.
.

ตัวอย่างที่ 1 บทความในหนังสือเกมรายปักษ์ฉบับหนึ่ง
.

.
ตัวอย่างที่ 2 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยฉบับหนึ่ง
.
เพื่อป้องกันการถกเถียงผิดประเด็น หรือคนละเรื่องเดียวกัน จำเป็นต้องอธิบายความหมายของบางคำเพิ่มเติม
เพราะดูเหมือนตั้งแต่ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ เด็กรุ่นหลังรู้จักความสวยงามของภาษาน้อยลงมาก
.
.....ศัพท์สแลง
วิวัฒนาการตามปรกติ ที่จะมีคำศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตามสภาพเหตุการณ์ และบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัย
คำศัพท์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่นาน จากนั้นก็หายสาบสูญไปตามกาลเวลา มีเพียงส่วนน้อยที่ยังอยู่ยั้งยืนยง
.
.....คำศัพท์ที่ใช้ผิดบ่อย
เป็นเรื่องปรกติธรรมดา ที่คำศัพท์ที่ไม่ค่อยจะได้ใช้ในชีวิตประจำวันหรือมาจากภาษาต่างถิ่น มักจะเขียนผิดได้
โดยมากมักจะผิดเพียงตัวสะกดหรือพยัญชนะบางตัว แต่ถ้าผิดจนชันสูตรศพไม่ได้ ก็เรียกว่าคำที่ตัวเองไม่รู้จัก
.
.....ภาษาวิบัติ
การจงใจหรือดัดจริตเขียนผิดๆ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของการใช้ภาษา ตั้งแต่การสะกด การผันวรรณยุกต์
จนถึงบางคำที่มีผู้อ้างว่าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แต่คำๆ นั้นเสือกเขียนยาวและยากยิ่งกว่าคำที่ถูกต้องเสียอีก
หาก "ภาษาปรกติ" คือเครื่องมือที่ "ผู้ส่งสาร" ใช้เพื่อสื่อให้ "ผู้รับสาร" เข้าใจสารที่ตนเองต้องการได้ดีที่สุด
"ภาษาวิบัติ" ที่ผู้อ่านต้องมานั่งปวดหัวกับข้อความที่ "เจตนาเขียนผิด" (ไม่ใช่คำศัพท์ที่ใช้ผิดโดยไม่ตั้งใจ)
จะมีคุณสมบัติตรงกันข้ามกับ "ภาษาปรกติ" ที่ใช้ในการสื่อสารตามปรกติตามที่ได้เขียนไว้ข้างบนโดยสิ้นเชิง
.
ปัญหาที่เกิดขึ้น
การที่ปัญญาชนบางส่วนนำเอา "ศัพท์สแลง" และ "คำศัพท์ที่ใช้ผิดบ่อย" (ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ)
มารวมเข้ากับ "ภาษาวิบัติ" (ซึ่งเป็นการดัดจริตใช้) เพื่อสนับสนุนว่าปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น "วิวัฒนาการ"
ไม่สนใจเสียงทักท้วง เป็นการบ่มเพาะกลุ่มคนที่ไม่รู้แล้วว่า ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นอย่างไร
นับแต่การปรากฏตัวของภาษาวิบัติ (ที่ไม่ใช่ศัพท์สแลง และไม่ใช่คำศัพท์ที่เขียนผิดบ่อย) ขึ้นในประเทศไทย
จากกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยม สู่นักศึกษามหาวิทยาลัย และกำลังจะหลุดออกจากรั้วสถาบันศึกษา สู่สังคมภายนอก
ภายใน 2 ปีนี้ หน่วยงานห้างร้าน ทั้งภาครัฐและเอกชน เตรียมรับมือเอกสารที่เต็มไปด้วยภาษาวิบัติได้เลยครับ
.
...มันมาแน่ๆ...
.
แต่เมื่อดูจากคะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทยของเด็กสมัยนี้แล้ว ถึงจะอธิบายไป ผมก็ไม่อยากคาดหวังอะไรมากนัก
เสาเข็มที่ผุพัง ไม่สนคำเตือนให้ซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง ไม่สามารถสร้างตึกสูงที่มั่นคงได้หรอกครับ
สุดท้ายก็ออกมาอย่างที่เราเห็น ภาษาวิบัติ คือผลลัพธ์ของพัฒนาการจากความอ่อนด้อยในภาษาปรกติ นั่นเอง
.
อื่นๆ
ถ้าพูดเจาะจงถึงสื่อประเภท หนังสือรายวัน/รายปักษ์ (ไม่นับนิยายหรือหนังสือทำมือ) ตามร้านหนังสือทั่วไป
ปีที่ผ่านมามีเพียง 1) หนังสือพิมพ์กีฬารายวัน กับ 2) หนังสือเกมรายปักษ์เท่านั้น ที่คุณจะพบภาษาประเภทนี้
แต่ล่าสุด หนังสือพิมพ์กีฬารายวันลดภาษาวิบัติ (ที่ไม่ใช่ศัพท์สแลง และไม่ใช่คำศัพท์ที่เขียนผิดบ่อย) ไปแล้ว
(อาจเป็นเพราะกอง บก. กวดขัน, คอลัมนิสต์รู้ดีว่าเวลาไหนควรเล่นขนาดไหน, ทีมพิสูจน์อักษรเข้มงวด ฯลฯ)
ดูเหมือนตอนนี้จะเหลือหนังสือรายปักษ์ประเภทเดียวเท่านั้น ที่คุณยังคงพบภาษาวิบัติเกลื่อนกลาดทุกคอลัมน์
เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มเป้าหมายหลักของหนังสือดังกล่าว กับ พวกตัวปัญหาที่พวกเราพบบ่อยในอินเตอร์เน็ต
.
...อาจจะอยู่ใน Subset เดียวกัน...
.
.
.
ปล. บางช่วงอาจเขียนซ้ำเหมือนคนย้ำคิดย้ำทำ อย่าตกใจไปครับ ผมตั้งใจเขียนไว้รับมือคนบางประเภทครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

...

ขนาดเรียนวิศวะปี 3 แล้วนะเนี่ย

เขียนจดหมาย (อิเลคทรอนิกส์) แบบเป็นทางการไม่เป็นหรือไง....

เห็นแล้วน่าสลดใจชอบกลๆ

#1 By Johnny on 2008-02-12 19:32

สิ่งที่คนรุ่นใหม่ๆขาด ไม่ใ่ช่ความรู้ ความสามารถ

แต่เป็น การรู้จักกาลเทศะ

#2 By Jelphyr on 2008-02-12 19:38

เขาเรียกไม่มีมารยาทครับ ผมว่าน่าจะเป็นเฉพาะบุคคลมากกว่า

แย่จริงๆ sad smile

#3 By riddler on 2008-02-12 19:54

อาจจะไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่ผมชักห่วงๆพวกภาษาวิบัติที่ลามมาถึงวงการนวนิยายแล้ว เพราะนิยายดังกล่าวส่วนมากมักจะเอามาจากทางอินเตอร์เน็ตนี่เอง สังเกตง่ายๆคือนิยายที่ปกเป็นการ์ตูนชื่อเรื่องหวานแหววทั้งหลายบนแผงนั่นล่ะ เปิดดูจะพบกับภาษาวิบัติและการแสดงความรู้สึกด้วยสัญลักษณ์จากคีย์บอร์ดทั้งนั้น (เช่น :) :D >< ^.^ ) เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า การอรรถาธิบายด้วยตัหนังสือ จะทำกันไม่เป็นแล้วมั้ง ? ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าบทสนทนาของตัวละครก็เป็นภาษาวิบัติแบบที่พบในเวบบอร์ด หรือ การตอบกระทู้เกรียนๆเช่นกัน แล้วก็วางขายกันบนแผงเหมือนเป็นของธรรมดา ? เด็กที่อ่านแล้วเอาใช้ต่อ ก็ไม่น่าแปลกใจเลย

#4 By ข่าน on 2008-02-12 19:58

อ่า....
พูดไม่ออก

1. อ่านคู่มือเกมแล้วงง....อย่างแรง
ต้องมานั่งแปลภาษา

2. คิดแทนเล่นๆ อยากตอบเมลกลับ
"ไม่อนุญาติอ่างับ(แสรด)"

หยาบคายไปมั้ยคะ

ปล. ความเห็นที่4 คะ
ตามที่คุณว่ามา ทำให้เราเลิกอ่านนิยาย+วรรณกรรมไปแล้ว
คืออยากเสพวรรณกรรม ไม่อยากเช็คไอคอนอัพเดท T_T

#5 By koyubi on 2008-02-12 20:19

เป็นหนังสือเกมที่อ่านไม่รู้เรื่องจริงๆครับ

ส่วนเมล์นั่น... สาบานว่าเรียนวิศวะ

รับไม่ได้ครับ ถ้าเจอคนเขียนเอกสารแบบนี้
ไม่รับมาร่วมงานเด็ดขาด...

#6 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-02-12 21:05

ไอ้อันแรก เคยเห็นนานแล้ว ... นึกว่าเขาทำมาล้อเลียนเล่นๆ .....

แต่ไอ้อันที่สองนี่ สุดยอดกว่า...
เมล์เป็นทางการ แต่ภาษา....


วิ...บัติ(ซบ)....... - -''

#7 By gomora on 2008-02-12 21:11

โห...ตัวอย่างที่สอง สุดๆครับ

ถ้าเจอเมล์แบบนี้ส่งมาหา ผมจะเขียนตอบกลับไปถึงมหาลัยเลยเชียวแหละครับ Hot!

#8 By mastermune on 2008-02-12 21:17

กรรม!!! ถ้าเจอแบบนี้มาบริษัทคงได้ส่งจดหมายไปหาอาจารย์ภาควิชานี้แล้วมั้งเนี่ย sad smile

#9 By *~citrus~* on 2008-02-12 21:21

subset นั้น เรียกง่ายๆว่า "เกรียน"

#10 By ob the air on 2008-02-12 21:22

...จดหมายทางการ ...."งับ"ทุกคำเลยแฮะ = =''

จะใช้"ครับ"ให้มันถูกต้องก็ไม่ได้หรือไงหนอ ....

ปล.คำวิบัติที่ผมคิดว่าอาการหนักสุดเท่าที่ผมเคยเจอมาก็คำว่า "เทอร์" ล่ะครับ คิดได้ไงไม่รู้...ยาวกว่า+สะกดผิด แถมยังเติมการันต์อีก

#11 By SkyKiD on 2008-02-12 21:24

โอเอนทรี่นี้นี่ ใช่เลยจริงๆอะครับ

เป็นอะไรที่โดนใจมากๆ

ภาษาวิบัติ ไม่ใช่แสลง+คำที่ใช้ผิดบ่อย แต่เป็นคำที่ต้องมานั่งปวดหัว เวลาอ่าน โอ้ใช่ อันนี้สุดยอด(ที่จริงน่าจะเพิ่ม คำที่ไม่ใชพิมพ์ผิดเข้าไปด้วยนะครับ - -")

พูดจริงๆผมก็อานมามากนะไอ้ที่เขียนว่าภาษาวิบัติ แต่ผมอ่านทีไรมันก็มีข้อโต้แย้งทุกที

แต่รู้สึกอันนี้มันใช่เลยยังไงไม่รู้ มันนิยามได้ดี อะ แบบว่า.. ไม่รู้สิครับ

แต่ผมว่าเรื่องจดหมายมันไม่ใช่วิบัตินะครับ แต่มันเป็นการใช้ไม่ถูกกาลเทศะมากกว่า

#12 By [veho---[[as Gaara]] on 2008-02-12 21:28

.... ตัวอย่างที่ 2 นั่น เห็นแล้วยังไม่ค่อยเชื่อสายตาตัวเองเลย

แต่มันเป็นของจริงสินะคะเนี่ย... โอย

#13 By Choco on 2008-02-12 21:29

อันที่สองเป็นไปได้ว่าอาจมีการทำเล่นๆก็เป็นได้

แต่ถ้าผมได้รับจริงๆก็ไม่อนุญาต ครับ

#14 By Kung on 2008-02-12 21:40

ร้อน post !! Hot! sad smile

#15 By welcome.to/WallSky on 2008-02-12 22:01

ตอนแรกก็คุยตามเกมออนไลน์ยังพออนุโลมเพราะมันต้องรีบพิมพ์์
แต่ตอนนี้มันเริ่มลามมาที่หนังสือทั้งหลายแหล่ บอกตรงๆว่าบางที่อ่านแล้วงงมากค่ะsad smile

สาบานได้ว่าเป็นเด็กปี3เขียนจดหมายอันเป็นทางการนี่ขึ้นมาsad smile sad smile

#16 By saya chan on 2008-02-12 22:02

อ่านยากขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียกพวกนี้ว่าภษาาเกรียน

#17 By K_sama on 2008-02-12 22:07

sad smile อนิจจาประเทศไทย

#18 By RayOn on 2008-02-12 22:09

ท่า่จะหิวเอะอะก็งับลูกเดียวเลย

#19 By shura ซัง on 2008-02-12 22:11

ผมก็เคยเตือนคนๆหนึ่งในมา แต่กลับโดนตอกกลับด้วย entry นี้

http://l0ui5.exteen.com/20071218/entryhttp://l0ui5.exteen.com/20071218/entry

อ่านแล้วก็ปลงครับ บางทีสิ่งที่เราทำไป เขาอาจจะไม่เห็นประโยชน์เลยก็ได้ ต้องให้เจอกับตัวเองเสียก่อน ถึงจะรู้สึกsad smile

#20 By tamanxzg on 2008-02-12 22:15

#20
รายนี้ผมก็เจอครับ ถ้าเขาเป็นคนเขียนจดหมายในรูปที่ 2 ล่ะก็ ผมจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย question

#21 By Chubby Chocobo on 2008-02-12 22:24

เห็นแล้วก็ไม่รู้จะว่ายังไงดี...
ตนเองก็พยายามด้วยการใช้ให้ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกเว้นพวกที่เขียนผิดเพราะเผลอตัว อย่าง ภาระกิจ , กำหนดการณ์ , เวทย์มนต์อะไรพวกนี้..

#22 By naiamibios on 2008-02-12 22:25

เห็นข้ออ้างอย่างเดียวของพวกนี้ก็คือ ภาษาที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือภาษาที่ตายแล้ว

แต่ไม่ได้แปลว่าการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ผิดคือสิ่งที่ถูกนี่นา = =

#23 By = HIMA = on 2008-02-12 22:27

โอ้ย จดหมายเป็นทางการตัวนั้นเป็นตัวอย่างที่โคตรเลวร้ายเลยครับ -*-

ยังดีที่อาจารย์หมอคอยตรวจไม่ให้ นศพ.เขียนบรรยายอาการผู้ป่วยแบบนั้น ไม่งั้นเป็นได้มี

"ผู้ป่วยปวดท้องด้านขวาอ่า ไม่รุทามมาย ปวดจี๊ดๆอ่ะงั้บ มะรุเหมืองกานว่าปวดแบบหนาย"

คงโดนอาจารย์หมอตบด้วยขาหยั่งเป็นแน่แท้

#24 By on 2008-02-12 22:29

ภาษาที่ยังไม่ตายย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่การดัดจริตพยายามเปลี่ยนมันผมเรียกว่ามะเร็งทางภาษาครับ...

#25 By Rune on 2008-02-12 22:39

ผมว่าสมควรเเล้วที่ต้องมีการสอบวัดผลทางภาษาไทย เเบบว่าจัดสอบทุกปี เป็นระดับๆไป เเละเป็นส่วนหนึ่งของ เอกสารสมัครเข้าเรียน เเละเข้าทำงาน

กระทรวงวัฒนธรรม ทำอะไรดีๆหน่อยเถอะครับ sad smile

#26 By Fenix M. Lastwaltz on 2008-02-12 22:46

น่าส่งเมลล์แบบนี้ประจานไปให้ทั่วอินเตอร์เน็ต
เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เด็กรุ่นถัดไป cry

#27 By oatato on 2008-02-12 22:57

อยากเห็นหน้าคนเขียนอีเมล์ขึ้นมาตะหงิดๆ sad smile
รู้สึกเดี๋ยวนี้มีพวกอยากแอ๊บแบ๊ว แกล้งภาษาวิบัติให้ดูน่ารัก แต่เวลาผมอ่านทีไร ผมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสื่อสารกับคนที่ "ไม่มีมารยาททางการสื่อสาร" ยังไงก็ไม่รู้สิ

#28 By Rain on 2008-02-12 22:59

อ่านแล้วอนาถใจ...Hot!

#29 By Blade on 2008-02-12 23:03

http://l0ui5.exteen.com/20071218/entry << ยังไม่กล้าให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นเลย ปล่อยไปเถอะค่ะ
ชาตินิยมเกินไป? ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลี ประเทศพัฒนากว่าประเทศไทยก็ชาตินิยมทั้งนั้น

ใช้นิดๆหน่อยๆยังดูน่ารัก แต่ใช้มากไปนี่เราว่าปัญญาอ่อน

เกลียดมากๆพวกจงใจพิมพ์ผิดๆ เหมือนพวกไม่มีสมอง
โดยเฉพาะพวกที่พิมพ์คำเว้นคำ เหมือนมีอาการทางประสาท

ทาม มาย ทาม แบบ นี้ อ่า งับ สนุก ชิ มิ เคอะ

ขอโทษนะ นึกภาพคนพูดออกมาเป็นคนไม่สมประกอบเขาพูดกันน่ะ ทั้งๆที่เขาก็คงอยากจะพูดปรกติ

#30 By Aklare on 2008-02-12 23:13

จะยังไงก็ตาม ตัวอย่างที่ 2 นี่มันบ้าบอเกินไปแล้ววว!! ปี 3 งั้นเหรอ? ประจานระดับสติปัญญาของตัวเองด้วยการใช้ภาษาได้ดีมากน้อง -"-

เวลาที่เรา หรือท่านอื่นๆ เขียนบ่นเกี่ยวกับเรื่องการเขียนภาษาไทยผิด จะต้องมีบางคนเข้ามาตอบว่ามันเป็น "วิวัฒนาการของภาษา" กับอีกประเภทที่ว่า "ภาษามีไว้สื่อสาร แค่สื่อสารเข้าใจก็พอแล้ว จะเขียนยังไงก็ช่าง"
อย่างของคุณ #20 ก็เหมือนกัน เคยอ่านเมื่อคราวก่อน แต่ไม่ทันจบก็ต้องเลิกอ่านเพราะของขึ้นมาก กับคนเหล่านี้ พยายามพูดไปก็ป่วยการ แต่จะคอยรอดูที่คุณว่าให้หน่วยงานห้างร้านเตรียมรับมือเอกสารที่เต็มไปด้วยภาษาวิบัตินี่แหละค่ะ อยากทราบเหมือนกันว่าเขาจะทำยังไง จะต้องจำใจรับเพราะขาดบุคลากร..หรือจะขยำใบทิ้งลงถังขยะตั้งแต่ได้อ่านบรรทัดแรก.. มนุษย์นี่มันน่าสนุกจริงๆ (ไม่ใช่ละ)

ป.ล. นิดนึงนะคะ คุณศิชน "ศัพท์สแลง" ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะจับผิด แค่ดีใจที่มีเพื่อน (ฮา) เพราะเราเองก็เคยเขียนคำนี้ผิดเป็น "แสลง" บ่อยๆ แต่แย่กว่าตรงที่มันเป็นงานด้วย ไม่ใช่แค่เขียนบล็อกหรือเขียนอะไรให้เพื่อนอ่าน แย่มั่กๆ orz

#31 By Piggy on 2008-02-12 23:29

เขียนไว้อย่างขำ ... "ผมไม่เห็นว่า ภาษาอังกฤษเค้าจะออกมารณรงค์ เรื่องห่าเหวพวกนี้เลย" ทำตัวหนา ขีดเส้นใต้ด้วยนะ http://l0ui5.exteen.com/20071218/entry ไม่รู้ไปมุดอยู่รูไหนมา... ไปดูที่ๆ เขาเป็นระบบจริงจังๆ มีคนดูแล รึเปล่า เอาง่ายๆ DotA Official Forum หรือ WoW Official Forum ลองมีใครไปพิมพ์ประมาณว่า " i tink taht teh W4l210c|< p0wned j00 " อะไรงี้ดูซักสองสามครั้งสิ เดี๋ยวก็โดนเตะโด่งอัญเชิญออกแหงๆ ..
เอามาพูดตรงนี้เพราะที่นั่นไม่กล้าเปิดรับ comment

พูดมาได้ อังกฤษไม่สน... หลายๆ ที่นี่ถ้าไป post ตอบแค่ grammar ผิดเยอะๆ เขาไล่เฉ่งยับเลยยังมีเลยเป็นเรื่องปกติครับ...

#32 By Death on 2008-02-12 23:37

#31
โอ้ ขอบคุณครับ
ลองเปิดพจนานุกรมดู, เป็นหนึ่งในคำที่มักเขียนผิดบ่อยๆ จริงด้วยสิ cry

#33 By Chubby Chocobo on 2008-02-12 23:42

ภาษาคือศิลป์แบบหนึ่ง
เป็นความภาคภูมิใจในชาติที่ ณ วันนี้เราได้มีภาษาของเราเอง..

บอกตรงๆนะฮะ เวลาเข้าเว็บต่างประเทศ แล้วมีให้เลือกภาษาเนี่ย
ตัวอักษรไทยเด่นจริงๆ ดูแล้วรู้สึกภูมิใจอย่างน่าประหลาด สำหรับข้าน้อย

ส่วนคนที่ไม่อนุรักษ์ก็ปล่อยให้เขาใช้ภาษาอื่นไปเถอะฮะ

#34 By mayWz on 2008-02-12 23:57

วิวัฒนาการของภาษา กับวิบัติของภาษามันไม่เหมือนกันนะ

จาก link ของ death อย่าง ตัวหนาใน
http://l0ui5.exteen.com/20071218/entry
เขาพูดเอาไว้ว่าฝรั่งยังไม่เห็นจะเดือดร้อน...
ฉันก็เลยแปลกใจว่า เขารู้ได้ยังไงว่าฝรั่งไม่เดือดร้อน ขนาด BBS, Board ของ official website บริษัทเกมส์ใหญ่ๆ อย่าง Blizzard ถ้ามีเกรียนวิบัติพูดออกมา เขายังเตะและลบ comment นั้นทิ้งเลย...

แต่พอนั่งอ่านภาษาของคนเขียน blog
อืมม "ครับ" >>>"คับ"
ครับ :>> คำลงท้ายของผู้ชาย (ถ้าเทียบกันก็เหมือน ,sir ของภาษาอังกฤษ)
คับ :>>> ไม่พอดี ไม่สบายตัวไม่เหมาะกับตัว ตรงข้ามกับคำว่า "หลวม"ของภาษาไทย (ถ้าเทียบกับภาษาอังกฤษ คือคำว่า "Fit" )

อันนี้นับว่าเป็นวิบัติของภาษา ไม่ใช่วิวัฒนาการ เพราะมันผิดความหมายไปเลย


ก็ถ้าไวยกรณ์ ตัวสะกด รวมถึงภาษาแม่ตัวเองยังไม่ถูก คงไม่ต้องถามแล้วกระมังว่า grammar ภาษาอังกฤษจะอยู่ในระดับไหน??

ดังนั้นฉันเริมเข้าใจแล้วว่า เขาเอาอะไรมาบอกว่าต่างประเทศไม่ได้รณรงค์เรื่องวิบัติของภาษา... อืมมมมม ฉันว่าเขาอาจมีปัญหาเรื่องการอ่านภาษาอังกฤษนะ เทียบกับมาตรวัดภาษาพ่อภาษาแม่อย่างภาษาไทยยังวิบัติได้

#35 By RayOn on 2008-02-12 23:58

นี่แหละ โลก
ทำไมต้องเขียนตามใคร !
อ่านไม่เข้าใจก็เรื่องของคุณ !

เพราะคนเหล่านั้นคิดแบบนั้น
โลกเรานี้ จึงเป็นแบบนี้

#36 By iMase on 2008-02-12 23:59

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ภาษาวิบัติแล้วค่ะ มันอยู่ที่ความไร้กาลเทศะและสามัญสำนึกของผู้เขียนมากกว่า
หรือจะควรบรรจุวิชามารยาทกลับเข้าไปในการศึกษาไทยดี?

ภาษาพวกนี้ถ้าจะใช้เขียนในเอ็มคุยกับเพื่อน ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจะพูดอะไรหรอกค่ะ
แต่ในกรณีที่เขียนลงหนังสือ เขียนจดหมายถึงคนที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นด้วย หรือแม้แต่กับคนที่เจอครั้งแรกบนเอ็ม การใช้ภาษาแบบนี้มันออกขาดความคิดเกินไป เพราะอีกฝ่ายที่อ่านข้อความพวกนี้อยู่นั้น เราไม่รู้ว่าเขามีความคิดเห็นยังไงบ้าง ยิ่งเป็นการสื่อสารด้วยข้อความที่มองเห็นกันได้ด้วยเพียงตัวอักษรแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงคนเขียนจะไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้น แต่บางทีคนอ่านก็อาจจะเข้าใจความหมายที่แฝงมาในข้อความผิดไปก็ได้

การพูดกับคนอื่นด้วยภาษาแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้พูด (เขียน)จะถูกเข้าใจว่าเป็นคนจริงใจ มีความเป็นกันเองเสมอไปค่ะ กับคนที่ไม่คุ้นเคย อาจจะถูกมองไปว่าไร้มารยาท ไม่ดูกาลเทศะเสียอีก

มารยาทไม่ใช่สิ่งที่ต้องสอนกัน แต่เป็นสามัญสำนึกที่ต้องเข้าใจด้วยตัวเอง
มารยาทไม่ใช่ข้อบังคับ แต่เป็นความเกรงใจที่ทำให้คนเราอยู่ร่วมกันได้

ใจจริง...ที่อยากให้ปรับปรุงภาษานี่น่ะ เพราะข้าพเจ้าอ่านไม่เข้าใจจริงๆค่ะ

#37 By ohohoh on 2008-02-13 00:00

มาขำ #24

#38 By 609 on 2008-02-13 00:17

แยกแยะกาลเทศะ ในการเขียนจดหมายทางการไม่ได้เนี่ย
แน่ใจนะว่าปีสาม น่าตีตายจริงๆ Hot!

#39 By Ellebazi on 2008-02-13 00:32

***เสาเข็มที่ผุพัง ไม่สนคำเตือนให้ซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง ไม่สามารถสร้างตึกสูงที่มั่นคงได้หรอกครับ***

เห็นด้วยเต็มๆครับ...โดนใจดำจริงประโยคนี้sad smile

#40 By Monkiji321 on 2008-02-13 00:34

ทั้งสองตัวอย่างนี่ เห็นแล้วเป็นห่วงอนาคตของชาติจริงๆ
Hot!

#41 By gabbah on 2008-02-13 00:39

จากฐานราก นำมาสู่สื่อ นำมาสู่ปัญหาครับ

ภาษาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารให้มนุษย์เข้าใจกันได้ตรงกัน ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ามาตรฐานของความเข้าใจภาษาของบางกลุ่มก็ ..... sad smile

ปล.ขอสาบส่ง Weekly online ในเครือของ Future View ที่ปล่อยให้คอลัมน์นี้ได้รับการตีพิมพ์ออกมาครับ

#42 By nora on 2008-02-13 01:20

ไม่อยากบ่นก็อดบ่นไม่ได้ค่ะ
ไม่รู้จะอะไรหนักหนา ขาดคำแนะนำหรือ ก็ไม่ใช่ วรรณกรรมบ้านเราดีๆ มีไม่รู้จักอ่าน เห็นเองก็หงุดหงิดเองค่ะ
ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะวิวัฒนาการณ์ด้านอินเตอร์เนท ในเมื่อเราใช้เวลากับคอมพิวเตอร์ พูดคุย สื่อสารออนไลน์มากขึ้น อาจจะมีความรู้สึกที่จะเขียนให้เหมือนคำพูด เลยออกมาเป็นภาษาอย่างที่เห็นกันใน msn หรือ อีเมล

แต่ถึงจะพูดอย่างไรก็อดหงุดหงิดไม่ได้อยู่ดีล่ะค่ะ โอ๊ยยย อนาคตของชาติ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆtongue

ป.ล. แวะมาทักทาย หวังว่าพี่ป๋อคงยังสบายดีอยู่นะคะ double wink

#43 By วี่จัง on 2008-02-13 02:02

ห่วงประเทศไทยจัง

#44 By บูมแบม on 2008-02-13 03:18

ห่วงเด็กวิศวะคนนั้นจัง
ขนาดจดหมายทางการยังเขียนออกมาขนาดนี้
...อ่ะนะ คนเรา

#45 By ตัวอู้ on 2008-02-13 07:42

ตรรกะป่วยๆ เหตุผลห่วยๆ ของพวกนิยมภาษาวิบัติ:


- ภาษามันมีไว้สื่อสารกับตัวเอง เพราะงั้นเขียนให้กูอ่านรู้เรื่องเองก็พอแล้ว จะรณรงค์อะไรนักหนา

- ภาษาที่ถูกต้องคือภาษาที่ตายแล้ว

- กูไม่เคยอยู่เมืองนอก ไม่เคยเข้าสังคมฝรั่ง ไม่เคยเข้าเวบบอร์ดต่างชาติ แต่กูรู้ว่าต่างประเทศเขาไม่เคยมารณรงค์เรื่องแบบนี้หรอก เพราะกูอ่านภาษาบ้านมันไม่ออก...เห็นมั้ย พวกมึงทั้งหลายมันโง่ กูฉลาดอยู่คนเดียว


ไอ้พวกนี้มันบัวใต้น้ำโดยแท้ครับ

ส่วนตัวอย่างที่ 2 ถ้าเขาออกไปทำงานแล้วโดนเจ้านายด่าบ่อยๆ ซักวันก็คงปรับตัวได้แหละครับ ถ้าไม่เกรียนแตกไปซะก่อน

Hot!
โชคดีที่ มหาลัย ผมไม่มีวิศวกรรมเคมี รอดพ้น รอดพ้น...

#47 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-02-13 09:20

ใช้ไม่ดูกาลเทศะแบบนี้ ถ้าเป็นของจริงก็

แหม...ทำไปได้tongue

#48 By คนธรรมดา on 2008-02-13 09:57

จะบอกว่ามันมีหนังสือเล่มหนึ่งส่งมาให้สมาชิกอ่านกัน เป็นสมาชิกของห้างคอนเซ็ปวัยทีน ในนั้นมีคอลัมน์หนึ่ง เป็นทำนายดวงชะตา จะเจออะไรประมาณนี้

"ช่วงนี้ก้ออาจจาทะเลาะกับหวานจัยย แต่ไม่เปนรัยถ้าปรับความเข้าจัยกัลล์"

เป็นต้น แบบไอ้อาโอ้วนั่นเลย ปวดเฮ้ดด

อ่านแล้วอยากฉีกทิ้งยังไงไม่รู้ sad smile

#49 By gsawa on 2008-02-13 10:06

สำหรับภาพแรก ถ้าอยากรู้ว่าทางหนังสือดังกล่าวจะตอบว่าอะไร ก็ลองอ่านอันนี้ดูนะครับ

http://www.online-station.net/forum/viewtopic.php?id=38603

"สำหรับเรื่องภาษาที่ปรากฏในงาน เนื่องจากต้องการให้รูปแบบออกมาไม่เหมือนกับการอ่านพวก Text Book และอยากนำเสนออะไรเบาๆ แต่ทั้งนี้เมื่อรูปแบบของภาษาไม่เป็นที่น่าพอใจก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ"

#50 By HellHound on 2008-02-13 10:08