.
รายงานข่าว
ข้อมูลจาก ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ
กระทรวงยุติธรรม

.
ประเทศจีน มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต 400 - 500 ล้านคน มีห้องเล่นแคมฟร็อกอยู่ 3 - 4 ห้อง
ประเทศไทย มีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต 5 - 6 ล้านคน มีห้องเล่นแคมฟร็อก มากกว่า 300 ห้อง
โดยห้องที่ได้รับความนิยมมากสุด 60 อันดับแรกของโลก เป็นห้องของคนไทยถึง 55 ห้อง
คนไทยเรารู้จักโปรแกรมนี้เพียงแค่ไม่กี่เดือน ก็สามารถไต่เต้าจากอันดับ 3 ขึ้นสู่อันดับ 1 ได้
ส่วนจะเป็นคนปรกติ หรือคนพิการ เป็นการใช้งานลักษณะไหนนั้น ไม่มีรายละเอียดอย่างใด
.
ข้อมูลการใช้งานดินเตอร์เน็ตทั่วไปของคนไทย
.
ผู้ใช้งาน 20% : ใช้อินเตอร์เน็ตในการศึกษาหาความรู้, การทำธุรกรรมออนไลน์
ผู้ใช้งาน 80% : เล่นเกมออนไลน์, พูดคุยสนทนา, และ...ละไว้ในฐานที่เข้าใจ...
.
จบการรายงานข่าว
- No Comment -

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่มีความเห็นครับ
เอาข้อมูลดิบมาลงให้เห็นเฉยๆ ว่าสภาพการณ์เป็นอย่างไร

#2 By chubby on 2007-01-28 04:49

ผมก็อยู่ใน 80% หลังนะครับ .. และ ...

ผมรู้ คุณก็ใช้ !!

#3 By soundsyndrome on 2007-01-28 05:47

มีเพื่อนของเพื่อนเป็นดีเจออนไลน์เหมือนกัน มันเคยบอกว่า มีพวกเล่นแคมฟร๊อค วอบๆแวมๆ เยอะเหมือนกันแต่มันก็ไม่ได้สนใจอะไร

ไม่รู้ว่าผิดกฏหมายไหม แต่ผิดศิลธรรมชัวร์ที่สุด ดดดดด

ทำให้คนที่มีเว็บแคม โดนมองและเหมาว่าเป็นพวกแบบบนั้นไปหมดเลย - -

เคยเจอมากับตัว เพราะเคยใช้เว็บแคมคุยกับเพื่อนสนิท แต่มีพวกไหนไม่รุ้ เอดเข้ามา บอกว่าเราจะโชวร์ของลับให้เธอดู ...โดนบล๊อค สถานเดียว

บางอย่างการแสดงออกเป็นสิ่งที่ดี แต่บางอย่างก็ไม่ควรเลย...บ้านเราเป็นเมืองพุทธ ไม่ใช่เมืองนอก (ขนาดเมืองนอกเค้าก็มีส่วนน้อยแหล่ะที่เป็นแบบนั้น)

ใครที่โชว์แบบนั้นก็เลิกนะค่ะ มีอะไรให้ทำเยอะแยะเลย

#5 By +++วีจัง AGG+++ on 2007-01-28 07:22

มีประโยชน์ก็ต้องมีโทษ

พูดยากเนอะ

#7 By goody on 2007-01-28 08:21

ต้องปรบมือให้มะคะเนี่ย
จากที่3 ไปเป็นที่1แน่ะ

ทีเรื่องแบบนี้และสุดยอดกันนัก

เฮ้อ อ่านแล้วอนาถใจ

#8 By ๛Girl In Game๛ on 2007-01-28 09:14

เพราะบ้านเราลงโฆษณาหน้า 1 ในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ติดต่อกันหลายๆวันไงล่ะครับ นึกถึงช่วง Coolfever พิกล

#9 By nora on 2007-01-28 12:20

สิ่งมีชีวิตทั้งปวง เกิดวิวัฒนาการด้วย 2 สิ่ง
- การสืบพันธุ์
- ความตาย

ไม่แปลกใจ ที่มันจะติดได้รวดเร็ว
ส่วนเรื่องปริมาณ คาดว่าเป็นเพราะ ปัจจัยอื่นๆ ไม่ใช่ว่าเราหื่นมากกว่าเพียงอย่างเดียว

อาจจะเป็นเพราะ บ้านเรามีเป้าหมาย และวิถีดำรงชีวิต ต่างจากบ้านอื่นๆเขา

ในหลายๆลัทธิความเชื่อ ก็บูชาหน้าที่ ทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด( อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกลไกทุนนิยมด้วย )

อีกประการหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะแนวทางการตอบสนองทางเพศที่ต่างกัน

- เมืองนอกปัญหาทางมนุษย์สัมพันธ์ คงจะน้อย เน้นการเข้าถึงเพศตรงข้ามตัวจริงๆ
- บางสังคมที่มีภาวะการแสดงออกได้น้อยกว่า การเข้าหาตัวจริงเป็นเรื่องที่ดูไม่ปกติ เก็บกด จึงหาทางอื่นเป็นที่ระบายออก( อาจจะสืบเนื่องมาจากสภาพมนุษย์สัมพันธ์ที่มีปัญหา , การสื่อสารผ่านตัวอักษร จึงเป็นที่หนึ่งซึ่งเพิ่มความสามารถในการสื่อสารสร้างสังคมเหล่านั้น )

ในแง่นี้อาจจะสรุปได้ว่า บ้านเรามีประชากรวัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่ ที่มีอาการ ติดอินเตอร์เน็ต มากกว่าบ้านเมืองอื่น

แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ประเทศอย่างญี่ปุ่น หรือ เกาหลี ก็น่าจะมีอัตราการใช้แบบนี้สูงกว่าด้วย? แต่กลับไม่ใช่ ( หรือเพราะว่าเขาใช้เครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ camfrog )

มีแนวทางเป็นไปได้หลากหลาย ยังสรุปได้ยาก ต้องมีการศึกษาอีกนาน

#10 By Detonator on 2007-01-28 12:41

ยอมรับว่า1ใน5-6ล้านคนมีผมอยู่
ผมเคยดูมัน(ดูที่ร้านเกมส) แต่ก็ไม่ได้ดูอีกเลย(บ้านมีคอมดูไม่ได้)

#11 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2007-01-28 13:23

ผมและหลาย ๆ คนไม่เคยรู้จัก camfrog เลย จนสื่อมาประโคมข่าวนี่แหละ

และเชื่อว่าหลาย ๆ คนมาลองใช้ camfrog กันจนเห่อเป็นเทรนด์เพราะการนำเสนอข่าวให้เป็นกระแสด้วย
Camfrog คืออะไร ^^!

#13 By ดุกดุ๋ย on 2007-01-28 17:27

ไม่รู้สิครับ โปรแกรมงี่เง่านี้ถ้าไม่ประโคมข่าวมันคงไม่ลุกลามขนาดนี้หรอก เรื่องห้ามก็คงห้ามไม่ได้
ศีลธรรมไม่ศีลธรรมก็ลองดูประเทศฟรีเซกส์ละก้ันครับ อัตรฆ่าตัวตายสูงกว่าบ้านเราอีก แบบนี้คงได้คำตอบแล้วมังครับว่าศีลธรรมคืออะไร
เรียกได้ว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีอย่างไม่คุ้มค่ารึเปล่านะ ถ้านำเวลาที่ไปทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นไป ทำมาหากินอาจจะสามารถยกระดับชีวิตขึ้นมาได้มากกว่านี้

หรืออาจจะมองได้ว่าแท้ที่จริงแล้วประเทศเราสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากกว่า แต่ขาดความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากมันในทางสร้างสรรค์มากกว่านะ

>>ไทน่า ยู
แล้วก็ศีลธรรมกับจริยธรรม มันก็ขึ้นอยู่กับรากฐานการอบรมเลี้ยงดูและสังคมที่คนๆนั้นโตขึ้นมา ต่างคนก็มีระดับศีลธรรมไม่เท่ากัน แต่ในทิศทางที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าสิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี ก็ถือเอาเป็นบรรทัดฐานของศีลธรรมและจริยธรรมที่พึงมีได้ในระดับหนึ่งนะครับ เพราะคนเราต้องอยู่ในสังคม ก็ต้องกระทำตามความคาดหวังของสังคมเป็นสำคัญ

#15 By tamanxzg on 2007-01-29 21:44

ประโยชน์ กะ โทษ จะว่าไปมันก้เป็นของคู่กัน
จะให้ดี ๆ หมดเปงไปไม่ได้ แต่จะเลวๆไปก็ไม่มี
ปลงคับเพ่

#16 By oTikiOo on 2007-02-11 10:29

Loading