.
อ่านชื่อ Entry แล้วคอหนังอย่าพึ่งจินตนาการว่าข้าวราคาแพงด้วยเรื่องกุ๊กกิ๊กหวานแหววแบบวัยรุ่นนะครับ
กับสถานการณ์ "ข้าวยากหมากแพง" ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจริงๆ
.
.

ภาพ : ปริมาณผลผลิตข้าว ของกลุ่มประเทศผู้ผลิตข้าว 10 อันดับแรก (หน่วย : ล้านตัน)
.
จีนและอินเดีย เป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ก็เป็นผู้บริโภคข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกเช่นเดียวกัน
ผลผลิตข้าวแทบทั้งหมดของจีน ถูกใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศ เช่นเดียวกับอินโดนีเซียและบังคลาเทศ
ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ส่งออกข้าวมากสุดอันดับ 1 ของโลก เหนือกว่าอินเดียและเวียดนามตามลำดับ
.
.

ภาพ : ปริมาณการนำเข้าและส่งออกข้าว ของกลุ่มประเทศผู้ผลิตข้าว (หน่วย : ล้านตัน)
.
- สีเขียว หมายถึงปริมาณการส่งออก
- สีแดง หมายถึงปริมาณการนำเข้า
- ข้อมูลของจีน ผมหักลบปริมาณการส่งออกจากปริมาณการนำเข้าแล้ว
- ผลผลิตข้าวของปากีสถาน อยู่ที่ 6-8 ล้านตันต่อปี ไม่ติดสิบอันดับแรก
แต่ ปากีสถานส่งออกข้าวโดยเฉลี่ย 2 ล้านตันต่อปี ติดอันดับโลกเช่นกัน
.
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก IRRI (สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ) กับ NFI (สถาบันอาหาร) ต่างกันค่อนข้างมาก
ผมตัดสินใจเลือกใช้ข้อมูลจาก IRRI เพราะมีฐานข้อมูลการผลิต การนำเข้าและส่งออกของประเทศอื่นด้วย
.
จากสภาวะอากาศแปรปรวนทั่วโลกที่ผ่านมา พื้นที่เพาะปลูกจำนวนมากเสียหายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จีน ประสบภัยพายุหิมะร้ายแรง จนทางการประกาศห้ามส่งออกข้าว (เดิมไม่ได้ส่งออกมากมายเท่าไรอยู่แล้ว)
อินเดีย ประสบภัยแล้งหนัก จนทางการประกาศห้ามส่งออกข้าวเช่นกัน พร้อมเพิ่มภาษีส่งออกข้าวเป็นเท่าตัว
เวียดนาม ผู้ค้ารายใหญ่อีกรายที่มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับจีน ก็ประสบปัญหาสภาพอากาศเช่นเดียวกัน
เมื่อผู้ผลิตรายอื่นเกิดปัญหา ถนนค้าข้าวทุกสายจึงมุ่งมายังประเทศไทย ตามหลัก Demand & Supply
เพียง 2 เดือนแรกของปี 2551 ประเทศไทยก็ส่งออกข้าวทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.8 ล้านตัน
.
ราคาข้าวเปลือกที่ชาวหน้าเคยตากหน้าไปขายได้เกวียนละไม่กี่พัน ตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นไปถึง 12,000 บาทแล้ว
และมีแนวโน้มว่าราคาอาจขยับขึ้นไปถึงเกวียนละ 18,000 บาทจนมีคนกล่าวว่าข้าวจะแพงกว่าราคาทองคำ
เมื่อราคาข้าวแพงได้ใจขนาดนี้ พ่อค้าส่งออกจำนวนไม่น้อยย่อมนำข้าวในสต๊อกของตนส่งออกกันจ้าละหวั่น
พ่อค้าอีกส่วนหนึ่ง จำเป็นต้องซื้อข้าวเพื่อนำมาบรรจุถุงขายภายในประเทศในราคาต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย
กระทรวงพาณิชย์และวงการข้าวคาดการณ์ว่า เหตุการณ์ข้าวราคาแพงนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอย่างน้อย 2 ปี
จนกว่าประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายอื่นๆ จะฟื้นตัวจากภัยธรรมชาติ เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
.
พลังงานทดแทนก็มีส่วนทำให้ข้าวแพง
.
ตอนนี้พวกเราทุกคนคงเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า ยุคของน้ำมันราคาถูก จะไม่มีวันหวนกลับคืนกลับมาอีกต่อไป
แม้บริษัทเชื้อเพลิงจะกล่าวว่าขณะนี้มีเทคโนโลยีการขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมก็ตามที
แต่เมื่อดูตัวเลขกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ที่ผ่านเลยจุดสูงสุดไปนานแล้ว หลายคนจึงไม่อยากคาดหวังอะไรนัก
จนกระทั่งราคาน้ำมันดีเซลพลิกแซงแพงกว่าน้ำมันเบนซินบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงเป็นภาวะจำยอม
จากเดิมที่ผู้บริโภคไม่ค่อยให้ความสนใจ ปริมาณการใช้น้ำมันไบโอดีเซลหรือเอทานอลก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เกษตรกรและนายทุนรายใหญ่จำนวนไม่น้อย มองพืชพลังงานหลายชนิดที่นำมาผลิตเอทานอลกันตาเป็นมัน
เกิดศึกแย่งชิงพื้นที่ทำนาเพื่อนำไปใช้ปลูกพืชพลังงาน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อราคาข้าวขายปลีกตามท้องตลาดแน่ๆ
ก่อนหน้านี้การขาดการวางแผนพลังงานทดแทนที่ดี ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มปั่นป่วนมาทีหนึ่งแล้ว
.
ทิ้งท้าย
แม้ราคาข้าวเปลือกจะแพงได้ใจ แต่เกษตรกรพี่น้องชาวไทยก็ได้กำไรในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยครับ
เพราะว่าปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงก็ขึ้นราคาเหมือนกัน สุดท้าย คนที่รวยจริงๆ เป็นใคร ผมคงไม่ต้องบอกหรอกเนอะ
.
.
.
Related Links

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กำลังคิดว่าอีกไม่กี่ปีประเทศไทยต้องเจอหิมะตกแน่นอน

แล้วข้าวก็นะ...

#1 By KC_CRUSH on 2008-04-02 16:46

สถานการณ์ตอนนี้...เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง แบบยังไม่เห็นทางที่ราคาจะลดลงกลับมาเท่าเก่าเลยสินะครับ sad smile

ปล.ผมก็คิดเหมือนRep1ว่าอีกไม่กี่ปีหิมะจะตกที่ประเทศไทยเหมือนกันครับ(ผมคาดเดาจากสภาพความแปรปรวนของอากาศ)

#2 By SkyKiD on 2008-04-02 17:35

"เงินทองเป็นมายา ข้าวปลาสิของจริง"

ต่อให้ราคาข้าวทะลุราคาทอง ผมก็ไม่คิดว่าเกษรกรไทยจะลืมตาอ้าปากได้ครับ
แล้วเงินมันไปตกตรงไหนกันหนอ...

#3 By Little Lamb on 2008-04-02 17:53

พายุถล่มท่วมสลับกับภัยแล้ง
ข้าวจะยากหมากจะแพงทั่วพิภพ
ติดตามอยู่เหมือนกันค่ะ

พอข้าวแพงก็เกิดปัญหาตามมา
คนลักลอบไถนาคนอื่น
ลักขโมยเมล็ดพันธุ์
โจรขโมยข้าวเปลือก

อ่านข่าวทีไรสะท้อนใจ น่าสงสารชาวนา
บทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นซักหน่อย
กลับมีคนชั่วมาขโมยซะได้
อย่างงี้ต้องตัดมือทิ้ง เหอะ ๆ ๆ
tongue
บ้านเรานี่ดูไม่ค่อยมีการพัฒนาเรื่องผลผลิตซักเท่าไหร่
แล้วเกษตรกรก็ไม่เคยรวยขึ้นเลยangry smile
...ขแงแพง เงินเดือนเท่าเดิมsad smile sad smile

#7 By (^_^)/nana on 2008-04-02 19:08

มนุษย์มีปริมาณมากเกินไปแล้วจริงๆ

คราวนี้อาจจะไม่มีช่องทางเหมือนเมื่อครั้งทำการ "ปฏิวัตรเขียว" เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ก็เป็นได้

เมื่อเราใช้เทคโนโลยีช่วยถึงขีดสุด แล้วก็ไม่ทันต่อการเติบโตของมนุษย์
ถึงคราวมนุษย์ต้องมาแก้ไขที่ตัวเองแล้ว

(ประเทศยากจนและด้อยพัฒนา เป็นปัญหามากที่สุดในด้านประชากร ตลกดีที่ต้องยอมรับว่า ไม่ว่ายังไงอนาคต ปริมาณคนด้อยพัฒนาจะยิ่งสูงขึ้น และคนที่พัฒนาแล้วจะเหลือน้อยลงๆ, แล้วโลกก็ต้องเข้าสู่กลียุคอยู่ดี)

#8 By Detonator on 2008-04-02 19:24

เพิ่งเห็นคำว่า "ปฏิวัติเขียว" พิมพ์ผิด - -! ขออภัย

#9 By Detonator on 2008-04-02 19:25

ที่จีนพึ่งปรับเงินเดือนขั้นต่ำขึ้นอีกแล้วครับ เพราะข้าวของแพง
ข้าวแพงทำไมไม่กินขนมแทนล่ะครับ :P....

/me เผ่น
^
^
เพิ่มๆ
เป็นคำพูดของพระนางมารีย์อังตัวเนต์
อยากให้เพิ่มอีกประเด็นนึง

การที่ชาวนาไม่ได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้นเท่าไหร่
เป็นเพราะว่าชาวนาไม่มีโกดังเก็บข้าวเปลือกด้วย
เก็บเกี่ยวมาได้ ก็ต้องนำไปขายโรงสี/ตลาดกลางค้าข้าวทันที

หรือสรุปตรงตัวว่า คนที่กำไร คือ คนที่มีข้าวอยู่ในโกดังครับ

#13 By PaePae on 2008-04-02 21:36

จำนวนมนุษย์ยังไม่ได้มีมากเกินไป

ที่มีมากเกินไป คือ "ความเห็นแก่ตัว"

#14 By gomora on 2008-04-02 22:46

#14 พี่นุก
ตามข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ผมไม่อาจเห็นตามในเรื่องนี้ได้จริงๆ :)

พุทธพจน์ บางอย่าง ก็ไม่ได้พูดในลักษณะของ ปรมัติสัจจะ
ณ ช่วงเวลานั้นอาจจะจริง
แต่ตอนนี้คงไม่ใช่
และอนาคต ก็อาจจะไม่ใช่

ต้องดูด้วยว่า นิยาม "เห็นแก่ตัว" ของพี่นุกคืออะไร
เพราะที่ผมบอกว่ามนุษย์มากเกินไป
นั้นคิดในกรณีที่ มนุษย์ใช้อาหารกินเพียงแค่พออิ่ม, หรือกินน้อยแค่ไหนก็ตาม
จะมีวันหนึ่ง ที่ไม่สามารถปลูกอาหารได้พอกับจำนวนคนอยู่ดี ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาประชากรล้นหลาม ในประเทศด้อยพัฒนา หรือกำลังพัฒนา ให้ได้ก่อน

#15 By Detonator on 2008-04-03 00:16

ผมมองแบบนี้

จากอดีต ถึงปัจจุบัน เทคโนโลยี ในการผลิตอาหาร ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ได้ปริมาณมากขึ้น ในพื้นที่ และเวลาที่น้อยลง

แต่ปริมาณที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ไปรองรับผู้คนที่ยากจน ไม่มีจะกิน กลับมาแออัดกันอยู่แต่ในประเทศ หรือกลุ่มคนที่มีฐานะ มีอันจะกินจนล้นเหลือทิ้งขว้างกัน

ส่วนที่แจกจ่ายให้กับ กลุ่มคนที่ไม่มีจะกิน ยังมีน้อยกว่าส่วนที่เหลือกิน ทิ้งขว้างซะอีก



แต่เห็นด้วยนะ ที่ว่า ยังไงๆ ก็ต้องมีวันหนึ่ง ที่อาหาร ไม่เพียงพอจะแจกจ่ายทุกๆคนอยู่ดี


#16 By gomora on 2008-04-03 09:42

อีกหน่อยคงไม่มีข้าวกิน

เบื่อจังเลยประเทศนี้ -*-
อีกหน่อยข้าวของคงแพงเหมือนญี่ปุ่น
ปัจจุบันเวียดนามนำไทยไปแล้ว
แต่คนไทยก็ยังไม่รู้สึกตัว
และรัฐบาลก็ยังไม่แก้ไข
ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ

ปุจฉา ปัญหาทุกอย่างเกิดจากธรรมชาติใช่ไหม

วิสัชณา ปัญหาทุกอย่างเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทุกคน

เรามาขุดหัวมันกินกันเถิด ชะเอิง เงิง เงย~~
ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทั่วโลกละครับ หิมะก็เพิ่งตกที่อิรักไปหยกๆ จีนก็มีข่าวภัยจากอากาศแปรปรวน

ความพอเพียงอาจใช้ไม่ได้ผลในอนาคต???

มิจฉาชีพเยอะขึ้น???

ตามมาด้วยปัญหาพลังงานไม่เพียงพอ ทำให้ราคาสูงขึ้น???

เพราะปัญหาประชากร หรือปัญหาการบริหารทรัพยากรดีล่ะครับ