.
ประเทศไทย มีสวนสัตว์หลายแห่งในหลายจังหวัด ทั้งของหน่วยงานราชการและขององค์กรเอกชน
โดยสวนสัตว์ที่เป็นของราชการ (องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์) มีอยู่ 5 แห่ง ประกอบด้วย
สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมาและสวนสัตว์สงขลา
โดยสวนสัตว์ที่เป็นข่าวบ่อยครั้งที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาย่อมหนีไม่พ้นสวนสัตว์เชียงใหม่ล่ะครับ
ด้วยการมาถึงของผีกาก้า เอ้ย หมีแพนด้า ทูตสันติไมตรี 2 ตัวจากประเทศจีน ช่วงช่วง และหลินฮุ่ย
ยังไม่นับสัตว์ต่างถิ่นแปลกๆ อีกหลายชนิดรวมถึงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์แบบยกเครื่องใหม่หมด
จนท่านที่ไม่ได้เข้าไปเที่ยวสวนสัตว์ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป อาจจะตกใจว่าตัวเองเดินทางมาผิดที่หรือเปล่า
.

รูปที่ 1 ป้ายสวนสัตว์เชียงใหม่

ป้ายทางเข้าด้านถนนห้วยแก้ว มีสายไฟฟ้าพาดผ่านด้านบนอย่างสวยงาม จนผมไม่รู้จะถ่ายรูปหลบอย่างไรดี
นักท่องเที่ยวท่านใดที่ชอบถ่ายรูปคู่กับป้ายสถานที่แล้วอยากได้ภาพสวยๆ ก็คงต้องถ่ายใกล้ๆ เฉพาะด้านล่าง
หรือไม่ก็เลี่ยงไปถ่ายรูปที่น้ำพุช้าง หรือไม่ก็ใช้โฟโต้ชอปจัดการ หรือไม่ก็รอจนกว่าเขาจะย้ายสายไฟออกไปครับ
.

รูปที่ 2 ตึกกองอำนวยการ

ลานโล่งกลายเป็นอาคารที่จอดรถของเจ้าหน้าที่ จุดขายบัตรเข้าชมสวนสัตว์และบริเวณจัดงานกิจกรรมต่างๆ
เด็กๆ ไม่ต้องตากแดดตากฝนเหมือนสมัยก่อน ในแง่ Function ถือว่าเพียบพร้อมสำหรับการใช้งานสารพัด
แต่ในแง่ของสภาพภูมิทัศน์ โดยส่วนตัว ไม่ค่อยประทับใจนัก เพราะรู้สึกว่ามันทำให้บรรยากาศแรกเข้าแข็งไป
.

รูปที่ 3 น้ำพุช้าง

ถัดจากตึกกองอำนวยการ เลยจากจุดขายบัตรเข้าไปด้านในเพียงไม่กี่เมตร เป็นป้ายสวนสัตว์เชียงใหม่จุดที่ 2
มีการตกแต่งพื้นที่สำหรับถ่ายรูป แต่ใช้ถ่ายรูปได้ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะจุดนี้เป็นทางเข้าออกที่รถมารวมกัน
ยกเว้นจะยอมเดินขาลากย้อนออกมาหรือไม่ก็รอถ่ายรูปตอนขากลับ (โดยจอดซุกๆ เข้าไปริมถนนฝั่งตรงข้าม)
.

รูปที่ 4 กรงนกฟลามิงโก้

อยู่ถัดจากน้ำพุช้างเยื้องไปทางขวา เป็นจุดรับแขกด่านแรกเหมือน Trail ตอนกลางวันที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
แต่ไม่ค่อยชอบตรงที่รั้วกระจกเปื้อนคราบน้ำเป็นรอยด่างดูมัวๆ เสียบรรยากาศในการถ่ายรูปไปมากพอสมควร
เจอปัญหาคล้ายน้ำพุช้างครับ ต้องเดินขาลากย้อนกลับออกมาดูเอง ใครนั่งรถเข้ามามีหวังขับผ่านเลยไปแน่ๆ
.

รูปที่ 5 กรงกวาง

อยู่บริเวณด้านบนสุดของสวนสัตว์เชียงใหม่ ถ้าหากไม่นั่งรถล่ะก็ต้องเดินขึ้นเนินไปกว่าจะถึงขาคงเดี้ยงพอดี
มีทางเดินยกระดับเข้าไปจุดศูนย์กลางพื้นที่เลี้ยงกวางเลย และจุดนี้ จะมีนกยูงปล่อยให้อยู่อย่างอิสระ 2 ตัว
ตัวหนึ่ง ชอบโต๋เต๋ออกไปหากินบริเวณลานจอดรถที่อยู่ใกล้ๆ อีกตัวหนึ่งชอบยืนเต๊ะท่าเกาะราวรั้วในกรงกวาง
.

รูปที่ 6 Monorail

ของเล่นชิ้นใหม่ล่าสุดในสวนสัตว์เชียงใหม่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้คือ Monorail หรือรถไฟฟ้ารางเดียว
อนึ่ง เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด จึงขออธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า Monorail หรือ เจ้ารถไฟฟ้ารางเดียวในที่นี้
ไม่ได้หมายถึงการจัดการเดินรถแบบทางเดียวนะครับ (Monorail จะวิ่งในทิศทางเดียวหรือสองทิศทางก็ได้)
แต่หมายถึง ตัวรางที่รองรับขบวนรถโดยสาร เป็นแบบคานเดี่ยว ที่ทำจากเหล็ก คอนกรีตหรือว่าวัสดุชนิดอื่นๆ
ขบวนรถโดยสารจะวิ่งด้านบนหรือห้อยด้านล่างของราง ส่วนหนึ่งของตู้โดยสารมักคร่อมซ่อนล้อยางไว้ข้างใน
ปรกติ Monorail แบบล้อยางมักใช้เป็นระบบเสริมเครือข่าย Heavy Rail ในพื้นที่ที่ประชากรไม่หนาแน่น
ด้วยต้นทุนการก่อสร้างเฉลี่ยที่ราคาถูกกว่า Heavy Rail มาก (ยกเว้น Monorail พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า)
.

รูปที่ 7 สถานี Monorail

สถานี Monorail ในสวนสัตว์เชียงใหม่เฟสแรกมี 4 สถานี ตั้งชื่อตามพืชและสัตว์ เช่น คีรีบูน พุดซ้อน ฯลฯ
โดยสถานีที่ 2 – 4 นี้ จะตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของสวนสัตว์ ท่านจะต้องปีนป่ายบันไดขึ้นไปสูงมากพอสมควร
สำหรับท่านที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น ไขข้อเสื่อม ขึ้นบันไดลำบาก ก็แนะนำให้ท่านนั่งรถธรรมดาไปยังสถานีที่ 1
ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนสุดของสวนสัตว์ ใกล้เพนกวิน เป็นสถานีเดียวในเฟสนี้ที่ท่านไม่ต้องปีนบันไดให้เมื่อยตุ้มครับ
ขณะที่เขียนบทความนี้ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้บริการฟรี โดยจะเริ่มเก็บค่าโดยสาร Monorail หลังปีใหม่ครับ
.

รูปที่ 8 แผนที่สวนสัตว์เชียงใหม่

เส้นสีน้ำเงิน คือ เส้นทางสำหรับรถยนต์ เดินรถทิศทางเดียวตามเข็มนาฬิกา
เส้นสีชมพู คือ เส้นทางของ Monorail เดินรถทิศทางเดียวทวนเข็มนาฬิกา
ปัจจุบัน มีการเคลื่อนย้ายกรงสัตว์เด่นๆ ไปไว้ในเส้นทางที่รถ Monorail แล่นผ่านเห็นชัดเจนเกือบหมดแล้ว
ถนนเส้นสีเทาบางเส้นซึ่งเคยมีกรงสัตว์ครึกครื้นนั้น ปัจจุบันกลายสภาพเป็นถนนร้างสำหรับ Service แทน
อนาคตเมื่อ Aquarium เสร็จ อาจจะมีการสร้างส่วนต่อขยาย Monorail ไปพื้นที่ฝั่งซ้ายของสวนสัตว์ครับ
.

รูปที่ 9 ภายในตู้โดยสาร

มีที่นั่งสองด้าน มีเสาและราวจับ ติดเครื่องปรับอากาศ พร้อมโทรทัศน์วงจรปิด และลำโพงกระจายเสียงทุกตู้
หน้าต่างปิดสนิท (มีสลักเปิดออกได้ทั้งบานในกรณีฉุกเฉิน) ประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติจากห้องควบคุมหัวขบวน
ข้อสังเกต Monorail ที่สวนสัตว์เชียงใหม่มีแรงสั่นสะเทือนมากกว่าที่คิด หากปรับปรุงให้นิ่มกว่านี้ได้ก็ดีครับ
.

รูปที่ 10 ภายในห้องควบคุม

ในห้องควบคุมหัวขบวนรถ มีที่นั่งผู้โดยสารแถวเดียว ไม่มีเสาและราวจับ ไม่กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่
บริเวณแผงควบคุมด้านหน้าตรงกลางเป็น Intercom กระจายเสียงบรรยายความรู้ประกอบทิวทัศน์ข้างทาง
ด้านขวาจะเป็นจอแสดงภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในตู้โดยสารทั้ง 4 ตู้เพื่อการรักษาความปลอดภัย
ทั้งนี้ บริการ Monorail ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ทำประกันภัย กรณีเกิดอุบัติเหตุขึ้นแก่ผู้โดยสารทุกคนแล้ว
.

รูปที่ 11 วิวที่มองเห็นได้ชัดเจนเฉพาะผู้โดยสาร Monorail

.

รูปที่ 12 Aquarium ที่กำลังก่อสร้าง

.

รูปที่ 13 เมืองหิมะที่กำลังก่อสร้างข้างๆ ตึกหมีแพนด้า

.

รูปที่ 14 บัตรเข้าชมสวนสัตว์

ผู้ใหญ่ 50 บาท นักเรียนนักศึกษา 30 บาท
เด็กเล็ก 10 บาท ผู้สูงอายุและภิกษุสงฆ์ฟรี
ค่านำรถเข้าไปในสวนสัตว์ คันละ 50 บาท
เปิดให้บริการในช่วงเวลา 8.30 – 17.30 น.
.

จบละครับ

.
ปล.
พนักงานควบคุมรถ Monorail ปฏิบัติหน้าที่ได้น่าประทับใจมากครับ ไม่ทราบว่าทางผู้หลักผู้ใหญ่ในองค์กร
จะช่วยเจียดงบประมาณสักเล็กน้อยเอามาทำที่นั่งของเจ้าหน้าที่ให้ดีกว่านี้ได้ไหมครับ ดูแล้วอนาถาเหลือเกิน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รูปสุดท้าย ตลกดี lol

ก๊าบบบ ก๊าบบบ ก๊าบบบ

#1 By gomora on 2007-12-30 20:54

ไม่ได้ไปไม่กี่ปีเปลี่ยนไปขนาดนี้เลย cry

#2 By แก้ว on 2007-12-30 21:00

มี monorail ด้วยล่ะ งี๊ดดดด~~ cry
ท่าทางจะสวยมากๆเลย ไว้ต้องหาโอกาสไปเที่ยวซะแล้ว

#3 By SweetPuff on 2007-12-30 21:10

น่าไปเที่ยวอย่างแรงcry

#4 By taki on 2007-12-30 22:00

ตอนไปมา ยังเห็นแต่รางอยู่เลย

#5 By ซูเนะโอะ on 2007-12-30 22:33

อยากเที่ยวมั่งง่า ไปเจียงใหม่ๆ
ไม่มีรูปสิงสาราสัตว์ตัวอื่นบ้างรึembarrassed

#7 By Ellebazi on 2007-12-30 22:56

#7
มีรูปฮิปโป เอาไหมครับ *-*

จริงๆ แล้วผมรอให้มันสร้างเสร็จครบทุกโซนก่อนครับ แล้วค่อยเสียตังค์เข้าไปอัพเดทสิงสาราสัตว์ให้ครบอีกที

#8 By chubby on 2007-12-30 23:21

ตื่นตาตื่นใจ monorail มากๆwink
ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ตอนกลางปีที่ผ่านมา มันยังเป็นเสาเป็นตออยู่เลย
เห็นแบบนี้แล้ว รู้สึกสวนสัตว์เชียงใหม่ไฮโซขึ้นเยอะเลยเนอะ

#9 By kororo on 2007-12-31 08:57

แอบมาบอกว่า รถรางเดียวขึ้นฟรีถึงวันที่ 12 นะค๊าcry

วันนั้นไปกะเพื่อน
กรี๊ดดด รีบกดไปหน่อยยังพิมมะเสร็จเลย

วันนั้นไปกะเพื่อน กะจะขึ้นเหมือนกัน (ตอนเที่ยงๆ)

หมดรอบแล้วค่ะ มีอีกทีบ่าย 2 sad smile

ไปตั้งแต่เช้า ขี้เกียจรอ เลยกลับซะก่อน
น่าไปวุ้ย

ขอบคุณครับ

#12 By plynoi แว่วศรี on 2007-12-31 12:39

รถแบบนี้ไม่เหมาะกับคนกลัวความสูงครับ
เพราะมองนอกหน้าต่างไป.. มันโล่งงง~~~ ใจหาย confused smile confused smile

#13 By ไอ้แพท.. on 2007-12-31 14:44

ฟรีถึงวันที่ 12 เลยรึครับ
แต่ไปเที่ยวช่วงหยุด 4 วันนี่
คนท่าทางจะเยอะแน่ๆ เลย

คราวที่แล้วไปดู โคอาล่า รู้สึกว่ารถไฟรางเดี่ยว
นี่ยังมีแต่รางอยู่เลยครับ ตัวตู้รถ สถาพก่อนตกแต่ง
ก็ดูไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ แถม ที่ทางกรงสัตว์ ก็เปลี่ยนไป
เล่นเอาผมเดินหลงไป ซะแทบแย่แนะ >.<

#14 By Ree on 2007-12-31 15:05

โอ้ว ไปครั้งก่อนอะไร ๆ ยังก่อสร้างอยู่เลยsad smile

หรูเกินไปแล้ว แบ่งให้สวนสัตว์อื่นบ้างสิcry

#15 By 「Mystery☆」 on 2008-01-01 14:03

ว้าว ไปเชียงให่คราวหน้าจะแวะไปให้ได้

#16 By fatro (82.23.62.179) on 2008-01-01 16:09

อิอิ ฮาดีนะคะ

#17 By นานา (222.123.237.21) on 2008-01-03 18:14

Loading