10,000 B.C. : ช้างกูอยู่ที่นี่
posted on 07 Mar 2008 01:55 by chubby in Movie-review.
ย้อนกลับไป 1 หมื่นปีก่อนคริสตกาล ยังมีชนเผ่าที่ยังชีพด้วยการล่าสัตว์เพียงอย่างเดียว ไม่รู้จักการเพาะปลูก
แต่ ฝูงแมมมอธที่เดินทางผ่านมาในช่วงฤดูหนาวก็ลดลงเรื่อยๆ บางปีไม่มีเดินทางผ่านมาเลยอย่างไม่รู้สาเหตุ
ฤดูหนาวปีหนึ่ง มีกลุ่มนักรบลึกลับบนหลังม้าบุกเข้าโจมตีที่พัก กวาดต้อนคนในเผ่าไปใช้แรงงาน ณ แดนไกล
หญิงคนรักของพระเอกถูกจับไปด้วย พระเอกก็ต้องบุกป่า ฝ่าทะเลทราย ไต่ภูเขาเพื่อช่วยเหลือตามขนบเดิมๆ
ในที่สุดพระเอกก็เดินทางมาถึงเมืองแห่งเทพเจ้า พร้อมกับได้รับคำตอบของคำถามคาใจว่า ช้างกูหายไปไหน
ที่แท้ ช้างกูก็ถูกจับมาใช้แรงงานอยู่ที่นี่นี่เอง พระเอกจึงบุกเข้าไปช่วยช้าง เอ้ย นางเอกตามระเบียบ...อีกแล้ว
.
ชอบ
- ทฤษฎีใหม่ ปิรามิดใช้แรงงานแมมมอธช่วยในการก่อสร้างเป็นฉากที่ดูแล้วทึ่งตะลึงตึงตึงที่สุดแล้วล่ะครับ
อาศัยประโยชน์จากการที่ตัวพระเอก เป็นเผ่านักล่าแมมมอธที่เก่งที่สุดในยุคนั้นในการดำเนินเรื่องอย่างเต็มที่
- ฉากที่มีแมมมอธ เสือเขี้ยวดาบกับนกอะไรสักอย่าง (นกโดโด้ผสมอีมู ?) โผล่ออกมาทำออกมาได้น่าสนใจ
โดยเฉพาะเนื้อเรื่องในส่วนของเสือเขี้ยวดาบ ผมดูแล้วรู้สึกติดใจมากๆ จนอยากให้เซเบอร์คุงมีบทมากกว่านี้
.
ไม่ชอบ
- มีสิ่งดึงดูดใจหลายอย่าง ทำให้คนดูหลุดจากเนื้อเรื่องหลักที่สุดแสนราบเรียบ แล้วก็ปล่อยให้คาใจอย่างนั้น
ใครที่สนใจเรื่องราวปรัมปราหรือตำนานในอดีตเจอองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้เข้าไปรับรองว่าเตลิดแน่
- ความไม่สมเหตุสมผล ผู้ครองนครเทพเจ้าดูเหมือนจะมีวิทยาการความรู้เหนือกว่าทุกตัวละครอยู่หลายขั้น
แต่กลับกลัวการมาของนักล่า (พระเอก) ที่กว่าครึ่งค่อนเรื่อง ดูอย่างไรก็ตกกระไดพลอยโจนโหนดวงมาชัดๆ
- รายละเอียดของหลายตัวละครซึ่งมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพระเอกมาก ยังคลุมเครือ เว้นระยะมากเกินไป
การผสมผสานฉากที่แสดงถึงเทคโนโลยีกับฉากที่แสดงถึงจิตวิญญาณไม่คงเส้นคงวานัก อารมณ์ไม่ต่อเนื่อง
- ใครอยากดูแมมมอธตกมันหรือเซเบอร์คุงโชว์เขี้ยวเล็บ คงผิดหวัง เพราะมีเท่าที่เห็นในตัวอย่างนั่นล่ะครับ
บทบาทของนางเอกนอกเหนือจากบทถูกชิงนางแบบในการ์ตูนคำสาปฟาโรห์ตาหวานแล้ว ทำอะไรอีกบ้างเนี่ย
.
อื่นๆ
- ตอนแรกพยายามคิดว่าเรื่องเกิดขึ้นในสถานที่สมมุติสักแห่งบนโลกนี้ แต่ช่วงกลางๆ ค่อนไปทางปลายเรื่อง
ในวังเมืองแห่งเทพเจอแผนที่แอฟริกาเหนือ - ยุโรป วางอยู่บนโต๊ะแบบโคลสอัพฟาดหัวเข้าจังเบอร์เลยครับ
- หลังจากนั้นสารพัดทฤษฎี เช่น ปิรามิดสร้างมาตั้งแต่ 10,000 ปีก่อนโดยชาวแอตแลนติส ก็ลอยอยู่ในหัว
เจ้าเรือลำยักษ์ที่เห็นในตอนจบนั่น สงสัยแล่นฝ่าคลื่นมหาสมุทรหนีออกมาจากแอตแลนติสที่ล่มสลายมาแน่เลย
.
สรุปส่วนตัว
ใครดูตัวอย่างแล้วหลงคิดว่าจะไปดูอะไรแบบ 300 ล่ะก็ผิดถนัดครับ นี่เป็นชนเผ่าที่ยังชีพด้วยการล่าสัตว์นะ
สิ่งที่คุณจะได้เห็นคือ การต่อสู้แบบดิบๆ ทื่อๆ บื้อๆ ภายใต้ข้อจำกัดของเทคโลโลยียุคหินเมื่อ 1 หมื่นปีก่อน
การดำเนินเรื่องจริงๆ เน้นไปยังความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอก (สาเหตุจากแรงขับของฮอร์โมน ?)
แทบไม่มีฉากการต่อสู้ที่พอจะเรียกได้ว่าดุเดือดเลือดพล่านเลย แถมฉากไคลแมกซ์ตอนท้ายก็สู้ 300 ไม่ได้อีก
ปัญหาคือ ความคาดหวังของคนดูจากตัวอย่างหนังและสิ่งที่หนังนำเสนอจริงๆ นั้น อาจไม่ตรงกันเสียทีเดียว
10,000 B.C. จึงเหมาะสำหรับท่านที่อยากดูอะไรที่เนิบๆ สบายๆ เก็บรายละเอียดฉากหลังไปเรื่อยๆ ครับ
.
.

.
IMDb : 4.9/10
Fandango : n/a
Rotten Tomatoes : 9%
.
ของแถม
เชียงใหม่เตรียมรับมือปัญหาหมอกควันในอากาศได้แล้วครับ
ถ้าไม่ติดงาน ก็อยากอพยพไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราวละครับ
.
.

1) จุดตรวจวัด โรงเรียนยุพราช
.
.

2) จุดตรวจวัด ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่
.
.

3) จุดตรวจวัด พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
10,000 bc ดิฉันว่ามันเวอร์ไปตั้งแต่คุยกับเสือได้แล้วค่ะ .......
แมมมอธงี้ ขนเป็นเส้นๆเลย ระทึกมาก 55+
แต่ก็คิดว่ามันตุ่นๆอยู่าเหมือนกันนะคะ ตอนฉากวิหาร(หรืออะไรซักอย่าง)กะเทพๆ(อะไรเนี่ยแหละ)
แบบว่ามัน .. 10000 B.C. น่ะ มีด้วยเหรอ??
#1 By A PIT on 2008-03-07 02:27