.
.
.
หมายเหตุ
เนื่องจากที่เก็บรูปของ Entry เก่าก่อนปี พ.ศ. 2550 มีปัญหาบางประการ ผมจะทยอยแก้ไขเมื่อมีเวลาครับ
แต่ถ้าหากเป็น Entry เกี่ยวกับภัยธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ผมจะนำเอาของเก่ามาเขียนปรับปรุงใหม่แทน
สำหรับ Entry นี้เป็นการนำ Entry เก่ากลับมาเขียนใหม่ โดยปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนเข้าไปครับ
.
เกริ่นนำ
จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นทางภาคเหนือ ในสายตาของหลายๆ คนคงมองว่า เป็นพื้นที่น่าอยู่ อากาศดี
หลายคนอยากมีบ้านหลังที่สองที่เชียงใหม่ สำหรับการพักผ่อนหลังตรากตรำทำงานหนักเป็นระยะเวลานาน
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ข้อความดังกล่าวมีส่วนถูกต้องอยู่มากทีเดียว แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน
มนุษย์ต้องการเอาชนะธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงธรรมชาติให้เป็นไปตามความต้องการของตนจนเกินขีดจำกัด
สิ่งแวดล้อมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย เมื่อคนในพื้นที่รู้สึกตัวอีกที ระบบนิเวศน์ก็พังครืนลงมาเสียแล้ว
.
อากาศเชียงใหม่แย่กว่ากรุงเทพฯ ?
คำตอบของคำถามนี้ ทั้งจริงและไม่จริงไปพร้อมๆ กันครับ เพราะมลภาวะในอากาศมีดัชนีวัดอยู่หลายอย่าง
เช่น ที่กรุงเทพฯ มีแหล่งกำเนิดมลภาวะมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อนับจากจำนวนประชากรและพาหนะ
ก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพของอากาศจะแย่กว่าเชียงใหม่ เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งบนพื้นที่ราบใกล้ชายฝั่งทะเล
ไม่มีภูเขาสูงกีดขวาง กระแสลมจึงช่วยเจือจาง และพัดพาเอามลภาวะทางอากาศบางส่วนออกไปนอกพื้นที่
.
ในทางกลับกัน ต่อให้เชียงใหม่มีแหล่งกำเนิดมลภาวะน้อยกว่า แต่อยู่ในภูมิประเทศที่ภูเขาสูงปิดล้อมอับลม
ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่าครับ เช่น เผาถ่านปิ้งหมูปิ้งเจ้าเดียวทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งหมู่บ้านได้
เผานาเพียงแปลงเดียวก็ทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งตำบลได้ เผาป่า ก็ทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งอำเภอได้
และถ้าพร้อมใจกันทำทั่วทุกหัวระแหง ก็สามารถทำให้เกิดหมอกควันกลบไปทั่วทั้งจังหวัดได้อย่างสบายครับ
.
.

ภาพ : ลักษณะภูมิประเทศทางภาคเหนือของประเทศไทย
.
ก่อนจะไปถึงปัญหาหมอกควัน เรามารู้จักความแตกต่างระหว่าง 2 ปรากฏการณ์นี้ก่อนนะครับ
.
1. หมอก (Fog, Mist)
หมอก คือ ปรากฎการณ์เมื่อความชื้นในอากาศเข้าใกล้ระดับ 100% เกิดการควบแน่นในระดับใกล้พื้นดิน
หมอก มีลักษณะการเกิดหลายรูปแบบแตกต่างไปตามสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศเขตร้อน, เขตหนาว
ในพื้นที่ราบภาคกลาง เกิดได้จากมวลอากาศเย็นด้านบน ไหลผ่านเหนือพื้นดินที่ชื้นหรือเหนือน้ำที่อุ่นกว่า
ในหุบเขาภาคเหนือ เกิดได้จากมวลอากาศร้อนด้านบน ไหลผ่านเหนือมวลอากาศเย็นด้านล่างซึ่งหนักกว่า
- Fog คือหมอกที่มีทัศนวิสัยไม่เกิน 1 กิโลเมตร, มีความหนาแน่นสูง
- Mist คือหมอกที่มีทัศนวิสัยไม่เกิน 2 กิโลเมตร, มีความหนาแน่นต่ำ
.
2. หมอกควัน (Haze, Smog)
หมอกควัน คือปรากฎการณ์ที่ฝุ่น ควัน และอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมตัวกันในสภาวะที่อากาศปิด
หมอกควัน เกิดขึ้นได้ง่ายในสภาพอากาศแห้ง (แตกต่างจากหมอก ที่สภาพอากาศต้องมีความชื้นสูงพอ)
ลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อให้เกิดหมอกควันปกคลุม ได้แก่ พื้นที่แอ่งกระทะ หรือพื้นที่ปิดระหว่างหุบเขา
ประกอบกับบรรยากาศเหนือภูมิประเทศนั้นมีชั้นอุณหภูมิผกผันเกิดขึ้น (Temperature Inversion)
- Haze (ฟ้าหลัว) มักหมายถึงหมอกควันจากการเกษตร การก่อสร้าง เป็นอนุภาคของฝุ่น ควัน ขี้เถ้า
- Smog (Smoke + Fog) หมายถึงหมอกควันมีพิษจากอุตสาหกรรม ยานพาหนะ เครื่องจักรกล
.
.

ภาพ : ผลจากชั้นอุณหภูมิผกผัน ทำให้ควันไม่สามารถลอยขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบนได้
.
มวลอากาศเย็นจะอยู่ใกล้พื้นดิน เพราะมีความหนาแน่น และมีน้ำหนักมากกว่า
ถ้ามวลอากาศร้อนซึ่งอยู่ด้านบน เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงเพียงพอแล้ว
จะสามารถปิดกั้นการถ่ายเทความร้อนและอนุภาคแขวนลอยในบรรยากาศด้านล่างไม่ให้ขึ้นมาด้านบนได้
หมายความว่า ยิ่งเราเผาหญ้า เผาป่า เผาขยะ ขับรถปล่อยควันดำเยอะๆ เท่ากับว่าเรากำลังรมควันตัวเอง
.
ปัญหาหมอกควันเมืองเชียงใหม่
หมอกควันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองเชียงใหม่แต่อย่างใด ยังหลงเหลือคำบอกเล่าเก่าๆ จากผู้คนในอดีตว่า
เมื่อใดที่กลางวันมีแดดส่อง แต่กลับมองไม่เห็นดอยสุเทพ แสดงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเมืองเชียงใหม่ตามมา
การมองไม่เห็นดอยสุเทพในอดีตนั้น แสดงว่าต้องเกิดภัยแล้งขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดไฟป่าลุกลามไปทั่ว
สำหรับยุคสมับที่ผู้คนยังต้องพึ่งพิงธรรมชาติ นี่คือหายนะที่สามารถทำให้หมู่บ้านขนาดเล็กล่มได้เลยทีเดียว
เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเชียงใหม่ไม่มากก็น้อย
.
ปัจจุบัน ไฟป่าที่เกิดตามธรรมชาติ กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ในตำราเรียนเก่าๆ เท่านั้น
ปัญหาหมอกควันผิดปรกติทั้งความรุนแรงและระยะเวลา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น เช่น
- การเผาป่า (ตั้งแต่ระดับพื้นๆ เช่น หาเห็ดหาผักหวาน ไปจนถึงระดับนายทุนจ้างวานให้ชาวบ้านบุกรุกพื้นที่)
- การเผาขยะ (ตั้งแต่ระดับพื้นๆ เช่น เผาเศษใบไม้ในเขตบ้าน ไปจนถึงระดับเผาซังข้าวในท้องนานับสิบๆ ไร่)
- ควันจากยานพาหนะ (รถชนิดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นพรวดพราด)
.
ปัจจัยเสริม
- ลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ มีภูเขาสูงล้อมรอบ เอื้อต่อการสะสมตัวของหมอกควัน (แก้ไขไม่ได้)
- สภาพอากาศแปรปรวน เช่น อุณหภูมิผิดปรกติ กระแสลมผิดปรกติ หรือฝนทิ้งช่วงเนื่องจากสาเหตุต่างๆ
- กิจกรรมภายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การเผาป่า หักร้างถางพงในประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน
.
ดัชนีคุณภาพอากาศ
ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เป็นการรายงานคุณภาพอากาศให้ทราบแบบง่ายๆ
คำนวณโดยเทียบจากมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ของสารมลพิษทางอากาศ 5 ประเภท
สารมลพิษทางอากาศประเภทใดมีค่าสูงสุดก็จะใช้เป็นดัชนีคุณภาพอากาศของวันนั้น ประกอบด้วย
- ก๊าซโอโซน (O3) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
- ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
- ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 8 ชั่วโมง
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
- ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
.
.

ภาพ : เกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศที่ใช้ในประเทศไทย
.
สำหรับ แอ่งเชียงใหม่ ถ้าไม่นับนิคมอุตสาหกรรมลำพูนแล้ว ฝุ่นละอองขนาดเล็กกลายเป็นปัญหาระดับชาติ
เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหัวเมืองปกครองตนเอง
มีทั้งสถานกงสุลอังกฤษและฝรั่งเศสตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งน้ำปิง มีคณะมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนามากมาย
เมื่อเปรียบเทียบค่าครองชีพแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ชาวต่างชาติจะย้ายมาอาศัยอยู่อย่างถาวรในเชียงใหม่
และจากเดิมที่มักเห็นแต่ฝรั่งนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ เฉพาะย่านตลาดไนท์บาซาร์หรือริมคูเมืองเชียงใหม่
แต่ปัจจุบันนี้ฝรั่งถีบจักรยานสบายใจเฉิบไปถึงดอนจั่น (ชายขอบเทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเคยบ้านนอกสุดๆ)
.
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน ที่ตอนเกิดปัญหาหมอกควันอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2550
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่โชคร้ายที่ปัญหาหมอกควันในปีนั้น เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของรัฐบาลชั่วคราวที่มาจากการรัฐประหาร
หน่วยงานของรัฐใส่เกียร์ว่างเป็นแถบๆ ปล่อยให้เชียงใหม่ปกคลุมด้วยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานนานครึ่งเดือน
บางหน่วยงานก็พยามยามออกข่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด เพราะกลัวนักท่องเที่ยวหนีหาย
พอนักท่องเที่ยวเห็นสภาพจริงก็เกิดกระแสปากต่อปาก เล่นเอาผู้ประกอบการโรงแรมในช่วงนั้นแทบล้มทั้งยืน
.
แต่สำหรับปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ.2551 ดูเหมือนหน่วยงานรัฐจะโชคดีมากครับที่มีตัวช่วย
ค่า PM10 พุ่งสูงเกินมาตรฐานระลอกแรกเมื่อ 6-8 มีนาคม แต่ว่าเกิดฝนตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตาในวันที่ 9
จนหมอกควันในอากาศลดลงอย่างชัดเจน ต้อนรับการมาเยือนของคณะทำงานเรื่องปัญหาหมอกควันพอดี
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ส่วนหมอกควันระลอกสองเมื่อ 23-24 มีนาคมที่ผ่านมา ค่า PM10 พุ่งสูงเกิน 200
มีแนวโน้มว่าจะแข่งทำสถิติกับปีก่อน ก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงทางตอนเหนือและใต้ของเชียงใหม่
ในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จนค่า PM10 ลดสู่สภาวะปรกติอีกครั้ง
.
.

ภาพ : ค่า PM10 สูงสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551
.
เดือนมีนาคมปีต่อไป เรามารอดูกันนะครับว่าปัญหาหมอกควันเมืองเชียงใหม่ จะมีโชคช่วยแบบปีนี้อีกหรือไม่
.
.
.
Related Links

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile sad smile sad smile sad smile
จะรอดไหมปีนี้

#1 By ผ่านเลนส์ on 2008-03-25 19:04

สงสัยจะถึง ฤดูหมอกควันของเชียงใหม่ซะแล้วว

เฮ้อ อยากมี้นซักหลังอยู่ (ถ้าอากาศดีนะคะ)

#2 By เฟเน่จัง© on 2008-03-25 19:18

ชม.นี่ smog แรงจริงๆนะครับ น่าสงสัยว่าจะมีฝนกรดกับเขาบ้างรึเปล่า

#3 By PseudoMedicine_(。◕‿◕。 )/ on 2008-03-25 19:45

ปั่นจักรยานไปข้างๆหมู่บ้าน..

ทั้งๆที่หมอกควันก็ยังหนาตาอยู่
ทั้งๆที่มีประกาศเสียงตามสาย(คำเมือง) เรื่องผลเสียของการเผาขยะ,ใบไม้
ทั้งๆที่วิทยุท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ก็ออกประกาศเรื่องควันพิษ

แต่... ภาพที่เห็นคือ ลุงแก่ๆก็ยังสุมไฟเผาใบไม้แห้ง... เหมือนเดิม

..เซ็ง... angry smile

#4 By Beluga on 2008-03-25 21:59

เชียงใหม่หมอกควันหนามากค่ะ แค่ออกมานอกบ้านยังไม่อยากออกเลย ^^

ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเสียวๆจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก

ขอบคุณมากค่า.. สำหรับข้อมูล

#5 By PiiiM on 2008-03-25 22:21

เมืองเจียงฮาย ก็ไม่แพ้กัน เริ่มมีแล้วเผาป่า

#6 By little Dog on 2008-03-25 22:24

หมอกจางๆและควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้...

ผมว่าเรื่องนี้มันก็เกิดหลายปีแล้วนะครับ มันไม่มีวิธีป้องกันจริงๆหรือครับ เกิดที ก็เหมือนไฟไหม้ฟางที

ชาวบ้านก็ยังเผาขยะเหมือนเดิม เพราะคิดว่าแค่นิดเดียวคงมิเป็นไร (รึเปล่า!?!) นายทุึนก็ยังเดินหน้าผลาญต่อไป (รึเปล่า!?!)

#7 By บอมเบย์ on 2008-03-25 22:36

โอ้...ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่น่าสนใจมากๆค่ะbig smile big smile

#8 By (^_^)/nana on 2008-03-25 23:17

หนีไปสูดอากาศที่ลาว สามสี่วันครับ...

#9 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-03-26 01:31

ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ อยากให้เมืองไทยน่าอยู่เหมือนเคย

#10 By mnop on 2008-03-26 02:19

อันนี้นี่จำได้ตั้งแต่สมัยเรียนประถามมัธยมเลยค่ะ (ลืมว่าตอนไหน) อาจารย์บอกว่า ถึงแม้ว่าอากาศเชียงใหม่จะดี แต่มันมีภูเขาล้อมรอบ ของเสียออกไปไหนไม่ได้ เราก็เห็นด้วยนะ นี่ปัญหาหนักนะเนี่ย

#11 By gsawa on 2008-03-26 09:55

อากาศก็ร้อน หมอกควันก็เยอะ
อ้าก~ จะมาอีกแล้วเหรอเนี่ย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะค่ะ

#12 By Bluedog-หมาหน่อ- on 2008-03-26 10:37

sad smile ยังขยันเผากันทุกวี่วันเลยครับ...
เจ็บสุดเคยเห็นเค้าเผากันข้างป้ายขอความร่วมมืองดเผาขยะกันเลยsad smile sad smile sad smile
...พูดไม่ออกเลยทีเดียว..

#13 By GuGGGar on 2008-03-26 10:46

เป็นเมืองที่เราใฝ่ฝันจะไปอาศัยนะนั่น
เอ..ต้องคิดอีกหลายตลบ แล้วสิ

#14 By Nokontherock on 2008-03-26 11:08

บล็อกสวยและเรียบง่ายดี แถมเนื้อหาแน่น

เยี่ยม ครับ

เรื่องมลพิษ ต้องเศรษฐกิจพอเพียง แก้ได้ครับ
เคยไปฟังมา เค้าว่า ฝรั่งตามมหาลัยดังๆ ของโลก ชักเริ่มเห็นว่าเศรษฐกิจแบบเน้นบริโภค ในปัจจุบัน ที่วัดกันด้วยความเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังจะพบจุดจบ เพราะยิ่งบริโภค โลกก็ร้อนขึ้น ร้อนมากสภาพแวดล้อมก็ปั่นป่วน เผอะจะพากันตายแบบครึ่งโลก ก็เลยสนใจเศรษฐกิจพอเพียง ว่าจะเป็นทางออก

#15 By pholball on 2008-03-26 11:15

ที่ถ้าย้ายตึกที่ทำงานกับบ้านได้นะ...

คงจะย้ายไปอยู่ที่อื่่นสักพักหน่อยแล้วล่ะ...

ขึ่แมงกะไซไปไหนไม่ค่อยได้เลยแง๊ะ...

แสบตามากๆ...

แต่ก็ยังดีนะที่ทำงานในภาควิชามีต้นไม้เยอะconfused smile

#16 By robocon on 2008-03-26 11:16

ควันจากร้านหมูกระทะรึปล่าว sad smile
ตอนน้คนแถวบ้านยังเผาอย่เลย
อนาดจิงๆ

#18 By EyoreZa on 2008-03-26 13:16

มี ก๊าหมอกแหมแล้วอี้sad smile sad smile
ไม่ได้กลับบ้านนานแล้วงะ
สงสัย คนมันจะแห่มาอยู่เยอะไป
ฮา ละ ก้ายtongue tongue
Hot! Hot! Hot!

ปล. ให้ความรู้ดีครับ
ไมได้ออกจากบ้านเลยอ่ะ

แต่เท่าที่ดูน่าเปนห่วงมาก เมืองเชียงใหม่ เจ้าาา angry smile

#20 By z i l o l i z ~ on 2008-03-26 16:03

คนแถวบ้านก็ยังเผาอยู่
เคยบอกแล้วเค้าบอกว่า
เผานิดเผาหน่อยจะเป็นไรไป

#21 By นานาาา on 2008-03-26 16:33

ปัญหาพวกนี้แก้ยังไงก็แก้ไม่ตก และดูเหมือนจะทวีคูณขึ้นด้วยสิคะ

เป็นห่วงคนเชียงใหม่จัง ระวังเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจนะคะ

#22 By {CODE;4079} on 2008-03-26 20:43

ภาวนาให้ฝนตก

#23 By nonworld on 2008-03-27 11:27

ผมเคยอยู่ที่เชียงใหม่ 2 ปี ไม่รู้ว่า ตอนนี้โชคดี(หรือเปล่า)

ที่ีไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้อยู่ภูเก็ต อากาศดีมากครับ big smile

#24 By tiew@fine on 2008-03-27 19:35

มลพิษ คือ ตัวลดคุณภาพชีวิตของคน น่าเป็นห่วงสุขภาพจัง

#25 By ~ N ~ on 2008-03-30 15:12

เชียงใหม่ทำไมซวยซ้ำซวยซ้อนจังนะ
น้ำท่วม
ควันพิษ
ฉัตรหักงอ
เจดีย์หัก wink
แต่อย่าว่าแต่เชียงใหม่เลย กรุงเทพอากาศมันสุดยอดแห่งความสกปรกแล้ว แต่บางทีด้วยความเคยชิน เราอาจจะเลยไม่รู้ก็ำได้
อาเพศจริงๆ เชียงใหม่(อันนั้นก็เชียงใหม่?)หมอกคลุม มืดฟ้ว มัวดิน..คนเจียงใหม่ต้องรับกรรมเพราะสุดยอดซาวเอฟเฟคโปรเจกของอันนั้นไปลงที่เจียงใหม่ซะมหาศาล พาคนเมืองซวยตาม กรรมจริง..อย่างนี้ต้องตัด "อัณฑะ"ของ "ไอ้นั่น" มาน..ทิ้งไป

#27 By ดอกไม้หอม on 2008-04-01 15:42