เชียงใหม่ เมืองในหมอก(ควัน)
posted on 25 Mar 2008 18:52 by chubby in Environment, Inside-Chiangmai.
.
.
หมายเหตุ
เนื่องจากที่เก็บรูปของ Entry เก่าก่อนปี พ.ศ. 2550 มีปัญหาบางประการ ผมจะทยอยแก้ไขเมื่อมีเวลาครับ
แต่ถ้าหากเป็น Entry เกี่ยวกับภัยธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ผมจะนำเอาของเก่ามาเขียนปรับปรุงใหม่แทน
สำหรับ Entry นี้เป็นการนำ Entry เก่ากลับมาเขียนใหม่ โดยปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนเข้าไปครับ
.
เกริ่นนำ
จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอื่นทางภาคเหนือ ในสายตาของหลายๆ คนคงมองว่า เป็นพื้นที่น่าอยู่ อากาศดี
หลายคนอยากมีบ้านหลังที่สองที่เชียงใหม่ สำหรับการพักผ่อนหลังตรากตรำทำงานหนักเป็นระยะเวลานาน
ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ข้อความดังกล่าวมีส่วนถูกต้องอยู่มากทีเดียว แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน
มนุษย์ต้องการเอาชนะธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงธรรมชาติให้เป็นไปตามความต้องการของตนจนเกินขีดจำกัด
สิ่งแวดล้อมค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย เมื่อคนในพื้นที่รู้สึกตัวอีกที ระบบนิเวศน์ก็พังครืนลงมาเสียแล้ว
.
อากาศเชียงใหม่แย่กว่ากรุงเทพฯ ?
คำตอบของคำถามนี้ ทั้งจริงและไม่จริงไปพร้อมๆ กันครับ เพราะมลภาวะในอากาศมีดัชนีวัดอยู่หลายอย่าง
เช่น ที่กรุงเทพฯ มีแหล่งกำเนิดมลภาวะมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อนับจากจำนวนประชากรและพาหนะ
ก็ไม่ได้แปลว่าคุณภาพของอากาศจะแย่กว่าเชียงใหม่ เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งบนพื้นที่ราบใกล้ชายฝั่งทะเล
ไม่มีภูเขาสูงกีดขวาง กระแสลมจึงช่วยเจือจาง และพัดพาเอามลภาวะทางอากาศบางส่วนออกไปนอกพื้นที่
.
ในทางกลับกัน ต่อให้เชียงใหม่มีแหล่งกำเนิดมลภาวะน้อยกว่า แต่อยู่ในภูมิประเทศที่ภูเขาสูงปิดล้อมอับลม
ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจรุนแรงกว่าครับ เช่น เผาถ่านปิ้งหมูปิ้งเจ้าเดียวทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งหมู่บ้านได้
เผานาเพียงแปลงเดียวก็ทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งตำบลได้ เผาป่า ก็ทำให้เกิดหมอกควันกลบทั้งอำเภอได้
และถ้าพร้อมใจกันทำทั่วทุกหัวระแหง ก็สามารถทำให้เกิดหมอกควันกลบไปทั่วทั้งจังหวัดได้อย่างสบายครับ
.
.

ภาพ : ลักษณะภูมิประเทศทางภาคเหนือของประเทศไทย
.
ก่อนจะไปถึงปัญหาหมอกควัน เรามารู้จักความแตกต่างระหว่าง 2 ปรากฏการณ์นี้ก่อนนะครับ
.
1. หมอก (Fog, Mist)
หมอก คือ ปรากฎการณ์เมื่อความชื้นในอากาศเข้าใกล้ระดับ 100% เกิดการควบแน่นในระดับใกล้พื้นดิน
หมอก มีลักษณะการเกิดหลายรูปแบบแตกต่างไปตามสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศเขตร้อน, เขตหนาว
ในพื้นที่ราบภาคกลาง เกิดได้จากมวลอากาศเย็นด้านบน ไหลผ่านเหนือพื้นดินที่ชื้นหรือเหนือน้ำที่อุ่นกว่า
ในหุบเขาภาคเหนือ เกิดได้จากมวลอากาศร้อนด้านบน ไหลผ่านเหนือมวลอากาศเย็นด้านล่างซึ่งหนักกว่า
- Fog คือหมอกที่มีทัศนวิสัยไม่เกิน 1 กิโลเมตร, มีความหนาแน่นสูง
- Mist คือหมอกที่มีทัศนวิสัยไม่เกิน 2 กิโลเมตร, มีความหนาแน่นต่ำ
.
2. หมอกควัน (Haze, Smog)
หมอกควัน คือปรากฎการณ์ที่ฝุ่น ควัน และอนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมตัวกันในสภาวะที่อากาศปิด
หมอกควัน เกิดขึ้นได้ง่ายในสภาพอากาศแห้ง (แตกต่างจากหมอก ที่สภาพอากาศต้องมีความชื้นสูงพอ)
ลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อให้เกิดหมอกควันปกคลุม ได้แก่ พื้นที่แอ่งกระทะ หรือพื้นที่ปิดระหว่างหุบเขา
ประกอบกับบรรยากาศเหนือภูมิประเทศนั้นมีชั้นอุณหภูมิผกผันเกิดขึ้น (Temperature Inversion)
- Haze (ฟ้าหลัว) มักหมายถึงหมอกควันจากการเกษตร การก่อสร้าง เป็นอนุภาคของฝุ่น ควัน ขี้เถ้า
- Smog (Smoke + Fog) หมายถึงหมอกควันมีพิษจากอุตสาหกรรม ยานพาหนะ เครื่องจักรกล
.
.

ภาพ : ผลจากชั้นอุณหภูมิผกผัน ทำให้ควันไม่สามารถลอยขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบนได้
.
มวลอากาศเย็นจะอยู่ใกล้พื้นดิน เพราะมีความหนาแน่น และมีน้ำหนักมากกว่า
ถ้ามวลอากาศร้อนซึ่งอยู่ด้านบน เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงเพียงพอแล้ว
จะสามารถปิดกั้นการถ่ายเทความร้อนและอนุภาคแขวนลอยในบรรยากาศด้านล่างไม่ให้ขึ้นมาด้านบนได้
หมายความว่า ยิ่งเราเผาหญ้า เผาป่า เผาขยะ ขับรถปล่อยควันดำเยอะๆ เท่ากับว่าเรากำลังรมควันตัวเอง
.
ปัญหาหมอกควันเมืองเชียงใหม่
หมอกควันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองเชียงใหม่แต่อย่างใด ยังหลงเหลือคำบอกเล่าเก่าๆ จากผู้คนในอดีตว่า
เมื่อใดที่กลางวันมีแดดส่อง แต่กลับมองไม่เห็นดอยสุเทพ แสดงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเมืองเชียงใหม่ตามมา
การมองไม่เห็นดอยสุเทพในอดีตนั้น แสดงว่าต้องเกิดภัยแล้งขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดไฟป่าลุกลามไปทั่ว
สำหรับยุคสมับที่ผู้คนยังต้องพึ่งพิงธรรมชาติ นี่คือหายนะที่สามารถทำให้หมู่บ้านขนาดเล็กล่มได้เลยทีเดียว
เหตุการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเชียงใหม่ไม่มากก็น้อย
.
ปัจจุบัน ไฟป่าที่เกิดตามธรรมชาติ กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ในตำราเรียนเก่าๆ เท่านั้น
ปัญหาหมอกควันผิดปรกติทั้งความรุนแรงและระยะเวลา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น เช่น
- การเผาป่า (ตั้งแต่ระดับพื้นๆ เช่น หาเห็ดหาผักหวาน ไปจนถึงระดับนายทุนจ้างวานให้ชาวบ้านบุกรุกพื้นที่)
- การเผาขยะ (ตั้งแต่ระดับพื้นๆ เช่น เผาเศษใบไม้ในเขตบ้าน ไปจนถึงระดับเผาซังข้าวในท้องนานับสิบๆ ไร่)
- ควันจากยานพาหนะ (รถชนิดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นพรวดพราด)
.
ปัจจัยเสริม
- ลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะ มีภูเขาสูงล้อมรอบ เอื้อต่อการสะสมตัวของหมอกควัน (แก้ไขไม่ได้)
- สภาพอากาศแปรปรวน เช่น อุณหภูมิผิดปรกติ กระแสลมผิดปรกติ หรือฝนทิ้งช่วงเนื่องจากสาเหตุต่างๆ
- กิจกรรมภายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การเผาป่า หักร้างถางพงในประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน
.
ดัชนีคุณภาพอากาศ
ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เป็นการรายงานคุณภาพอากาศให้ทราบแบบง่ายๆ
คำนวณโดยเทียบจากมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ของสารมลพิษทางอากาศ 5 ประเภท
สารมลพิษทางอากาศประเภทใดมีค่าสูงสุดก็จะใช้เป็นดัชนีคุณภาพอากาศของวันนั้น ประกอบด้วย
- ก๊าซโอโซน (O3) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
- ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
- ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 8 ชั่วโมง
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
- ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
.
.

ภาพ : เกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศที่ใช้ในประเทศไทย
.
สำหรับ แอ่งเชียงใหม่ ถ้าไม่นับนิคมอุตสาหกรรมลำพูนแล้ว ฝุ่นละอองขนาดเล็กกลายเป็นปัญหาระดับชาติ
เชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่ชาวต่างชาติเข้ามาพักอาศัยเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหัวเมืองปกครองตนเอง
มีทั้งสถานกงสุลอังกฤษและฝรั่งเศสตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งน้ำปิง มีคณะมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนามากมาย
เมื่อเปรียบเทียบค่าครองชีพแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ชาวต่างชาติจะย้ายมาอาศัยอยู่อย่างถาวรในเชียงใหม่
และจากเดิมที่มักเห็นแต่ฝรั่งนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ เฉพาะย่านตลาดไนท์บาซาร์หรือริมคูเมืองเชียงใหม่
แต่ปัจจุบันนี้ฝรั่งถีบจักรยานสบายใจเฉิบไปถึงดอนจั่น (ชายขอบเทศบาลนครเชียงใหม่ซึ่งเคยบ้านนอกสุดๆ)
.
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเช่นกัน ที่ตอนเกิดปัญหาหมอกควันอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2550
ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น
แต่โชคร้ายที่ปัญหาหมอกควันในปีนั้น เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของรัฐบาลชั่วคราวที่มาจากการรัฐประหาร
หน่วยงานของรัฐใส่เกียร์ว่างเป็นแถบๆ ปล่อยให้เชียงใหม่ปกคลุมด้วยฝุ่นละอองเกินมาตรฐานนานครึ่งเดือน
บางหน่วยงานก็พยามยามออกข่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด เพราะกลัวนักท่องเที่ยวหนีหาย
พอนักท่องเที่ยวเห็นสภาพจริงก็เกิดกระแสปากต่อปาก เล่นเอาผู้ประกอบการโรงแรมในช่วงนั้นแทบล้มทั้งยืน
.
แต่สำหรับปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ.2551 ดูเหมือนหน่วยงานรัฐจะโชคดีมากครับที่มีตัวช่วย
ค่า PM10 พุ่งสูงเกินมาตรฐานระลอกแรกเมื่อ 6-8 มีนาคม แต่ว่าเกิดฝนตกหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตาในวันที่ 9
จนหมอกควันในอากาศลดลงอย่างชัดเจน ต้อนรับการมาเยือนของคณะทำงานเรื่องปัญหาหมอกควันพอดี
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ส่วนหมอกควันระลอกสองเมื่อ 23-24 มีนาคมที่ผ่านมา ค่า PM10 พุ่งสูงเกิน 200
มีแนวโน้มว่าจะแข่งทำสถิติกับปีก่อน ก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงทางตอนเหนือและใต้ของเชียงใหม่
ในเขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จนค่า PM10 ลดสู่สภาวะปรกติอีกครั้ง
.
.

ภาพ : ค่า PM10 สูงสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551
.
เดือนมีนาคมปีต่อไป เรามารอดูกันนะครับว่าปัญหาหมอกควันเมืองเชียงใหม่ จะมีโชคช่วยแบบปีนี้อีกหรือไม่
.
.
.
Related Links
ยังขยันเผากันทุกวี่วันเลยครับ...
จะรอดไหมปีนี้
#1 By ผ่านเลนส์ on 2008-03-25 19:04