.
วันเสรีภาพสื่อโลก (World Press Freedom Day) เริ่ม พ.ศ. 2536 โดย องค์การสหประชาชาติ
ช่วงระยะดังกล่าวเวลา นับเป็นจุดสูงสุดของสื่อสารมวลชนดั้งเดิม อย่างเช่นโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์
ก่อนที่ทศวรรษถัดมา เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทพลิกโฉมหน้าการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
ค่อยๆ สร้างอิทธิพลผ่านช่องทางใหม่ จนพูดได้ว่าทำให้เกิดปรากฎการณ์หลายอย่าง แซงหน้าสื่อดั้งเดิม
.
สื่อดั้งเดิมนั้น กองบรรณาธิการบริหารไม่สามารถยกบริษัทหนีเวลาทำผิดได้ ก็ต้องรับผิดชอบกันไปเต็มๆ
ตัวนักข่าวเองก็ต้องฝ่าอุปสรรคหลายด่าน ทั้งการเรียนการฝึกงาน กว่าจะหลุดเข้าไปเป็นผู้รายงานข่าวได้
แต่กระนั้น ก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีจากสื่อเอง นักข่าวที่ไม่มีจรรยาบรรณ เต้าข่าวที่ไม่มีมูลความจริง
หรือสื่อที่เจตนาลงข่าวภาพตัดต่อ ทำทุกวิถีทางโดยไม่ยั้งคิดเพียงเพื่อจะขายข่าวจึงมีให้เห็นอยู่เป็นระยะ
.
อุปกรณ์การสื่อสารรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในราคาที่ถูกลง ทำให้ผู้คนหาซื้อมาครอบครองได้ง่าย
เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตทั้งมีสายและไร้สาย ต่างรับส่งข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นในราคาที่ถูกลงเมื่อเทียบกับอดีต
ผู้คนต่างบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว มาแลกเปลี่ยนกันในอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
พฤติกรรมของผู้คนในโลกไซเบอร์พัฒนาตัวจนกลายเป็นสื่อยุคใหม่ที่ฉับไว มีความสดมากกว่าสื่อดั้งเดิม
.
แต่ทุกวงการย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป
.
ขนาดสื่อดั้งเดิม ซึ่งมีขั้นตอนมากมาย กว่าจะฝ่าด่านออกมาทำข่าวให้เราบริโภค ยังเกิดความผิดพลาดได้
สื่อยุคใหม่ ซึ่งเน้นความอิสระ ถูกพวกเกรียนกลุ่มหนึ่งตีความว่า อิสระ หมายถึง "กูทำอะไรก็ได้ตามใจกู"
โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นจนเกิดข้อกังขาต่อคุณภาพของข้อมูลในโลกไซเบอร์ว่าเป็นข้อมูลแบบเกรียนๆ หรือไม่
จาก ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในไทยมากกว่า 60% อายุระหว่าง 6 - 24 ปี และมากกว่า 60% อาศัยในกรุงเทพฯ
ท่ามกลางข่าวสารน่าวิตก ไม่ว่าเรื่องผลการเรียนที่ตกต่ำ ใช้ภาษาไทยได้แย่กว่าชาวต่างประเทศหลายคน
เอาแต่ลอกผลงานโดยคิดเองไม่เป็น และสารพัดวีกรรมซึ่งปรากฎในโลกไซเบอร์กับเกมออนไลน์เป็นสรณะ
.
สื่อยุคใหม่ก็ต้องนั่งพินิจพิจารณาไม่แพ้สื่อดั้งเดิม
.
.
.
ประกาศเรื่องการเขียนบล็อกจากเว็บมาสเตอร์
.
.....1. เขียนให้คนอื่นอ่านรู้เรื่องหน่อย (ภาษาวิบัติถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้)
.....2. อย่าคอมเมนต์มั่ว
.....3. งดการแจกเพลง MP3 ที่มีลิขสิทธิ์ (เพราะเว็บมาสเตอร์เดือดร้อน)
.....4. ใช้ภาษาที่สุภาพ เรียบร้อย ในการเขียนบล็อก และคอมเมนต์ผู้อื่น
.
ยกตัวอย่าง Exteen Blog ที่จู่ๆ กลายเป็นที่แจกเพลง mp3 ทำให้เว็บมาสเตอร์ต้องเหนื่อยโดยใช่เหตุ
เพราะถูกบริษัทเพลงเจ้าของลิขสิทธิ์ออกมาไล่เบี้ยจนเว็บมาสเตอร์ต้องออกมาขอความร่วมมือจากสมาชิก
บางราย ถูกปิดบล็อกยังทำเป็นดื้อตาใส ไม่รู้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เปิดบล็อกใหม่วนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย
เว็บมาสเตอร์ก็ต้องสิ้นเปลืองแรงงานไล่จัดการพวกนี้ แทนที่จะได้เอาเวลาไปสร้างสรรค์เว็บให้ดียิ่งๆ ขึ้น
.
บางบล็อกขึ้นชื่อประชาธิปไตย แต่การกระทำกลับตรงข้าม พร้อมไล่กัดทุกคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
พอเถียงเรื่องที่เป็นประเด็นในบล็อกจนตันๆ ก็หนีไปพูดถึงเรื่องส่วนตัวของฝ่ายตรงข้ามแทนเสียอย่างนั้น
หลังจากไม่ได้เข้าบล็อกดังกล่าวหลายเดือน เมื่อวานเผลอเข้าไปดู ก็พบกับสภาพแบบเดิม ที่แสนจะคุ้นเคย
(พอดีมีสมาชิกระดับ ***** กระซิบบอกว่า มีหลายคนที่เว็บ ***** รอยำหมอนี่อยู่แล้ว ผมจึงไม่แปลกใจ)
.
หรือยกตัวอย่างจาก Pantip ห้องศุภชลาศัย ซึ่งพบปัญหากระทู้จากกลุ่ม "เกรียนเชียร์" ไม่ใช่กองเชียร์
สำนวนโบราณที่ว่า "คนล้มอย่าข้าม" มักเป็นคำพูดของ A ที่มีต่อนาย B ซึ่งมองดูนาย C ที่กำลังลำบาก
จะด้วยตกภาษาไทยหรือเหตุผลใดก็ตามแต่ สถานการณ์กลับกลายเป็นว่านาย C ออกมาเยาะเย้ย A กับ B
แล้วพอทีมที่ C เชียร์สะดุดล้มหงายเก๋งหลังจากที่โม้ไว้มาก C กลับชิงตั้งกระทู้ "คนล้มอย่าข้าม" ซะงั้น
ไม่รู้ว่าสำนวนนี้ และอีกหลายๆ สำนวน กลายเป็นเกราะป้องกันตัวของผู้ที่เยาะเย้ยคนอื่นก่อนได้เยี่ยงไร ?
.
.
.
สรุป
แม้ในหลายๆ สถานการณ์ สื่อถูกคุกคามทางเสรีภาพ แต่ในหลายๆ สถานการณ์ สื่อก็ต้องดูแลตัวเองเช่นกัน
ขณะนี้สื่อดั้งเดิมจำนวนไม่น้อย สยายปีกมาทำบล็อก การแข่งขันทางด้าน Content ก็จะยิ่งหนักหน่วงขึ้น
สมาชิก Exteen ทุกคนไม่ว่าจะเขียนเล่นๆ หรือเขียนจริงๆ พึงรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองเขียนมากขึ้นด้วย
.
.
.
Related Links

 


edit @ 2007/05/08 11:08:56

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คุณ Chubby เขียนได้ตรงใจอะไรเช่นนี้

เห็นด้วยกับเรื่องเกรียน ที่ปัจจุบันรู้สึกมันจะเริ่มเลยเถิดกันไปใหญ่แล้ว

#2 By บอมเบย์ on 2007-05-04 21:26

เสรีภาพ ไม่มีจริงหรอกครับ

เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็มีสิทธิของคนอื่นและหน้าที่ของตัวเองมาจำกัดไว้ทั้งนั้น

#3 By Rune on 2007-05-04 21:32

เห็นด้วยกับที่สรุปมาเลยครับ
ปล.จริงๆแล้วกรณีละเมิดลิขสิทธิ์เนี่ย ทางเว็บมาสเตอร์ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบก็ได้ครับ
เพราะจริงๆถ้ามีการฟ้องร้องศาลกัน พี่แชมป์ชนะด้วยซ้ำไป
เพราะถือว่า ทางเว็บไม่ได้สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์

เพราะเคยมีกรณีที่ว่าสำนักพิมพ์ฟ้องบริษัทซีร๊อกซ์
เพราะทำให้มีการก๊อบปี้เกิดขึ้น แต่ซีร๊อกซ์ก็ชนะมาได้

แต่สุดท้ายแล้ว...ถ้าไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์แต่แรก
เว็บมาสเตอร์ก็ไม่มีปัญหาแ่น่นอนอ่ะคับ
ตอบคุณ YiUM:
ใช่ครับ ถ้าฟ้องร้องกันตามกฎหมาย webmaster ไม่ผิด
เคยมีกรณีฟ้องพวกผู้ให้บริการ bit torrent หรืออะไรเยอะแยะ
แต่การที่ผู้ใช้นำไปใช้ในทางที่ผิดเอง ไม่ได้เป็นความผิดของผู้ให้บริการครับ
ตัวอย่างที่ผมยกมาใช้บ่อยๆ คือ
ถ้ามีคนเอามีดแทงคนตาย ฟ้องบริษัทผลิตมีดไม่ได้ครับ

แต่... นั่นถ้าเขาเล่นตรงๆ ตามกฎหมายนะครับ
เอาเข้าจริงๆ แล้ว ถ้าเจออำนาจมือ เจอใต้โต๊ะ เจอข่มขู่ เจออุ้ม มันก็สู้ไม่ได้ครับ เพราะงั้นต้องกันไว้ก่อนเป็นดี...

ปล. เรื่องการแจกของมีลิขสิทธิ์นี่ ไม่นานนี้พึ่งเ้ห็นกระทู้ใน pantip เรื่องการเอา scan มา spoil เหมือนกันนะครับ

#5 By Death on 2007-05-04 21:47

เรื่องผิกลิขสิทธิ์ในเว็บที่เป็นเจ้าของ โดยที่เว็บมาสเตอร์ไม่เกี่ยวข้อง มีตัวอย่างไม่ห่างไกลอยู่ค่ะ
ผลคือ server ตั้งเครื่อง โดนยึดไปทำการตรวจสอบเป็นเวลานึง ซึ่งแน่นอนทำให้เว็บล่มโดยปริยาย แถมโดนข้อกล่าวหาที่ต้องมาแก้ให้ผ่านด้วย ไม่งั้นก็โดนยึดยาวไป
ถ้าเกิดกะ exteenขึ้นมาจริงๆ เว็บมาสเตอร์เค้าอยู่ไกลคงจะมาเคลียร์ลำบากนะค่ะ ดังนั้นก็ช่วยๆกันหน่อย

จะว่าไปเจอสื่อเสรีที่ไร้การกรองในปัจจุบันก็เหนื่อยพอดู แต่ยังดีหน่อยที่ยังพอช่างใจแยกแยะได้
แต่จริงๆก็ยังสงสารเด็กไม่รู้ความที่เดินเข้ามาในโลกที่ข่าวจริงปลอมปนกันมั่วแบบนี้ คงยอกที่จะสอนให้กรองข้อมูลก่อนรับไปจำนะน่ะ
วอนสื่อและผู้นำเนื้อหาสู่สายตาประชาชนทุกท่าน ขอให้รับผิดชอบกับสื่อที่ท่านเขียนไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ให้รู้ว่ามันให้ผลอะไรกับผู้ชมบ้าง แค่นั้นก็คงจะเป็นวันเสรีภาพสื่อโลกที่ดี

#6 By Ellebazi on 2007-05-04 22:46

เรื่องจิกกัดในบล็อกตัวเองนี่
เรามองว่าเป็นเรื่องปรกตินะ
โดยเฉพาะถ้าบ่นถึงแบบลอยๆ ไม่ได้ระบุชื่อใคร ไม่ได้ระบุ URL
เวลาเราไปข้างนอก เจอแท็กซี่ขับกวนประสาท แล้วเราอารมณ์เสีย อยากบ่น เราก็บ่นในบล็อกของเรา ไม่เห็นจะเดือดร้อนใครตรงไหน ไม่ได้ทำลายชื่อเสียงหรือเกียรติยศของใคร เพราะก็ไม่ได้ระบุชื่อ

บางครั้งเราบ่นโดยระบุชื่อ และ URL ด้วยซ้ำ ถ้าต้องการให้ผู้อ่านไปพิจารณาเอาเองว่าเขาจะตัดสินให้ใครถูกหรือผิด ประจานให้เห็นไปเลย ถ้าเจ้าตัวถืออีโก้ มั่นใจว่าตัวเองถูก เชื่อว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก (เราเคยบ่นแบบ"ประจาน"นี้ประมาณ 3 ครั้ง แต่ละครั้งเพราะคู่กรณีเค้าเถียงแบบไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ จึงอดรนทนไม่ได้ และมีน้ำโหอย่างมาก)

แต่เราเองคิดว่าการกล่าวถึงในลักษณะไม่เอ่ยนาม จะไม่สามารถเรียกว่าประจานได้

ส่วนการ hide comment เราคิดว่า เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเจ้าของบล็อก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเขา hide โดยที่มีการอัพเดทบล็อก หรือใส่ comment ชี้แจงว่าลบเพราะอะไร

สุดท้ายนี้...เราคิดว่า การแสดงความคิดเห็นหรือยึดถือแนวคิดของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่เราจะรู้สึกแปลกๆ ถ้าเห็นใครพยายามโน้มน้าว หว่านล้อม หรือบังคับ(ด้วยการเถียงไม่จบสิ้น) ให้คนอื่นมายึดแนวคิดเดียวกับตน
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเสรีนั้น ควรที่จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน และไม่ใช่แค่ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ต้องเคารพจุดยืนของเขาด้วย ไม่ใช่ว่าเราจะพยายามให้ตนเองถูก เค้าผิด และจะให้เค้าเปลี่ยนใจมาเชื่อแบบเรา
ไม่งั้นเถียงไปเถอะ 1 ปีก็ไม่จบ...
การโย้งกันนั้น ไม่เหมือนการโต้วาที ที่มีกรรมการหรือคนอื่นมาตัดสินให้ ว่าฝ่ายไหนให้เหตุผลหรือข้อสนับสนุนที่มีน้ำหนักมากกว่า
การโต้แย้งกันเองนั้น ต้องใช้น้ำใจนักกีฬา รู้จักยอมรับเหตุผลของฝ่ายตรงข้ามบ้าง (หลายๆครั้งถึงเรามีเหตุผลที่ต่างกัน หรือสะท้อนคนละด้าน แต่ก็ยอมรับได้ใช่ไหมว่า อีกฝ่ายก็มีเหตุผลอันควรเหมือนกัน)

โลกนี้ ความคิดเห็นไม่ได้ตัดสินแค่ขาวกับดำ
ไม่ใช่ว่าถ้าไม่เอา no แล้วต้องเอา yes
มันมี partly agree, partly disagree ได้
มันมี You're right, but I..... ได้
มันมี I know how you feel, but I.... ได้
มันที I agree that......but I disagree that..... ได้
ไม่ใช่ว่าเถียงกันทีไร เป็นต้องบอกว่า You're wrong, I am right. เสมอไป

และเราก็คงต้องยอมรับว่า มนุษย์นั้น ต่อให้พยายามใช้เหตุผล แต่ลึกๆก็ยังมีอารมณ์อยู่
การจะโน้มน้าวใจคนอื่น มันก็ต้องมีเทคนิคของมัน... ไม่ใช่ว่าจู่ๆจะไปบังคับข่มขืนจิตใจเขา หรือจะพูดจามะนาวแล้งน้ำ แล้วจะให้เขามาเชื่อเรา

ความคิดเห็นไม่มีถูก ไม่มีผิด

แต่สิ่งที่สังคมหรือคนรอบๆจะมองว่าถูกหรือผิด มันอาจจะขึ้นอยู่กับ "วิธีการนำเสนอ" ก็ได้

ลองนึกถึงนิทานเรื่องลมกับพระอาทิตย์ดู เวลาที่ทั้ง 2 พนันกันว่าใครจะทำให้เสื้อคลุมของชายคนหนึ่งหลุดออกได้ก่อนกัน....

#7 By Valentino on 2007-05-04 22:54

เพลิน ลืมตอบเรื่องใน entry...

เราอยากบอกว่าเห็นด้วยค่ะว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
เพราะสื่อกว้างไกลไร้ขอบเขต และเข้าถึงได้ในวงกว้างแบบอินเตอร์เนตเนี่ยแหละ ที่เปิดโอกาสให้คนเราสื่อสารกันได้ และแสดงความเห็นในวงกว้างยิ่งขึ้น แต่อะไรที่กว้างไปก็น่ากลัวเหมือนกันค่ะ

ถ้าผู้ใช้สื่อไม่มีความรับผิดชอบ และใช้สื่อนี้ในทางลบ ก็เกิดผลลบได้แรงอย่างน่าอัศจรรย์
มันเป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆค่ะ

ถ้าจะควบคุมหรือลดข้อเสียของมันลงอย่างชะงัด ต้องแก้ที่พื้นฐานของผู้ใช้สื่อเท่านั้น >< ยากจริงๆ

#8 By Valentino on 2007-05-04 22:59

เห็นด้วย

เสรีภาพนั้นย่อมมาพร้อมกับกฎเกณฑ์เสมอไป

#11 By - [ S l o w b l a d e ] - on 2007-05-04 23:41

คอมเมนต์ทำให้เดือดมาอีกแล้วครับท่าน เพลาๆหน่อยก็ดีนะครับ
ถึงคุณไทน่า ยู #1 เกี่ยวกับเรื่องกระทู้10เมืองน่าเที่ยวในบอร์ดนั้น

ผมพูดตามตรงว่า ข้อความที่ผมโพสท์ต่อจากความเห็นของคุณในบอร์ดนั้น มันสั้นเกินไป ความจริงผมอยากเขียนยาวกว่านี้ แต่ผมเขียนไม่ได้ เพราะผมเองก็โดน blacklist จากบอร์ดนั้น

ดังนั้น ผมขอเอาข้อความที่ผมอยากจะเขียนต่อนั้น เอามาโพสท์ ณ ที่ตรงนี้ ซึ่งเป็นข้อความที่พี่chubbyน่าจะเห็นแล้วผ่านirc

ถึงคุณไทน่า ตอนนี้ผมทำงานที่ชั้น13ของตึกแห่งหนึ่งแถวๆแยกวิภาวดี-ลาดพร้าว เป็นที่นั่งติดหน้าต่าง หันหน้าออกไปทางสถานที่แห่งหนึ่ง
หลังจากที่ผมอ่านข้อความของคุณ ผมเงยหน้าจากจอคอมพ์มามองสถานที่แห่งนั้นทันที

สถานที่นั้นคือ "สวนจตุจักร"

#15 By ob the air on 2007-05-05 00:39

สรุป entry ที่มีปัญหากับ(ใคร)
.
20070131 - 1. จากสิงห์บุรีสู่สุวรรณภูมิ กรณีศึกษาทางน้ำไหล
20070213 - 2. 14 กุมภา ชี้ชะตาสุวรรณภูมิ
20070215 - 3. ระบบปรับอากาศในเขตร้อน
20070216 - 4. ระบบปรับอากาศในเขตหนาว
20070223 - 5. ระบบจราจรกับระบบเศรษฐกิจ
20070224 - 6. ทุนนิยม : Capitalism
.
นอกจาก entry ในข้อ 1 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นและผมแก้ไขกลับแบบเดิมไปแล้ว
entry ที่เหลือยังคงสภาพเนื้อหาหลักเดิม (ยกเว้นการเข้าไปเพิ่มสีหรือเน้นคำพูด)
ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปอ่านพิสูจน์ได้ครับว่ามันมีปัญหาอย่างที่ (ใคร) พูดรึเปล่า
(ตัวเลขข้างหน้าก็คือ ปี/เดือน/วัน ที่ตั้ง Entry นั้นๆ เพื่อสะดวกต่อการค้นหาครับ)
.
แจ้งล่วงหน้า
จะทำการลบในส่วนของ ปล.,บาง reply และ reply ของตัวผมเองใน entry นี้
ภายใน 3-5 วัน เพื่อให้ส่วนของ entry หลักเหลือแต่ "มนุษย์ล่องหน" ไม่ระบุชื่อ
ยกเว้น reply จากคู่กรณีรายอื่นที่อาจจะมีตามมา ซึ่งจะเก็บไว้พิจารณาภายหลัง

#16 By chubby on 2007-05-05 00:46

เสรีภาพนั้นมีอยู่แล้ว แล้วก็ตามมาด้วยความรับผิดชอบ

คนหลายคนที่เรียกหาเสรีภาพมักจะเป็นพวกไม่ต้องการรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง

สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม อันนี้พุทธธรรมเขียนไว้ชัดที่สุด

เช่นเดียวกัน เมื่อเราเลือกจะไปกัดกับสุนัขก่อน มันก็ถูกสุนัขกัดตอบก็เป็นธรรมดา ดูให้ดีเถอะครับ สุนัขมันกัดเป็นครั้งๆ กัดเสร็จก็จบ ถ้าไม่กัดกับสุนัขต่อ มันก็จบ ไม่ต้องเสียเวลามาอธิบายความเป็นตัวเองอะไรเพื่อแยกตัวเองออกจากสุนัขอีกเลย มันก็เท่านี้เอง

#17 By Yymnoy on 2007-05-05 00:47

#17
รอให้หมากัดก่อนใช่ไหมครับ ?

#18 By chubby on 2007-05-05 00:50

เซ็งเกรียน ถ้ามาเกรียนข้างนอก จะลากไปยำทีละตัว แต่ส่วนใหญ่แล้วจะปากกล้าก็เฉพาะในนี้เท่านั้นแหละ
เพราะว่ามันคิดว่าไม่มีตัวตนให้เห็น จะทำอะไรก็ได้ ผมเป็นพวกขวาจัด แรงมาก็แรงกลับ เจอแบบนี้ก็คงไม่ยอม

#19 By renkung on 2007-05-05 02:35

#18
แล้วจะให้หมามันมากัดทำไมล่ะครับ?

ถ้าคนอยู่ส่วนคน หมาอยู่ส่วนหมา แล้วหมากับคนจะกัดกันได้อย่างไร?

#20 By Yymnoy on 2007-05-05 18:13

ถ้าหมาอยู่ส่วนหมา ผมไม่ยุ่งหรอกครับ

#21 By chubby on 2007-05-05 18:31

ใจเย็นครับ หมากระจอกส่วนใหญ่เห่าเป็นอย่างเดียวครับ กัดเองไม่เป็นหรอก --___--'

#22 By all4teen on 2007-05-05 19:36

คนเทียบกับหมาไม่ได้ค่ะในเรื่องการกัด
เพราะคนเราถึงไม่เคยบาดหมางกันมาก่อนเลยก็"กัด"กันได้
อยู่เฉยๆของเราก็โดนกัดได้
ไม่เหมือนกับกรณีของหมากัด เพราะหมาจะกัด เราต้องเข้าไปใกล้หมา (หรือหมาวิ่งเข้าใส่เรา)เสียก่อน

#23 By Valentino on 2007-05-05 20:44

สื่อ แบบ กูจัดเอง ที่นึกจะเขียนอะไรก็เขียนตามใจกู
พอโดนฟ้องร้อง ก็หาว่าคุกคามสื่อ นี่เรามีวิธี
กำจัดออกไป ได้ไหมครับ?
ควรจะมีสอบ จรรยาบรรณสื่อ ด้วยรึเปล่า

แล้วถ้ามี เราก็จะต้องมี ฝ่ายตรวจสอบ ผู้ออกใอณุญาต จรรยาบรรณสื่อ อีกรึเปล่าครับ x_x

why everyone said weakling as a weakling do...

#24 By Ree on 2007-05-05 23:29

#21
ก็ขออนุโมทนาให้กับการปล่อยหมาไปครับ อย่าไปแหย่หมาเลยครับ นอกจากอาจจะโดนมันกัดแล้วยังจะทำบาปกับตัวเองอีก

#25 By Yymnoy on 2007-05-05 23:56

เกรียนผมว่าต่ำกว่าหมาอีกนะ หมามันซื่อสัตย์ต่อเราจะตาย ตบหัวมันเล่นมันไม่เคยกัดผมตอบเลย แต่เกรียนนี่หนักกว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์
อ่านแล้วนึกถึงประโยคที่ว่า...
"...สังคมใดไร้เสรีภาพ สังคมนั้นคือคุก...
...สังคมใดไร้ระเบียบแบบแผน สังคมนั้นแหลกเหลว..."

สรุปเอาง่ายๆตามความเข้าใจนะฮับ คนเราถึงมีเสรีภาพแค่ไหน ก็ไม่ควรจะละเลยความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นอยู่ดี มันดูเป็นมารยาทและจิตสำนึกพื้นฐานที่เราไม่ควรก่อความเดือดร้อนโดยอ้างคำว่าเสรีภาพ ข้าน้อยคิดแบบนี้ฮับ...

...อาจจะต้องมีการย้อนกลับไปนั่งทบทวนคำว่า เสรีภาพ กันใหม่รึเปล่านะฮับ หากว่าคนเรายังไม่ใส่คำว่า ความเหมาะสมลงไปในใจตัวเอง

ปล. อ่านคอมเมนท์แล้วปวดหัวฮับ เหอะๆๆๆ เอาว่าเรื่องนี้ข้าน้อยไม่ค่อยอยากยุ่งเท่าไหร่ แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายรุนแรงฮับ
...ใจเย็นๆกันทั้งสองฝ่ายนะฮับผม การเปิดใจให้กว้างรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นและการมองในมุมที่ต่างกัน เป็นสิ่งที่ดีในความคิดของข้าน้อยฮับ...

ขอให้เรื่องราวยุติลงด้วยดีฮับ

#27 By DDP on 2007-05-06 12:53

คนคิดนอกกรอบไม่เป็นแยกข้อเท็จจริง กับข้อคิดเห็นไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ ไอ้คนในคอก(วัว) แหละครับ อย่าคิดมากเลย ....

Loading