จัดระเบียบละครน้ำเน่า
posted on 06 Jul 2007 18:35 by chubby in Review-Socialช่วงนี้มีข่าวดาราและต้นสังกัดออกมาโวยวายเรื่องการจัดระเบียบละครหัวค่ำ หรือที่เราเรียกว่า ละครน้ำเน่า
พร้อมยกตัวอย่างแปลกๆ ขำๆ เกี่ยวกับรายละเอียดการจัดรายการสำหรับเด็กและเยาวชนมาใช้เป็นข้ออ้าง
ซึ่งคณะกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์บางท่านก็สวนกลับว่า เอามาจากไหน คนร่างยังไม่เคยเห็นเลย
คาดว่า คงเป็นการดิ้นของฝ่ายผู้ผลิต โดยหยิบเอารายละเอียดมาตีความบื้อๆ เพื่อดิสเครดิตการจัดระเบียบ
.
การวิจัยเรื่อง รู้เท่าทันละครไทย ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรฯ จากละคร 150 เรื่อง
ระหว่างเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2550 พบว่า
.
ช่อง 7 มี เวลาละคร 38.2% เวลาข่าว 20.8%
ช่อง 3 มี เวลาละคร 27.8% เวลาข่าว 26.4%
ช่อง 5 มี เวลาละคร ..3.8% เวลาข่าว 25.4%
ช่อง 9 มี เวลาละคร ..2.0% เวลาขาว 11.4%
.
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ช่อง 7 คือแชมป์ละครไทยน้ำเน่าตัวจริงเสียงจริง ทิ้งขาดช่องอื่นแบบกระจุยกระจาย
การจัดระเบียบละครหัวค่ำย่อมมีผลกระทบต่อรายได้จากค่าโฆษณาทุกช่องซึ่งสูงถึงเดือนละ 280 ล้านบาท
ฝ่ายผู้ผลิตย่อมพยามยามหาช่องทางเลี่ยงบาลีว่า ละครน้ำเน่าที่ตนผลิตขึ้นมานั้นไม่มีผลกระทบต่อเยาวชน
แต่ จากการสำรวจช่วงเวลาที่เยาวชนในช่วงอายุต่างๆ ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลาใดบ้างนั้น อาจให้ผลตรงข้าม
.
จากการสำรวจในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
.
กลุ่มเด็กปฐมวัย (อายุ 3 - 5 ปี) จำนวน 58.6% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 18.01 - 20.00 น.
กลุ่มเด็กวัยเรียน (อายุ 6 - 12 ปี) จำนวน 55.1% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 18.01 - 20.00 น.
กลุ่มเด็กวัยรุ่น (อายุ 13 - 18 ปี) จำนวน 57.8% ดูโทรทัศน์ในช่วงเวลา 20.01 - 22.00 น
.
.
.
มากกว่า 3 ใน 4 ของทุกกลุ่มตัวอย่าง จะพบเห็นภาพฉากพระเอกตบจูบนางเอก ฉากนางร้ายตบตีนางเอก
ความรุนแรง ในเรื่องทางเพศ การยกย่องคนมีฐานะ การกดขี่คนที่ด้อยกว่า การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ร่ำรวย
การชู้สาวนอกใจ การมีเพศสัมพันธ์กับการตั้งครรภ์โดยไม่มีความพร้อม การทิ้งลูก การแสดงความกตัญญู
โดยการแต่งงานกับคนรวยๆ ที่พ่อแม่จัดหามาให้เพื่อชื่อเสียงเงินทอง การใช้กำลังเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก
.
ผู้ผลิต ยัดเยียดฉากเหล่านี้ลงในละครของตนนานนับเดือน
ฉากตบจูบทำซะเนียน สื่อบางแห่งก็ดันโฆษณาส่งเสริมอีก
แต่กลับนำเสนอผลจากการทำชั่วเพียง 10 นาทีในตอนจบ
ถามจริงๆ เถอะครับ แล้วเด็กๆ จะซึมซับภาพแบบไหนกัน
ก็คงเป็นภาพที่เอาไปปล่อยกันในเว็บบิททอร์เรนท์ล่ะมั้ง ?
.
.
.
คนไทยชอบดูละครตบจูบอย่างเดียวจริงหรือ ?
.
ขืนยกตัวอย่าง CSI, ER ฯลฯ ก็ดูจะเป็นการรังแกละครไทยไปหน่อย ยกตัวอย่างเกาหลีญี่ปุ่นแทนก็แล้วกัน
ตัวอย่าง "แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง" เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่า ละครที่ไม่มีฉากตบจูบ ไม่มีเพศสัมพันธ์
ไม่มีฉากที่ขับเน้นร่างกายหรือเรื่องราวทางเพศ แสดงความกตัญญูด้วยความสามารถ ความบากบั่นอดทน
ฝ่าย (ที่ถูกมองว่า) ร้ายต่างมีฝีมือติดตัวเก่งกาจฉลาดจริงๆ (ไม่ใช่กรี๊ดกร๊าดไร้สมอง เอาร่างกายเข้าแลก)
พระเอกเสียสละ เป็นสุภาพบุรุษ ฉลาด (ไม่ตกกับดักตื้นๆ โง่ๆ แบบบ้านเรา) ก็สามารถเรียกเรตติ้งได้สูงลิ่ว
.
ผู้ผลิตไร้ความสามารถเอง จึงต้องยัดเยียดความเชื่อว่าคนไทยชอบดูละครตบจูบ ผู้ผลิตจะได้ไม่ต้องพัฒนา
.
แดจังกึม เป็นตัวอย่างที่เป็นปรากฏการณ์มากไปหรือ ? งั้น ลองเปรียบเทียบละครเกาหลีญี่ปุ่นที่ขายดาราดู
หลายเรื่องที่น้ำเน่า พ่อแง่แม่งอน ยังดำเนินเรื่องอยู่บนพื้นฐานของความสมจริงทางวิชาชีพเป็นจำนวนมาก
ไม่ว่าเป็นผู้ประกาศข่าว คนทำอาหาร แอร์โฮสเตส นักแข่งรถ นักดนตรี นักกีฬา ก็มีรายละเอียดองค์ความรู้
ในห้องส่ง ในห้องครัว ในสนามบิน ในสนามกีฬา ฯลฯ ในบ้านเราอย่างดีก็ละครประวัติศาสตร์ (แข็งๆ ทื่อๆ)
ที่เหลือก็มีแต่คุณชายปลอมตัวติดดิน คุณหนูตกระกำลำบาก นางร้ายไฮโซไร้สมอง เอะอะก็ลากขึ้นเตียงกัน
.
ผู้ผลิตไร้ความสามารถเอง จึงต้องยัดเยียดบริบทไท้ไทลงในฉากราคาถูกๆ ผู้ผลิตจะได้ไม่ต้องเปลืองงบนัก
.
.
.
ความรับผิดชอบต่อสังคม จากการทำตลาดแบบนี้ ในฐานะสื่อแขนงหนึ่งหายไปไหนหมด ?
.
.
.
ทิ้งท้าย
หลังจากที่เด็กในบ้านเราทำสถิติด้านเพศสัมพันธ์ในหลายประเด็นแซงหน้าโลกตะวันตกที่เป็นแชมป์เก่าได้
ทำให้ปัจจัยภายนอกจากต่างประเทศมีน้ำหนักลดลงทันที ผู้ร้ายตัวจริงอาจเป็นปัจจัยภายในประเทศนี่แหละ
Parody Television
ชอบโทษสิ่งที่เป็นบุคคลภายนอกที่อยู่นอกประเทศมากกว่า มันง่ายดีไม่ต้องรับผิดชอบอะไรโยนให้เป็นความผิดวัฒนธรรมอื่นซะงั้น
ที่ใกล้ตัวจนไม่รู้จะใกล้ยังไงก็โทษการ์ตูนกับเกมส์นี่แหละ
ไม่รู้ คุณศชน ได้อ่านกฏหมายคุมห้ามโฆษณาขนมเด็กที่กำลังจะมีผลบังคับใช้รึยัง ?
กลายเป็นว่าขนาดขนมเด็กยังมอมเมาเลย... อ่านแล้วอยากเอาหัวพุ่งชนเต้าหู้ตายซะจริงๆ พับผ่า...
ประเทศสารขัณฑ์นี่เด็กมันคงโง๊โง่ สอนอะไรเด็กก็ไม่ฟัง พ่อแม่หมดปัญญาสั่งสอนจนต้องงัดกฏหมายมาบังคับคนทำมาหากิน
#1 By Rain on 2007-07-06 18:50