คดีว่าด้วยการทุจริตในห้องสอบ : เสี้ยวหนึ่งของสังคมคอร์รัปชั่น
posted on 09 Nov 2006 20:22 by chubby in Social-review
คดีว่าด้วยการทุจริตในห้องสอบ : เสี้ยวหนึ่งของสังคมคอร์รัปชั่น
.
เรื่องการลอกข้อสอบที่ใครๆ (ใครหว่า?) เขาก็ทำกัน กับ ศาลปกครอง ดูเผินๆ แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้เลย
ต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของนักศึกษาที่กระทำการทุจริตในห้องสอบ จนถูกทางมหาวิทยาลัยสั่งพักการศึกษา 1 ปี
เจ้าตัวไม่พอใจ ไปฟ้องศาลปกครองว่ามหาวิทยาลัยใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ปรากฎว่าศาลยกฟ้องมหาวิทยาลัย
เจ้าตัวไม่พอใจ ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน หน้าหงายออกมาอีกครับ
.
.
.
ที่มา
รายงานพิเศษ : ชำนาญ จันทร์เรือง
พลเมืองเหนือรายสัปดาห์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 255 ประจำวันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2549
.
.
.
คดีตัวอย่าง
กลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้จดเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาที่สอบลงในฝาครอบเครื่องคำนวณด้านใน
แล้วนำเข้าห้องสอบ เมื่อผู้คุมสอบสอบถามก็ยอมรับว่ากระทำตามที่กล่าวหาจริงแต่อ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริต
แค่จดไว้ทบทวน ไม่ได้ตั้งใจนำเข้าห้องสอบ และขณะตรวจพบ ฝาเครื่องคำนวณก็อยู่ในกระเป๋าที่ปิดมิดชิด
ไม่อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ไม่เข้าขั้นพยายามกระทำทุจริต ที่ต้องถูกลงโทษตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
.
แต่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นพ้องต้องกันว่าข้ออ้างฟังไม่ขึ้น
ถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว เป็นผลให้นักศึกษากลุ่มดังกล่าว ถูกลงโทษพักการศึกษาเป็นเวลา 1 ปีการศึกษา
.
นักศึกษากลุ่มดังกล่าว ได้นำคดีนี้ไปฟ้องร้องต่อ ศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งลงโทษดังกล่าว
ศาลปกครองเห็นว่า การนำเอกสารที่เกี่ยวกับวิชาที่สอบเข้าในห้องสอบ โดยมีเจตนาใช้ประโยชน์ในการตอบ
ไม่ใช่แค่การเตรียมทุจริต แต่เป็นการกระทำทุจริตแล้ว ซึ่งอาจเป็นความผิดสำเร็จหรือความผิดฐานพยายาม
และการลงโทษดังกล่าว เป็นไปตามกรอบข้อบังคับของทางมหาวิทยาลัย ศาลปกครองจึงพิพากษา ยกฟ้อง
.
.
.
คิดว่าเรื่องนี้จบแล้วหรือครับ ? ยังครับ ยังไม่จบ
นักศึกษาปัญญาชนอนาคตของชาติทำอะไรต่อ
.
.
.
ก็ยื่นอุทธรณ์ไปยัง ศาลปกครองสูงสุด ต่อครับ !
.
ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาเป็นคดีแดงหมายเลขที่ อ.139/2548 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า (ย่อนะครับ)
การออกคำสั่งดังกล่าว ผู้ถูกฟ้อง ได้อาศัยอำนาจ ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยของนักศึกษา
ที่ตราขึ้นตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ซึ่งกำหนดกรอบดำเนินการทางวินัย กับนักศึกษาในสังกัดนั้นๆ
เพื่อให้ผู้ถูกฟ้อง ยึดถือปฏิบัติ และใช้เป็นแนวทางในการควบคุม ดูแล ส่งเสริมความประพฤติของนักศึกษา
ให้ปฏิบัติในแนวทางที่ถูกต้อง ดีงาม หากมีการฝ่าฝืน ผู้ฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษตามข้อบังคับที่ได้กำหนดไว้
และนี่ถือเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพราะจะมีผลกระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา
.
ข้อเท็จจริงของคดีนี้รับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องร้องได้รับอนุญาตให้นำเฉพาะเครื่องคำนวณเข้าไปในห้องสอบเท่านั้น
แต่ ผู้ฟ้องร้องได้จดข้อความเกี่ยวกับวิชาที่สอบลงในฝาครอบด้านในของเครื่องคำนวณและนำเข้าห้องสอบ
โดยฝาครอบเครื่องคำนวณอยู่ในกระเป๋ามิดชิด แยกต่างหากจากเครื่องคำนวณ บ่งบอกถึงเจตนาผู้ฟ้องร้อง
ว่าข้อความนั้นเป็นเอกสารต้องห้าม มิให้นำเข้าห้องสอบ และผู้ฟ้องร้อง หวังประโยชน์จากข้อความดังกล่าว
.
แม้ผู้ฟ้องร้องจะอ้างว่าจดข้อความดังกล่าวเพื่อใช้ทบทวนนั้น ฟังไม่ขึ้น
เพราะในการใช้เครื่องคำนวณดังกล่าว ฝาครอบและตัวเครื่องคำนวณจะอยู่ด้วยกันเพื่อให้ใช้งานได้สะดวก
การแยกออกจากกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึง พิรุธของการใช้งาน ที่ส่อเจตนาไม่สุจริตในการนำเข้าห้องสอบ
ถือได้ว่าการกระทำดังกล่าว เข้าสู่ขั้นการพยายามทุจริตในการสอบแล้ว
.
มิใช่การกระทำโดยพลั้งเผลอหรือไม่มีเจตนาตามที่ผู้ฟ้องร้องกล่าวอ้าง
.
แม้ผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้ประโยชน์จากข้อความที่นำเข้าห้องสอบ เพราะยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ก็ตาม
แต่การพิจารณาการกระทำผิดของผู้ฟ้องร้อง ไม่อาจนำหลักกฎหมายอาญามาบังคับใช้กับการกระทำผิดวินัย
เพราะทั้งสอง มีวัตถุประสงค์ในการใช้ และวิธีการลงโทษแตกต่างกัน
ข้อบัญญัติทางวินัย เป็นมาตรการทางปกครอง เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีจริยธรรม คุณธรรม และมาตรฐาน
ส่วนกฎหมายอาญา เป็นมาตรการทางยุติธรรม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
.
ดังนั้น อุทธรณ์ของผู้ฟ้องร้องที่บอกว่า ไม่มีเจตนาทุจริตในการสอบไล่
เพราะยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อความที่จดในฝาครอบ ยังไม่เข้าขั้นพยายามกระทำการทุจริตในการสอบไล่
จึงฟังไม่ขึ้น
.
.
.
ส่วนการที่ผู้ฟ้องร้องยื่นอุทธรณ์ว่า ผู้ถูกฟ้อง ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ ผู้ฟ้องร้อง อย่างไม่เป็นธรรมนั้น
ข้อเท็จจริงของคดีนี้คือ ผู้ฟ้องร้องกระทำผิดโดยมีเจตนาทุจริตในการสอบไล่ ไม่ต่างจากผู้ฟ้องร้องรายอื่นๆ
คือ จดข้อความ นำเข้าห้องสอบ หวังประโยชน์จากข้อความดังกล่าวเพื่อให้สอบได้ จึงเป็นการกระทำทุจริต
การกระทำของผู้ฟ้องร้องที่ฝ่าฝืนวินัย มีความร้ายแรง และก่อเกิดความเสียหายในทางปกครองแก่ผู้ถูกฟ้อง
การลงโทษพักการศึกษาของผู้ฟ้องร้องและผู้กระทำผิดอื่นๆ
ถือว่าเหมาะสมกับความผิด และเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องร้องแล้ว
อุทธรณ์ของผู้ฟ้องร้องในกรณีนี้ จึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้น คำสั่งของ ผู้ถูกฟ้อง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
.
พิพากษา ยืนคดี
.
.
.
ฟู่...จบล่ะครับ...ใครอยากอ่านเต็มๆ ก็อ่านได้ตามแหล่งข้อมูลที่ระบุเอาไว้ในหัว Entry นะครับ
หรือลองสอบถามเกี่ยวกับ คดีแดง หมายเลขที่ อ.139/2548 จากผู้เกี่ยวข้อง ก็น่าจะได้คำตอบ
.
.
.
ส่งท้าย
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่นักเรียน/นักศึกษาไทยทำไม่ได้ ยกเว้น การไม่ใช้โปรแกรมโกงเกมและไม่ลอกข้อสอบ
พวกนี้คืออนาคตของชาติ ที่มาแทนที่พวกผู้ใหญ่เต่าล้านปี ที่พวกเขาชอบนินทากันอยู่บ่อยๆ หรือครับ ?
จริงๆ ไม่ต้องดูอะไรไกลตัว ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวงการใกล้ๆ ตัวพวกเราที่เขียนบล็อกกันอยู่นี่ก็ได้ครับ
เป็นเหตุการณ์ดังสะเทือนวงการ ***** ทั้งบาง มีอะไรหลายอย่างโจ๋งครึ่มกว่าการจดโพยเข้าห้องสอบอีก
.
เหมือนคนทำทุจริตในบทความนี้แหละครับ คิดว่าตัวเองไมได้ทำอะไรผิด
ไม่งั้นจะกล้า (หรือบ้า ?) ขนาดไปฟ้องศาลปกครองจนขายหน้าหรือครับ
คราวนี้ได้เสียประวัติสมใจอยาก เส้นสายไหนก็ลบประวัติไม่ได้เสียด้วยสิ
.
(คล้ายกับกรณีหนึ่ง อ้างว่า ยังไม่ได้ประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว ฉะนั้น กูไม่ได้ทำอะไรผิด เป๊ะๆ)
ประเทศชาติเราคงเจริญรุ่งเรืองด้วยคุณธรรมและมีธรรมาภิบาลน่าดูเลยล่ะครับ...รักเธอประเทศไทย...
.
.
.
ปล.
หากเนื้อหาใน Entry นี้ ไปแทงใจบุคคลใดหรือตรงกับเหตุการณ์ใดเข้า
ถือเป็นความบังเอิญ ที่ผมกำลังหาอะไรมาลงใน Entry นี้พอดีเลยครับ
ปล.2
ใครๆ ก็เคยทำ short note สรุปเนื้อหาของบทเรียนเพื่อทบทวนเอาไว้สอบ
แต่เอา short note ยัดใส่อุปกรณ์อื่น ผมไม่คิดว่าเป็นการทบทวนหรอกนะ
ปล.3
สมัยเรียนผมทำ short note ลงกระดาษ A4 พับครึ่ง ไม่เล็กไปกว่านี้ ป้องกันการเผลอนำเข้าห้องสอบ
สงสัยอยู่อย่าง มีเพื่อนหลายคนขอ short note ของผมไปถ่ายเอกสารย่อเหลืออันเท่านิ้วโป้งก่อนสอบ
...เอาไปอ่านทบทวนจริงๆ หรือ ?...
/me ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ *-*
.
เรื่องการลอกข้อสอบที่ใครๆ (ใครหว่า?) เขาก็ทำกัน กับ ศาลปกครอง ดูเผินๆ แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้เลย
ต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของนักศึกษาที่กระทำการทุจริตในห้องสอบ จนถูกทางมหาวิทยาลัยสั่งพักการศึกษา 1 ปี
เจ้าตัวไม่พอใจ ไปฟ้องศาลปกครองว่ามหาวิทยาลัยใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ปรากฎว่าศาลยกฟ้องมหาวิทยาลัย
เจ้าตัวไม่พอใจ ยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน หน้าหงายออกมาอีกครับ
.
.
.
ที่มา
รายงานพิเศษ : ชำนาญ จันทร์เรือง
พลเมืองเหนือรายสัปดาห์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 255 ประจำวันที่ 6-12 พฤศจิกายน 2549
.
.
.
คดีตัวอย่าง
กลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้จดเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาที่สอบลงในฝาครอบเครื่องคำนวณด้านใน
แล้วนำเข้าห้องสอบ เมื่อผู้คุมสอบสอบถามก็ยอมรับว่ากระทำตามที่กล่าวหาจริงแต่อ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริต
แค่จดไว้ทบทวน ไม่ได้ตั้งใจนำเข้าห้องสอบ และขณะตรวจพบ ฝาเครื่องคำนวณก็อยู่ในกระเป๋าที่ปิดมิดชิด
ไม่อยู่ในสภาพเตรียมพร้อม ไม่เข้าขั้นพยายามกระทำทุจริต ที่ต้องถูกลงโทษตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
.
แต่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นพ้องต้องกันว่าข้ออ้างฟังไม่ขึ้น
ถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว เป็นผลให้นักศึกษากลุ่มดังกล่าว ถูกลงโทษพักการศึกษาเป็นเวลา 1 ปีการศึกษา
.
นักศึกษากลุ่มดังกล่าว ได้นำคดีนี้ไปฟ้องร้องต่อ ศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งลงโทษดังกล่าว
ศาลปกครองเห็นว่า การนำเอกสารที่เกี่ยวกับวิชาที่สอบเข้าในห้องสอบ โดยมีเจตนาใช้ประโยชน์ในการตอบ
ไม่ใช่แค่การเตรียมทุจริต แต่เป็นการกระทำทุจริตแล้ว ซึ่งอาจเป็นความผิดสำเร็จหรือความผิดฐานพยายาม
และการลงโทษดังกล่าว เป็นไปตามกรอบข้อบังคับของทางมหาวิทยาลัย ศาลปกครองจึงพิพากษา ยกฟ้อง
.
.
.
คิดว่าเรื่องนี้จบแล้วหรือครับ ? ยังครับ ยังไม่จบ
นักศึกษาปัญญาชนอนาคตของชาติทำอะไรต่อ
.
.
.
ก็ยื่นอุทธรณ์ไปยัง ศาลปกครองสูงสุด ต่อครับ !
.
ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาเป็นคดีแดงหมายเลขที่ อ.139/2548 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า (ย่อนะครับ)
การออกคำสั่งดังกล่าว ผู้ถูกฟ้อง ได้อาศัยอำนาจ ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยของนักศึกษา
ที่ตราขึ้นตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ซึ่งกำหนดกรอบดำเนินการทางวินัย กับนักศึกษาในสังกัดนั้นๆ
เพื่อให้ผู้ถูกฟ้อง ยึดถือปฏิบัติ และใช้เป็นแนวทางในการควบคุม ดูแล ส่งเสริมความประพฤติของนักศึกษา
ให้ปฏิบัติในแนวทางที่ถูกต้อง ดีงาม หากมีการฝ่าฝืน ผู้ฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษตามข้อบังคับที่ได้กำหนดไว้
และนี่ถือเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพราะจะมีผลกระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา
.
ข้อเท็จจริงของคดีนี้รับฟังได้ว่า ผู้ฟ้องร้องได้รับอนุญาตให้นำเฉพาะเครื่องคำนวณเข้าไปในห้องสอบเท่านั้น
แต่ ผู้ฟ้องร้องได้จดข้อความเกี่ยวกับวิชาที่สอบลงในฝาครอบด้านในของเครื่องคำนวณและนำเข้าห้องสอบ
โดยฝาครอบเครื่องคำนวณอยู่ในกระเป๋ามิดชิด แยกต่างหากจากเครื่องคำนวณ บ่งบอกถึงเจตนาผู้ฟ้องร้อง
ว่าข้อความนั้นเป็นเอกสารต้องห้าม มิให้นำเข้าห้องสอบ และผู้ฟ้องร้อง หวังประโยชน์จากข้อความดังกล่าว
.
แม้ผู้ฟ้องร้องจะอ้างว่าจดข้อความดังกล่าวเพื่อใช้ทบทวนนั้น ฟังไม่ขึ้น
เพราะในการใช้เครื่องคำนวณดังกล่าว ฝาครอบและตัวเครื่องคำนวณจะอยู่ด้วยกันเพื่อให้ใช้งานได้สะดวก
การแยกออกจากกัน เป็นการแสดงให้เห็นถึง พิรุธของการใช้งาน ที่ส่อเจตนาไม่สุจริตในการนำเข้าห้องสอบ
ถือได้ว่าการกระทำดังกล่าว เข้าสู่ขั้นการพยายามทุจริตในการสอบแล้ว
.
มิใช่การกระทำโดยพลั้งเผลอหรือไม่มีเจตนาตามที่ผู้ฟ้องร้องกล่าวอ้าง
.
แม้ผู้ฟ้องคดีจะไม่ได้ประโยชน์จากข้อความที่นำเข้าห้องสอบ เพราะยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ก็ตาม
แต่การพิจารณาการกระทำผิดของผู้ฟ้องร้อง ไม่อาจนำหลักกฎหมายอาญามาบังคับใช้กับการกระทำผิดวินัย
เพราะทั้งสอง มีวัตถุประสงค์ในการใช้ และวิธีการลงโทษแตกต่างกัน
ข้อบัญญัติทางวินัย เป็นมาตรการทางปกครอง เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีจริยธรรม คุณธรรม และมาตรฐาน
ส่วนกฎหมายอาญา เป็นมาตรการทางยุติธรรม เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
.
ดังนั้น อุทธรณ์ของผู้ฟ้องร้องที่บอกว่า ไม่มีเจตนาทุจริตในการสอบไล่
เพราะยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อความที่จดในฝาครอบ ยังไม่เข้าขั้นพยายามกระทำการทุจริตในการสอบไล่
จึงฟังไม่ขึ้น
.
.
.
ส่วนการที่ผู้ฟ้องร้องยื่นอุทธรณ์ว่า ผู้ถูกฟ้อง ใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ ผู้ฟ้องร้อง อย่างไม่เป็นธรรมนั้น
ข้อเท็จจริงของคดีนี้คือ ผู้ฟ้องร้องกระทำผิดโดยมีเจตนาทุจริตในการสอบไล่ ไม่ต่างจากผู้ฟ้องร้องรายอื่นๆ
คือ จดข้อความ นำเข้าห้องสอบ หวังประโยชน์จากข้อความดังกล่าวเพื่อให้สอบได้ จึงเป็นการกระทำทุจริต
การกระทำของผู้ฟ้องร้องที่ฝ่าฝืนวินัย มีความร้ายแรง และก่อเกิดความเสียหายในทางปกครองแก่ผู้ถูกฟ้อง
การลงโทษพักการศึกษาของผู้ฟ้องร้องและผู้กระทำผิดอื่นๆ
ถือว่าเหมาะสมกับความผิด และเป็นธรรมแก่ผู้ฟ้องร้องแล้ว
อุทธรณ์ของผู้ฟ้องร้องในกรณีนี้ จึงฟังไม่ขึ้น ดังนั้น คำสั่งของ ผู้ถูกฟ้อง จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
.
พิพากษา ยืนคดี
.
.
.
ฟู่...จบล่ะครับ...ใครอยากอ่านเต็มๆ ก็อ่านได้ตามแหล่งข้อมูลที่ระบุเอาไว้ในหัว Entry นะครับ
หรือลองสอบถามเกี่ยวกับ คดีแดง หมายเลขที่ อ.139/2548 จากผู้เกี่ยวข้อง ก็น่าจะได้คำตอบ
.
.
.
ส่งท้าย
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่นักเรียน/นักศึกษาไทยทำไม่ได้ ยกเว้น การไม่ใช้โปรแกรมโกงเกมและไม่ลอกข้อสอบ
พวกนี้คืออนาคตของชาติ ที่มาแทนที่พวกผู้ใหญ่เต่าล้านปี ที่พวกเขาชอบนินทากันอยู่บ่อยๆ หรือครับ ?
จริงๆ ไม่ต้องดูอะไรไกลตัว ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวงการใกล้ๆ ตัวพวกเราที่เขียนบล็อกกันอยู่นี่ก็ได้ครับ
เป็นเหตุการณ์ดังสะเทือนวงการ ***** ทั้งบาง มีอะไรหลายอย่างโจ๋งครึ่มกว่าการจดโพยเข้าห้องสอบอีก
.
เหมือนคนทำทุจริตในบทความนี้แหละครับ คิดว่าตัวเองไมได้ทำอะไรผิด
ไม่งั้นจะกล้า (หรือบ้า ?) ขนาดไปฟ้องศาลปกครองจนขายหน้าหรือครับ
คราวนี้ได้เสียประวัติสมใจอยาก เส้นสายไหนก็ลบประวัติไม่ได้เสียด้วยสิ
.
(คล้ายกับกรณีหนึ่ง อ้างว่า ยังไม่ได้ประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว ฉะนั้น กูไม่ได้ทำอะไรผิด เป๊ะๆ)
ประเทศชาติเราคงเจริญรุ่งเรืองด้วยคุณธรรมและมีธรรมาภิบาลน่าดูเลยล่ะครับ...รักเธอประเทศไทย...
.
.
.
ปล.
หากเนื้อหาใน Entry นี้ ไปแทงใจบุคคลใดหรือตรงกับเหตุการณ์ใดเข้า
ถือเป็นความบังเอิญ ที่ผมกำลังหาอะไรมาลงใน Entry นี้พอดีเลยครับ
ปล.2
ใครๆ ก็เคยทำ short note สรุปเนื้อหาของบทเรียนเพื่อทบทวนเอาไว้สอบ
แต่เอา short note ยัดใส่อุปกรณ์อื่น ผมไม่คิดว่าเป็นการทบทวนหรอกนะ
ปล.3
สมัยเรียนผมทำ short note ลงกระดาษ A4 พับครึ่ง ไม่เล็กไปกว่านี้ ป้องกันการเผลอนำเข้าห้องสอบ
สงสัยอยู่อย่าง มีเพื่อนหลายคนขอ short note ของผมไปถ่ายเอกสารย่อเหลืออันเท่านิ้วโป้งก่อนสอบ
...เอาไปอ่านทบทวนจริงๆ หรือ ?...
/me ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ *-*
)
กำลังเรียนนิติพอดี
คิดเหมือนกันว่า short note ยัดใส่อุปกรณ์อื่นอีกทีนี่มันไม่ใช่การทบทวนเเล้วละ - -"
ปล.เราเคยเผลอเอา short note ที่นั่งอ่านๆอยู่ใส่กระเป๋าเสื้อข้างหน้าเเล้วเข้าไปนั่งสอบด้วย ดีที่ไม่โดนจับเเล้วหาว่าทุจริต
#1 By [空 -清子] on 2006-11-09 20:33