7 วันอันตรายผ่านไป ยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่ที่ 407 ราย บาดเจ็บอีกร่วม 4 พันกว่าคน
เป็นตัวเลขสยดสยองยิ่งกว่าอเมริกาทำสงครามกับอิรักทั้งเดือนเสียอีก ไม่มีประเทศไหนกล้าเลียนแบบแน่ๆ
.
เมื่อเร็วๆ นี้มีการเผยแพร่ภาพอุบัติเหตุ จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตามทางแยกหลักๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่
ไม่อยากจะบอกว่า เจอภาพเหตุการณ์แบบนี้ทุกครั้งที่ไปทำธุระในตัวเมือง จนไม่มีความสงสารให้พวกนี้แล้ว
.
.
.
ต่อจากนี้ จะขอบ่นเรื่องการจราจรที่เชียงใหม่ครับ ไม่รู้สอบใบขับขี่มาได้อย่างไร เป็นคนขับรถเถื่อนหรือเปล่า
.
- มอเตอร์ไซด์ เลี้ยวซ้ายออกจากซอยเข้าถนนใหญ่ ไม่เคยมองดูขวามือเลย ถนนในเมืองมันกว้างหรืออย่างไร
- ทางใหม่ได้ไฟเขียวจนไม่รู้จะเขียวยังไงแล้ว มันก็ยังมีพวกซื้อใบขับขี่ขับรถฝ่าไฟแดงจากอีกด้านออกมาอีก
(เนื่องจากแยกข่วงสิงห์, ศาลเด็ก, หนองประทีปยังคงขุดอุโมงค์อยู่ ขอให้ไปสังเกตุการณ์ที่แยกหางดงแทน)
แล้วก็อย่ามาบ่นว่ารถออกตัวช้า เพราะถ้าผมออกตัวทันทีที่ไฟเขียว อย่างสามแยกหน้าห้างเซ็นทรัลแอร์พอร์ต
ผมคงโดนไอ้รถฝ่าไฟแดงชนเข้าด้านข้างที่นั่งคนขับจนเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 5 ครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
.
.
.
- ถนนมหิดลเป็นถนนในเขตเทศบาลไม่มีสัญญาณไฟ (ใช้สะพานข้ามแยกแทน) เป็นระยะทางที่ยาวที่สุด
3 ใน 5 คัน ของรถที่ขับแซงซ้ายแซงขวาในช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นรถป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ???
(ในเขตเมืองก็ไม่แตกต่างกัน แต่ บนถนนมหิดลจะสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลได้ง่ายกว่า ท้าพิสูจน์ได้เลย)
.
- จะกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ต่างมีหัวปิงปองออกมาดักจับรถมอเตอร์ไซด์ไม่สวมหมวกกันน็อคเหมือนกัน
แต่ที่ไม่เหมือนกันคือถนนใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ จะมีเกาะกลางถนนที่มีรั้วหรือต้นไม้ทำให้หลบหนีได้ลำบาก
ขณะที่เชียงใหม่ ไม่ค่อยมีเกาะกลางถนน เวลาเจอด่าน พวกมอเตอร์ไซด์มันจะกลับรถแบบไม่ดูห่าอะไรเลย
ไม่ว่าจะเป็นการกลับรถตรงหัวโค้งหักศอก 90 องศา, กลางสะพานข้ามแม่น้ำปิง, หรือแม้แต่ถนนวันเวย์ !!!
.
.
.
สรุป
ไฟเขียว = ไปได้, ไฟเหลือง = รีบไปด่วน, ไฟแดง = แซงไปเลย, กินเหล้า = เหยียบคันเร่งให้มิดยิ่งกว่าเดิม
จึงไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด ที่ประเทศไทยซึ่งมีปริมาณรถยนต์น้อยกว่าหลายประเทศในอเมริกาหรือยุโรป
กลับมีจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนน ต่อจำนวนประชากรที่มีรถยนต์ สูงลิ่วยิ่งกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วซะอีก
นอกจากกินเหล้า เมายา บ้าเซ็กส์แล้ว คาดว่าคนไทยจะเอาอันดับ 1 ของโลกด้านอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย ?
.
เหมือน Entry เก่าครับ จากคุณสมบัติ ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ นัยหนึ่งแปลว่า การขาดความรับผิดชอบ
ไม่ว่าเราจะขับรถด้วยความรับผิดชอบหรือทำตามกฎระเบียบแค่ไหน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีคุณสมบัติพวกนี้ล่ะ
จึงเป็นปัจจัย ที่ทำให้บ้านเรามีศักยภาพที่จะคว้าอันดับ 1 ในหัวข้อนี้มาครองได้อย่างสบาย (อีกแล้ว) ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เก่งจริงๆน่ะครับ คนไทย เหอๆๆ

เป็นที่หนึ่งในสิ่งที่ประเทศอื่นๆไม่อยากเป็น

#1 By Detonator on 2007-01-08 17:52

อ๊ากน่ากลัว ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลเลยไม่อยากออกไปไหนเลย
เพราะใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก เกลียดสุดๆไอ้พวกไม่เปิดไฟเลี้ยว

พวกซิ่งอีก ปั่นจักรยานแต่ละทีเหมือนแขวนชัีวิตบนเส้นด้ายเก่าๆ

โดยเฉพาะในคูเมือง ขับรถกันแย่มากๆ ธุระไม่สำคัญไม่อยากเข้าไปเลย ยอมปั่นจักรยานอ้อม

#2 By D i a b o l i c on 2007-01-08 17:56

แถวบ้านผมเห็นมอเตอร์ไซค์วิ่งกันยังกับแมลงวัน พวกนี้เอาแต่วิ่งตามสะดวกไม่เคยมองใครเลย

และมันก็ทำให้สกิลขับรถของผมพุ่งพรวดในเวลาไม่กี่สัปดาห์...

#3 By กระรอกโฉด on 2007-01-08 18:04

สมเป็นเมืองไทยมาก...

ผมว่าต่อให้สอบใบขับขี่มาได้จริง
แต่ถ้าไร้จิตสำนึกในการรักษากฏหมาย มันก็เท่านั้นครับ

#4 By Little Lamb on 2007-01-08 20:01

นั่นล่ะค่ะๆ
แม่อยากให้ฝึกขี่รถในเชียงใหม่ได้แล้ว
แต่ไอ้เรารึก็บ้านนอกไม่กล้าก็เพราะอย่างนี้ล่ะค่ะ

#5 By ต้า on 2007-01-08 20:47

ตอนสอบใบขับขี่ ไม่ได้สอนเรื่องพวกนี้รึไงหว่า
เจอมาทั้งจะเลี้ยวไม่เปิดไฟเลี้ยว
หรือไม่ก็จะตรงไปเลยเปิดไฟกระพริบ2ข้าง
แต่ที่กลัวสุดคือพวกมอไซค์
พวกนี้ขับตามใจกูตลอด โคตรน่ากลัว

#6 By leechiro on 2007-01-08 22:48

เพิ่งผ่านไปแถวนั้นครับ ไปเที่ยวงานพืชสวนโลก แล้วก่อนกลับแวะที่เซ็นทรัล แอร์พอร์ตรอเครื่องบิน เพิ่งรู้ว่ามีอุบัติเหตุแถวนั้นบ่อยๆ

ปล. คุณป้าผมขับพาไปเที่ยวงาน ขากลับก็พารถตกคูน้ำเหมือนกันครับ สงสัยถนนเชียงใหม่อาจจะขับยากจริงๆ

#7 By tamanxzg on 2007-01-08 23:00

ลป. เพิ่มเติมนะครับ ที่ว่ามีผู้เสียชีวิต 407 รายจริงๆน่าจะมากกว่านี้เยอะนะครับ

เนื่องจากพ่อผมเป็นหมอนิติเวช ผมเลยได้ทราบวิธีนับผู้เสียชีวิต คือต้องเป็นผู้ที่เสียชีวิตในระหว่าง 7 วันเท่านั้น ไม่รวมคนไข้ที่สมองตายรอถอดเครื่องช่วยหายใจ และบางทีก็นับเฉพาะที่ตายคาที่ด้วย ดังนั้นจึงมักจะพบคนไข้สมองตายในช่วงนี้เยอะมาก รอเลี้ยงไข้ให้เกิน 7 วันเพื่อลดสถิติของจังหวัดตัวเอง

ที่เป็นหลักฐานได้ดีคือมีโทรศัพท์ตามตัวพ่อผมแทบจะหลังอาหาร 3มื้อเลยทีเดียว (ดูหนังก็มีโทรตาม 2 ครั้ง) แสดงว่าผู้เสียชีวิตมีเยอะมากจริงๆ

#8 By tamanxzg on 2007-01-08 23:10

#8
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจครับ (เก็บไว้อัพในเทศกาลต่อไป)

#9 By Chubby Chocobo on 2007-01-08 23:15

ดูแล้วน่าสยองดีแท้......

ถ้าคนไทยรู้จักรักษากฎมากกว่านี้....ภาพแบบนี้คงไม่เกิด

#10 By Albedo : The Wing of madness on 2007-01-08 23:27

คนไทยไร้สติค่ะ

พูดได้แค่นี้ - -"

#11 By D.M. on 2007-01-09 00:35

แล้วก็อย่ามาบ่นว่ารถออกตัวช้า << ถ้าพูดแบบนี้แปลว่าไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่เรียกว่า ไฟเหลือง จริงๆ สินะ...
ตั้งแต่ผมมากรุึงเทพได้ 3 ปี ผมโดนกดแตรใส่เพราะลดความเร็วเมื่อเห็นไฟเหลืองได้เกิน 5 ครั้งแล้วครับ สำหรับคนที่กดแตรใส่ผม ไฟเหลือง = รีบไปด่วน สินะเนี่ย... ไม่นับคนที่ฝ่าไฟเหลืองให้เห็นแบบจงใจอีกนับไม่ถ้วนนะ...

ที่กรุงเทพ มันจะมีการขับรถห่วยๆ อีกอย่างที่เห็นประจำ อีกหน่อยถ้าเชียงใหม่มีรถเมล์ ก็คงจะได้เห็นเหมือนกันคือ รถเมล์ จอดป้าย เลนซ้ายสุดบนถนน ทั้งๆ ที่ป้ายข้างหน้าอยู่ถัดไปแค่ราวๆ 300-500 เมตร มันก็จะพยายามตีออกไปเลนขวาสุดก่อนครับ แล้วพอออกไปเลนขวาสุดได้ไม่ถึงห้านาที มันก็จะพยายามตีกลับเข้าเลนซ้ายใหม่ เพราะถึงป้ายแล้ว ซิกแซกไปแบบนี้ตลอดทาง แล้วก็ ถ้ามันตีกลับเข้าไม่ทัน มันก็จอดตรงนั้นเลยครับ ปล่อยผู้โดยสารลงกลางถนน บางทีก็ขวางรวดสองเลน เพราะกำลังเปลี่ยนเลนอยู่ แต่ไม่ทัน เลยจอดให้ผู้โดยสารลงทั้งๆ อย่างนั้น ... ทุเรศแบบสุดๆ จริงๆ

ส่วนเรื่องมอเตอร์ไซ เลี้ยวซ้ายไม่ดูรถทางขวานี่ ผมอยากเบียดมันให้ตายจริงๆ ครับ -_-+

#12 By Death on 2007-01-09 07:59

# 6
เรื่องวิ่งตรงผ่านทางแยกแล้วเปิด "ไฟขอทาง" (ไฟกระพริบซ้ายขวาพร้อมกัน) นั้น ตอนผมไปสอบใบขับขี่ เจ้าหน้าที่กำชับว่า "ไม่ควรเปิด" นะ เพราะรถที่วิ่งมาทางด้านขวาของเราจะเห็นแต่ "ไฟเลี้ยว" ด้านขวา (พอเห็นแล้วบางคนก็จะไม่มองหรอกว่าไฟซ้ายเปิดอยู่รึเปล่า) ทำให้นึกว่าเราจะเลี้ยวขวา แล้วก็จะทำให้กะจังหวะและระยะคลาดกันทำให้ชนกันได้
ดังนั้น ถ้าจะวิ่งตรงไปก็ไม่ควรเปิดไฟขอทาง ไม่ซ้าย ไม่ขวา ก็คือตรงไป คงไม่มีใครคิดหรอกว่าเราจะจอดอยู่ตรงนั้นเฉย ๆ
ไฟขอทางผมจะเปิดเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถช้า ๆ หรือจะจอดรถเท่านั้นครับ

#13 By กระรอกโฉด on 2007-01-09 13:52

.........

คิดถึงโรงเรียนแต่ก่อน เอาภาพคนที่ตายเพราะอุบัติเหตุมาให้ดู....

แล้วมีวันนึงมีมอไซต์ทะลึ่งมาซึ่งถนนหน้าโรงเรียน ได้ข่าวว่าตายห่าไปแล้ว ถนนก็เล็ก รถก็เยอะ ไม่ได้ดูอะไรเลย ......

เห็นได้ชัดว่า รณรงค์ยังไง ก็สู้ใจตัวเองไม่ได้อยู่ดี ตราบใดที่พวกเวรนั่นยังคิดว่า"เรื่องของกู" อยู่ล่ะก็

#13
จริงๆ แล้วมันคือ "ไฟฉุกเฉิน" ใช้ตอนรถจอดอยู่กับที่เนื่องจากประสบปัญหา เช่น เครื่องเสีย ยางแตก ฯลฯ
ไม่รู้บ้านเรามันกลายพันธุ์มาเป็น "ไฟขอทาง" ในขณะที่รถกำลังซิ่งผ่านทางแยกได้อย่างไร

#15 By Chubby Chocobo on 2007-01-10 15:21

ที่เชียงใหม่มันขับรถกันอย่างนั้นจิงๆนะ

#16 By -Kor of Sound- on 2007-01-23 19:42

ไม่แปลกใจที่เกรียนไม่มีวันหมดจากโลกและ Zelda
ผมได้รับอุบติเหตุ

#18 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-03-29 13:32

ขอสารภาพว่า ไอ่ ปาดใหม่ปาดมา ทะเบียนเชียงใหม่ก็ มีผมด้วย หึ่งนะนเส้นมหิดล เพราะ เ้ส้นนี้ เป้นทางตรงตาวหนะ ไม่ได้ วิ่งเกิน แปดสิบด้วยเอ้า แต่พี่แก วิ่งเลน ขวาด้วยความเร็ ประมาณ หกสิบ ให้ ตายสิ บางทีก็ รีบ(เป็น ประจำแหละ) แต่ช่งนี้ ก็ เพลาๆ ลงละ

มอเตอร์ไซด์เชียงใหม่น่ากลัว นะ แต่มาเจอที่ลำปาง กะลำพูน แล้ว น่ากลัวน้อยลง

สุดท้ายนี้ หนูอยากบอกว่า




"ฮา เกลียด สีล้อแดง"

#19 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-05-08 15:10

คุณ พี่ อุโมง เมืองเชียงใหม่ ก็ ด เหมือนเสร็จหมดแล้ว ไม่วิจารณื บ้างหรือ ครบ ^^

#21 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-12-24 11:32