.
เฟื่อง (ว.) แปลว่า ปราดเปรื่อง
.
22 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก ถึงแม้ความตื่นตัวเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมจะมีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้ผลจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมจะย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้เห็นชัดเจนกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าวิถีชีวิตที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างไร้ประสิทธิภาพก่อให้เกิดปัญหามากมายกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้จะทราบว่าเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์ 1 รถบรรทุกจะมีขยะตามมา 32 รถบรรทุกก็ตาม
แต่ การจะให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าเราจะมองไปที่ตัวเลขหรือค่าสถิติไหน
มนุษย์ส่วนใหญ่ ยอมจ่ายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย การบริโภคได้มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ไม่น้อยไปกว่าเดิม
มากกว่าจะยอมจ่ายเพื่อลดความสะดวกสบาย การบริโภคได้น้อยลง แลกกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ดี
ดังนั้น Entry นี้จะกล่าวถึงวิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี เพราะคงแก้ที่ตัวมนุษย์ไม่ได้แล้ว...
.
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มาแรงที่สุดตอนนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องโลกร้อน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงทฤษฎีหรือสถิติอะไรๆ
แค่ปิดเครื่องปรับอากาศแล้วออกไปอยู่ในที่โล่ง (ไม่จำเป็นต้องกลางแดด) เพียง 5 นาทีก็จะรู้ซึ้งเองแหละครับ
เดี๋ยวเรามาลองดูกันว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ซึ่งแห่กันมาประชุมกันที่ NASA เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2549
BBC นำมาทำเป็นรายการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2550 (ใครที่ชอบดู Discovery น่าจะเห็นมานานแล้ว)
พวกเขานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาโลกร้อนด้วยเทคโนโลยีสติเฟื่อง (ช่างหัวพฤติกรรมมนุษย์) อย่างไรกันบ้าง
.
http://video.google.com/videoplay?docid=286000425078890061
^ เน็ตแรงก็โหลดโลด
.
.

อันดับ 5 : Sunshade : ร่มกันแดดในอวกาศ
วิธีนี้เป็นการส่งกระจกจำนวน 16 ล้านล้านชิ้น ไปลอยเกาะกลุ่มอยู่ในวงโคจรสถิตระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์
คาดว่าจะช่วยหักเหแสงแดดได้สัก 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเป็นพลังงานที่มาถึงโลกแล้วก็ถือว่าลดลงได้มากโขอยู่
ปัญหาคือ ถ้าใช้กระสวยอวกาศแบบเดิม จะสิ้นเปลืองงบประมาณในการขนส่งกระจกออกสู่อวกาศมากสุดๆ
หรือต่อให้ใช้รางแม่เหล็กไฟฟ้าขนส่ง (ความยาวแนวดิ่ง 2 กิโลเมตร) ก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีว่าใครจะกล้าออกเงิน
แถมถ้าหากเกิดปัญหากับกระจกซึ่งลอยเท้งเต้งอยู่ในอวกาศ การแก้ไขปัญหาก็ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมากมาย
.
.

อันดับ 4 : Cloud Making : เมฆสะท้อนแสง
นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจต่อเมฆบางชนิดในชั้นบรรยากาศด้านบน ซึ่งมีรูปแบบที่สะท้อนแสงอาทิตย์สูง
โดยนำเสนอกองเรือเลี้ยงเมฆซึ่งจะตีน้ำทะเลให้เป็นฟองละเอียดระเหยขึ้นไปช่วยให้เมฆในบริเวณนั้นหนาขึ้น
เรือเลี้ยงเมฆจะใช้แรงลมในการเคลื่อนที่จึงไม่ก่อมลภาวะและสามารถส่งไปยังสถานที่ที่มีเมฆตามที่ต้องการ
แต่ยังมีข้อสงสัยถึงเรื่องสัมฤทธิผลและความทนทานต่อคลื่นลมในทะเล ถ้าหากเมฆที่ต้องการอยู่ในเขตพายุ
สถานที่เกิดเมฆ ความชื้นในอากาศ กระแสลม ฯลฯ ตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้รู้สึกจะมีมากเกินไปหน่อยหรือไม่ ?
.
.

อันดับ 3 : Sulphur Screen : ม่านกำมะถัน
นักวิทยาศาสตร์สนใจกรณีภูเขาไฟพินาตูโบระเบิดในทศวรรษก่อน จนอุณหถูมิเฉลี่ยของโลกลดลง 0.6 องศา
แต่สิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์ แต่เป็นกำมะถันที่ถูกปล่อยจากการระเบิดของภูเขาไฟต่างหาก
โดยนักวิทยาศาตร์เสนอแนะให้ยิงจรวดบรรจุกำมะถัน 1 ล้านตัน ขึ้นไปปล่อยในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์
น่าสนใจตรงที่ผู้นำเสนอวิธีการนี้คือ พอล ครุตเซ่น ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบช่องโหว่ของชั้นโอโซน
แต่วิธีการนี้ยังมีข้อกังวลอยู่ว่าถึงจะลดอุณหภูมิของโลกได้จริง จะมีผลกระทบทำให้เกิดฝนกรดเพิ่มขึ้นหรือไม่
.
.

อันดับ 2 : Phytoplankton : การให้อาหารมหาสมุทร
ไฟโตแพลงตอนเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อาหารล่างสุดของมหาสมุทร เป็นอาหารของเหล่าสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร
ขณะไฟโตแพลงตอนสังเคราะห์ด้วยแสงมันจะปล่อยออกซิเจนออกมาและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในตัว
เมื่อไฟโตแพลงตอนตายมันจะจมลงสู่ก้นทะเล พร้อมนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในตัวลงไปยังก้นทะเลด้วย
สารอาหารที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือ ยูเรีย ในปุ๋ยไนโตรเจนซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณไฟโตแพลงตอนได้เป็นอย่างดี
โดยจะปล่อยยูเรียเฉพาะพื้นที่ที่มีไฟโตแพลงตอนน้อย เพื่อป้องกันการขยายตัวมากเกินไปจนสิ่งมีชีวิตอื่นตาย
ไฟโตแพลงตอนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีไฟโตแพลงตอนอยู่แล้วจะช่วยเพิ่มการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็สามารถปิดท่อส่งยูเรีย แล้วไฟโตแพลงตอนก็จะตายไปเอง
.
.

อันดับ 1 : Artificial Trees : ต้นไม้ประดิษฐ์
หนึ่งในนักจับคาร์บอนที่เยี่ยมที่สุดในโลกนี้คือต้นไม้ ถ้าเช่นนั้นทำไมเราไม่เลียนแบบการทำงานของมันเลยล่ะ
คลอส แลคเนอร์ ผู้เสนอวิธีการนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก โครงงานวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนของลูกสาวเขาเอง
โดยเป่าอากาศเข้าไปในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ก็สามารถแยกเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาได้ง่ายๆ
เขาจึงนำเอาโครงงานของลูกสาวมาต่อยอดในห้องทดลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดคาร์บอนฯ ได้มากขึ้น
จากนั้นนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บได้ ไปผ่านกระบวนการที่ทำให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์แบบเข้มข้น
ก่อนฉีดใส่ชั้นหินพรุนใต้ทะเลด้วยเทคโนโลยีขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งความหนาแน่นของก๊าซจะกักตัวเองไว้ข้างล่าง
.
.

ในบรรดา 5 วิธีที่กล่าวมานี้ ต้นไม้ประดิษฐ์ ดูจะเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ผลกระทบน้อยสุด
งบประมาณที่ใช้ (ในกรณีเงินภาษี) ก็ดูเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของกระทรวงการคลัง มากกว่าวิธีการอื่นๆ
ถึงแม้วิธีการทั้งหมดนี้ จะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หรือว่าวัวหายแล้วล้อมคอกก็ตาม
แต่ในเมื่อวิธีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ แถมยังไม่ต้องสิ้นเปลืองเงิน คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์
เป็นได้เพียงฝันกลางวันแสกๆ ตราบเท่าที่การบริโภคและการใช้พลังงานต่อหัวโดยเฉลี่ย ยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด
เราจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ
.
.
.
ของแถม
ไปเจอกรณีตัวอย่างหนึ่งเข้าจาก "เจ้าเก่า" (ไม่ระบุชื่อ) จะว่าขำก็ขำ แต่ Staff PK เขาคงไม่ขำด้วยแน่ๆ ครับ
เป็นกรณีเนื้อหาในกระทู้หนึ่ง (ซึ่ง Staff PK อุ้มไปแล้ว เพราะมันเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของเว็บบอร์ดแบบสุดๆ)
ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ "ตัวแทนในระบบการปกครองหนึ่ง"
โดยช่วงวรรคแรกๆ ก็กล่าวถึงความอยุติธรรมในการเข้าถึงอำนาจเพื่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีอยู่หรอกครับ
แต่ พออ่านไปวรรคหลังเข้า เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้อะไรเลยว่ากำลังเขียนแสดงความคิดแบบไหนออกมาให้เห็น
.
A) "ระบอบการปกครองของประเทศไทย คือ ระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทนราษฎร
.....แล้วผู้แทนของพวกเรา อยู่ที่ไหน??? "
.
วรรคนี้โดน Staff ทางนั้นพิจารณาว่า เข้าข่ายปลุกระดมแบบอ่อนๆ ผิดกฎการใช้บอร์ดเรื่องพาดพิงสถาบัน
รวมกับข้อความอื่นในกระทู้ ดูเหมือนเจ้าตัวไม่รู้จักบทบาทและหน้าที่ของ สว. ในการปกครองระบบนี้ด้วยซ้ำ
ไม่รู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือเปล่า หรือกาไปงั้นๆ แหละ ไม่เคยดูรายละเอียด สว.หรอก คงเหมือน สส. มั้ง
.
B) "จะดีกว่ามั้ย ถ้าคนที่จะเป็นผู้เสนอนโยบายของกระทรวงต่างๆ คือผู้นำของกลุ่มองค์กรในแต่ละด้าน"
(หรือ : "จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราเอาคนในวงการการ์ตูน เข้าไปอยู่ในกระทรวง เพื่อแก้ไขปัญหาของคนการ์ตูน")
.
วรรคนี้ฟังแล้วเหมือนจะดีนะครับ ถ้าบังเอิญมันไม่ไปคล้ายกับลักษณะเด่นของระบบคอมมิวนิสต์ข้อหนึ่งคือ
"ควบคุมการเลือกตั้ง โดยเสนอแต่ชื่อบุคคลที่ต้องการให้เลือก" (ที่เหลือหาเพิ่มเติมได้ในอินเตอร์เน็ตทั่วไป)
ก็ถูกต้องแล้วล่ะครับ ที่ Staff จะเข้ามาอุ้มกระทู้ไปเสียก่อน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้มีหวังถูกยำจนน่วมแน่นอน
อ้อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ผมไม่ได้บอกว่าคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งเลวร้ายนะครับ หลักการหลายอย่างเป็นสิ่งดี
ไม่ว่าจะประชาธิปไตย สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ฯลฯ ความเลวร้ายที่เราพบเห็นเกิดขึ้นจากบุคคล ไม่ใช่ระบบ
แต่ "เจ้าเก่า" เขาแสดงตัวว่าเป็นประชาธิปไตยสุดลิ่ม จากสารพัดกระทู้ ไม่น่ามาพลาดเรื่องพื้นๆ แบบนี้เลย
.
เมื่อรวมเข้ากับกระทู้ "สิ่งแวดล้อม" กระทู้หนึ่งใน PK ซึ่ง "เจ้าเก่า" ได้แสดงอะไรออกมาให้เห็นหลายอย่าง
ได้ข้อสรุปว่าที่ผ่านมา ผมกำลังทะเลาะกับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม แถมเป็นคอมมิวนิสต์อีกต่างหาก
หรือไม่ก็ เรากำลังทะเลาะกับคนที่ไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยแต่พยายามเรียกร้องประชาธิปไตยอีกด้วย
อ้อ ส่วนคำถามที่ค้างคา นี่ก็ผ่านมาจนจะเลย 6 เดือนแล้ว ไม่ต้องโผล่หัวมาตอบแล้วนะครับ ไปที่ชอบๆ เถอะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมว่าม่านกำมะถันกับต้นไม้เทียมนี่น่าสนใจ

#1 By welcome.to/WallSky on 2008-04-23 16:58

ต้นไม้เทียมละมั้ง - -;

phytoplankton ก็น่าสนใจ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเราก็นาจะมีปัญหาตรง มันจะมี phytoplankton บางกลุ่มที่มีสารพิษ เข้าไปสะสมกับสัตว์พวกหอย หรือกุ้ง ที่มนุษย์กินได้ด้วย (โดยเฉพาะพวกกลุ่มdinoflagellate) ถ้าเกิดมัน bloom มาพร้อมกัน แล้วตายพร้อมกัน เราจะมีผลกระทบเรื่องภูมิแพ้จากสารพิษเหล่านั้นนะสิ - - ; อาจมีผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตพวกใต้ทะเล โดยเฉพาะ ปะการัง เพราะถ้าเกิดโตไปผิดที่คงลำบากน่าดู

ร่มกันแดด ท่าทาง ประสิทธิภาพจะไม่คุ้มเสียค่ะ

ส่วน เมฆนี่เห็นด้วยกับพี่ศิชน = = จะกั้นเมฆไม่ให้วิ่งไปส่วนอื่นของโลกยังไง อะไรที่ทำงานเกี่ยวกับ จลศาสต์ของไหลนี่มันทำงานกะมันลำบากใน scale ของ large system นะ sad smile

ม่านกำมะถัน เกิดกรดซัลฟุริกแล้วเราคงจะต้องผลาญทรัพยากรมาสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่

#2 By RayOn on 2008-04-23 17:23

เห็นด้วยกับพี่วอล
จริงๆเรือสร้างเมฆก็น่าสนใจดี (กลับกันมาสร้างบนบกก็น่าจะได้??)
*รู้สึกเหมือน หมอกในC&Copen-mounthed smile

#3 By GinG Freecss on 2008-04-23 17:27

ร่มอวกาศ sad smile


คิดยังกะการ์ตูนเ็ด็กแน่ะครับ คนเสนอนี่กล้าเนอะ sad smile




โดยส่วนตัวผมว่า เรือเลี้ยงเมฆนี่เข้าท่าดีนะฮะ
เหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์เลย confused smile

#4 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-23 17:33

ลุงนั่งดูอยู่นะ ติดใจก็เรื่องของม่านกำมะถันนี่แหละ ถ้าจะทำจริงก็น่าคิดนะ กลัวจะเหมือนกันกับก๊าซเฮลอน ที่ตอนใช้ไม่ทราบถึงผลกระทบที่จะตามมา

#5 By देवता on 2008-04-23 17:49

หวังว่าจะไม่ทำเหมือนในเมทริกที่ปล่อยควันดำขึ้นไปบังแสงอาทิตย์
น่าดีใจนะครับที่ยังพอมีคนรู้วิชาที่ประยุกต์ใช้ได้ในช่วงกลียุคแบบนี้
ถ้าต้นไม้ประดิษฐ์มันไม่ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าต้นไม้ปกติ 5-10 เท่าล่ะก็ ปลูกต้นไม้ธรรมดาดีกว่า sad smile เปลืองเนื้อที่เหมือนกัน แต่ได้ประโยชน์หลากหลายกว่าด้วย เหอะๆๆ

คนเรานี่ก็แถไปได้เรื่อยๆเนาะ ไม่ขุดรูไปสร้างเมืองใต้ดินเลยล่ะ หมดปัญหาโลกร้อนแหงๆ พอแก่ตัวก็ไปโดดลาวาตายซะ (ฮาๆ)

#9 By LUMiN on 2008-04-23 19:00

ต้นไม้เทียม !

#10 By iMase on 2008-04-23 19:01

แจ๋วจัง
ร่มอวกาศนี่คิดได้ไงเนี่ย!

#11 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-04-23 19:30

ถึงแม้วิธีการทั้งหมดนี้ จะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หรือว่าวัวหายแล้วล้อมคอกก็ตาม
แต่ในเมื่อวิธีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ แถมยังไม่ต้องสิ้นเปลืองเงิน คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์
เป็นได้เพียงฝันกลางวันแสกๆ ตราบเท่าที่การบริโภคและการใช้พลังงานต่อหัวโดยเฉลี่ย ยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด
เราจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ

จริงอย่างแรง เห็นด้วยสุดๆ

#12 By คนธรรมดา on 2008-04-23 19:31

ความคิดแต่ละข้อ บรรเจิดสมกับเป็นนักวิทยาศาสตร์นะครับ
คือ จะทำอะไร ก็ทำสุดๆไปเลย

ปล.ตรงของแถม ใน exteen ก็มีครับ เนื้อหาเีดียวกันเลย http://democrathai.exteen.com/

#13 By D û D e ` z on 2008-04-23 20:11

ต้นไม้เทียม ทำไมไม่ปลูก้นไม่จริงไปซะเลยหว่า เหอๆ

#14 By ฟิวส์ on 2008-04-23 20:16

น่าสนใจคือต้นไม้ประดิษฐ์นะ แต่ความร่มรื่นก็ไม่น่าจะชดเชยชองจริงได้
ขอเอาไปแปะได้ไหมคะ(ให้เครดิตไว้แล้วนะ)
เนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ

#16 By WaN on 2008-04-23 20:40

1 2 น่าสนนะครับ
ร่มนิ มันจะไม่เป้นอุปสักต่อดาวเทียม กระสวย สถานีเอากาศรึ - -

ม่านกำมะถัน.........ฝนนรก - -sad smile

#17 By หมีขั้วโลก™ on 2008-04-23 21:24

ต้นไม้เทียมนี่ดูจะทำได้จริงมากที่สุดแล้วมั้งคะsad smile

#18 By saya chan on 2008-04-23 22:15

ม่านกำมะถันท่าทางจะเสี่ยงครับ คงไม่มีใครยอมเสียสละทดลองในพื้นที่ตัวเองแน่ๆครับ(ถ้าบอกว่าชนกลุ่มน้อยต้องเสียสละอยู่ร่ำไปก็.... หรือถ้าให้ประเทศซึ่งใช้พลังงานมากสุดเสียสละ ....เหอๆๆ ไม่พูดต่อดีกว่าquestion)

ต้นไม้เทียมเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆเลยล่ะครับ ถ้าฟลุคๆอาจจะได้น้ำมันเพิ่มขึ้นด้วย เพราะคาร์บอนถูกอัดลงไปอยู่ด้านล่าง(รึเปล่า- -')confused smile

#19 By SkyKiD on 2008-04-23 22:16

แต่ละความคิดช่างล้ำจริงๆ คิดว่าถ้าเวลาผ่านไป ก็จะยิ่งมีไอเดียบรรเจิดกว่านี้ออกมาอีกแน่เลยครับ ผมว่าการใช้ Phytoplankton : การให้อาหารมหาสมุทร จะเป็นวิธีดูเหมือนจะง่ายสุดนะ

เหมือนพวกผักตบชวาที่โตเร็วเพราะน้ำทิ้งจากการซักผ้าเลย sad smile

#20 By tamanxzg on 2008-04-23 22:18

สนใจแพลงตอนแหะ แต่มันน่าจะเสี่ยงกะสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น
ส่วนต้นไม้ปลอม น่าสนใจตรงการดูดCo2 แต่ไม่ค่อยชอบใจที่ต้องไปยัดลงใต้ดินแหะ ไม่ค่อยเชื่อเท่าไรกับการอัดCo2ในหลุมอดีตน้ำมันใต้ดิน แล้วจะไม่มีผลกระทบแปลกๆตามมา ถึงจะยังนึกไม่ออกว่าจะเกิดอะไร แต่ไม่ค่อยวางใจอ่ะ sad smile

#21 By Ellebazi on 2008-04-23 22:57

ไม่วางใจการอัดก๊าซลงดินน่ะนะครับแต่ก็เป็นทางที่เป็นไปได้ที่สุด...


ว่าแต่อันดับนี่ จัดตามอะไรรึครับembarrassed

#22 By 「Mysteryくん」 on 2008-04-23 23:39

ก็แจ๋วดีนะครับ แต่ไม่มีใครคิดแก้ที่ต้นตอบ้างหรือ
อย่างพวกพลังงานทดแทนที่ดีกว่าพลังงานจากพืช

#23 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-24 00:10

ผมว่าปลูกต้นไม้จริงดีกว่าคับcry
วิธีง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ ถ้ารักโลกของเราคับopen-mounthed smile
Hot! Hot! Hot!

#24 By seaugpor on 2008-04-24 00:34

แต่ท้ายสุดของท้ายสุดแล้ว
มันอยู่ที่จิตสำนึกของคนค่ะ
เทคโนโลยีคงช่วยเราได้ถึงเพียงแค่จุดหนึ่งเท่านั้น

ละกิเลสบ้างก็ดี โลกเราสะท้อนเราเองHot!

#25 By miskey on 2008-04-24 01:09

กลัวแต่ว่าการฝืนธรรมชาติเกินจะส่งผลให้เกิดปัญหาใหม่ที่ต้องแก้วนไปเวียนมาอีกน่ะสิ

#26 By Blade on 2008-04-24 01:53

ผมว่าไม่เห็นจะเข้าท่าสักวิธี

คนเรานี่ก็แปลกแสนแปลก ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าปัญหาทั้งมวลเกิดจากการฝืนธรรมชาติ ก็ยังจะหาวิธีที่ไม่เป็นธรรมชาติไปซ้อนมันเข้าไปอีก

แล้วต่อไปโลกมันจะเป็นยังไงหนอ...

#27 By Yymnoy on 2008-04-24 03:07

อ่านแล้วแอบสะเทือนใจ เพราะพฤติกรรมมนุษย์มันเกินเยียวยาจริงๆเลยต้องหาทางออกกันแบบนี้สินะ..
ต้นไม้ประดิษฐ์เข้าท่าสุดแล้ว ส่วนร่มอวกาศ...คิดมาได้

ขอแอ๊ดบล็อกนะคะHot! Hot! Hot!
Hot! มีสาระแบบนี้แถมให้เยอะๆdouble wink

#28 By Sine-eang on 2008-04-24 03:11

กว่าจะสร้างต้นไม้เทียมได้ใช้ พลังงานไปอีกเท่าไรหนอ...

ผมชอบ แพลงตอนมากกว่า

มันซับซ้อนกว่าดี..

และน่าจะทำให้ปลาอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย

Chain rules ข้อเดียวที่ถูกปลด
ทั้งเส้น สะเทือน

#29 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-24 08:16

ดูท่าทางเปลืองงบน่าดู

จะเป็นการรบกวนระบบธรรมชาติเกินไปมั้ย?

#30 By antzzer on 2008-04-24 09:23

ไฟโตแพลงก์ตอนน่าจะเวิร์ค...

#31 By c vane on 2008-04-24 10:28

ขอเสนอวิธีอีกวิธีครับ แก้ปัญหาที่ต้นตอ

"จำกัดจำนวนประชากรโลก"

- แบบซอฟท์ๆ ก็ให้มีลูกได้ครอบครัวละ 1 คน ลูกที่อังเอิญเกินมาก็แช่แข็งไว้เก็บไว้เป็นอวัยวะสำรองให้คนในครอบครัว ถือเป็นการประหยัดค่ารักษาพยาบาล แถมไม่ต้องใช้พลังงานผลิตยาบางตัว

- แบบฮาร์ดคอร์ก็ส่ง CIA ไปประเทศโลกที่ 2 และ 3 ยุแยงให้ฆ่าล้างเผ่าเผ่าพันธุ์โดยขายอาวุธชีวภาพให้ในราคาถูก (ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม) เท่านี้ประชากร(โลกที่ 1) ก็จะมีทรัพยากรใช้ได้อย่างพอเพียง จัดการทรัพยากรง่าย ส่วนเงินที่ได้จากการขายอาวุธก็เอามากู้โลกร้อนอีกที เท่านี้มนุษย์ (โลกที่ 1) ก็รอดพ้นจากภัยโลกร้อน เฮ~~~

ล้อเล่นครับ question

#32 By Little Lamb on 2008-04-24 10:48

ต้นไม้เนี่ยเจ๋งจริง

แพลงตอนฟังดูดีแต่พออ่านจากที่เจ๊ Rayon คอมเมนท์มาก็ อ้อ หรือไม่งั้นก็ต้องงดกินอาหารทะเลกันหล่ะ ... จะว่าไปก็ดีนะ อย่างน้อยก็ได้ฟื้นฟูทางทะเลไปด้วยอีกต่อ

#33 By gsawa on 2008-04-24 11:43

ลุงแกะ ถ้างั้นประเทศจีนเขาคงตื่นตัวเรื่องนี้กันมาก เพราะจำกัดลูกมาหลายปีแล้วsad smile
ชอบตรงของแถมจริงๆ

ไม่ว่าจะวีธีไหนก็ตาม ขอให้มันแก้ปัญหาดลกร้อนได้ก็พอครับ

#35 By Whip on 2008-04-24 16:51

เดี๋ยวขอเอาไปเขียนต่อยอดบ้างได้มั๊ยครับ ท่าทางน่าสนใจดีopen-mounthed smile

#36 By tenshi on 2008-04-24 17:15

#36
ตามสะดวกครับ big smile

#37 By Chubby Chocobo on 2008-04-24 19:48

4วิธีหลังนี้ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้นะ
วิธีที่1เป็นวิธีที่ดูดีสุดจริงๆอ่ะแหละopen-mounthed smile

#38 By cha_o_chan on 2008-04-24 20:46

ชอบต้นไม้เทียมนี่ล่ะ...

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามที..สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้
ก็คงจะหนีไม่พ้นเราๆนี่ล่ะเน้อ...เหอๆ...
อย่างน้อยๆทำเป็นตัวอย่าง "ที่ดี" ใ้ห้กับคนอื่นได้ดู
ผมว่าก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรนะ...question

#39 By robocon on 2008-04-25 10:46

ช่วยกัน..
ปลูกต้นไม้ + พอเพียง
ของที่ไทยเรานี่แหละช่วยได้
ไม่ต้องประด่งประดิษฐ์อะไรมาเพิ่มปริมาณขยะ

ส่วนของแถมนี่..เอ่อ..น่ากลัวจัง..sad smile

#40 By \\(..U 3U..)// on 2008-04-25 11:47

ถ้าการใช้พลังงานทำให้เกิด CO2

แล้วถ้า CO2 ทำให้โลกร้อน

ถ้างั้นทางแก้ไขปัญหา(ที่ปลายเหตุ)ที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการประดิษฐ์อะไรซักอย่างที่สามารถใช้ CO2 เป็นพลังงานได้สิ


นี่คือผมคิดแบบโง่ๆเลย ทุกอย่างน่าจะมีสมดุลของมัน แล้วที่โลกร้อนอยู่ทุกวันนี้คงเกิดจากอะไรซักอย่างเสียสมดุล ทางแก้ปัญหาก็คือทำให้ระบบมันหมุนเวียนได้อีกครั้ง

การป้องกัน แม้กระทั่งรักษา มันไม่น่าจะแก้ปัญหาได้ทันการ แต่ควรจะสร้างกระบวนการที่แก้ปัญหามากกว่า

... นี่คือมุมมองจากคนไร้ความรู้ครับ พูดมั่วแต่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ

#41 By 609 on 2008-06-12 04:40