ทอดน่องท่องงานพืชสวนโลก 1 : โหมโรงราชพฤกษ์ 2006
posted on 02 Nov 2006 09:56 by chubby in Inside-Chiangmai
ทอดน่องท่องงานพืชสวนโลก 1 : โหมโรงราชพฤกษ์ 2006
.
ช่วงนี้ขอหยุดพัก Entry เรื่องการเมือง เพราะต่างฝ่ายก็เหมือนๆ กัน จะต่างก็แค่วิธีการที่แสดงออกเท่านั้นเอง
บางคน มีโอกาสเลือกที่จะตายด้วยเจตจำนงแน่วแน่ของตนเอง บางคน ก็เลือกที่จะตายเพราะลมปากคนอื่น
บางคน ไม่มีโอกาสเลือกที่จะตายเพราะธรรมชาติ บางคน ไม่มีโอกาสเลือกที่จะตายเพราะถูกฆ่าตัดตอนก่อน
ศพที่ 1 เริ่มต้นนับใหม่ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ปล่อยให้ศพที่ร้อยพันหมื่นเลือนหายไปตามกาลเวลา...โอ้มนุษย์หนอ...
.
.
.
เปิดตัวมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2006
.
เป็นเรื่องปรกติสำหรับงานที่พึ่งเริ่มต้นก้าวแรก ย่อมมีอะไรหลายอย่างที่ขลุกขลัก ไม่ลงตัว พร้อมผักชีปลิวว่อน
ผู้จัดงานประกาศว่าหลัง 12.00 น. จะเริ่มปิดพื้นที่บางส่วนตามระเบียบปฎิบัติในพิธีการรักษาความปลอดภัย
เนื่องจากเวลาประมาณ 16.00 น. สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน อย่างเป็นทางการ
.
ประกาศชิ้นนี้มีมาเป็นระยะตั้งแต่เช้า เสียงดังฟังชัดพอสมควร และตอนบ่าย รถพ่วงทั้งหมดจะหยุดให้บริการ
ทว่า งานไหนที่เกี่ยวข้องกับในหลวง เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ ก็มักจะหาหนทางดั้นด้นมาเที่ยวชมให้ได้ เป็นเรื่องปรกติ
ปัญหาคือ ผู้สูงอายุ ไม่ได้ยินว่าประกาศเรื่องอะไรน่ะสิครับ ^^"
ตอนผมอยู่ที่วงเวียนหน้าลานหอคำหลวง ก็มีคุณยายที่เดินอยู่แถวนั้นถามผมว่าทางงานเขาประกาศเรื่องอะไร
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อย ที่เที่ยวโดยไม่สนใจฟังประกาศอะไรทั้งนั้น ตกค้างอยู่ในบริเวณที่จะพื้นที่เป็นจำนวนมาก
ในเมื่อรถหยุดให้บริการ ก็ต้องเดินขาลากออกมาเองนั่นแลครับ
.
ย้ำเตือนเรื่องการเดินทาง
ทางงานจะอนุญาตเฉพาะรถของผู้เกี่ยวข้อง รถโดยสารที่ทำบัตรผ่านเท่านั้น จึงจะเข้าไปจอดรับส่งในงานได้
รถเก๋งส่วนบุคคล ที่ลักลอบฝ่าด่านเข้าไปจอดในลานจอดรถโดยสารสาธารณะ (ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้างานที่สุด)
ถ้าท่านแกล้งทำเป็นเดินหนีหายเข้าไปในงาน ทีมงานสายฟ้าแล่บ ก็จะออกมาลากรถของท่านไปในทันทีครับ
(ลากหายไปไหน ผมก็ไม่ได้ตามไปดูเสียด้วยสิ)
.
.
บริเวณลานจอดรถโดยสาร จุดนี้จะมีรถจอดอยู่ 2 ประเภทคือ
1) รถประจำทางของเทศบาลนครเชียงใหม่ (หรือรถเมล์ขาว) สาย 11, 13 มีค่าโดยสาร 15 บาท
2) รถ Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถปรับอากาศยูโร 2 (หรือรถส้ม) ส่งตรงจาก กทม. ไม่เสียค่าโดยสาร
หมายเหตุ
- รถส้มจะไม่จอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทางนะครับ ใครเผลอไปโบกแล้วรถไม่จอด อย่ามาว่ากันทีหลังล่ะ
- รถส้มมีให้บริการ 3 จุด คือ ลานจอดรถสนามกีฬา 700 ปี, ลานจอดรถศูนย์ราชการ, ลานหน้าสถานีรถไฟ
.
.
จากลานจอดรถ ท่านจะเห็นเนินราชพฤกษ์หน้าโครงการ ทางขึ้นเป็นหินขรุขระ ทุกช่วงอายุโปรดระมัดระวัง
.
.
บนเนินราชพฤกษ์จะเป็นจุดชมวิวหน้าโครงการ ถนนทางด้านขวาคือถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นทางเข้าโครงการ
ถ้าท่านไม่ได้โดยสารรถประจำทางมา ท่านก็ต้องเดินขาลากเข้ามาเองอย่างน้อย 1 กิโลเมตรตามรูปเลยครับ
ภาพใหญ่ <-- Click
.
.
.
.
ร่มขนาดใหญ่ บริเวณลานหน้าทางเข้างาน
.
.
.
บริเวณซุ้มขายบัตรเข้าชมงาน กับกลุ่มต้นปาล์มขวดด้านข้างซุ้มขายบัตร
.
.
.
บริเวณทางเข้างานหลัก ผู้ถือบัตรแบบไม่จำกัดวัน เข้าทางด้านขวา ผู้ถือบัตรแบบวันเดียว เข้าทางด้านซ้าย
หมายเหตุ
ผู้ถือบัตรแบบไม่จำกัดวัน กรุณาเขียนชื่อของท่านลงในที่ว่างด้านหลังบัตรด้วยพร้อมกับแนบบัตรประชาชน
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะยิงเครื่องอ่านบาร์โค้ด เพื่อป้องกันการนำไปใช้หมุนเวียนกับบัตรประชาชนใบอื่นๆ
.
.
บริการรถพ่วงภายในงาน ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีต่อ 1 รอบ (จ่ายค่าบริการแตกต่างตามประเภทของรถ)
ข้อควรระวัง
ส่วนใหญ่ ผู้โดยสาร เมื่อเห็นระยะทางจากทางเข้าไปจนถึงจุดขึ้นลงรถจุดแรก แถมด้วยแสงแดดที่แผดเผา
มักเปลี่ยนใจนั่งรถต่อ ไม่ลงป้ายครับ ^^" ใครที่คิดจะเดินเข้าไปแล้วนั่งรถกลับออกมา อาจต้องรอนานมาก
.
.
.
.
.
.
.
- สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติ ของภาครัฐและเอกชนในประเทศ
ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ก็มักจะนำเสนอโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ถ้าเป็นภาคเอกชน ก็มักจะนำเสนอวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน
.
.
.
ทางไปอาคารผลไม้และโลกของแมลง มีกรงผีเสื้อและแมลงด้วย
.
.
.
.
.
.
- สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ หลายรูปแบบจากต่างประเทศ
.
.
.
หนีร้อนมาพึ่งเย็น ภายในอาคารนิทรรศการในร่ม
งานที่จัดจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไป ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักของงาน หรือ Entry ก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ
.
.
.
สนามเด็กเล่น, หอชมวิว
.
.
คีตอุทยาน
การแสดงก็จะหมุนเวียนเช่นเดียวกัน ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักของงาน หรือ Entry ก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ
ภาพใหญ่ <-- Click
.
.
.
.
ไฮไลต์เด็ดสุดของงานคือ หอคำหลวง (Royal Pavillion)
กล้องดิจิตอล Sony P10 พระเจ้าเหาของผม ไม่สามารถถ่ายทอดความงามตามที่ตาเห็นได้ถึงครึ่งเลยครับ
(/ - -)/ (_- -)_ (/ - -)/ (_- -)_ (/ - -)/ (_- -)_
เนื่องจากโต๋เต๋อยู่ส่วนอื่นนานไปหน่อย จึงถึงเวลาที่บริเวณหอคำหลวงจะทำการปิดพื้นที่เพื่อเตรียมรับเสด็จ
จดลงบัญชี กลับไปถ่ายรูปใหม่คราวหน้าละครับ *-*
.
.
แถมท้าย ภายในงานจะมีวงดุริยางค์จากสถาบันหรือสถานศึกษาต่างๆ เดินขบวนวนไปวนมาตามทางรอบๆ
ดูจากแสงแดดแล้ว ผมว่าโหดไม่แพ้เรียน รด. นะเนี่ย (นี่พึ่งวันแรกครับ ไม่รู้วันหลังๆ จะมีร่วงบ้างหรือเปล่า)
.
.
.
ปัญหาบางส่วนที่พบ
- ไหล่ทาง ของถนนในงานพืชสวนโลก หลายจุดดูไม่ค่อยเรียบร้อยนะครับ น่าจะทำการบดอัดให้มันดีกว่านี้
- ศูนย์อาหาร เนื่องจากงานนี้มีทั้งเด็กต่างจังหวัดและผู้สูงอายุมาก ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องค่ามัดจำการ์ด 10 บาท
ทำให้เสียเวลาในการรอต่อคิวแล้วซื้อของไม่ได้เพราะเงินไม่พอโดยใช่เหตุ ทั้งจุดขายอาหารและจุดซื้อการ์ด
- น้ำเปล่าที่ศูนย์อาหาร มีไม่เพียงพอ เหลือแต่น้ำสารพัดอย่างของโออิชิแยะแยะ...ในราคาที่แพงกว่าเอาเรื่อง
- ทางออกที่ไม่ชัดเจนเอามากๆ (ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะวันเปิดงานหรือเปล่า เอาไว้ผมจะไปดูตรงนี้อีกทีก็แล้วกัน)
.
แนะนำ
- ถ้าปรกติซื้อคูปองตาม Food Center 100 บาท งานนี้ให้ซื้อไปเลย 150 - 200 บาท เพราะของมันแพง
- อุปกรณ์ป้องกันแดดตามอัธยาศัย ใครที่เอาร่มไปก็ระมัดระวังเรื่องส่วนแหลมคมไปทิ่มใส่ตาคนอื่นนะครับ
- กระเป๋าหรือซองใส่เอกสาร สำหรับใครที่กะจะเก็บโบรชัวร์หรือแผ่นพับของแต่ละหน่วยงานที่มาจัดแสดง
- เตรียมน้ำเปล่าไปกินเองก็ดีนะครับ
.
.
.
สรุป
วันแรก ผมทดลองเดินดูงานแบบเร็วๆ และก็ถ่ายรูปแบบผ่านๆ จนแบตหมด แถมตะคริวกินตอนถึงทางออก
ปรากฎว่า เดินได้เพียงครึ่งพื้นที่เองครับ แถมครึ่งที่ดูก็รีบดูแบบหยาบมากๆ จนแทบจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เนื่องจากต้องการทดลองดูขีดจำกัดของตัวเอง ผลคือ ผมต้องวางแผนชมงานเพียงวันละ 1 โซนเท่านั้นครับ
รวมแล้วประมาณ 4 วัน (ไม่นับโซนไฮไลต์บางจุด หรือกิจกรรมบางรายการที่อาจจะต้องอยู่ซุ่มโป่งเป็นพิเศษ)
.
แน่นอนว่า รูปถ่ายไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอกครับ Entry นี้เป็นเพียงการโฉบเพื่อทดสอบจับเวลาเบื้องต้นเท่านั้น
บัตรเข้าชมแบบไม่จำกัดวัน สำหรับคนในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกๆ แล้ว ได้ใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆ เลยครับ *-*
.
ปล.
โลเคชั่นของงานนี้ ทั้งหมดใช้ถ่ายคอสเพลย์ได้ติดกันเป็นสัปดาห์ๆ เลยล่ะครับ (อย่าโจ๋งครึ่มเกินไปก็แล้วกัน)
แต่ คงต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแดดกันพอสมควรเลยล่ะครับ (ช่วงธันวา อากาศน่าจะเย็นเหมาะกว่าตอนนี้)
.
ช่วงนี้ขอหยุดพัก Entry เรื่องการเมือง เพราะต่างฝ่ายก็เหมือนๆ กัน จะต่างก็แค่วิธีการที่แสดงออกเท่านั้นเอง
บางคน มีโอกาสเลือกที่จะตายด้วยเจตจำนงแน่วแน่ของตนเอง บางคน ก็เลือกที่จะตายเพราะลมปากคนอื่น
บางคน ไม่มีโอกาสเลือกที่จะตายเพราะธรรมชาติ บางคน ไม่มีโอกาสเลือกที่จะตายเพราะถูกฆ่าตัดตอนก่อน
ศพที่ 1 เริ่มต้นนับใหม่ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ปล่อยให้ศพที่ร้อยพันหมื่นเลือนหายไปตามกาลเวลา...โอ้มนุษย์หนอ...
.
.
.
เปิดตัวมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2006
.
เป็นเรื่องปรกติสำหรับงานที่พึ่งเริ่มต้นก้าวแรก ย่อมมีอะไรหลายอย่างที่ขลุกขลัก ไม่ลงตัว พร้อมผักชีปลิวว่อน
ผู้จัดงานประกาศว่าหลัง 12.00 น. จะเริ่มปิดพื้นที่บางส่วนตามระเบียบปฎิบัติในพิธีการรักษาความปลอดภัย
เนื่องจากเวลาประมาณ 16.00 น. สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน อย่างเป็นทางการ
.
ประกาศชิ้นนี้มีมาเป็นระยะตั้งแต่เช้า เสียงดังฟังชัดพอสมควร และตอนบ่าย รถพ่วงทั้งหมดจะหยุดให้บริการ
ทว่า งานไหนที่เกี่ยวข้องกับในหลวง เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ ก็มักจะหาหนทางดั้นด้นมาเที่ยวชมให้ได้ เป็นเรื่องปรกติ
ปัญหาคือ ผู้สูงอายุ ไม่ได้ยินว่าประกาศเรื่องอะไรน่ะสิครับ ^^"
ตอนผมอยู่ที่วงเวียนหน้าลานหอคำหลวง ก็มีคุณยายที่เดินอยู่แถวนั้นถามผมว่าทางงานเขาประกาศเรื่องอะไร
แต่ก็มีจำนวนไม่น้อย ที่เที่ยวโดยไม่สนใจฟังประกาศอะไรทั้งนั้น ตกค้างอยู่ในบริเวณที่จะพื้นที่เป็นจำนวนมาก
ในเมื่อรถหยุดให้บริการ ก็ต้องเดินขาลากออกมาเองนั่นแลครับ
.
ย้ำเตือนเรื่องการเดินทาง
ทางงานจะอนุญาตเฉพาะรถของผู้เกี่ยวข้อง รถโดยสารที่ทำบัตรผ่านเท่านั้น จึงจะเข้าไปจอดรับส่งในงานได้
รถเก๋งส่วนบุคคล ที่ลักลอบฝ่าด่านเข้าไปจอดในลานจอดรถโดยสารสาธารณะ (ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้างานที่สุด)
ถ้าท่านแกล้งทำเป็นเดินหนีหายเข้าไปในงาน ทีมงานสายฟ้าแล่บ ก็จะออกมาลากรถของท่านไปในทันทีครับ
(ลากหายไปไหน ผมก็ไม่ได้ตามไปดูเสียด้วยสิ)
.
.

บริเวณลานจอดรถโดยสาร จุดนี้จะมีรถจอดอยู่ 2 ประเภทคือ
1) รถประจำทางของเทศบาลนครเชียงใหม่ (หรือรถเมล์ขาว) สาย 11, 13 มีค่าโดยสาร 15 บาท
2) รถ Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถปรับอากาศยูโร 2 (หรือรถส้ม) ส่งตรงจาก กทม. ไม่เสียค่าโดยสาร
หมายเหตุ
- รถส้มจะไม่จอดรับส่งผู้โดยสารระหว่างทางนะครับ ใครเผลอไปโบกแล้วรถไม่จอด อย่ามาว่ากันทีหลังล่ะ
- รถส้มมีให้บริการ 3 จุด คือ ลานจอดรถสนามกีฬา 700 ปี, ลานจอดรถศูนย์ราชการ, ลานหน้าสถานีรถไฟ
.
.

จากลานจอดรถ ท่านจะเห็นเนินราชพฤกษ์หน้าโครงการ ทางขึ้นเป็นหินขรุขระ ทุกช่วงอายุโปรดระมัดระวัง
.
.

บนเนินราชพฤกษ์จะเป็นจุดชมวิวหน้าโครงการ ถนนทางด้านขวาคือถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นทางเข้าโครงการ
ถ้าท่านไม่ได้โดยสารรถประจำทางมา ท่านก็ต้องเดินขาลากเข้ามาเองอย่างน้อย 1 กิโลเมตรตามรูปเลยครับ
ภาพใหญ่ <-- Click
.
.

.

.

ร่มขนาดใหญ่ บริเวณลานหน้าทางเข้างาน
.
.

.

บริเวณซุ้มขายบัตรเข้าชมงาน กับกลุ่มต้นปาล์มขวดด้านข้างซุ้มขายบัตร
.
.

.

บริเวณทางเข้างานหลัก ผู้ถือบัตรแบบไม่จำกัดวัน เข้าทางด้านขวา ผู้ถือบัตรแบบวันเดียว เข้าทางด้านซ้าย
หมายเหตุ
ผู้ถือบัตรแบบไม่จำกัดวัน กรุณาเขียนชื่อของท่านลงในที่ว่างด้านหลังบัตรด้วยพร้อมกับแนบบัตรประชาชน
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะยิงเครื่องอ่านบาร์โค้ด เพื่อป้องกันการนำไปใช้หมุนเวียนกับบัตรประชาชนใบอื่นๆ
.
.

บริการรถพ่วงภายในงาน ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีต่อ 1 รอบ (จ่ายค่าบริการแตกต่างตามประเภทของรถ)
ข้อควรระวัง
ส่วนใหญ่ ผู้โดยสาร เมื่อเห็นระยะทางจากทางเข้าไปจนถึงจุดขึ้นลงรถจุดแรก แถมด้วยแสงแดดที่แผดเผา
มักเปลี่ยนใจนั่งรถต่อ ไม่ลงป้ายครับ ^^" ใครที่คิดจะเดินเข้าไปแล้วนั่งรถกลับออกมา อาจต้องรอนานมาก
.
.

.

.

.

.

.

- สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติ ของภาครัฐและเอกชนในประเทศ
ถ้าเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ก็มักจะนำเสนอโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ถ้าเป็นภาคเอกชน ก็มักจะนำเสนอวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมพื้นบ้าน
.
.

.

ทางไปอาคารผลไม้และโลกของแมลง มีกรงผีเสื้อและแมลงด้วย
.
.

.

.

.

.

- สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ หลายรูปแบบจากต่างประเทศ
.
.

.

หนีร้อนมาพึ่งเย็น ภายในอาคารนิทรรศการในร่ม
งานที่จัดจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไป ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักของงาน หรือ Entry ก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ
.
.

.

สนามเด็กเล่น, หอชมวิว
.
.

คีตอุทยาน
การแสดงก็จะหมุนเวียนเช่นเดียวกัน ตรวจสอบได้ที่หน้าเว็บไซต์หลักของงาน หรือ Entry ก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ
ภาพใหญ่ <-- Click
.
.

.

.

ไฮไลต์เด็ดสุดของงานคือ หอคำหลวง (Royal Pavillion)
กล้องดิจิตอล Sony P10 พระเจ้าเหาของผม ไม่สามารถถ่ายทอดความงามตามที่ตาเห็นได้ถึงครึ่งเลยครับ
(/ - -)/ (_- -)_ (/ - -)/ (_- -)_ (/ - -)/ (_- -)_
เนื่องจากโต๋เต๋อยู่ส่วนอื่นนานไปหน่อย จึงถึงเวลาที่บริเวณหอคำหลวงจะทำการปิดพื้นที่เพื่อเตรียมรับเสด็จ
จดลงบัญชี กลับไปถ่ายรูปใหม่คราวหน้าละครับ *-*
.
.

แถมท้าย ภายในงานจะมีวงดุริยางค์จากสถาบันหรือสถานศึกษาต่างๆ เดินขบวนวนไปวนมาตามทางรอบๆ
ดูจากแสงแดดแล้ว ผมว่าโหดไม่แพ้เรียน รด. นะเนี่ย (นี่พึ่งวันแรกครับ ไม่รู้วันหลังๆ จะมีร่วงบ้างหรือเปล่า)
.
.
.
ปัญหาบางส่วนที่พบ
- ไหล่ทาง ของถนนในงานพืชสวนโลก หลายจุดดูไม่ค่อยเรียบร้อยนะครับ น่าจะทำการบดอัดให้มันดีกว่านี้
- ศูนย์อาหาร เนื่องจากงานนี้มีทั้งเด็กต่างจังหวัดและผู้สูงอายุมาก ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องค่ามัดจำการ์ด 10 บาท
ทำให้เสียเวลาในการรอต่อคิวแล้วซื้อของไม่ได้เพราะเงินไม่พอโดยใช่เหตุ ทั้งจุดขายอาหารและจุดซื้อการ์ด
- น้ำเปล่าที่ศูนย์อาหาร มีไม่เพียงพอ เหลือแต่น้ำสารพัดอย่างของโออิชิแยะแยะ...ในราคาที่แพงกว่าเอาเรื่อง
- ทางออกที่ไม่ชัดเจนเอามากๆ (ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะวันเปิดงานหรือเปล่า เอาไว้ผมจะไปดูตรงนี้อีกทีก็แล้วกัน)
.
แนะนำ
- ถ้าปรกติซื้อคูปองตาม Food Center 100 บาท งานนี้ให้ซื้อไปเลย 150 - 200 บาท เพราะของมันแพง
- อุปกรณ์ป้องกันแดดตามอัธยาศัย ใครที่เอาร่มไปก็ระมัดระวังเรื่องส่วนแหลมคมไปทิ่มใส่ตาคนอื่นนะครับ
- กระเป๋าหรือซองใส่เอกสาร สำหรับใครที่กะจะเก็บโบรชัวร์หรือแผ่นพับของแต่ละหน่วยงานที่มาจัดแสดง
- เตรียมน้ำเปล่าไปกินเองก็ดีนะครับ
.
.
.
สรุป
วันแรก ผมทดลองเดินดูงานแบบเร็วๆ และก็ถ่ายรูปแบบผ่านๆ จนแบตหมด แถมตะคริวกินตอนถึงทางออก
ปรากฎว่า เดินได้เพียงครึ่งพื้นที่เองครับ แถมครึ่งที่ดูก็รีบดูแบบหยาบมากๆ จนแทบจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เนื่องจากต้องการทดลองดูขีดจำกัดของตัวเอง ผลคือ ผมต้องวางแผนชมงานเพียงวันละ 1 โซนเท่านั้นครับ
รวมแล้วประมาณ 4 วัน (ไม่นับโซนไฮไลต์บางจุด หรือกิจกรรมบางรายการที่อาจจะต้องอยู่ซุ่มโป่งเป็นพิเศษ)
.
แน่นอนว่า รูปถ่ายไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอกครับ Entry นี้เป็นเพียงการโฉบเพื่อทดสอบจับเวลาเบื้องต้นเท่านั้น
บัตรเข้าชมแบบไม่จำกัดวัน สำหรับคนในพื้นที่ที่เดินทางสะดวกๆ แล้ว ได้ใช้อย่างคุ้มค่าจริงๆ เลยครับ *-*
.
ปล.
โลเคชั่นของงานนี้ ทั้งหมดใช้ถ่ายคอสเพลย์ได้ติดกันเป็นสัปดาห์ๆ เลยล่ะครับ (อย่าโจ๋งครึ่มเกินไปก็แล้วกัน)
แต่ คงต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันแดดกันพอสมควรเลยล่ะครับ (ช่วงธันวา อากาศน่าจะเย็นเหมาะกว่าตอนนี้)
ไอ้แพท..
#1 By gomora on 2006-11-02 10:21