.
ชล นักศึกษาวิศวะ อาศัยอยู่กับพี่สาว เอ๋ นักศึกษาแพทย์ ชลถูกวิญญาณของผู้หญิงที่ชื่อ ดาราราย ตามหลอน
วันหนึ่ง ชล ประสบอุบัติเหตุ จึงไปที่โรงพยาบาล แต่ หมอจิ๊บ (ลูกศิษย์หมอสุธี) กลับส่งชลไปพบกับจิตแพทย์
ชื่อ หมออุษา (ภรรยาหมอสุธี) ทั้งหมดคิดว่าชลทำงานหนักเกินไป ไม่ได้พักผ่อน ชลต้องการพิสูจน์ความจริง
ชล ตามสืบจนพบว่า ดาราราย เคยทำงานร่วมกับ หมอสุธี มาก่อน แต่ดารารายก็หายสาบสูญไปพักใหญ่แล้ว
ยิ่งขุดคุ้ยเรื่องราวเท่าไร ก็ยิ่งมีคนตายมากขึ้นเท่านั้น ฟันธงได้เลยว่าหมอสุธีฆ่าหั่นศพดารารายไปเรียบร้อย
.
...แต่เรื่องราวของนายชลมีเท่านี้จริงๆ หรือ ?...
.
ข้อดี
- CG ประกอบที่ดูดีและเนียนที่สุดสำหรับหนังไทยประจำปีนี้ เตรียมขึ้นแท่นรับรางวัลเทคนิคพิเศษได้เลย
- คนดูส่วนน้อย จะชอบบทหนังแบบนี้มาก เรารู้อยู่แล้วว่าหนังมันต้องหักมุมแน่ แต่มันจะหักมุมอย่างไรนี่สิ
- มุมกล้องชวนติดตาม เนื้อเรื่องและการแสดงเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย...ถ้าตามทันนะ
.
ข้อเสีย
- เข้าใจครับว่ามีของดีย่อมอยากโชว์ แต่อะไรที่มากเกินไปมันก็ทำให้รู้สึกเลี่ยนจุกอกได้เหมือนกันนะครับ
- คนดูส่วนใหญ่ ไม่เหมาะกับบทหนังแบบนี้ เพราะระบบการศึกษาสอนให้คิดเป็นแต่ 1 - 2 - 3 - 4 เท่านั้น
- งบหมดไปกับ CG หรืออย่างไรมิทราบ sub title ภาษาอังกฤษผิดเยอะมาก ฉากสุดท้ายดูเหมือนเผาๆ
.
สรุป
มุขที่ปรากฏมีให้เห็นในหนังต่างประเทศมาเยอะแล้ว หนังไทยในยุคหลังๆ ก็เริ่มใช้มุขดังกล่าวเช่นเดียวกัน
แต่ ในความเห็นส่วนตัว บอดี้ ศพ#19 ใช้มุขดังกล่าวได้เต็มประสิทธิภาพถึงขีดสุด เท่าที่หนังไทยเคยทำมา
หลังจากนี้คงเว้นช่วงว่างไปอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะมีหนังไทยเรื่องใหม่ใช้มุขดังกล่าวได้มีคุณภาพทัดเทียมกัน
.
.

.
[Spoil] เนื้อเรื่องและลำดับเหตุการณ์
.
ชล กับ เอ๋ เหลือเพียงสองคนพี่น้อง นอกจากฐานะนักศึกษาแพทย์แล้ว เอ๋ยังเป็นบ้านเล็กของหมอสุธีอีกด้วย
ชล เสียชีวิตไปนานแล้ว โดยหมอสุธีไม่สามารถช่วยกู้ชีวิตได้ เหตุการณ์นี้กลายเป็นปมหนึ่งในใจของหมอสุธี
หมอสุธียังคงอุปการะเอ๋ต่อไปขนาดส่งไปศึกษาต่อต่างประเทศ เมื่อกลับมาก็บรรจุเอ๋เป็นอาจารย์หมอพิเศษ
เอ๋ หรือจริงๆ คือ "ดาราราย" นั่นเอง เริ่มต้นแบล็คเมล์หมอสุธีด้วยรูปภาพลับ ทำให้หมอสุธีรู้สึกเครียดมาก
หมอสุธีตัดสินใจวางยาดารารายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนหั่นศพเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คล้ายข่าวที่เกิดขึ้นจริง

.
แต่ก่อนยาออกฤทธิ์ ดาราราย ได้กระทำการคล้ายๆ สะกดจิตหมอสุธีไว้ให้จดจำช่วงเวลาที่มีความสุขกับเธอ
เมื่อใดที่หมอได้ยินเสียงเพลงๆ เดียวกับที่ได้ยินในร้านอาหารแว่วเข้าหูเมื่อไร หมอสุธีก็ต้องออกตามหาเธอ
ทว่า เกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างฆ่าหั่นศพ หมอสุธีพบตัวอ่อนของเด็กทารกในครรภ์ของดารารายเข้าจนช็อค
หมอสุธีสร้างบุคลิกภาพที่ 2 ขึ้นมา แต่บุคลิกภาพที่สร้างขึ้นกลับกลายเป็นนายชล ปมในอดีตของหมอนั่นเอง
สุดท้าย บุคลิกภาพที่ 2 ที่อุตส่าห์สร้างขึ้นเพื่อหลบหนีจากความจริง ก็หนีไม่พ้นแรงอาฆาตของดารารายอยู่ดี

.
ความสัมพันธ์ของชลกับเอ๋ (หรือดารารายสมัยนักศึกษา) คือภาพสะท้อนเหตุการณ์ระหว่างพี่น้องในอดีตกาล
ความสัมพันธ์ของหมอสุธี (ผ่านภาพบอดี้ของชล) กับดาราราย คือภาพสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ภาพที่ชลแอบมองเห็นหมอสุธีกำลังหั่นศพพี่สาวของตน จริงๆ ก็คือภาพตัวเองกำลังหั่นศพดารารายนั่นแหละ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

=w= น่าดูจัง...

#1 By Onnies on 2007-10-19 10:05

เห็นด้วยทุกประการครับกับข้อดีข้อเสีย แต่ผมให้ประมาณ 70% พอ เพราะเกลียดตรงข้อเสียนี่มากๆ อะสิ
เฮๆ ย่อหน้า spoiler กลับมาแว๊ว confused smile
ท่าทางเรื่องนี้ น่าจะสนใจแหะ

#3 By Ree on 2007-10-19 10:09

ไม่อ่าน Spoil ค่ะ เป็นเรื่องเดียวที่ไม่อยากอ่าน Spoil เพราะอยากดูด้วยตัวเองมากกว่า XP

ขอบคุณสำหรับ Review นะคะ cry
คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียวopen-mounthed smile

#5 By mastermune on 2007-10-19 10:26

อ่านแล้วมันซับซ้อนน่าไปดู

#6 By Oam 。◕‿◕。 ❤ on 2007-10-19 10:34

เผลออ่านสปอยไปซะล่ะ แต่ก็ดี....
ไม่งั้นถ้าไปดูเรื่องนี้ มีโอกาสสติแตกคาโรงก่อน -A-"

#7 By Nyotaro on 2007-10-19 10:39

แอบ อ่าน สปอย เรียบร้อย question

#8 By riddler on 2007-10-19 11:03

ยิ่งอ่านยิ่งอยากดูbig smile
จุดเด่นของหนัง ผมว่าอยู่ที่พลอตครับ แม้ว่าจะไม่ได้แปลกใหม่ไปเสียแล้วในยุคปัจจุบัน แต่ยอมรับเลยว่า การพลิกกลับ หักมุมเรื่องหลายตลบอย่างต่อเนื่องในช่วงหลัง ทำให้คนดูอดตกใจไม่ได้...ผมเชื่อว่า หลายๆคนที่ดูหนังแนวนี้มาพอสมควร ก็น่าจะพอเดาบทสรุปของเรื่องออกบ้าง แต่น้อยคนนัก ที่จะไปถึง"คำตอบสุดท้าย"ของเรื่องจริงๆ

การนำประเด็นทาง psychoanalysis มาใช้ ก็ถือว่าทำการบ้านมาดี เพราะสมจริง และเป็นเหตุเป็นผล...แม้หลายคนจะไม่ค่อยเชื่อนัก แต่บอกได้เลยครับว่า คนที่มีอาการเช่นนี้ มีอยู่จริงๆ big smile

สรุปความเห็นส่วนตัวว่า แม้จะไม่ชอบเลย กับมหกรรมผี CG...แต่หนังก็สอบผ่านในฐานะหนัง Thriller ที่มีจุดขายตรง twist ending คนเขียนบททำการบ้านตรงความรู้วิชาแพทย์มาดี และเป็นหนังไทยที่ผมถูกใจที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมาครับ confused smile

#10 By Zieghart on 2007-10-19 12:02

ยิ่งอ่านยิ่งมึน แล้วก็เห็นด้วยกับ CG มากๆ

แต่หนังแนวนี้หล่ะที่น่าสนใจ

จิตวิทยาหลอกหลอน น่าสนใจสุดๆ

#11 By kunt on 2007-10-19 13:02

คนดูส่วนใหญ่ ไม่เหมาะกับบทหนังแบบนี้ เพราะระบบการศึกษาสอนให้คิดเป็นแต่ 1 - 2 - 3 - 4 เท่านั้น

ผมว่าพูดแบบนี้มันเหมารวมเกินไปหรือเปล่าครับ

#12 By Unregistered user (58.9.138.63) on 2007-10-19 13:24

ดีตังมีเรื่องราวของหนังต่างๆมาให่อ่านด้วย

เป็นประโยชน์กับมิลมากมายเลยอ่ะ

ตอนนี้มิลเรียนปี1เกี่ยวกับภาพยนตร์อยู่น่ะคะ

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีดีนะคะ

ขอแอ๊ดเฟบเอาไว้ได้มั้ยคะ

จะได้ตามอัพเดทได้ทัน

#13 By MiYaBiMiRu on 2007-10-19 14:48

#12
งั้นผมเปลี่ยนข้อความเป็น
คนดูส่วนใหญ่เหมาะสมกับหนังแนวนี้ เพราะระบบการศึกษาบ้านเราสอนให้เด็กรู้จักคิดพลิกแพลงนอกกรอบ
มั้ยล่ะครับ question

#14 By Chubby on 2007-10-19 15:21

เจอสปอยซะแล้วสิ sad smile

#15 By [ i ]Rin on 2007-10-19 16:22

อืม...พูดถึงการมองภาพแบบ 1-2-3-4 อันนี้...ผมต้องยอมรับนะ ว่า"บ้านเรา"มีคนแบบนี้ไม่น้อยเลย

เพื่อนรึคนรอบตัวผมหลายๆคน ดูหนังสไตล์นี้ (ที่ sequence ไม่เป็น linear )ถ้าไม่ได้กลับมาชมเปาะ ก็ต้องด่าพ่อกันเลยทีเดียว...

กรอบหลายๆอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่จำเป็น(...จะด้วยระบบการศึกษา ระบบสังคม หรืออะไรก็ตามที...) ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก ทำให้เราขาดโอกาสทีจะเรียนรู้ คิดค้น หรือมีความสุขกับสิ่งรอบตัวในมุมมองที่แตกต่าง

ไม่ต้องอะไรมากมาย กับแค่ความสุขเล็กๆน้อยๆจากการชมภาพยนตร์ดีๆซักเรื่อง...แต่ละคนก็ยังได้รับไม่เท่ากัน......น่าเศร้านะ?

#16 By Zieghart on 2007-10-19 18:14

เป็นหนังที่ดีครับ แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบเทาไหร่sad smile

#17 By bong's on 2007-10-19 18:44

เราอึ้งกะไดโนเสาร์มาก แบบ มี ทำ มัย? 55 แต่ก็ดีค่ะ ล้อเล่นนะไอ้ไดโนเสาร์เนี่ย

ถามเรา เราชอบ เราไม่ชอบหนังที่นับ 1 2 3 4 ดูแล้วนึกถึงหนังเรือ่ง identity ทีทำมาจากหนังสือของอคาท่าคริสตี้ ไม่ได้เหมือนกัน ไม่ได้ก๊อบ แต่น่าจะได้แรงบันดาลใจมาบางส่วน

ข้อเสียที่เราเห็นด้วยอย่างแรงคือ หนังแบบนี้ คนตลาดๆ ไม่น่าจะชอบ ข้อแรก งง ข้อสอง ไม่เห็นจะน่ากัว (ก็มันไม่ได้เน้นน่ากัวนี่ฟระ)ข้อสาม คนตลาดๆไม่ชอบคิด (เบื่อหว่ะ พวกเนี้ย)

อีกข้อที่เราไม่ชอบของหนังเรื่องนี้ คือเราเกลียดฟรีวิวเรื่องนี้ มันทำให้เราไม่ยอมไปดูในตอนแรก

"ข้อดี" ข้อนึงที่นายไม่ได้เขียนแล้วเราชอบคือเพลงประกอบ กะฉากเปิด เปิดฉากได้ดีมาก กะเพลงดีมากๆอะ

กราฟฟิกที่ห่วยในเรื่องมีอยู่สองอย่าง ฉากแรกคือ ตาลูกชิ้นในฉากเปิด กับ ผีบางมุม T-T

ชอบคนเขียนบทเรื่องนี้จัง หวังว่าคงได้เห็นงานดีๆของคนเขียนบทคนนี้ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ (คนเดียวกะเกมส์ 13)

#18 By ~@Asami@~ on 2007-10-19 19:02

ตอนดู บิดไปบิดมา...ไม่ค่อยชอบกับภาพขยะแขยงอะไรเท่าไหร่ sad smile (ซึ่งเค้าก็พยายามยัดมาซะเพียบจริงๆ ตอนหลังมานึกดูแล้ว ไอ้ผีนี่หน้าตาตลกดีแฮะ sad smile)
ชอบนะสำหรับเรื่อง plot หนังอันนี้(เหมือนตอนดูจะไม่ค่อยได้คิดล่วงหน้าไปมากนักเพราะมัวแต่หลอน)ที่เล่นกับจิตวิทยาไปด้วย
ส่วนเรื่องเพลงประกอบผมว่าก็ทำออกมาได้ดีนะครับ หลอนดี...ทั้งเรื่องเลย
ยกเว้น...ไอ้เพลงที่มันขึ้นตอนจบเนี่ย...-10 ไปเลย ขึ้นมาได้กระชากอารมณ์สุดๆ sad smile

#19 By Yoshii on 2007-10-19 19:23

ไปดูมาแล้วครัีบ ชอบมากๆเลย

ใครยังไม่ไปดูก็ดูนะครับ น่ากลัวอยู่เหมือนกัน

แต่ภาพสวย เนื้อเรื่องดี หนังไทยแบบนี้หายาก

#20 By My Goddy on 2007-10-19 19:36

cgเยอะปายยย แต่ชอบเนื้อเรื่องอะ>< กรี้ด

#21 By Jasmine✿Lala~ on 2007-10-19 19:47

ขนาดอ่าน spoil ก็ยังงงอยู่ดี ...

#22 By welcome.to/WallSky on 2007-10-19 21:01

จริงๆเป็นหนังเศร้าเรื่องนึงเลยนะคะ
เป็นเรื่องที่ไปดูก่อนมาอ่านรีวิวจากบล็อคนี้ค่ะ
big smile

#23 By Na - th (นัท) on 2007-10-19 21:02

ยิ่งอ่านยิ่งอยากดูเจ้าค่ะ อ่านจากคอมเม้นท์ทุกอันก็ยิ่งอยากดู

เมื่อไหร่จะเป็นแผ่นน้อcry

#24 By ๛Girl In Game๛ on 2007-10-19 21:16

ชอบมากกก
ชอบเรื่องนี้มากกกก
เพราะพลอตเรื่องน่าสนใจสุดๆ
ดูจบแล้วต้องมานั่งย้อนว่ามันเป้นอย่างงี้ๆนะ
เป็นหนังที่ดูแล้วติดใจมากที่สุดเลย
แถมได้ยินเพลงนี้ทีไร(ต้องเวอร์ในหนังด้วยนะ)
ต้องคิดถึงเรื่องนี้ทุกที

ข้อเสียอย่าเดียวที่ไม่ชอบเลยจริงๆก็คือ
ใช้ CG เยอะเกินไป แม้แต่ฉากธรรมดาอย่าขับรถหรือวัดก็ยังเช้เลย

แต่นอกนั้นก็โอเลยฮะ!!!

#25 By ぼくは ランボーだよ。 on 2007-10-19 21:46

เพิ่งดูวันนี้เค่อะ sad smile sad smile


เปนหนังที่หักมุมสุดๆ แต่ชอบมุมกล้องเรื่องนี้มากๆ

confused smile

#26 By .,NAT sh-hato,. on 2007-10-19 22:37

เป็นหนังอีกเรื่องที่น่้าดู แต่เป็นคนไม่ดูหนังแนวสยองขวัญเลยต้องผ่านไปเลย sad smile

#27 By taki on 2007-10-20 00:04

ก็ไปดูมานะครับ องค์ประกอบทุกอย่างของหนังไทยเรื่องนี้ผมว่าโอเคแล้วหล่ะครับ เป็นหนังผีไทยเรื่องหนึ่งที่น่าสะสมเลยทีเดียว อืม ชอบฉาก หมอสุธีโดนเหล็กเสียบนะ+กับเพลงเพราะๆ ภาพโหดแต่เพลงเพราะ อืมมม

#28 By PUMP201 on 2007-10-20 04:04

ตอนจบเราพบกับยาพิษ นี่นา เกือบๆลืม sad smile

#29 By PUMP201 on 2007-10-20 04:06

ซีจีเยอะเกินไปจนรู้สึกเบื่อๆช่วงหลังๆค่ะ
แต่ว่าอยู่ดีๆก็เปลี่ยนหน้าคุณอุสาให้ตาเป็นสีขาวแล้วตะโกนดังๆก็ตกใจเหมือนกันนะ

แนวนี้ดูแล้วพอเดาเรื่องออกตั้งแต่ตอนแรกๆเลยค่ะ
แต่ก็ไม่หมดเปลือกเท่ากับตอนไปดูเรื่องแฝด
ถือว่าหักมุมตอนจบได้เนียนดีค่ะชอบ~***

#30 By pekokichi on 2007-10-20 22:27

มากเกินไปมันก็ไม่ดี <<< ถูกครับ sad smile
ต้องโหดเกินเลยอีกแน่ๆ

#32 By chubbyhole on 2007-10-21 01:20

รู้สึกว่าการสร้างบุคลิกภาพที่ 2 ขึ้นมา แล้วไปฆ่าคนอื่น โดยคิดว่าไม่ใช่เราที่เป็นคนไปฆ่า (งงไหมคะ)

โครงเรื่องมันคล้าย ๆ กับ Secret Window ที่ พี่เด็ปป์ แสดงเลยอ่ะsad smile

#33 By sora no hime★空のひめ on 2007-10-21 18:16

สำหรับหนังเรื่องนี้
เราถือว่าเป็นหนังที่คนไทยทำออกมาได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ดำเนินเรื่องมาเรื่อยๆ ใช้เพลงประกอบแค่เพลงเดียว แต่ทำให้เพลง1เพลงมีค่ามากกว่า1เพลง พลอตเรื่องหนังยังคล้ายๆกับหนังต่างประเทศอยุ่บ้าง ส่วนเรื่องcgน่าสนใจดีนะคะตอนเริ่มเรื่องแล้วค่อยๆเข้าเรื่อง

#34 By Lemonademoon on 2007-10-26 07:12

อ่าน spoil แล้ว ไม่เหมาะสำหรับคนไทยที่เรียนมาให้คิด 1-2-3-4-5-... จริงๆครับ

โดยส่วนตัวไม่ดูหนังผี แต่เร็วนี้คงโดนแฟนลากไปดู

#35 By กุง : Kung on 2007-10-28 07:45