้ว (ฝายต้นน้ำ - ไม่เกี่ยวข้องกับฝายไท้รักไทยนะครับ) หรือโครงการแก้มลิง
ที่รัฐบาลทักกี้ไม่ค่อนสนใจ มัวแต่ทำโครงการที่ความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่า แต่กินได้มากกว่า
เฉพาะโครงการก่อสร้างเช่น โครงการเน่าซาฟารี โครงการรถไฟฝอย โครงการพืชสวนโลภ ฯลฯ
.
10 กันยายน 2549 ในหลวงทรงให้ผันน้ำ จากแม่น้ำเจ้าพระยา มาเก็บไว้ในที่ดินส่วนพระองค์
ในพื้นที่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง สถานที่ตั้งอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย มีพื้นที่พันกว่าไร่
กับ บริเวณทุ่งภูเขาทอง สถานที่ตั้งอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พื้นที่กว่าสองพันไร่
รวมแล้วลักน้ำได้กว่า 1 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ชาวบ้านที่มีที่ดินรับน้ำอยู่ติดทางน้ำไหลทำตามบ้าง
ถ้ารัฐบาลที่ผ่านมาทำแก้มลิงจริงๆ จังๆ เราก็จะได้พื้นที่ลักน้ำมากกว่าการสร้างเขื่อนหมื่นล้าน
.
ปัญหาคือ แก้มลิงเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพมากเกินไป และยังใช้งบประมาณน้อยเกินไป
ดูไม่น่าสนใจเท่าเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีหิน ดิน ทราย ปูน ไม้ และงบก่อสร้างให้กินมากกว่าเยอะ
ดังนั้น การละเลยการสร้างฝายแม้วหรือจัดระบบแก้มลิง เพื่อเวลาน้ำท่วมจะได้เสียหายมากๆ
หลังน้ำลด ก็ต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณซ่อมแซม ซึ่งหลายคนเอามือปาดน้ำลายรออยู่แล้ว
...เหมือนเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่ง...
.
.
.
อ้างอิง
- กรมชลประทาน
- คลังข้อมูลสภาพน้ำในเครือข่าย ศอ.พว. (NECTEC)
- สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (HAII)
- สำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.)
.
.
.
ปล.1
อย่าเอาข้อมูลในนี้ไปลง Pantip ห้องราชดำเนิน เพราะ
1. คนโพส ต้องไปทำ รศ. หรือว่าเป็นด็อกเตอร์เสียก่อน เพราะคนที่นั่นดูถูกภูมิปัญญาชาวบ้าน
2. ต้องมีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่าที่ผมนำมาใช้อ้างอิงข้างบนนี้ และต้องเอาไปค้นคว้าต่ออีก
3. คนโพส ต้องเปิดเผยตัวว่า เป็นนักวิจัย เป็นครูบาอาจารย์ หรือ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น
4. คนโพส ต้องนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ทางสื่อโทรทัศน์ รายการหรือว่ากิจกรรมทางวิชาการต่างๆ
5. ติดต่อกับเว็บมาสเตอร์ที่ Pantip เพื่อให้เขาประกาศว่า User ที่ใช้ชื่อนี้ เป็นนักวิชาการจริงๆ
6. ทำบุญกรวดน้ำให้ comment ประเภทที่ว่า คุณเป็นตัวปลอมแน่นอน ซึ่งมักตามมาภายหลัง
.
สาเหตุ ที่ผมต้องนั่งเขียนคำเตือนเหล่านี้ขึ้นมา เพราะ
V
.

.
เป็นข้อความสุดยอดมากครับ ผมจะเก็บไว้ใช้อ้างอิงทุกงานในอินเตอร์เน็ต นับแต่นี้เป็นต้นไป
.
ปล.2
5 ปีผ่านไป ผมยังไม่ได้รับคำตอบจากห้องราชดำเนินเลยว่า ข้อมูลที่แก่งเสือเต้นกันน้ำท่วมได้
พวกเขาเอามาจากงานวิจัยชิ้นไหน ? ของผู้มีชื่อเสียงท่านใด ? หรือ จากสถาบันวิจัยแห่งใด ?
แปลกนะครับ ถ้าเขาว่าข้อมูลคนอื่นผิด เขาก็น่าจะยันกลับด้วยข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างง่ายดาย
แต่ ผมไม่เคยเห็นข้อมูลของพวกเขาเลยแฮะ หรือมันเป็นแค่เรื่องที่เขาคิดไปเองอยู่ในอากาศ ?
.
ปล.3
ไม่ค่อยเข้าใจคนบางพวก ทั้งๆ ที่มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพกว่า ในราคาที่ถูกกว่า กลับไม่สนใจ
ยืนกรานแต่วิธีการที่เชยสะบัด ประสิทธิภาพต่ำ และสิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่คุ้มกับผลลัพธ์
แล้วผมจะนำเรื่อง แก้มลิง มาลงต่อนะครับ
Tags: bangkok, dam, environment, flood13 Comments

Parody Television
เรื่องที่กำลังอยากรู้พอดีเชียว
ขอบคุณมากๆนะท่าน
ปล.น้ำท่วมบ้าน จะถึงเอวละหละ
#1 By น้ำเงินเจือขาว on 2006-10-12 08:14