.
ในตอนก่อนได้กล่าวถึงตัวละครหลัก 4 ตัว ประกอบด้วย
.
1) มุโต้ คุนิมิตสึ เลขาฝึกหัดหมายเลข 2 ที่มันสมองเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ และมีพลังชีวิตราวกับว่าเป็นอมตะ
2) ซาวะ มาสึมิ นักข่าวสาวของหนังสือพิมพ์สดทุกเช้า ถูกส่งตัวมาประจำที่สถานีสื่อสารย่อยชินชิบะกะซากิ
3) ซากากามิ เรียวมะ ทายาทของนักการเมืองในตำนานอย่างซากากามิ ริวทาโร่ ซึ่งเจ้าตัวมีหนี้สินท่วมหัวอยู่
4) ซากากามิ อาสึกะ ลูกสาวคนโตแห่งบ้านซากากามิ เป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบสูง
.
อีกหนึ่งตัวละครหลัก (?) ในสำนักงานเลือกตั้งฝ่ายซากากามิคือ เลขาหมายเลข 1 ซารุวาตะ อิจิโร่ อายุ 28 ปี
ไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แถมยังไม่ถูกชะตากับคุนิมิตสึ แต่มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีสูง
ตั้งแต่ซากากามิสอบตกในคราวก่อน ก็เหลือซารุวาตะเพียงคนเดียวที่ยังคงติดตามอยู่กับซากากามิจนถึงวันนี้
อุปสรรคด่านแรกที่รอทุกคนอยู่คือ ภายใน 3 เดือนต้องหาเงินค่าประกันการลงสมัครเลือกตั้ง 1 ล้านเยนให้ได้
แต่สภาพการณ์ตอนนี้ ซากากามิ มีหนี้ท่วมหัว และต่อให้คุนิมิตสึจะใช้พลังกล้ามเนื้อหาเงินปลดหนี้ได้สำเร็จ
ทั้งคุนิมิตสึ ซารุวาตะ และซากากามิ ต่างสุดแสนอ่อนหัดในการบริหารเงิน จนอาสึกะแทบจะกัดลิ้นตายให้ได้
สำนักงานเลือกตั้งฝ่ายซากากามิ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาเสนาธิการการเลือกตั้งมาช่วยกอบกู้วิกฤติโดยเร็ว
.

...ซารุวาตะ อิจิโร่ เลขาฯ หมายเลข 1 ผู้ซื่อสัตย์...
.
ผู้พลิกชะตาชีวิตของสำนักงานซากากามิ คือหลานของอาสึมะ คาคุโนะชิน เสนาธิการคนเก่าของท่านริวทาโร่
เป็นรุ่นพี่อาสึกะที่ชื่อ อาสึมะ มิตสึอากิ อายุ 17 ปี ดูภายนอกก็เหมือนเด็กเพลย์บอยควงสาวไม่ซ้ำหน้าทั่วๆ ไป
แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ ไม่เคยตกจาก 3 อันดับแรกของการทดสอบทั่วประเทศ ทั้งเป็นจอมวางแผน
ช่วยให้ผู้สมัครที่เสียเปรียบหลายต่อหลายคนได้เป็น ส.ส. มาแล้วนักต่อนัก ด้วยความรู้ที่สืบทอดมาจากคุณปู่
คุนิมิตสึ แอบแฝงตัวเข้าไปในโรงเรียนของ อาสึกะ เพื่อขอร้องให้มิตสึอากิมาเป็นเสนาธิการของฝ่ายซากากามิ
มิตสึอากิ เคยปฏิเสธผู้สมัครหลายต่อหลายคนซึ่งมาติดต่อเขาให้ไปเป็นเสนาธิการฯ ด้วยเงินจำนวนมหาศาล
แต่เขากลับยอมรับข้อเสนอของคุนิมิตสึโดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องช่วยให้คนๆ หนึ่งขึ้นเป็นประธานนักเรียนให้ได้
.

...อาสึมะ มิตสึอากิ เสนาธิการเลือกตั้งอัจฉริยะ...
.
.
.
1. เยาวชนกับการเมือง
.
แทนที่จะกระโจนลงสู่สนามเลือกตั้งเต็มรูปแบบทันที อันอาจทำให้ผู้อ่านมองไม่เห็นภาพรวมของโลกการเมือง
ผู้เขียนจึงนำผู้อ่านเข้าสู่โลกการเมืองขนาดเล็กที่ใกล้ตัวเด็กและเยาวชนมากเสียจนหลายคนลืมนึกถึงไปสนิท
นั่นก็คือ การเลือกตั้งประธานนักเรียนที่จะเข้าไปทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณให้ชมรมต่างๆ ในโรงเรียนนั่นเอง
โดยรูปแบบแล้ว ก็ไม่ต่างจากการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าไปทำหน้าที่จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงต่างๆ เท่าไรนัก
.

...เพียงการเลือกตั้งประธานนักเรียนธรรมดา ก็เจ็บปวดแล้ว...
.
สถานการณ์ปัจจุบันของโรงเรียนมัธยมชินชิบะกะซากิ นับตั้งแต่ลูกชายผู้ว่าคนปัจจุบัน รั้งตำแหน่งประธานฯ
ชมรมต่างๆ ล้วนถูกตัดงบประมาณ ชมรมด้านวัฒนธรรมถูกยุบทิ้งไปเยอะโดยไม่มีใครเอะใจว่างบหายไปไหน
คอร์ตของชมรมเทนนิสเองก็กำลังจะถูกถนนใหม่ตัดผ่าน ยังไม่นับโครงการย้ายโรงเรียนมัธยมชินชิบะกะซากิ
ซึ่งผู้ว่าโกคิตะได้กว้านซื้อที่ดินที่จะสร้างโรงเรียนใหม่รวมถึงชักส่วนแบ่งผู้รับเหมาเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
หน้าที่ของลูกชายคือการมอบตำแหน่งประธานนักเรียนให้แก่นอมินี่ เอ้ย ผู้สมัครที่ไม่ขัดขวางการย้ายโรงเรียน
ถ้าปิดหูปิดตาไม่ให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้เรื่อง หรือปิดปากไม่ให้นักเรียนคนไหนลุกขึ้นมาคัดค้านโครงการได้ยิ่งดี
แล้วนี่จะมีผู้สมัครรายได้อาจหาญเอาชนะกำลังทุนและกำลังคนที่เหนือว่าของประธานนักเรียนโกคิตะได้หรือ
.

...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น...
.

...คิโดะ ยูสึเกะ "นอมินี่" ที่โกคิตะวางตัวไว้สืบทอดตำแหน่งประธานนักเรียน...
.

...มิทาไร ฮิโรชิ ผู้สมัครที่คุนิมิตสึจะต้องผลักดันให้เป็นประธานนักเรียนให้ได้...
.
แน่อยู่แล้วที่มิทาไรชนะการเลือกตั้ง เพราะมิเช่นนั้นก็จะอดได้ตัวมิตสึอากิ แล้วการ์ตูนเรื่องนี้ก็ถึงคราวอวสาน
รายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการหักเหลี่ยมเฉือนคม อยากให้อ่านเต็มๆ ในการ์ตูน จะได้อรรถรสมากกว่าครับ
เนื้อหาช่วงต่อไป จะกล่าวถึงกลยุทธ์ทางการเมืองบางส่วนที่ปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งประธานนักเรียนคราวนี้
.
"ของที่ถูกสร้างขึ้นมา จะไม่มีอำนาจในการต่อรองเท่าของจริง"
.
เป็นคำบอกใบ้จาก มิตสึอากิ ในการทำโปสเตอร์หาเสียง รูปผู้สมัครที่เป็นธรรมชาติจะมีอำนาจดึงดูดมากกว่า
รวมกับสัญชาติญาณอดีตเด็กโดดเรียนตัวยงอย่างคุนิมิตสึ ซึ่งเลือกติดโปสเตอร์ในสถานที่ที่ผู้คนจะหยุดอ่าน
เช่น ห้องน้ำ ดาดฟ้า ชานพักบันได ตู้ขายน้ำอัตโนมัติ ก๊อกน้ำ ป้ายจอดรถเมล์และย่านร้านค้าละแวกโรงเรียน
ตรงข้ามกับคู่แข่งที่ติดโปสเตอร์หาเสียงเปรอะตามทางที่คนเดินผ่านกันเร็วๆ ถึงแม้จะเด่นก็ไม่มีคนสนใจอ่าน
แถมดูสกปรกเลอะเทอะอีกต่างหาก ลองนึกถึงป้ายหาเสียงที่ตั้งเกะกะกีดขวางหน้าปากซอยบ้านท่านดูสิครับ
หวังแต่ให้ป้ายหาเสียงของตัวเองโดดเด่น ไม่สนว่าใครเดือดร้อน จนชาวบ้านสวดอวยพรถึงบรรพบุรุษกันตรึม
แม้จะมีเงินหนากว่า แต่ถ้าเลือกตำแหน่งติดป้ายหาที่เสียงไม่เหมาะสมก็สู้ป้ายที่ติดในที่ที่เหมาะสมกว่าไม่ได้
.

...เรื่องพื้นๆ อย่างโปสเตอร์หาเสียง มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด...
.
"สัญญามวลชน"
.
"สัญญามวลชน" หลายคนอาจยังนึกภาพไม่ออก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น "นโยบายประชานิยม" ล่ะก็ ร้องอ๋อแน่ๆ
สัญญามวลชนไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ถ้านำเสนอวิธีการทำเป็นขั้นตอน ไม่ใช่สัญญามา 50 ปีแล้วไม่มีอะไรสักอย่าง
ตัวอย่างการเลือกตั้งประธานนักเรียนของโรงเรียนชินชิบะกะซากิ สัญญามวลชน ต้องเป็นอะไรที่เป็นรูปธรรม
ไม่ใช่เพียงคำพูดลอยๆ อย่างเช่น "ผมจะทำให้โรงเรียนนี้ดีขึ้น" แต่ไม่บอกว่าจะทำโครงการอะไร ทำอย่างไร
คิโดะและมิทาไร ต่างก็มีสัญญามวลชนแตกต่างกันอย่างชัดเจน มาจากพื้นฐานของทั้งสองคนที่แตกต่างกัน
ฝ่ายคิโดะนำเสนออะไรที่หรูหราทั้งการสร้างสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส คลับเฮาส์ ให้ศิษย์เก่าได้กลับมาใช้งาน
จริงๆ เป็นสัญญามวลชนซื้อเวลา ให้ตัวเองขึ้นเป็นประธานนักเรียน เพื่อจะได้จัดการเรื่องย้ายโรงเรียนให้เสร็จ
.

...โปรดดูประวัติย้อนหลังว่า ใครทำได้จริง ใครทำได้แต่พูด...
.
ทางฝ่ายมิทาไรนำเสนอสัญญามหาชนเรื่องคัดค้านการย้ายโรงเรียน ซึ่งขวางทางผลประโยชน์ของคู่แข่งเต็มๆ
ด้วยคำพูดเรียบง่ายที่สุด แม้แต่คนโง่ที่สุดก็เกิดความหวั่นไหวและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ด้วยสิ่งที่เป็นรูปธรรม (ไม่ใช่สิ่งที่เป็นนามธรรมลอยๆ จับต้องไม่ได้ เช่น คุณธรรม ความดี ของใครที่ไหนก็ไม่รู้)
เมื่อสัญญามวลชนของฝั่งคิโดะมีน้ำหนักลดลง โกคิตะจึงใช้แผนสกปรกค่อยๆ ทำให้โรงเรียนให้ทรุดโทรมลง
(เพราะสภาพโรงเรียนในปัจจุบันยังคงดีอยู่ ทำให้เสียงสนับสนุนในการย้ายโรงเรียนไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ)
พลอยทำให้ผมนึกถึงกรณี ทางเท้ารอบคูเมืองเชียงใหม่ ที่เทศบาลหาเรื่องทุบสร้างใหม่ได้ทุกปีขึ้นมาตะหงิดๆ
แม้จะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับมิทาไรในวันสุดท้าย แต่คุนิมิตสึก็อาศัยแรงวัวแรงควายฝ่าวิกฤตการณ์ทั้งหลายจนได้
.

...ตอนจบของศึกเลือกตั้งประธานนักเรียน...
.
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คิโดะตกม้าตายคือ การมีเงินทุนมากเกินไป พิมพ์โปสเตอร์หาเสียงแจกนักเรียนอย่างไม่อั้น
โดยลืมไปว่ามัธยมชินชิบะกะซากิมีนักเรียนเพียง 300 กว่าคน แต่ไปจ้างพริตตี้มาแจกโปสเตอร์ถึง 3 พันแผ่น
ลองนึกถึงพวกที่มาแจกของยัดเยียดใส่มือเราแถวอนุสาวรีย์ชัยฯ ดูสิครับ นั่นล่ะ ความรู้สึกติดลบแบบนั้นเลย
.

.
จบตอนที่ 2 นี่ยังเป็นเพียงการเรียกน้ำย่อยด้วยศึกเลือกตั้งประธานนักเรียนแบบเบาะๆ เท่านั้นเองนะครับ :P
.
to be continued

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมชอบตอนเลือกตั้งงาน รร.นะ มันส์มากเลย
เรื่องนี้อ่านมันส์ตลอด

แต่จะว่าไป ไอ้เลขาหมายเลขหนึ่งนี่ เอาแต่ปัญหามาตลอดเลยนะ ทั้งพนันเอย ฯลฯ ฮ่าๆๆbig smile

#1 By ~Trigger~ on 2007-12-08 22:39

เอ๊ะ ประเทศญี่ปุ่นหรือสารขัณฑ์

ผมล่ะชอบการ์ตูนเรื่องนี้จริงๆเลย
โอ้....

เนื้อหาพิศดารพันลึก ได้ความรู้

การ์ตูนที่มองข้ามมานานสิน่ะเนี่ย... เหลือเชื่อจัง

ปล. จะว่ามองข้ามก็ไม่ได้แหะ เพราะปกติ แทบไม่ได้อ่านการ์ตูนเลย sad smile

#3 By Detonator on 2007-12-08 23:40

เป็นการ์ตูนที่ชอบมากๆอีกเรื่องนึงเลยค่ะ ให้ความรู้ดีมากๆ
เป็นการ์ตูนที่อยากให้เด็กๆอ่านมากกว่าตำราเรียนหลายเล่มเลยทีเดียว

ว่าแต่ คำโปรยในใบปลิวของฝ่ายคิโดะนี่มันคุ้นๆนา เหมือนใครเลย อิอิ (เอาขำๆนะคะ) question

#4 By wassery_harp on 2007-12-09 00:33

ช่างคิดดีแฮะ
confused smile

#5 By N.P on 2007-12-09 03:34

ส่วนนึงที่น่าสนใจของการ์ตูนเรื่องนี้คือ อ.แกเขาวาดหน้านักการเมืองแต่ละคนได้ "บอกยี่ห้อ" เอามากๆ ครับ confused smile

แถมผมยังรู้สึกว่า หน้าตาและบุคลิกของคาแรกเตอร์บางตัว ก็ดันละม้ายคล้ายกับนักการเมืองแถวๆ นี้อย่างประหลาด lol~
อ่านไปแล้วนึกสะท้อนประเทศสารขัณฑ์ได้อย่างที่เทราสฯบอก 55+
ตอนนั้นไม่รู้จะขำ ร้องไห้ หรือสมเพชดี กรั่กๆ
ตามอ่านเรื่อยๆ จะจบชุดก่อนวันที่22ไหมครับเนี่ย~~

*อยากอ่านแถวๆตอนสาวกกอลิล่าจริงๆ จะเขียนถึงไหมน่ะเพราะมันไม่เกี่ยวกะการเมืองเท่าไหร่ฮะๆ

#8 By GinG Freecss on 2007-12-10 18:44

ผมว่าเนื้อหาจะคล้ายประเทศสารขัณฑ์ก็ไม่เเปลก
เพราะเรื่องนี้เขียนบนพื้นฐานการมองการเมืองเเบบเอเซียอยู่เเล้ว

ยังยืนยันคำเดิมครับ ท่านที่คิดว่าการ์ตูนเป็นเนื้อไร้สาระ
ลองอ่านเรื่องนี้ดู ดีกว่าดูละครหลังข่าวอีก big smile

#9 By Red on 2007-12-12 17:00

ติดเรื่องนี้ มาก เพราะชอบคนเขียนตั้งแต่ ไซโคเมทเลอร์เอจิ...

ตอนแรกก็แอบหวาดเสียวว่ามันจะโดนแบนรึเปล่า เพราะเล่นเผยไต๋ ความชั่วนักการเมืองไว้ซะขนาดนั้น

แถมตอนการ์ตูนออกใหม่ๆนี่...เหตุการณ์มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกันซะเหลือเกิน = =;;;;

#10 By J@an~♪♫ on 2007-12-13 01:23