.
แท็ก นานาทัศนะกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ จากบล็อกคุณ PaePae ครับ
.
เรื่องเริ่มจากบทความชื่อเดียวกันจาก faylicity.com (ควรอ่านก่อนครับ)
กรณี สำนักพิมพ์บางแห่ง เป็นห่วงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีต่องานหนังสือ
.
1. คุณคิดอย่างไรกับงานลดราคาหนังสือแห่งชาติ ?
.
เนื่องจากผมอยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยมีงานลดราคาหนังสือบิ๊กๆ เท่าไร ใหญ่สุดน่าจะเป็น CMU Book Fair
โดยส่วนตัว คิดว่างานลดราคาหนังสือเป็นโอกาสอันดีที่จะเผยแพร่องค์ความรู้จากหนังสือที่มีสาระประโยชน์
ประกอบกับคนไทย "โดยเฉลี่ย" อ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัด รัฐเองควรสนับสนุนมาตรการทางด้านภาษีบ้าง
สำนักพิมพ์และคนเขียน ควรพัฒนาตัวเองมากกว่าจะมานั่งโอดครวญโยนแพะรับบาปให้งานลดราคาหนังสือ
.
2. คุณรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งหรือไม่ ?
.
ไม่, ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้งาน หรืออยากได้มาอ่านจริงๆ ก็ซื้อทันที
แต่ ถ้าไม่มีความจำเป็นใดๆ ผมก็จะรอจนกว่าทางร้านจะลดราคาเอง
หรือ กลับมานั่งสงบสติอารมณ์สัก 3 วัน 7 วันเพื่อทบทวนตั้งสติใหม่ว่า
ผมอยากได้หนังสือเล่มนั้นจริงๆ หรือไม่ ซื้อไปเพื่ออะไร เพราะเหตุใด
.
3. ในฐานะผู้บริโภคแล้ว การลดราคามีผลต่อการซื้อหรือไม่ ?
.
มีผลแน่นอน, ในยุคน้ำมันลิตรละ 30 บาท + ใช้รถมือสองซดน้ำมัน + บ้านผมไม่มีระบบขนส่งมวลชน (ที่ดี)
ทุกวันนี้ผมซื้อหนังสือลดน้อยลงกว่าเมื่อสมัย 10 กว่าปีก่อนมาก ก็เพราะปัจจัยที่เขียนมาข้างบนนี่แหละครับ
.
4. หนังสือบางเล่มที่ลดราคากระหน่ำนั้น น่าคิดหรือไม่ว่าตั้งราคาเผื่อลดแล้ว ?
หรือราคาหนังสือที่สมเหตุสมผลอย่างแท้จริง ซื้อได้แต่ในงานหนังสือเท่านั้น ?

.
เบื้องหลังการตั้งราคาปกและต้นทุนที่แท้จริงนั้น ผมไม่ทราบ ทราบแต่ว่า ไม่มีธุรกิจไหนไม่ต้องการผลกำไร
แต่ความสมเหตุสมผลของผม อยู่ที่เนื้อหาของหนังสือนั้นๆ (ซึ่งโดนปกหลอกลวงมาบ้าง) ไม่ใช่ราคาหน้าปก
ไอ้หนังสือประเภทเบื้องหลังสารพัดดารา จ้างมือปืนมาช่วยเขียน ต่อให้ลดราคาเหลือแค่ 10 บาทผมก็ไม่ซื้อ
แต่ถ้าเป็นหนังสือ >> Kwehhh~ << แล้วล่ะก็ ต่อให้ราคาปก 500 บาทผมก็ควักกระเป๋าจ่ายอย่างไม่ลังเล
.
ทุกวันนี้ผมเริ่มมองไปยังระบบการซื้อขายแบบออนไลน์แล้ว เพื่อประหยัดค่าเดินทางและถือเป็นการซื้อเวลา
.
.
.

ขอแท็กต่อไปยังท่านอื่นบ้างนะครับ
.
Phuphu
Nyotaro
Izabelle
Ratatosk
Re-Peat Again
.
ท่านที่ไม่โดนแท็กจะทำก็ได้นะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทำไปแล้วอ่ะ อิอิ
น่ากลัวว่าคนที่โอดครวญจะไม่ใช่สนพ.น่ะสิคะ แต่เป็นร้านขายปลีก ร้านหนังสือรายย่อย (ไม่นับb2s kinokiniya แถวนั้น เพราะยังไงก็รอดอยู่แล้ว) ข้อสังเกตคือสนพ.ที่ออกมาแสดงความห่วงใย เป็นสนพ.ที่ไม่เคย -เท่าที่เราทราบในชีวิตสิบแปดปีของเรา- ออกหนังสือไร้คุณภาพออกมาเลย

ส่วนตัวแล้วเราว่ามันเป็นความน่ากลัวอย่างแท้จริง เมื่อนึกถึงว่าร้านหนังสือรายย่อยจะไม่มีอีกแล้ว ทีนี้ก็ระบบนายทุนของแท้

ที่น่ากลัวกว่าคือความจริงที่ว่า งานหนังสือก็มี จำนวนประชากรรู้หนังสือก็สูงอยู่ที่90กว่าเปอร์เซ็นต

แต่ก็ยังอ่านหนังสือกันปีละสองบรรทัด

มันหมายความว่า หนังสือไม่ได้มีคุณค่าความสำคัญอะไรแก่ทุกๆคนเลย

นี่เรากำลังสนับสนุนให้หนังสือมีประโยชน์ในทางที่ผิดหรือเปล่า

การจัดงานหนังสือเป็นการส่งเสริมให้หนังสือออกมาขายราคาถูก พิมพ์ตกไม่มีแก้ แปลชุ่ยไม่มีคัด ตะโกนโหวกเหวกขายหนังสือ

เทียบกับบรรยากาศในร้านเล็กๆเงียบๆ พิจารณาหนังสือช้าๆ แล้วหยิบมาทีละเล่ม พลิกดู อ่าน พลิกหน้าพลิกหลัง อ่านคำนำ ตัดสินใจซื้อ เอามาวางที่เคาน์เตอร์ ขอร้องให้อย่าเพิ่งคิดสตางค์ ขอตัวกลับไปดูอีกเล่มก่อน

ต่างกันมากทีเดียว

นี่เรากำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย

(ขอโทษนะคะ เผลอตัวเอามาระบายในบลอกเสียแล้ว ...)

#2 By songsage on 2007-10-26 13:47

> หรือ กลับมานั่งสงบสติอารมณ์สัก 3 วัน 7 วันเพื่อทบทวนตั้งสติใหม่ว่า ผมอยากได้หนังสือเล่มนั้นจริงๆ หรือไม่ ซื้อไปเพื่ออะไร เพราะเหตุใด

ชอบตรงนี้จริง ๆ ลืมเขียนประเด็นนี้ลงไปเลย
ส่วนข้อ 4 นี่ผมเชื่อว่าหนอนหนังสือตัวจริงเป็นแบบนี้ทั้งนั้นครับ อิอิ

ขอบคุณที่ตอบแท็กครับ big smile

#3 By PaePae on 2007-10-26 14:13

ผมเห็นด้วยกับคุณ songsage ครับ ว่าผีเสื้อ งานดี มีึคุณภาพ แต่ผมว่างานนี้ ผีเสื้อ เกาไม่ถูกที่คัน

อยากได้ความเห็นแตกต่างเหมือนกันครับ รบกวนคุณ songsage รับแท็กไปได้ไหมsurprised smile

#4 By house on 2007-10-26 14:17

ว่าจะไปงานหนังสือพรุ่งนี้พอดี ฮา sad smile
เรื่องราคานี่คิดไม่ตกอยู่เหมือนกัน....ในฐานะที่อยู่กับเรื่องหนังสือมาพอสมควร sad smile

#5 By Nyotaro on 2007-10-26 17:08

รับเรียบร้อยครับผม confused smile

#6 By กระรอกโฉด on 2007-10-26 21:00

ผมเองก็เป็นคนรอซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งเหมือนกัน..
ด้วยเหตุผลที่ว่าเดินทางสะดวกในการไปงานด้วยสื่อสารมวลชน และที่สำคัญเคยมีประสบการณ์ซื้อหนังสือที่อยากอ่านจากร้านใกล้บ้าน แต่พอไปเดินงานหนังสือกลับเจอหนังสือเล่มเดิมในราคาลดกว่า 20% ""

เดี๋ยวนี้ผมจะเล็งๆหนังสือที่อยากได้ไว้ก่อนตามร้านหนังสือ แล้วรอเวลางานค่อยไปเดินตามสำนักพิมพ์นั่นๆแล้วค่อยซื้อดีกว่า.. ประหยัดได้เยอะทีเดียว..

#7 By ArMKunG on 2007-10-26 22:15

ยิ่งอ่านแท๊กหลายๆความเห็นนี่ ทำให้เรามองอะไรกว้างขึ้น แล้วก็เห็นด้วยกับคุณsongsageค่ะ เราเองก็เคยคิดว่า คนไปงานหนังสือเยอะ แล้วทำไมสำรวจออกมาคนไทย อ่านหนังสือปีละ2บรรทัด? ชักสงสัยแล้วว่าคนที่ซื้อไป ได้อ่านหรือแค่ซื้อไปเพราะมีการลดราคา เลยซื้อไปเก็บไม่ได้อ่าน กลุ่มหลังนี่น่ากลัวสำหรับ พวกธุรกิจหนังสือนะ -*-

#8 By taki on 2007-10-26 22:19

ไอ้หนังสือประเภทเบื้องหลังสารพัดดารา จ้างมือปืนมาช่วยเขียน ต่อให้ลดราคาเหลือแค่ 10 บาทผมก็ไม่ซื้อ
แต่ถ้าเป็นหนังสือ >> Kwehhh~ << แล้วล่ะก็ ต่อให้ราคาปก 500 บาทผมก็ควักกระเป๋าจ่ายอย่างไม่ลังเล

<< หนังสือประเภทไหนครับนั่น sad smile มีเซนเซอร์ซะด้วย

#9 By Detonator on 2007-10-27 00:01

อะนะ โดนด้วยแหะ
ทำเสร็จแล้วล่ะquestion

#10 By Ellebazi on 2007-10-27 08:28

คนไทยส่วนใหญ่อ่านแต่ที่ไม่ค่อยมีสาระนะครับ ลองดูซุ้มที่คนเยอะๆสิ sad smile ... หนังสือกลุ่มที่อ่านแล้วออกมาทำมาหากินแทบไม่ค่อยมีคนเข้าเลย (แต่ DMG นี่เยอะนะแสดงว่าคนเริ่มหันมาสนธรรมะมากขึ้นเหมือนกัน)
แท็กนี้ น่าทำจัง

ขอไปทำมั่งดีกว่า พรุ่งนี้งานหนังสือวันสุดท้ายแล้วด้วย

#12 By antzzer on 2007-10-27 13:07

หมายถึง Final???

#13 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-10-27 20:47

ความคิดเห็นตรงกันหลายข้อเลยค่ะbig smile

#14 By sora no hime★空のひめ on 2007-10-27 22:33