หิมะตกไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเสมอไป
posted on 20 Feb 2008 22:19 by chubby in Environment.
มกราคม 2551 มณฑลทางตอนกลางและใต้ของประเทศจีนประสบภัยพายุหิมะ (พายุน้ำแข็ง) อย่างรุนแรง
เกิดความปั่นป่วนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมไปทั่วประเทศ เนื่องจากช่วงเวลานั้นใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน
ซึ่งปรกติจะมีผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนานับสิบล้านคนจนเป็นการย้ายถิ่นที่ไม่ใช่การอพยพที่มากที่สุดในโลก
ปรากฎว่า การเดินทางระหว่างปักกิ่งที่อยู่ทางเหนือกับกวางโจวที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศถูกตัดขาด
มีผู้คนตกค้างอยู่ที่สถานีรถไฟเมืองกวางโจวนับแสนและติดพายุหิมะอยู่ท่ามกลางถนนหลวงอีกเป็นหมื่นคน
การรับมือกับปัญหาก็ดูติดๆ ขัดๆ เพราะปรกติไม่มีพายุหิมะที่รุนแรงขนาดนี้ปรากฎในมณฑลทางใต้เท่าไรนัก
.
.

ภาพ : พื้นที่ที่ประสบภัยพายุหิมะช่วงปลายเดือนมกราคม - ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2551
แก้ไข : เพิ่มพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวจนเป็นน้ำแข็งในเวียดนามตอนบน
.
.

ภาพ : ผู้โดยสารตกค้างที่หน้าสถานีรถไฟหวู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย วันที่ 28 มกราคม 2551
.
.

ภาพ : ความเสียหายของระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงในประเทศจีนจากผลของพายุหิมะ
.
นอกจากส่งผลกระทบต่อการเดินทางสัญจรแล้ว พายุหิมะยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย
พื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย ส่งผลต่อปริมาณการผลิตอาหารและกระทบต่อไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
ระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเสียหาย ส่งผลต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมของเมืองใหญ่ตามแนวชายฝั่งตะวันออก
จีนใช้เวลาหลายสิบปีถึงวางเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเสร็จ ในพื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่าประเทศไทยไม่รู้กี่เท่า
แต่เจอพายุหิมะถล่มเพียงไม่กี่วัน เสาไฟฟ้าแรงสูงก็พังไปร่วมพันต้น คาดว่าอาจใช้เวลาซ่อมนานถึง 4 เดือน
รัฐบาลถึงกับสั่งให้เหมืองถ่านหินทุกแห่งเร่งการผลิตเต็มที่ เพื่อรับมือปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่เกิดขึ้น
.
ความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม เบื้องต้น ประมาณ 80,000 ล้านหยวน หรือราวๆ 360,000 ล้านบาท
.
ชาวบ้านในจีนตั้งข้อสังเกตว่าหลายมณฑลที่ประสบภัยในครั้งนี้อยู่รอบบริเวณที่ตั้งของโครงการเขื่อนสามผา
ซึ่งทำลายพื้นที่ป่าไม้และธรรมชาติในลุ่มแม่น้ำแยงซีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไปมากกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร
เป็นการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้และเปลี่ยนแปลงธรรมชาติต่อช่วงระยะเวลาที่มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
แต่ โครงการเขื่อนสามผา (Three Gorges Dam) นั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจของรัฐบาลจีนอย่างมาก
คงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะออกมาบอกว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมจากเขื่อนสามผามีผลทำให้อากาศผิดปรกติ
รัฐบาลจึงอธิบายประชาชนว่าภัยธรรมชาติร้ายแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สาเหตุมาจากปรากฎการณ์โลกร้อนแทน
.
นึกว่าเขาจะยืนกรานแบบในสมัยก่อนว่า เรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องโกหกที่โลกตะวันตกใช้กีดกันทางการค้าเสียอีก
.
.

ภาพ : บริเวณที่ตั้งเขื่อนสามผา ก่อนการก่อสร้างและหลังจากเก็บกักน้ำในปี 2549
.
อาจเร็วไปที่จะสรุปว่าโครงการเขื่อนสามผาเป็น "Trigger" หนึ่งที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่
ต้องใช้เวลาศึกษาประมาณ 5 - 10 ปี จึงจะสรุปได้ว่าเขื่อนสามผามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ มากน้อยขนาดไหน
(เขื่อนสามผามีกำหนดการเก็บกักน้ำเต็มที่ในปี 2554) หากไม่เกิดพายุหิมะแปรปรวนขึ้นอีกเรื่องก็คงจบกันไป
แต่หากเกิดพายุหิมะแปรปรวนซ้ำซากขึ้นมาอีกล่ะก็ แสดงว่าต้องมีระบบนิเวศอะไรบางอย่างที่ถูกรบกวนแน่ๆ
ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้างของมนุษย์ หรือเป็นวัฏจักรปรกติของธรรมชาติ หรือเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้
หวังว่า มนุษย์คงมีชีวิตรอดถึงวันนั้นก็แล้วกันครับ ถ้าไม่ปวดหัวตายกับบางบทความแถวๆ หว้ากอไปเสียก่อน
.
"If you can not explain something simply, then you do not fully understand it."
.
จากกรณีตัวอย่างที่ประเทศจีน (ใกล้ประเทศไทยเข้าไปทุกที) ซึ่งมีทั้งงบประมาณและเจ้าหน้าที่มากมหาศาล
แถมตอนบนๆ ของประเทศมีประสบการณ์หิมะตกอยู่แล้ว ยังเกิดความสับสนวุ่นวาย เดือดร้อนไปทั่วเลยครับ
มีผู้เสียชีวิตเพราะความหนาวเย็นมากถึง 80 คนเพราะไม่ทันตั้งตัวเนื่องจากปรกติอากาศทางใต้จะอบอุ่นกว่า
ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในประเทศไทยที่ขาดทั้งประสบการณ์ งบประมาณ และเจ้าหน้าที่ขึ้นจริงๆ
ผลลัพธ์คงดูไม่จืดแน่ๆ ครับ ทั้งเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรของเราที่บริโภคเกือบทั้งหมดเป็นพืชเขตร้อน
ทั้งเรื่องของ Logistics ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร กว่าจะส่งความช่วยเหลือเข้าไปถึงอาจหนาวตายยกหมู่บ้าน
.
ปล.
เป็นที่น่าสังเกตว่า เกิดหิมะตกเข้าใกล้แถบเส้นศูนย์สูตรมากขึ้นทุกที
เส้นรุ้งของจีนตอนล่างก็ดูใกล้เคียงกับภาคเหนือของไทยเข้าไปทุกที
)
end of day
#1 By iMase on 2008-02-20 22:38