.
ช่วงนี้มีข่าวดาราและต้นสังกัดออกมาโวยวายเรื่องการจัดระเบียบละครหัวค่ำ หรือที่เราเรียกว่า ละครน้ำเน่า
พร้อมยกตัวอย่างแปลกๆ ขำๆ เกี่ยวกับรายละเอียดการจัดรายการสำหรับเด็กและเยาวชนมาใช้เป็นข้ออ้าง
ซึ่งคณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์บางท่านก็สวนกลับว่า เอามาจากไหน คนร่างยังไม่เคยเห็นเลย
คาดว่า คงเป็นการดิ้นของฝ่ายผู้ผลิต โดยหยิบเอารายละเอียดมาตีความบื้อๆ เพื่อดิสเครดิตการจัดระเบียบ
.
การวิจัยเรื่อง รู้เท่าทันละครไทย ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรฯ จากละคร 150 เรื่อง
ระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2550 พบว่า
.
ช่อง 7 มี เวลาละคร 38.2% เวลาข่าว 20.8%
ช่อง 3 มี เวลาละคร 27.8% เวลาข่าว 26.4%
ช่อง 5 มี เวลาละคร ..3.8% เวลาข่าว 25.4%
ช่อง 9 มี เวลาละคร ..2.0% เวลาขาว 11.4%
.
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ช่อง 7 คือแชมป์ละครไทยน้ำเน่าตัวจริงเสียงจริง ทิ้งขาดช่องอื่นแบบกระจุยกระจาย
การจัดระเบียบละครหัวค่ำย่อมมีผลกระทบต่อรายได้จากค่าโฆษณาทุกช่องซึ่งสูงถึงเดือนละ 280 ล้านบาท
ฝ่ายผู้ผลิตย่อมพยามยามหาช่องทางเลี่ยงบาลีว่า ละครน้ำเน่าที่ตนผลิตขึ้นมานั้นไม่มีผลกระทบต่อเยาวชน
แต่ จากการสำรวจช่วงเวลาที่เยาวชนในช่วงอายุต่างๆ ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลาใดบ้างนั้น อาจให้ผลตรงข้าม
.
จากการสำรวจในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
.
กลุ่มเด็กปฐมวัย (อายุ 3 - 5 ปี) จำนวน 58.6% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 18.01 - 20.00 น.
กลุ่มเด็กวัยเรียน (อายุ 6 - 12 ปี) จำนวน 55.1% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 18.01 - 20.00 น.
กลุ่มเด็กวัยรุ่น (อายุ 13 - 18 ปี) จำนวน 57.8% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 20.01 - 22.00 น
.
.
.
มากกว่า 3 ใน 4 ของทุกกลุ่มตัวอย่าง จะพบเห็นภาพฉากพระเอกตบจูบนางเอก ฉากนางร้ายตบตีนางเอก
ความรุนแรง ในเรื่องทางเพศ การยกย่องคนมีฐานะ การกดขี่คนที่ด้อยกว่า การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ร่ำรวย
การชู้สาวนอกใจ การมีเพศสัมพันธ์กับการตั้งครรภ์โดยไม่มีความพร้อม การทิ้งลูก การแสดงความกตัญญู
โดยการแต่งงานกับคนรวยๆ ที่พ่อแม่จัดหามาให้เพื่อชื่อเสียงเงินทอง การใช้กำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก
.
ผู้ผลิต ยัดเยียดฉากเหล่านี้ลงในละครของตนนานนับเดือน
ฉากตบจูบทำซะเนียน สื่อบางแห่งก็ดันโฆษณาส่งเสริมอีก
แต่กลับนำเสนอผลจากการทำชั่วเพียง 10 นาทีในตอนจบ
ถามจริงๆ เถอะครับ แล้วเด็กๆ จะซึมซับภาพแบบไหนกัน
ก็คงเป็นภาพที่เอาไปปล่อยกันในเว็บบิททอร์เรนท์ล่ะมั้ง ?
.
.
.
คนไทยชอบดูละครตบจูบอย่างเดียวจริงหรือ ?
.
ขืนยกตัวอย่าง CSI, ER ฯลฯ ก็ดูจะเป็นการรังแกละครไทยไปหน่อย ยกตัวอย่างเกาหลีญี่ปุ่นแทนก็แล้วกัน
ตัวอย่าง "แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง" เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า ละครที่ไม่มีฉากตบจูบ ไม่มีเพศสัมพันธ์
ไม่มีฉากที่ขับเน้นร่างกายหรือเรื่องราวทางเพศ แสดงความกตัญญูด้วยความสามารถ ความบากบั่นอดทน
ฝ่าย (ที่ถูกมองว่า) ร้ายต่างมีฝีมือติดตัวเก่งกาจฉลาดจริงๆ (ไม่ใช่กรี๊ดกร๊าดไร้สมอง เอาร่างกายเข้าแลก)
พระเอกเสียสละ เป็นสุภาพบุรุษ ฉลาด (ไม่ตกกับดักตื้นๆ โง่ๆ แบบบ้านเรา) ก็สามารถเรียกเรตติ้งได้สูงลิ่ว
.
ผู้ผลิตไร้ความสามารถเอง จึงต้องยัดเยียดความเชื่อว่าคนไทยชอบดูละครตบจูบ ผู้ผลิตจะได้ไม่ต้องพัฒนา
.
แดจังกึม เป็นตัวอย่างที่เป็นปรากฏการณ์มากไปหรือ ? งั้น ลองเปรียบเทียบละครเกาหลีญี่ปุ่นที่ขายดาราดู
หลายเรื่องที่น้ำเน่า พ่อแง่แม่งอน ยังดำเนินเรื่องอยู่บนพื้นฐานของความสมจริงทางวิชาชีพเป็นจำนวนมาก
ไม่ว่าเป็นผู้ประกาศข่าว คนทำอาหาร แอร์โฮสเตส นักแข่งรถ นักดนตรี นักกีฬา ก็มีรายละเอียดองค์ความรู้
ในห้องส่ง ในห้องครัว ในสนามบิน ในสนามกีฬา ฯลฯ ในบ้านเราอย่างดีก็ละครประวัติศาสตร์ (แข็งๆ ทื่อๆ)
ที่เหลือก็มีแต่คุณชายปลอมตัวติดดิน คุณหนูตกระกำลำบาก นางร้ายไฮโซไร้สมอง เอะอะก็ลากขึ้นเตียงกัน
.
ผู้ผลิตไร้ความสามารถเอง จึงต้องยัดเยียดบริบทไท้ไทลงในฉากราคาถูกๆ ผู้ผลิตจะได้ไม่ต้องเปลืองงบนัก
.
.
.
ความรับผิดชอบต่อสังคม จากการทำตลาดแบบนี้ ในฐานะสื่อแขนงหนึ่งหายไปไหนหมด ?
.
.
.
ทิ้งท้าย
หลังจากที่เด็กในบ้านเราทำสถิติด้านเพศสัมพันธ์ในหลายประเด็นแซงหน้าโลกตะวันตกที่เป็นแชมป์เก่าได้
ทำให้ปัจจัยภายนอกจากต่างประเทศมีน้ำหนักลดลงทันที ผู้ร้ายตัวจริงอาจเป็นปัจจัยภายในประเทศนี่แหละ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มนุษย์โบราณในประเทศสารขัณฑ์ไม่ชอบโทษตัวเองครับ

ชอบโทษสิ่งที่เป็นบุคคลภายนอกที่อยู่นอกประเทศมากกว่า มันง่ายดีไม่ต้องรับผิดชอบอะไรโยนให้เป็นความผิดวัฒนธรรมอื่นซะงั้น

ที่ใกล้ตัวจนไม่รู้จะใกล้ยังไงก็โทษการ์ตูนกับเกมส์นี่แหละ

ไม่รู้ คุณศชน ได้อ่านกฏหมายคุมห้ามโฆษณาขนมเด็กที่กำลังจะมีผลบังคับใช้รึยัง ?

กลายเป็นว่าขนาดขนมเด็กยังมอมเมาเลย... อ่านแล้วอยากเอาหัวพุ่งชนเต้าหู้ตายซะจริงๆ พับผ่า...

ประเทศสารขัณฑ์นี่เด็กมันคงโง๊โง่ สอนอะไรเด็กก็ไม่ฟัง พ่อแม่หมดปัญญาสั่งสอนจนต้องงัดกฏหมายมาบังคับคนทำมาหากิน

#1 By Rain on 2007-07-06 18:50

หยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยและสะใจมากๆเลยค่ะ เหอๆ เซ็งมากกับละครน้ำเน่า ไม่ชอบดูแต่บางทีก็เหมือนต้องดูไปด้วยเพราะคนในบ้านดู
เคยถามเพื่อนครั้งนึงว่า ทำไมละครไทย ไม่พระเอกหรือนางเอก คนใดคนหนึ่งต้องรวย แล้วทำไมนางร้ายมันต้องกรี๊ดๆๆๆ ทำตัวชักดิ้นชักงอ แล้วก็อื่นๆที่พี่พูดมาทั้งหมด เราข้องใจเหมือนกัน เซ็งมากๆ=_=" กี่ปีๆแล้วก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่ได้.. ทำไมหนังหรือละครเมืองนอก เขาไม่จำเป็นต้องทำให้นางเอกหรือพระเอกรวย(และอื่นๆๆๆๆ) แต่เขาก็ทำเรื่องได้ยอดเยี่ยม แสดงถึงความปุถุชน สามัญดี
เฮ้อ...

#2 By [AdeLiNe] on 2007-07-06 18:59

ก็มันลอกยาก...

#3 By กระรอกโฉด on 2007-07-06 19:04

^
^
^
ถะ...ถะ...ถะ...ถูกต้องนะคร้าบ~

#4 By chubby on 2007-07-06 19:08

ของที่ทำง่าย แล้วขายได้ ใครมีโอกาสก็อยากจะทำทั้งนั้นล่ะครับงานนี้

ลองดูอย่างหนังไทย ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้สิครับ ไม่ ตลก ก็ ตุ๊ด ไม่ก็ ตลก+ตุ๊ด จะเถียงก็ไม่ได้เพราะทำแล้วมัน 100 ล้านทั้งนั้น

ละครแล้วยังมีเกมโชว์ปัญญาอ่อน ด้วยนะครับ ที่สมควรจะเลิกทำไปได้แล้ว หรือทำให้มันน้อยๆลงหน่อยก็ยังดี

แต่ที่น่าตลกก็คือปัญหาสังคม และปัญหาเด็กทั้งหลาย การ์ตูนกับเกมส์ดันตกเป็นแพะซะงั้น ไม่ยุติธรรมเลย

#5 By tamanxzg on 2007-07-06 20:39

!

...

เป็นมนุดส่วนน้อย (ละมั้ง) ที่ไม่ชอบดูทีวี

#6 By Onnies on 2007-07-06 21:26

วันนี้ที่สื่อบันเทิงกับดาราบางคนบางกลุ่ม
เค้าไปรวมตัวกัน เค้าก็บอกแล้วนิครับ ว่าเค้าไปรวมตัว
เพราะการจัดสื่อแบบใหม่นี้ ทำให้ทุกช่องเป็นสังคมอุดมปัญญา ประชาชนไม่มีทางเลือกในการรับสื่อจากโทรทัศน์

แต่ถ้ามองเรื่องนี้แบบ 360 องศาแล้ว ก็จะเห็นว่า ที่มาเต้นแร้งเต้นกา
มันเป็นเรื่องผลประโยชน์ เป็นเรื่องปากท้อง(ของคนบางกลุ่ม)

p.s. ส่วนเรื่องความรับผิดชอบต่อการถ่ายทอดสื่อออกมา พับมันเก็บไว้เถอะครับ อุดมการณ์มันทำให้ท้องอิ่มไม่ได้หรอก

#7 By リリース on 2007-07-06 21:28

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน
อ่านหัวข้อแล้วสิ่งแรกที่นึกคือ ต่อไปนี้ผมจะไม่ต้องเบื่อกับอะไรซ้ำซากราวๆ"ทำไมไม่เอาเวลาไปจัดการละครน้ำเน่ามายุ่งกับการ์ตูนทำไม"ซักที~

อ่านเรื่องแล้ว ที่คิดต่อมาคือเราจะได้เห็น"ม๊อบคนใช้จับมือกับคุณนาย" ออกมาโวยวายเรื่องนี้ไหม? (ท่าทางจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของละคร)

สุดท้ายผมอยากให้ปล่อยไปไม่ต้องมาแบนมาคุมอะไรแบบนี้หรอก
แค่คุมราวๆไม่ให้มีหนังโป๊มาฉายกลางทีวีก็โอเคแล้ว
แล้วก็ดูกันไปเลยสิบปียี่สิบปี ถ้าคนรุ่นใหม่มันจะล่มจมก็ยอมรับกันซักทีว่าคนประเทศนี้มันไม่ได้เรื่องกันขนาดไหน~

#9 By GinG Freecss on 2007-07-07 00:38

กว่าจะรู้สึกตัวว่าต้องจัดระเบียบไอ้หนังห่วยๆเนี่ย
ความคิดของคนในประเทศก็แคบไปถึงไหนแล้ว

รีบๆทำซะเด๋วคนไทยจะมุมมองแคบไปมากกว่านี้
เอ๊ะหรือว่ามุมมองผู้ผลิตแคบกันแน่ว่ะเนี่ย

เบื่อละครหลังข่าวเป็นที่สุด นี่คือสาเหตุหลักที่เลิกดูทีวี!!
ผมนั่งทำงานในห้องชั้น 2 จะรู้ได้ทันทีว่ามีการดูละครชั้นล่าง เพราะได้ยินเสียงกรี๊ดกราดของตัวร้าย - -

แถมเวลาเดินผ่านทีวีช่วงละครทีไร กว่า 80% ของภาพที่เห็นคือฉากบนเตียง ไม่ก็การกอดจูบ.... ละครไทยเราเทียบเท่าฮอลลีวู้ดแล้วสินะ

#11 By Little Lamb on 2007-07-07 02:23

การจัดระเบียบคราวนี้ดูมีหลักมีฐานขึ้นกว่าเดิมนะ มีการอ้างแบบสำรวจและใช้เหตุผลประกอบที่ชัดเจนดี

เริ่มต้นดีแล้ว ก็หวังว่าจะทำอะไรให้มีมาตรฐานกันหน่อยนะ ย้ายไอ้พวกตบจูบๆ ไปไว้ช่วงดึกก็พอแล้ว ถ้าถึงกับแบนเลย นั่นก็เกินไปหน่อย
เป็นความโชคดีของกระผมที่ตอนเด็กๆพ่อแม่ให้นอนก่อนสองทุ่ม จริงๆแล้วไม่ต้องจัดเรตเวลาก็ได้แต่เราควรทำให้เหล่าพ่อแม่เด็กนั้นสำนึกว่า ละครน้ำเน่าที่ลูกนั่งดูพร้อมกันเพราะรอนอนพร้อมพ่อแม่นั้น ทำลายสุขจิตส่งเสริมบุคลิกเลวๆให้ จะได้กันเด็กแล้วตัวเองจากของแบบนี้ จริงๆแล้วมันก็ทำยากนะเพราะมันอยู่ในสันดานคนไทยที่ต้องดูละครหลังข่าวกัน

#13 By อากุง on 2007-07-07 06:19

ละครไทยดีๆ

ต้อง

แปะตราเฉลิมพระเกียรติ แต่คนไม่ชอบดูมันซึ้งแต่ไม่สะใจ

แปะตราสนับสนุนจาก วธ. แต่มันไม่ค่อยมีแฮะ

อยู่กับก๋งสุดยอดละคร

#14 By อากุง on 2007-07-07 06:23

ด้วยความที่ทีวีมันมีแต่อะไรแบบนี้ เวลาผมกลับบ้าน ผมถึงเอาแต่มุดอยู่กับเกมและคอมพิวเตอร์ ทั้งๆที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อยู่ทั้งวันแล้ว

เท่าที่นึกออก ละครที่ผมดูในตอนนี้มีอยู่เรื่องเดียวคือ "บ้านนี้มีรัก"

#15 By ob the air on 2007-07-07 23:21

อ่านแล้วโดนมากค่ะ ได้ใจจริงๆ

บางทีดูหนังบางเรื่องยังรู้สึกเลยว่า
นางเอกมันไปรักคนแบบนั้นได้ยังไงนะ
บางเรื่องแย่สารพัด ไหนจะอ้างว่าแก้แค้น ไม่ชอบขี้หน้า
สุดท้ายก็ปล้ำนางเอก แต่ตอนจบมารักกันได้
มันแหม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้
ล่าสุดหนังเรื่องเลือดในฟ้าในดินอะไรซักอย่าง แค่เห็นตัวอย่างหนังก็เซ็งแล้ว
มีอย่างที่ไหนเอาฉาก "สะใจแล้วใช่มั้ย..ที่ข่มขืนชั้นได้"
ฟังแล้วค้างค่ะ คือ..มันต้องการเสนออะไรในเรื่องเนี่ย คิดจะดึงเรตติ้งด้วยวิธีเอาบางส่วนของหนัง (ที่ก็ม่ค่อยจะน่าพิศมันมาลง)อย่างนั้นเหรอ =__=;

ตอนที่เรียนอาจารย์ที่สอนเคยบอกว่า
ที่ทีวีบ้านเรามันฉายหนังแนวเดิมซ้ำๆ ซากๆ
เพราะผู้จัดการทีวีบอกว่าก็คนดูเค้าชอบดูแนวนี้
ส่วนไปถามคนดูก็บอกว่าก็ทีวีมันทำมาให้ดูอย่างนี้ก็ต้องดู
ฟังแล้วก็หัวเราะ จริงๆ อาจารย์ท่านแซวน่ะค่ะ แต่ก็แซวเจ็บๆ ดี

แล้วเรื่องที่บอกว่าย้ายเวลาจัดเรตหนัง
ส่วนตัวเราคิดว่าดีนะคะ
แต่เห็นคนบางกลุ่มออกมาบอกว่าไม่เกี่ยว มีตราสัญลักษณ์แนะนำรายการอยู่แล้วจะจัดเวลาใหม่อีกทำไม
เราว่างี่เง่าค่ะ เพราะสัญลักษณ์มันก็แค่แนะนำ ไม่ใช่แปะแล้วจะทำให้คนที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ดูไม่ได้ซักหน่อย
ยิ่งพวกดารา +รายการบางรายการนี่ก็ตัวดี
ดารา แฟนๆ ส่วนใหญ่คือเยาวชน
ถ้าไม่ได้ดูหนังที่เค้าแสดงช่วงเวลาที่คนดูเยอะ ผลก็เป็นยังไง เรตติ้งก็ลด
ส่วนรายการ เกมโชว์ ถ้าถูกจัดเรตให้ไปฉายช่วงดึก หรือเวลาที่คนดูน้อย
ก็มีผลอีกเพราะรายการแบบนี้อยู่ได้โดยสปอนเซอร์ เวลาที่คนดูน้อย โฆษณาจากสปอนเซอร์ใหญ่ๆ ก็ไม่ค่อยอยากลง
ส่งผลยังไง ก็รายได้ลด
คนที่ออกมาโวยวายๆ เราว่าก็พวกที่เสียผลประโยชน์กันทั้งนั้น

ดูอย่าประเทศที่เค้าจัดเรตอย่างญี่ปุ่นก็ไม่เห็นมีปัญหาขนาดนี้เลย
เพราะถ้าคนดูเค้าอยากจะดูอะไรจริงๆ ดึกยังไงเค้าก็ดูได้อยู่แล้ว หรือดูไม่ไหวก็หาโหลดมาดูก็อีกเรื่อง ไม่เห็นจะมีปัญหาอย่างบ้านเรา = =;

อา เม้นท์เสียยาวเชียว
ถูกหรือผิดตรงไหนก็ชี้แนะได้นะคะ
เราเองก็อยากแสดงความคิดเห็นในฐานะคนดูทีวีคนนึง ที่เบื่อหนังน้ำเน่าจะแย่แล้ว

#16 By ★ GenZo ★ on 2007-07-08 05:06

เข้ามาอ่านใหม่อีกที

รู้สึกว่าความเห็น #12 ที่ผมเขียนไว้จะเข้าใจผิดบางอย่างใช่มั้ยครับ สถิติที่ว่านี่พี่ศิชนเอามาลงเองนี่หว่า :P

สงสัยตอนอ่านครั้งแรกจะเมา
...

#18 By -teacher-aorr- on 2007-07-09 12:00

ในเมื่อคนรุ่นใหม่อยากเป็นดารา ละครน้ำเน่าก็ต้องมีมาให้ดูกันเรื่อยๆ (อยากได้ทีวีเครื่องใหม่ จะได้ไม้ต้องทนดูละครน้ำเน่ากับยาย)

Loading