.
เนื่องจากยังอยู่ในช่วงสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก + บทสนทนาใน IRC กับราชาแห่งบุฟเฟต์ท่านหนึ่ง
จึงจับเรื่องที่ไม่น่าเกี่ยวกันมายำยำไวไวกลายเป็น entry นี้ขึ้นมาเรื่อยเปื่อย ห้ามนำไปใช้อ้างอิงนะครับ
.
[00:45] <***> พี่ป๋อว่า "คนพัน>beep<" เป็นคนยังไง
[00:46] <***> พัน>beep<เป็นแหล่งข่าวที่เร็วที่สุดก็จริง แต่ก็เป็นแหล่งแพร่กระจายที่เร็วที่สุดเช่นกัน
[00:46] <***> บุฟที่คุณภาพลด มีคนบอก เพราะการบริหารไม่ดี มีหลายๆ ร้านดังๆ ก็ยังอยู่ได้
[00:46] <***> (ร้านไหนครับ บอกที - - แต่ละร้านมีจุดแย่ในบางช่วงเวลาทั้งนั้น)
[00:46] <***> (เพราะเกิดจากการถล่มกิน)
[00:48] /me <***> ยอมรับว่าถล่มกิน
[00:48] /me <***> แต่มั่นใจว่าเบากว่าพัน>beep<
.
เพื่อป้องกันปัญหา ผมจึงไม่พูดถึงคนพัน>beep< แต่ตอบเฉพาะส่วนของพฤติกรรมการกินบุฟเป็นหลัก
(หมายเหตุ : ข้อความที่เน้นสีเขียว คือข้อความที่ผมเขียนเพิ่มขึ้นมาในภายหลังระหว่างการเขียน entry)
.
[00:48] <ศิชน> กระแสก็แค่คลื่นอย่างหนึ่ง จะดีหรือไม่ดี แล้วแต่คนที่ไป
[00:49] <ศิชน> เหมือนกับการใช้แหล่งทรัพยากรธรรมชาตินั่นแหละครับ
[00:49] <ศิชน> แห่กันเข้าไปใช้พร้อมกัน เจ๋งแค่ไหนก็พังได้ เพียงแต่ถ้าคุณภาพดีก็รับมือได้เยอะหน่อย
[00:50] <***> อืม
[00:50] <ศิชน> แต่ถ้าไม่มีปิดเบรกแบบสถานที่ท่องเที่ยว ก็มีแต่พังกับพัง
[00:51] <ศิชน> ถ้าเจ้าหน้าที่อุทยานเกิดเซ็ง หรือสติแตกขึ้นมา ก็เผาอุทยานทิ้งไม่ให้คนมาเที่ยวซะเลย
[00:52] <***> ...
[00:53] <ศิชน> วัฒนธรรมบุฟเฟต์มันสวนทางกับวัฒนธรรมของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
[00:53] <ศิชน> ยังไงก็ต้องเกิดปัญหาล่ะครับ
[00:54] <***> อืม....
[00:54] <ศิชน> All you can eat -VS- Sustainable eat *กินแหลกหรือกินอย่างยั่งยืน
[00:54] <***> (เป็นธรรมชาติ)
[00:55] <ศิชน> ครับ
[00:55] <***> คนกินบุฟ เค้าไม่คิดกินพอเพียงแน่ๆครับ ถ้าคิดพอเพียง คงไม่กินบุฟ
[00:55] <ศิชน> เป็นธรรมชาติที่ต้องเกิดปัญหาแน่นอน เหมือนสะท้อนสภาพสังคม
[00:57] <ศิชน> จ่ายเท่ากัน แต่จะกินอย่างไร *เหมือนมีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด แล้วเราจะใช้อย่างไร
[00:57] <ศิชน> กินอย่างมีความสุข (ค่อยๆ เก็บเลเวล) *ให้ลูกหลานมีเหลือเก็บไว้กินต่อไปในวันหน้า
[00:57] <ศิชน> หรือกินจนไส้แตก (ใช้โปรแกรมช่วย) *ให้ลูกหลานใช้เทคโนโลยีเอาตัวรอดหากินเอง
[00:57] <***> ..........
[00:57] <***> ใส้แตกนี่ ทุกข์นะ
[00:58] ก็จริง...
[00:58] <***> กินช่วงแรก สุข ต่อมา เริ่มอิ่ม หลังๆ แน่น ทรมาน
[00:58] <ศิชน> เป้าหมายของการกิน คืออะไร *แต่ละคนคิดต่างกัน คนเดียวกันยังต่างไปตามช่วงอายุ
[00:58] <ศิชน> กินอย่างมีความสุขหรือยัดให้มากที่สุด
[00:58] <ศิชน> ก็เหมือนเล่นเกมออนไลน์น่ะแหละครับ
[00:58] ยอมรับว่าไม่เข้าใจพวกที่เข้าไปยัด - -"
[00:58] <ศิชน> เล่นเกมไปเรื่อยๆ อย่างมีความสุข หรือต้องเทพเลเวล 99 แสงวิ้งๆ
[00:59] ยิ่งพวกที่กินๆ แล้วมีแวะเข้าห้องน้ำไปคายของเก่าทิ้ง
[00:59] <ศิชน> พูดไปพูดมา ได้อีก entry ตุนเอาไว้แล้วนะนี่ : /
[01:00] <***> --0--
[01:00] <***> (โพสเลยครับ เพราะคงเข้าตัวผมไปเยอะเหมือนกัน *-*)
[01:00] <***> (แล้วอาจมีคนเหล่ทางผม)
.
.
.
ถาม : แล้ว entry นี้เกี่ยวข้องกับสภาวะโลกร้อนตรงไหนเนี่ย ?
ตอบ : อาหารไม่ได้เสกออกมาจากระเป๋าสี่มิติ แต่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก กว่าจะเดินทางมาถึงปากเรา
การถล่มกินอย่างไม่พอเพียง จึงเชื่อมโยงการบริโภคพลังงาน และทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานจำนวนมาก
การกินทิ้งกินขว้าง ยังเชื่อมโยงการบริโภคพลังงาน และทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานแบบไม่คุ้มค่าไปด้วย
.
เคยมีคนถามใน entry เก่าว่า วิกฤติการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น มนุษย์เดินดินอย่างพวกเรา สามารถช่วยอะไรได้
คำตอบง่ายๆ ก็คือ รู้จักการบริโภคอย่างสมเหตุสมผลนั่นเองครับ ลดการบริโภคตามกระแสที่ไม่จำเป็นลง
ปรับทัศนคติว่า ความสุขในการบริโภคคือการค่อยๆ ละเลียดลิ้มชิมรส มิใช่การบริโภคแบบชูชกยัดเข้าไป
.
จบล่ะครับ~
.
.
.
Related Links
.
.
.
Edit
ภาพจาก บล็อกของลุงแกะ
.
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขนาดกินบุฟเฟต์ ยังเข้าเรื่องโลกร้อนได้

นักปรัชญาจริงๆ
เคยเจอสารคดีว่าด้วย
ปลาทูน่าชนิดนึงกำลังจะสูญพันธ์
เพราะซูชิ ปลาทูน่า บูมมาก ทั่วโลก

#2 By koyubi on 2007-06-09 22:52

เวลาไปกินหมูกะทะ ถึงแม้ถูกๆเพียงหัวละ89ก็ยังยัดซะล้น แต่ต้องเป็นเฉพาะร้านที่ชอบเท่านั้น รู้ว่ากินมื้อนั้นไปแล้วต้องมาทรมาณเพราะท้องอืด แต่ก็ยังกินอยู่ดี สรุปว่าตะกละนั่นแหล่ะ รู้สึกว่ามันอร่อยก็อยากจะกินเยอะๆ ...

ส่วนบุฟเฟต์ปกติที่ใครๆเขากินกันจะไม่ค่อยกิน สาเหตุก็เพราะราคานี่แหล่ะ มักเอาเงินไปใช้กับเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องกิน เรื่องเงินค่ากินเลยเป็นรองไป จะใช้เฉพาะเมื่ออยากกินจริงๆ...

#3 By raya on 2007-06-09 22:53

ถ้ากินบุฟเฟ่ห์แบบรู้จักอิ่ม รู้จักลิมิตของตัวเอง มันก็พอเพียง

แต่ถ้าสักแต่ว่ากินให้เยอะเื่พื่อจะเอาให้คุ้ม มันก็ไม่พอเพียง

กินแล้วพอเพียงหรือไม่พอเีพียงก็ดูง่ายๆ ว่ากินเสร็จแล้วทรมานอึดอัด หรือต้องมาจมทุกข์กับน้ำหนัก และรอบเอวที่เพิ่มขึ้นของตัวเองหรือเปล่า

ถ้ามันทรมานอึดอัด หรือกินแล้วต้องมานั่งกลุ้มใจ อันนี้กินแบบไม่พอเพียงแน่นอน

ปล. ถ้าสามารถกินอย่างพอเพียงได้ ผมเชื่อว่าต่อไปก็จะประยุกต์ให้การอยู่ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างพอเพียงได้

#4 By Yymnoy on 2007-06-10 00:04

เข้าท่าแหะ กินอย่างบุฟเฟ่ กินอย่างพอเพียง
พออ่านแล้วนึกถึงข้อความหนึ่ง ชอบมาก
เขาบอกว่า

ที่เรากินๆ(ใช้ๆ)อยู่ทุกวันนี้ มันไม่ใช่ของเรา เราน่ะ แย่งลูกยืมหลาน กิน(ใช้)อยู่นะ

#5 By Bluebird on 2007-06-10 01:30

โอ้ว มีคนเปิดประเด็นเรื่องนี้แล้ว...
เมื่อนานมาแล้วตอนไปกินบุฟเฟต์กะพี่คนนึง เค้าก็ว่าว่าเราเป็นสาเหตุทำให้โลกร้อน
ตอนแรกก็เถียงและสงสัย แต่ก็ได้คำตอบในเวลาเดียวกันว่า
เออมีนส่วนจริงๆด้วยแหะ...

ดูเหมือนว่าการทำอะไรที่เกิดพอดีมันก็ไม่มีทั้งนั้น นั้นเอง....
เสริมจาก #5 คำต้นฉบับเป็นแบบนี้ครับ

"We do not inherit the land from our forefathers; we borrowed it from our children."

ส่วนเรื่องที่ว่านี่เป็น quote ของใครนั้น ผมลืมแล้วล่ะ

ส่วนตัวชอบบุฟเฟ่ต์นะครับ เพราะมัน "เลือกได้" แต่เวลาไปบุฟเฟ่ต์จริงๆ ก็ไม่ค่อยได้กิืนนักหรอก หนักไปทางคุยกับชาวบ้านมากกว่า...
เห็นด้วยครับ
บุฟเฟท์แหละตัวดีเลย ผมกำลังจะเขียนถึงพอดี

เพราะเศษอาหารเหลือจากคนกินอาหารบุฟฟเฟท์เหลือนี่แหละ จะหมักหมมและสร้างก๊าซคาร์บอน.ออกมา

แล้วพฤติกรรมการกินแบบนี้ มันก็ขัดกับการกินแบบพอเพียง ก็นอกจากจะทำลายเศรษฐกิจของชาติแล้ว ยังทำลายโลกโดยที่เราไม่รู้อีกด้วย

ก็ได้แต่หวังว่า มนุษย์จะรู้ตัวกันสักที

#8 By Catkun on 2007-06-11 11:48

[edit] การกินทิ้งกินขว้าง เศษอาหารและของที่บูดเน่าเมื่อไปทับถมอยู่ที่กองขยะจะกลายเป็นแหล่งผลิตก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง

ไม่ใช่คาร์บอนนะครับ

#9 By Catkun on 2007-06-11 12:27

Loading