5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก
posted on 03 Jun 2007 18:14 by chubby in Review-Environment.
วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ทาง UN จัดให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day : WED)
โดยในแต่ละปีก็จะมีหัวข้อรณรงค์ต่างกันไป เช่น ทะเลทราย ในปี พ.ศ. 2549, เมืองสีเขียว ในปี พ.ศ. 2548
สำหรับหัวข้อรณรงค์ในปีนี้คือ ประเด็นร้อนๆ เรื่องการละลายของน้ำแข็ง Melting Ice - a Hot Topic ?
ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ไปในทางที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น
ก่อผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนในเขตขั้วโลกอย่างรุนแรง, คนเขตร้อนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก
คงต้องรอจนกว่าเรื่องไกลตัว สร้างปัญหาให้พวกเราตามสำนวนที่ว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ก่อนกระมัง
.
ปล.
World Environment Day : วันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นคนละวันกับ Earth Day : วันคุ้มครองโลกนะครับ
.
.
ลักษณะทางกายภาพของขั้วโลกใต้
.
.

ภาพ : ความหนาของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ - National Geographic
.
90% ของน้ำแข็งทั้งโลก และ 70% ของน้ำจืดทั้งโลก อยู่ที่นี่ในรูปของน้ำแข็งที่สะสมตัวหนาหลายกิโลเมตร
แต่สถานที่นี้ มีข้อเท็จจริงอยู่ประการหนึ่ง ซึ่งดูขัดแย้งหรือตรงกันข้ามกับความรู้สึกผิวเผินของบุคคลทั่วๆ ไป
เมื่อได้ยินคำว่าขั้วโลก หรือก้อนน้ำแข็ง เรามักจะรู้สึกหรือมองเห็นอะไรที่เป็นน้ำหรือฝน ลอยขึ้นมาในหัวทันที
แต่ในความเป็นจริงขั้วโลกใต้เป็นสถานที่ที่มีปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยมาก ไม่แตกต่างจากทะเลทรายซาฮาร่าเลย
.
บริเวณพื้นที่ตอนในใจกลางของทวีป Antarctica นั้น มีน้ำแข็งสะสมตัวหนา 3 - 4 กิโลเมตร เป็นภาพปรกติ
เพราะจุดที่น้ำแข็งสะสมตัวมากที่สุดนั้น หนาถึง 5 กิโลเมตรด้วยซ้ำ (ลองนึกภาพดอยอินทนนท์ซ้อนกัน 2 ลูก)
ข่าวดีประการหนึ่งคือ ต่อให้แข็งขั้วโลกใต้ละลายจนหมด ระดับน้ำทะเล ก็จะเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นเอง
แต่ข่าวร้ายประการหนึ่งคือ ประชากรนับพันล้านคน อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่ม ซึ่งสูงจากน้ำทะเลไม่เท่าไรน่ะสิครับ
.
.

ภาพ : หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน - National Geographic
.
สำหรับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ บุคคลทั่วไปซึ่งสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่น่าพลาดชม
ภาพยนตร์เรื่อง The Day After Tomorrow น่าจะจำฉากเปิดเรื่องได้ เป็นหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนนี่แหละครับ
คงพอจะจำภาพความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำแข็งหนาเป็นร้อยเมตรออกนะครับ แล้ว 5 กิโลเมตรจะขนาดไหน
.
.

ภาพ : ขั้วโลกใต้ - National Geographic
.
ปัญหาที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องปรกตินั้น เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ จุดหนึ่งของขั้วโลกใต้เท่านั้นเอง
ถ้าหากปรากฎการณ์ "ปรกติ" เหล่านี้ เกิดขยายวงกว้างเข้าไปจนถึงก้อนน้ำแข็ง 5 กิโลเมตรที่อยู่ใจกลางทวีปล่ะ
เหล่าขาประจำก็คงบอกว่า เป็นหน้าที่ปรกติของรัฐบาลที่ต้องแก้ไข พร้อมนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ต่อไปอย่างปรกติ
.
.
เมื่อทะเลเอาแผ่นดินคืนจากมนุษย์
.
บริเวณบ้านขุนสมุทรจีน ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการไปจนถึงบางขุนเทียน
นับเป็นพื้นที่ยอดนิยม ที่สื่อมวลชน นักวิจัย ฯลฯ ใช้เป็นตัวอย่างสำหรับกรณีศึกษาเรื่อง น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง
.
.

ภาพ : ตำบลแหลมฟ้าผ่า
.
ปัจจัยมีหลายอย่าง เช่น กระแสลมพัดน้ำทะเลเข้าสู่ฝั่งรุนแรงขึ้น ? ปริมาณดินตะกอนที่ไหลจากแม่น้ำลดลง ?
อัตราการทรุดตัวของแผ่นดินสูงขึ้น ? ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ? โครงสร้างทางกายภาพของชายฝั่งเปลี่ยนไป ?
.
.

ภาพ : ชายฝั่งทะเลไทยโบราณ
.
ถ้าใครไม่แอบหลับในวิชาสังคม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ก็น่าจะคุ้นๆ ว่าแหล่งโบราณคดีสำคัญหลายๆ แห่ง
ตั้งอยู่ในจังหวัดรอบๆ ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยโบราณนี่แหละครับ ไล่มาตั้งแต่นครปฐม เรียงขึ้นไปถึงสุพรรณบุรี
เลี้ยวกลับไปทางลพบุรี วกลงสระบุรี ต่อมาภายหลัง ดินตะกอนก็สะสมตัวจนเหมาะแก่การทำนา ทำสวน ทำไร่
และต่อมาภายหลังของภายหลังก็ดันไปถมคลองเพื่อทำถนน ขายเรือกสวนไร่นา ทำโรงงานและหมู่บ้านจัดสรร
.
หลังจากภาพยนตร์และหนังสือเรื่อง An Inconvenient Truth ได้เป็นแนวหน้าเปิดประเด็นโลกร้อนไปแล้ว
ล่าสุด National Geographic (NG) ก็ทำบทความเจาะลึกเกี่ยวกับน้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งเป็นหลัก
แฟนๆ ก็คงรู้ดีกันดีว่า NG มีชื่อเสียงและจุดแข็งในเรื่องภาพและแผนที่ประกอบบทความมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่า NG ฉบับภาษาไทย ประจำเดือนมิถุนายน 2550 ราคา 120 บาท ได้กล่าวถึงอะไรบ้าง
.
บทความของ พอล นิกเคลน
.
เน้นที่ภาพถ่ายของสิ่งมีชีวิตและบรรยายความรู้สึกห่วงใยสถานการณ์ของสิ่งมีชีวิตแถบทะเลขั้วโลกเหนือ เช่น
- แพน้ำแข็งที่หดหายไปเรื่อยๆ ทำให้หมีขั้วโลกต้องว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลมากขึ้น และเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
ในอดีต เขาไม่ค่อยพบซากหมีขาวขั้วโลกเท่าไร แต่ในปี พ.ศ. 2547 เขากลับพบซากหมีขาวถึง 3 ครั้งติดๆ กัน
- วาฬโบว์เฮด หนึ่งในสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากอาหารของวาฬโบว์เฮด คือ สัตว์ขนาดเล็ก จำพวกแอมฟิพอค
น้ำแข็งที่ละลายหายไปทำให้ที่อยู่ของแอมฟิพอคลดลง จนส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงปริมาณอาหารของโบว์เฮด
ก่อนสรุปผลจากการลงภาคสนามมานานนับสิบปีว่า "อาร์กติกที่ปราศจากน้ำแข็งก็คงไม่ต่างจากสวนที่ไม่มีดิน"
.
.

ภาพ : คาดการณ์ขอบเขตแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ
.
บทความของ ทิม แอปเพนเซลเลอร์
.
เน้นข้อมูลล่าสุดของธารน้ำแข็งทั่วโลกซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วกว่าที่นักวิทยาศาตร์คาดการณ์เอาไว้
- เอริก ริกนอต นักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซ่าผู้บันทึกอัตราการละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์
พูดประโยคหนึ่งน่าสนใจว่า "สิ่งที่เราเห็นทุกวันคือสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้และเกินจริงเมื่อ 5 ปีก่อน"
- เอ็ดสัน รามีเรซ นักวิจัยธารน้ำแข็งชาวโบลิเวียบอกว่า "ปี พ.ศ. 2538 เราพยากรณ์ว่าธารน้ำแข็ง
จะหายไป แต่มีไม่กี่คนหรอกครับที่เชื่อ เขาหาว่าเราเป็นกระต่ายตื่นตูม แต่ตอนนี้ก็ได้เห็นกันแล้ว"
.
.

ภาพ : ธารน้ำแข็งชากัลตายา ประเทศโบลิเวีย
.
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับธารน้ำแข็งที่จำต้องปิดตัวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
.
บทสัมภาษณ์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
.
- อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ผู้อำนวยการศูนย์ข่ายงานวิเคราะห์ วิจัย และฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก
แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SysTem for Analysis, Research and Training)
.
บทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ เช่น
.
- "ดินมีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไวต่ออุณหภูมิและน้ำ ถ้าอุณหภูมิหรือความชื้นอากาศเปลี่ยน
ดินก็เปลี่ยน เมื่อดินเปลี่ยน มันจะเปลี่ยนอย่างถาวร ถ้าต้นไม้ตาย แต่ดินยังอยู่ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าดินเสีย
พื้นที่นั้นก็ไม่ต้องคิดจะทำอะไรอีก"
.
- "(คนในพื้นที่ภาคใต้ทางฝั่งอันดามัน) ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพประมง แต่ทะเลอันดามันปีหนึ่งๆ
ออกทะเลได้ประมาณ 6 เดือน อีก 6 เดือนมีมรสุม ออกเรือไม่ได้ เงินในช่วง 6 เดือนที่จับปลาได้จะเก็บ
ไว้เป็นเงินออม แต่ทำได้แค่ฤดูชนฤดู หมดพอดี สมมุติว่ามรสุมมีนานกว่า 6 เดือน คือ มี 7 ถึง 8 เดือน
จากสภาวะโลกร้อน เวลาที่ออกเรือสั้นลง รายได้หายไป คนใต้มาขับแท็กซี่แข่งกับชาวอีสานหรือเปล่า"
.
- "อย่าคิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change) เป็นความเสียหายแบบสึนามิ
ที่อยู่ดีๆ ก็มาตู้ม จากนั้นก็หายไป ไม่รู้อีกกี่สิบปีจึงจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
แต่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะค่อยๆ ดำเนินไป พอเกิดขึ้นแล้วก็จะอยู่กับเราไปตลอด
และเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้นทีละนิด"
.
- "ระดับน้ำทะเล จะเปลี่ยนแปลงตามยุคน้ำแข็ง (Glacial Period) มีคาบประมาณ 1 แสนปี
ในช่วงที่ร้อนน้ำแข็งละลายมากเมื่อ 1 แสนปีก่อน อากาศร้อนตามธรรมชาติ เนื่องจากปัจจัยทาง
ดาราศาสตร์เช่น การเอียงตัวของแกนโลก วงโคจรของโลก โคจรเข้าไปใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น
หลายพื้นที่ในประเทศไทยถูกน้ำท่วมมาก่อน เช่น พื้นที่ภาคกลางหลายแห่งมีหลักฐานชัดเจนว่า
น้ำเคยท่วม จากนั้นระดับก็เริ่มลดลง จนเมื่อประมาณ 3 - 5 หมื่นปีที่แล้ว ระดับน้ำทะเลต่ำที่สุด
อ่าวไทยแห้งไปถึงสถานที่ขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน จากนั้นระดับน้ำก็กลับเพิ่มขึ้นมาอีก"
.
- "ปัจจุบันนี้ ข้อมูลทางธรณีวิทยาระบุว่าถึงจุดยอดแล้ว และระดับน้ำก็จะเริ่มลดลง แต่ปัจจุบัน
วัฏจักรนี้ไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยทางธรรมชาติ ถ้าเป็นปัจจัยทางธรรมชาติ ตอนนี้ต้องเป็นช่วงน้ำลง
แต่ขณะนี้พุ่งไปคนละทาง กิจกรรมของมนุษย์ สร้างความเสียหายมาก จนไปกลบวัฏจักรหมด
เพราะวัฏจักรตามธรรมชาติ เกิดขึ้นในอัตราที่เป็นแสนเป็นล้านปี
แต่มนุษย์ เป็นตัวเร่งสิ่งที่เกิดขึ้นในแสนปี ให้เกิดขึ้นภายในร้อยปี จึงเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย"
.
.
Related Links

Parody Television
#1 By - [ S l o w b l a d e ] - on 2007-06-03 19:09