สรุป Movie Review 2550
posted on 02 Jan 2008 18:26 by chubby in Movie-reviewบางสัปดาห์ติดงาน หาเวลาว่างไม่ได้ก็ไม่ไปดู บางสัปดาห์ว่าง แต่ไม่มีหนังที่อยากดูก็ไม่ไป, น้ำมันแพงครับ
บางสัปดาห์ว่าง แถมตารางก็มีหนังที่อยากดู แต่หนังไม่ลงโรงที่เชียงใหม่ ก็อดอยากปากแห้งไปตามระเบียบ
เรื่องใดที่ผมดูจากแผ่น ปรกติจะไม่นำมาเขียนรีวิว แต่ปีที่ผ่านมายกเว้นให้กับ The Sinking of Japan
ส่วนเรื่องหนึ่งที่อยากดูมาก แต่ดันไม่ลงโรงแถวบ้านเลยคือ Shoot 'Em Up ก็ต้องดูแผ่นไปตามระเบียบ
ไม่นับหนังดีๆ อีกหลายเรื่องที่เข้าฉายจำกัดโรง แต่จะให้ถ่อจากหลังเขาลงไปดูที่กรุงเทพฯ ก็คงเกินไปหน่อย
มกราคม
- Night at the Museum
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 : องค์ประกันหงสา *
ตำแหน่งแชมป์เดือนนี้จึงนอนมา แต่ว่าหนังเองก็มีดีอยู่ในตัวไม่น้อย ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือภาพพจน์ของพม่า
ซึ่งแตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ที่เอะอะก็สร้างภาพให้พม่าเป็นผู้ร้ายอยู่ร่ำไป แต่ในตำนานฯ แสดงให้เห็นว่า
พม่าก็เป็นมนุษย์เหมือนพวกเราๆ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครเป็นเทวดากู้ชาติเหนือกว่าอีกฝ่ายแต่อย่างใด
กุมภาพันธ์
- Curse of the Golden Flower
- Final Score : 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ *
- The Sinking of Japan
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 : ประกาศอิสรภาพ
- Babel
ผมจึงตัดสินใจให้ Final Score : 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ เบียดเข้าป้ายเป็นแชมป์ในเดือนนี้แทน
ถึงแม้การดำเนินเรื่องแบบรายการเรียลลิตี้โชว์ตามกระแสออกจะน่าเบื่อสำหรับคนที่ไม่ชอบรายการแนวนี้เท่าไร
แต่จะมีหนังไทยสักกี่เรื่องกันเชียวที่นำเรื่องน่าเบื่อๆ ในสังคมมาทำเป็นภาพยนตร์ให้ชวนติดตามได้ถึงระดับนี้
มีนาคม
- Charlotte's Web
- Rocky Balboa
- บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2
- The Persuit of Happyness
- 300 *
- ผีไม้จิ้มฟัน
แต่ถึงกองทัพสปาร์ต้าจะแข็งแกร่งขนาดไหน ก็สู้กองเซ็นเซ่อไทยไม่ได้ครับ
เมษายน
- แฝด
- Mr.Bean's Holiday
- Sunshine
- เมล์นรก หมวยยกล้อ *
- The Reaping
- TMNT : Teenage Mutant Ninja Turtles
- Shooter
ไม่ว่า แฝด ดำเนินเรื่องได้น่าสนใจมาก แต่ข้อเฉลยขัดแย้งกัน, Sunshine ขึ้นต้นเป็นหนังวิทยาศาสตร์
แต่ดูไปดูมาเป็นหนังสยองขวัญเกรด B, Shooter หักเหลี่ยมชิงไหวพริบสนุกดีแต่ตอนจบตัดสินกันดื้อๆ
แบบนี้เลยน่ะนะ สุดท้ายแชมป์ประจำกลุ่มผมยกให้ เมล์นรก หมวยยกล้อ เนื่องจากสะท้อนภาพสังคมไทย
ในเวลานั้นได้อย่างเจ็บปวดถึงขีดสุด แม้หนังบางช่วงจะไม่ค่อยมีเหตุผล (เหมือนคนไทยเป๊ะๆ เลย) ก็ตาม
พฤษภาคม
- Spider-Man 3 *
- Epic Movie
- Next
- 28 Weeks Later
- Pirate of the Caribbean : At World's End
- เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย
มิถุนายน
- Fantastic Four - Rise of the Silver Surfer
- รักนะ 24 ชั่วโมง
- Ocean's Thirteen
- Transformers *
กรกฎาคม
- Die Hard 4.0
- Harry Potter and the Order of the Phoenix
- ตั๊ดสู้ฟุด
- Ratatouille *
ทำให้เจ้าหนูคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเรื่องนี้มีชีวิตชีวาสมจริงกว่าละครไทยน้ำเน่าที่ใช้คนจริงๆ แสดงเสียอีก
สิงหาคม
- The Bourne Ultimatum
- The Simpsons Movie
- Rush Hour 3
- ไชยา *
ทำให้ ไชยา ซึ่งกล้าพูดได้เลยว่าเป็น "หนังไทยที่ดี" กลายเป็นหนังกล่องที่ไม่ทำเงินอีกเรื่องไปโดยปริยาย
กันยายน
- สายลับจับบ้านเล็ก *
- เพื่อน...กูรักมึงว่ะ
- Resident Evil : Extinction
แต่ทว่าฉากป๊าบๆ ที่นำเสนอออกมาอย่างถึงลูกถึงคน (แต่ทีหน้าอกในหนังเรื่อง 300 ดันโดนควายทำเบลอ)
สนองตัณหาผู้กำกับโดยไม่สนใจว่าคนดูจะอ้วกแตกหรือไม่ แชมป์กลุ่มนี้จึงตกเป็นของสายลับจับบ้านเล็กแทน
ตุลาคม
- Stardust
- The Kingdom
- บอดี้ ศพ#19 *
- Balls of Fury
แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามเป็น มีหนังไทยกี่เรื่องที่เอาพล็อตนี้มาใช้แล้วได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมขนาดนี้ คงจะเหลือไม่กี่เรื่อง
นี่ยังไม่นับ CG ที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมถึงระดับตัวเก็งชนะเลิศรางวัลเทคนิคพิเศษปีนี้ โดยหาคู่แข่งลำบาก
ต่างจากหลายเรื่องที่ CG ก๋องแก๋ง แต่ป่าวประกาศเป็นจุดขายจนน่าหมั่นไส้ จึงให้บอดี้ฯ เป็นแชมป์กลุ่มไป
พฤศจิกายน
- Surf's Up
- Lions for Lambs
- Beowulf
- Michael Clayton
- รักแห่งสยาม *
- โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า
และสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวหนังกลายเป็น Talk of the Town ตามกระดานข่าวหลายแห่ง
โดยอาศัยคนเมืองกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าตัวเองฉลาด มีมุมมองแคบๆ ต่อคำว่า "รัก" โหมประโคม "ฉากสีม่วง"
(ซึ่งเป็นเนื้อหาเพียงส่วนน้อยของภาพยนตร์) จนเลยเถิด พร้อมประทับตราว่าเป็นหนังเกย์ อย่างไม่ใช้สมอง
และมองข้ามความรักในแง่อื่นๆ ไปตามความคาดหมาย ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะรู้สึกตัวว่าตนเองโชว์อะไรออกไป
จึงย้อนกลับมาแก้เกี้ยวในภายหลังว่า "หนังตัวอย่างโกหก" พร้อมประกาศเอาเรื่องถึงที่สุด (ไปโน่น...เฮ้อ...)
ทั้งที่รักแห่งสยามเล่นความรักระหว่างหนุ่มสาวและความรักภายในครอบครัว ในอัตราส่วนที่มากกว่าเสียอีก
ด้วยความเสี่ยงที่จะเล่นประเด็นร้อน การแสดงของนักแสดงหน้าใหม่ที่กล้าเกิดคาด ถึงจะมีการป้องกันก็เถอะ
บวกการแสดงของนักแสดงรุ่นเก่าที่ยังคงความเก๋าเต็มพิกัด ผมจึงยกให้ รักแห่งสยาม เป็นแชมป์ประจำกลุ่ม
เฉือนชนะเรื่องอื่นๆ ในเดือนนี้ที่ต่างก็มีจุดแข็งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นับว่าเป็นกลุ่มที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดมาก
ธันวาคม
- The Golden Compass
- พระพุทธเจ้า *
- I Am Legend
- National Treasure : Book of Secrets
ทำให้ พระพุทธเจ้า (หนังอะนิเมชั่นที่ถูกบางคนในแวดวงเดียวกันในบ้านเราตราหน้าว่าอีกร้อยปีก็ทำไม่ได้)
ดูโดดเด่นขึ้นมา (ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล่าไดโนเสาร์ผู้มีอำนาจ ซึ่งพวกเราต่างก็รู้กันอยู่ว่าการ์ตูนในสายตาของ
แต่ด้วยผลลัพธ์ที่ถูกใจเป็นการส่วนตัวที่ตบหน้าเหล่าไดโนเสาร์ทั้งหลายได้ ผมจึงยกให้เป็นแชมป์กลุ่มนี้ครับ
- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 : องค์ประกันหงสา
- Final Score : 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์
- 300
- เมล์นรก หมวยยกล้อ
- Spider-Man 3
- Transformers
- Ratatouille
- ไชยา
- สายลับจับบ้านเล็ก
- บอดี้ ศพ#19
- รักแห่งสยาม
- พระพุทธเจ้า
เรื่องที่ดีหรือไม่ดีในสายตาของผมอาจดีหรือไม่ดีในสายตาของคนอื่น แต่ทั้ง 12 เรื่องนี้มีประเด็นที่ผมชอบ
ซึ่งความชอบนั้นก็เป็นนามธรรมเช่นเดียวกันกับความดีครับ ระดับจะแตกต่างกันไปตามความรู้สึกส่วนบุคคล
ไม่ต้องเสียเวลานั่งร่างกฎเกณฑ์อะไร ผมดูแล้วรู้สึกชอบก็คือชอบ ผมดูแล้วรู้สึกไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เท่านี้เอง
- อันดับ 1 : Ratatouille
- อันดับ 2 : ไชยา
- อันดับ 3 : บอดี้ ศพ#19 และ รักแห่งสยาม (ทำใจตัดไม่ลงครับ)
รายละเอียดการรีวิวประจำปี 2551
- 1) IMDb
- 2) Movies.com
- 3) Rotten Tomatoes
เพราะมีตัวอย่างผมให้คะแนนบางเรื่องน้อย แล้วเข้ามาต่อว่า พร้อมกับไล่ให้ดูเว็บต่างประเทศ ผมก็ตามไปดู
พบว่าต่างประเทศกดคะแนนต่ำเตี้ยติดดินยิ่งกว่ารีวิวของผมเสียอีก เลยสงสัยว่าเขาคงจะมีอาการน่าเป็นห่วง
เหตุผลที่ผมเลือก 3 เว็บนี้คือ รูปแบบการแสดงคะแนนต่างกัน เกณฑ์ให้คะแนนก็ต่างกันไปคนละทิศละทาง
(ไม่เฮละโลตามๆ กันแบบของบ้านเรา) และในส่วนของผลการโหวต บางเว็บมีจำนวนผู้เข้าไปโหวตเยอะมาก
บางเรื่องมีคนเข้าไปโหวตเป็นหมื่นทำให้คะแนนเฉลี่ยหลังผ่านไป 1 สัปดาห์ค่อนข้างคงที่ ไม่กระโดดไปมา
ส่วนความน่าเชื่อถือของคะแนนจากเว็บต่างประเทศแต่ละเว็บนั้น ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลครับ

ไอ้แพท..
เลยไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ -.-
#1 By เฟเน่จัง© on 2008-01-02 18:38