.
ไม่พูดพล่ามทำเพลง ต่อจาก Entry ก่อน อีกเช่นกันครับ
.

หมวด 7 การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน
(มาตรา 163 - 165)

.
มาตรา 163 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 10,000 คน มีสิทธิ์ลงชื่อร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พรบ.
มาตรา 164 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 20,000 คน มีสิทธิ์ลงชื่อถอดถอน นายกฯ รมต. สส. สว. ประธานศาล ฯลฯ
มาตรา 165 ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ย่อมมีสิทธิ์ลงประชามติ
.
หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ
(มาตรา 166 - 170)

.
มาตรา 166 งบประมาณรายจ่ายของประเทศ ให้ทำเป็น พรบ.
มาตรา 167 การเสนอร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายของประเทศ ต้องมีวัตถุประสงค์ กิจกรรม แผนงาน
มาตรา 168 พิจารณาร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายของประเทศ ให้เสร็จภายใน 150 วัน
....................ห้าม สส. เพิ่มรายการที่เป็นภาระผูกพัน ยกเว้น ใช้คืนเงินต้น ดอกเบี้ยเงินกู้ รายจ่ายประจำ
มาตรา 169 ใช้จ่ายเงินตามแผนที่วางไว้ ยกเว้น เกิดน้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ สึนามิ
มาตรา 170 หน่วยงานไหนที่ไม่ต้องส่งเงินเข้าคลัง ให้ทำงบดุลส่ง ครม. สิ้นปีงบประมาณ
.
หมวด 9 คณะรัฐมนตรี
(มาตรา 171 - 196)

.
มาตรา 171 ในหลวง ทรงแต่งตั้ง นายกฯ 1 คน และ รมต. ไม่เกิน 35 คน เป็น ครม.
.....................นายกฯ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 8 ปี ป้องกันการผูกขาดอำนาจ
มาตรา 172 สภาผู้แทนฯ เสนอชื่อผู้เป็น นายกฯ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่การประชุมรัฐสภาครั้งแรก
มาตรา 173 ถ้าเสียงแตก ให้ประธานสภานำความกราบบังคมทูลภายใน 15 วัน
.....................เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งคนที่ได้คะแนนเสียงสูงสุด
มาตรา 174 คุณสมบัติ นายกฯ
มาตรา 175 นายกฯ ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ ตามมาตรานี้
มาตรา 176 ครม. ต้องแถลงนโยบายการทำงาน ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันเข้ารับหน้าที่
มาตรา 177 รมต. ต้องเข้าประชุมสภา อย่าเอาแต่โดด
มาตรา 178 รมต. ต้องรับผิดชอบการทำงาน ตามที่ได้แถลงไว้ในมาตรา 176
มาตรา 179 เมื่อเกิดปัญหา ครม. ควรฟัง สส. สว. บ้าง
มาตรา 180 เงื่อนไข ที่ทำให้ ครม. หมดสภาพ
มาตรา 181 ครม. เก่า รักษาการณ์ จนกว่าจะได้ ครม. ใหม่ ระหว่างนี้ ห้ามเซ็นอนุมัติหรือโยกย้ายใคร
มาตรา 182 เงื่อนไข การเด้งออกจากตำแหน่ง รมต.
มาตรา 183 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจปลด รมต.
มาตรา 184 ในกรณีสำคัญยิ่งยวด ในหลวง ทรงตราพระราชกำหนด ให้ใช้บังคับเช่นเดียวกับ พรบ. ได้
มาตรา 185 เงื่อนไข รายละเอียด การตราพระราชกำหนด
มาตรา 186 พระราชกำหนด เกี่ยวกับภาษี และเงินตรา ต้องได้รับการพิจารณาอย่างเร่งด่วน ห้ามอู้งาน
มาตรา 187 ในหลวง ทรงตราพระราชกฤษฎีกาได้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
มาตรา 188 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจ ประกาศใช้และเลิกใช้ กฎอัยการศึก
มาตรา 189 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจ ประกาศสงคราม เมื่อรัฐสภาได้เห็นชอบ
มาตรา 190 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจ ทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สงบศึก และอื่นๆ
มาตรา 191 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจ พระราชทานอภัยโทษ
มาตรา 192 ในหลวง ทรงมีพระราชอำนาจ ถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และยึดคืนเครื่องราชฯ
มาตรา 193 ในหลวง ทรงแต่งตั้งและถอดถอน ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน ตำแหน่งปลัด อธิบดี
มาตรา 194 ข้าราชการและพนักงานของรัฐ เป็นข้าราชการการเมืองหรือดำรงตำแหน่งการเมือง ไม่ได้
มาตรา 195 กฎหมายอื่น ต้องมี รมต. ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 196 เงินประจำตำแหน่ง บำเหน็จ บำนาญ ผลประโยชน์ตอบแทน กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกา
.
หมวด 10 ศาล
(มาตรา 197 - 228)

.
ส่วนที่ 1 บททั่วไป
.
มาตรา 197 ศาลต้องพิจารณาคดีด้วยความยุติธรรม แต่ถ้า นปก. บอกว่าอยากติดคุก "จาจาดห้ายคร้าบ"
.....................ผู้พิพากษา ตุลากร จะถูกโยกย้ายโดยพลการไม่ได้ และดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ได้

มาตรา 198 จะบัญญัติกฎหมายใหม่ขึ้นมาเพื่อเลือกปฏิบัติ เช่น ใช้เพื่อเล่นงานทักกี้โดยเฉพาะ ไม่ได้
มาตรา 199 ปัญหากระทบกระทั่งระหว่างศาล ให้คณะกรรมการที่กำหนดไว้ในมาตรานี้ เป็นผู้พิจารณา
มาตรา 200 ในหลวง ทรงแต่งตั้งและถอดถอน ผู้พิพากษาและตุลาการ
มาตรา 201 ผู้พิพากษาและตุลากร ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ ตามมาตรานี้
มาตรา 202 เงินเดือนและผลประโยชน์ ของผู้พิพากษาและตุลาการ ไม่เหมือนของข้าราชการพลเรือน
มาตรา 203 ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการของหลายศาลพร้อมกัน ไม่ได้
.
ส่วนที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญ
.
มาตรา 204 ศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 1) ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน 2) ตุลาการศาลปกครอง 2 คน
.....................3) ผู้ทรงคุณวุฒิ สาขานิติศาสตร์ 2 คน และ 4) ผู้ทรงคุณวุฒิ สาขารัฐศาสตร์ 2 คน
มาตรา 205 คุณสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 206 รายละเอียด การสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 207 คุณสมบัติ ประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 208 ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และคณะตุลาการ มีอายุ 9 ปี และดำรงตำแหน่งได้เพียงครั้งเดียว
มาตรา 209 เงื่อนไข การเด้งออกจากตำแหน่ง ศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 210 เมื่อหมดอายุพร้อมกันหมดทั้งคณะ ให้เลือกใหม่ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง
มาตรา 211 คดีใดที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแต่ศาลไม่เคยพิจารณามาก่อน ให้หยุดการพิพากษาชั่วคราว
.....................แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนว่าขัดหรือไม่
มาตรา 212 ใครๆ ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้ก็ต่อเมื่อลองช่องทางอื่นหมดแล้ว
มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจขอเอกสารหรือคำพูด จากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในคดี
มาตรา 214 ศาลรัฐธรรมนูญ มีอำนาจพิจารณาความขัดแย้งระหว่าง รัฐสภา ครม. และองค์กรอื่นๆ
มาตรา 215 ศาลรัฐธรรมนูญ มีสิทธิ์ไม่รับเรื่องหรือประเด็นที่เคยพิจารณาตัดสินแล้ว
มาตรา 216 ในการวินิจฉัย ต้องมีตุลากาลศาลรัฐธรรมนูญไม่น้อยกว่า 5 คนพิจารณา
มาตรา 217 ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ
.
ส่วนที่ 3 ศาลยุติธรรม
.
มาตรา 218 อำนาจ หน้าที่ของศาลยุติธรรม คือพิจารณาคดีทุกคดี ที่ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญกับปกครอง
มาตรา 219 ศาลยุติธรรมประกอบด้วย ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา
มาตรา 220 การแต่งตั้ง ถอดถอน ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการศาลยุติธรรม ก่อนทูลเกล้า
มาตรา 221คณะกรรมการศาลยุติธรรม ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา
.....................กรรมการ มาจากศาลฎีกา 6 คน ศาลอุทธรณ์ 4 คน ศาลชั้นต้น 2 คน วุฒิสภาเลือก 2 คน
มาตรา 222 ศาลยุติธรรม เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกา
.
ส่วนที่ 4 ศาลปกครอง
.
มาตรา 223 อำนาจ หน้าที่ของศาลปกครอง คือพิจารณาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐ การใช้อำนาจรัฐ
มาตรา 224 การแต่งตั้ง ถอดถอน ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการศาลปกครอง ก่อนทูลเกล้า
มาตรา 225 ประธานศาลปกครอง ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการศาลปกครอง และวุฒิสภา
มาตรา 226 คณะกรรมการศาลปกครอง ประกอบด้วย ประธานศาลปกครอง
.....................กรรมการ มาจากศาลปกครอง 9 คน วุฒิสภา 2 คน ครม. 1 คน
มาตรา 227 ศาลปกครอง เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อประธานศาลปกครอง
.
ส่วนที่ 5 ศาลทหาร
.
มาตรา 228 ศาลทหาร มีอำนาจพิพากษาผู้เกี่ยวข้องกับทหาร
.
.
.
สรุป มาตรา 163 - 228
.
จุดเด่นๆ ของหมวด 7 คือ การลดจำนวนรายชื่อเพื่อถอดถอน นายกฯ สส. จาก 50,000 เหลือ 20,000 คน
และเหลือ 10,000 คน กรณียื่นคำร้องขอให้มี พรบ. อะไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์จากมาตรานี้
หมวดที่ 10 ก็คล้ายกับรัฐธรรมนูญฉบับเก่าๆ แต่ดูเหมือนจะเขียนตอกย้ำเรื่องความเป็นอิสระของศาลสุดๆ
รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยในการคัดเลือกตุลากาลศาลต่างๆ (จึงขอละไว้ ให้ผู้ที่สนใจ อ่านดูในคู่มือเอาเอง)
ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์เงินเดือน หรือเกษตรกรชาวนาชาวสวนแต่อย่างไร
.
Entry หน้าจะกล่าวถึงมาตรา 229 - 309 เป็นมาตราชุดสุดท้าย ก่อนเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ '40 กับ '50
.
.
.
...to be continued...
.
.
.

Related Links

edit @ 9 Oct 2007 16:00:38 by chubby

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม...ดูๆไปก้อมีข้อดีข้อเสียนะ
แต่ไมรู้สึกว่าข้อเสียบางข้อมันใหญ่จัง
เหมืือนได้ไม่คุ้มเสียไงไม่รู้
อ่านมาตรา 7 แล้วสงสัย เพราะใน blog นี้บอกว่าเป็นวินิจฉัยของในหลวง แต่ในหนังสือเล่มเหลืองบอกว่า "ในกรณีที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมมนูญ ให้ตัดสินตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" ซึ่งเหมือนจะมีนัยยะที่แตกต่างกันอยู่

ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า ในกรณีที่กฎหมายไม่ได้ระบุ ให้ใช้มติที่ยึดมาตรการตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยเช่นเดิมทุกประการ (อำนาจตัดสินใจอยู่กับประชาชน ไม่ใช่พระมหากษัตริย์) แต่ที่มีพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้อง น่าจะเป็นเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ห้ามละเมิดพระมหากษัตริย์ และต้องมีกษัตริย์เป็นประมุขเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

น่าจะตีความได้ว่าอย่างนี้รึเปล่าครับ ?

#2 By Gow27 on 2007-08-04 15:15

^
ทำนองนั้นครับ นึกถึงกรณีที่หลายคนเสนอให้ในหลวงทรงใช้อำนาจตามมาตรา 7 (ก่อนเกิดรัฐประหาร) เพื่อล้างไพ่การเมืองใหม่ เนื่องจากสถาบันที่ใช้ตรวจสอบการทำงานของทักกี้เป็นง่อยหมดน่ะครับ

#3 By Chubby Chocobo on 2007-08-04 15:46

ถ้าเป็นตามนั้น ที่ผมเข้าใจว่าป๋อจงใจเขียนแบบแฝงนัยยะให้คนอ่านคิด...ก็ถูกแล้วสินะ

#4 By Gow27 on 2007-08-05 01:46