Imagination ของเด็ก : Management ของผู้ใหญ่
posted on 21 Nov 2006 18:40 by chubby in Review-Social
.
วันนี้ไปเจอคลิปโฆษณาโดนใจเต็มๆ จากบล็อกของคุณภูภู่ภู้ภู๊ภู๋เข้า อดใจไม่ไหวที่จะเอามาฉายซ้ำต่ออีกรอบ
เป็นคลิปจาก Japan Advertising Council ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514
จุดประสงค์หลักคือการทำโฆษณาเพื่อกระตุ้นสังคมในประเด็นต่างๆ ที่ต้องการรณรงค์โดยไม่หวังผลกำไร
.
ดูที่ YouTube ข้างล่างหรือ http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=1302 ก็ได้ครับ
.
.
.
แม้งานชิ้นนี้จะเน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมศักยภาพ ความคิดความสร้างสรรค์และการทำความเข้าใจในตัวเด็ก
แต่ ก็ทำให้ผมอดคิดถึงความง่อนแง่นของสถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว และผู้มีอำนาจเบื้องบนไม่ได้
แต่ละสถาบันเทียบตัวละครจาก Ad ชิ้นนี้
1) ครูประจำชั้น - สถาบันการศึกษา
2) พ่อแม่ - สถาบันครอบครัว
3) หมอ - ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดว่าในแต่ละกรณีจะทำอย่างไร, เทียบได้กับสถาบันการปกครองภาครัฐ
.
สถาบันการศึกษา
ครูประจำชั้นใน Ad นี้มีความใส่ใจต่อเด็กดีในระดับหนึ่ง เพราะ ครูบางคนไม่สนใจว่าเด็กวาดอะไรด้วยซ้ำ
มีการปรึกษาครูที่อาวุโสกว่า มีการไปหาผู้ปกครองเพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ และมีการติดตามผลด้วย
ถ้าจะขาด ก็คงขาดตรงการรับมือกับเด็กในกรณีแปลกๆ ที่อยู่นอกเหนือแผนการเรียนการสอนแบบนี้กระมัง
.
สถาบันครอบครัว
พ่อแม่ใน Ad นี้ไม่ค่อยมีบทบาทที่เด่นชัดในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากพาเด็กไปปรึกษาแพทย์
จากสภาพห้องของเด็กใน Ad นี้ แสดงให้เห็นว่า เรื่องปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของเด็กสมบูรณ์พร้อม
แต่ ดูจากการที่เด็กไม่ค่อยพูดจา ทำให้สงสัยว่าพ่อแม่เอาแต่ทำงาน จนสัมพันธภาพในบ้านบกพร่องหรือไม่
.
ผู้มีอำนาจสูงสุด
ใน Ad นี้ก็คือสารพัดหมอและพยาบาล ยังดีที่พยาบาลคนนี้เป็นคนช่างสังเกต เหมือนกับครูนั่นแหละครับ
ทำให้ไขปริศนาของปัญหา (?) ที่ตัวเองไม่เข้าใจออกมาได้ ขณะที่คุณหมอใหญ่ทั้งหลายดูไม่ค่อยมีน้ำยา
ไม่ใช่ว่าคุณหมอไม่เก่ง แต่ปัญหาบางอย่าง คนระดับล่างหรือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาจะมองเห็นได้ดีกว่า
.
.
.
เด็ก - อนาคตของชาติ
เด็กน้อยใน Ad นี้ มีจินตนาการกว้างไกล และมีความอดทนต่อการทำงานที่กินระยะเวลานานๆ ได้ดีเยี่ยม
ขณะที่เด็กในยุคปัจจุบันจำนวนไม่น้อย มีความอดทนต่ำ สมาธิสั้น จับจด ทำอะไรได้ไม่นาน แป๊บๆ ก็เลิกทำ
จะทำกิจกรรมอะไรๆ ก็มีอุปกรณ์ มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ไม่ต้องคิดเอง ไม่ต้องทำเอง
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ชวนให้สงสัยว่าจะก่อเกิด Imagination ที่สร้างสรรค์และทำออกมาได้จริงสักเท่าไร ?
.
หมายเหตุ
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการหาช่องทางโกงเกมออนไลน์เพื่อตนจะได้เปรียบคนอื่น
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการขโมยงานของคนอื่นในอินเตอร์เน็ตมาเป็นของตัวเอง
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการทำอะไรตามที่ใจตัวเองต้องการโดยไม่สนใจกาลเทศะ
เพราะมันจะเข้าสู่วงจรอุบาทว์...เด็กที่เกรียนในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่เกรียนกว่าในวันหน้า...อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
.
.
.
สรุป
- "Genius is 1% inspiration and 99% perspiration" (ซึ่งไม่ใช่การใช้โปรแกรมช่วยเล่นแน่ๆ)
วันนี้ไปเจอคลิปโฆษณาโดนใจเต็มๆ จากบล็อกของคุณภูภู่ภู้ภู๊ภู๋เข้า อดใจไม่ไหวที่จะเอามาฉายซ้ำต่ออีกรอบ
เป็นคลิปจาก Japan Advertising Council ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514
จุดประสงค์หลักคือการทำโฆษณาเพื่อกระตุ้นสังคมในประเด็นต่างๆ ที่ต้องการรณรงค์โดยไม่หวังผลกำไร
.
ดูที่ YouTube ข้างล่างหรือ http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=1302 ก็ได้ครับ
.
.
.
แม้งานชิ้นนี้จะเน้นย้ำเรื่องการส่งเสริมศักยภาพ ความคิดความสร้างสรรค์และการทำความเข้าใจในตัวเด็ก
แต่ ก็ทำให้ผมอดคิดถึงความง่อนแง่นของสถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว และผู้มีอำนาจเบื้องบนไม่ได้
แต่ละสถาบันเทียบตัวละครจาก Ad ชิ้นนี้
1) ครูประจำชั้น - สถาบันการศึกษา
2) พ่อแม่ - สถาบันครอบครัว
3) หมอ - ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดว่าในแต่ละกรณีจะทำอย่างไร, เทียบได้กับสถาบันการปกครองภาครัฐ
.
สถาบันการศึกษา
ครูประจำชั้นใน Ad นี้มีความใส่ใจต่อเด็กดีในระดับหนึ่ง เพราะ ครูบางคนไม่สนใจว่าเด็กวาดอะไรด้วยซ้ำ
มีการปรึกษาครูที่อาวุโสกว่า มีการไปหาผู้ปกครองเพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ และมีการติดตามผลด้วย
ถ้าจะขาด ก็คงขาดตรงการรับมือกับเด็กในกรณีแปลกๆ ที่อยู่นอกเหนือแผนการเรียนการสอนแบบนี้กระมัง
.
สถาบันครอบครัว
พ่อแม่ใน Ad นี้ไม่ค่อยมีบทบาทที่เด่นชัดในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากพาเด็กไปปรึกษาแพทย์
จากสภาพห้องของเด็กใน Ad นี้ แสดงให้เห็นว่า เรื่องปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของเด็กสมบูรณ์พร้อม
แต่ ดูจากการที่เด็กไม่ค่อยพูดจา ทำให้สงสัยว่าพ่อแม่เอาแต่ทำงาน จนสัมพันธภาพในบ้านบกพร่องหรือไม่
.
ผู้มีอำนาจสูงสุด
ใน Ad นี้ก็คือสารพัดหมอและพยาบาล ยังดีที่พยาบาลคนนี้เป็นคนช่างสังเกต เหมือนกับครูนั่นแหละครับ
ทำให้ไขปริศนาของปัญหา (?) ที่ตัวเองไม่เข้าใจออกมาได้ ขณะที่คุณหมอใหญ่ทั้งหลายดูไม่ค่อยมีน้ำยา
ไม่ใช่ว่าคุณหมอไม่เก่ง แต่ปัญหาบางอย่าง คนระดับล่างหรือคนที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาจะมองเห็นได้ดีกว่า
.
.
.
เด็ก - อนาคตของชาติ
เด็กน้อยใน Ad นี้ มีจินตนาการกว้างไกล และมีความอดทนต่อการทำงานที่กินระยะเวลานานๆ ได้ดีเยี่ยม
ขณะที่เด็กในยุคปัจจุบันจำนวนไม่น้อย มีความอดทนต่ำ สมาธิสั้น จับจด ทำอะไรได้ไม่นาน แป๊บๆ ก็เลิกทำ
จะทำกิจกรรมอะไรๆ ก็มีอุปกรณ์ มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ไม่ต้องคิดเอง ไม่ต้องทำเอง
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ชวนให้สงสัยว่าจะก่อเกิด Imagination ที่สร้างสรรค์และทำออกมาได้จริงสักเท่าไร ?
.
หมายเหตุ
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการหาช่องทางโกงเกมออนไลน์เพื่อตนจะได้เปรียบคนอื่น
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการขโมยงานของคนอื่นในอินเตอร์เน็ตมาเป็นของตัวเอง
คงไม่มีใครคิดว่า Imagination ที่สร้างสรรค์คือการทำอะไรตามที่ใจตัวเองต้องการโดยไม่สนใจกาลเทศะ
เพราะมันจะเข้าสู่วงจรอุบาทว์...เด็กที่เกรียนในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่เกรียนกว่าในวันหน้า...อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
.
.
.
สรุป
- "Genius is 1% inspiration and 99% perspiration" (ซึ่งไม่ใช่การใช้โปรแกรมช่วยเล่นแน่ๆ)
Tags: ad, clip, imagination15 Comments
Parody Television
#1 By Detonator on 2006-11-21 19:05