วันคุ้มครองโลกกับ 5 วิธีกู้โลกสติเฟื่อง
posted on 23 Apr 2008 16:43 by chubby in Environment.
เฟื่อง (ว.) แปลว่า ปราดเปรื่อง
.
22 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก ถึงแม้ความตื่นตัวเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมจะมีมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้ผลจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมจะย้อนกลับมาสร้างความเดือดร้อนให้เห็นชัดเจนกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าวิถีชีวิตที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างไร้ประสิทธิภาพก่อให้เกิดปัญหามากมายกว่าสมัยก่อน
ถึงแม้จะทราบว่าเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์ 1 รถบรรทุกจะมีขยะตามมา 32 รถบรรทุกก็ตาม
แต่ การจะให้ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าเราจะมองไปที่ตัวเลขหรือค่าสถิติไหน
มนุษย์ส่วนใหญ่ ยอมจ่ายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย การบริโภคได้มากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ไม่น้อยไปกว่าเดิม
มากกว่าจะยอมจ่ายเพื่อลดความสะดวกสบาย การบริโภคได้น้อยลง แลกกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ดี
ดังนั้น Entry นี้จะกล่าวถึงวิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี เพราะคงแก้ที่ตัวมนุษย์ไม่ได้แล้ว...
.
ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มาแรงที่สุดตอนนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องโลกร้อน ไม่จำเป็นต้องพูดถึงทฤษฎีหรือสถิติอะไรๆ
แค่ปิดเครื่องปรับอากาศแล้วออกไปอยู่ในที่โล่ง (ไม่จำเป็นต้องกลางแดด) เพียง 5 นาทีก็จะรู้ซึ้งเองแหละครับ
เดี๋ยวเรามาลองดูกันว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์ซึ่งแห่กันมาประชุมกันที่ NASA เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2549
BBC นำมาทำเป็นรายการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2550 (ใครที่ชอบดู Discovery น่าจะเห็นมานานแล้ว)
พวกเขานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาโลกร้อนด้วยเทคโนโลยีสติเฟื่อง (ช่างหัวพฤติกรรมมนุษย์) อย่างไรกันบ้าง
.
http://video.google.com/videoplay?docid=286000425078890061
^ เน็ตแรงก็โหลดโลด
.
.

อันดับ 5 : Sunshade : ร่มกันแดดในอวกาศ
วิธีนี้เป็นการส่งกระจกจำนวน 16 ล้านล้านชิ้น ไปลอยเกาะกลุ่มอยู่ในวงโคจรสถิตระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์
คาดว่าจะช่วยหักเหแสงแดดได้สัก 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเป็นพลังงานที่มาถึงโลกแล้วก็ถือว่าลดลงได้มากโขอยู่
ปัญหาคือ ถ้าใช้กระสวยอวกาศแบบเดิม จะสิ้นเปลืองงบประมาณในการขนส่งกระจกออกสู่อวกาศมากสุดๆ
หรือต่อให้ใช้รางแม่เหล็กไฟฟ้าขนส่ง (ความยาวแนวดิ่ง 2 กิโลเมตร) ก็ยังน่าสงสัยอยู่ดีว่าใครจะกล้าออกเงิน
แถมถ้าหากเกิดปัญหากับกระจกซึ่งลอยเท้งเต้งอยู่ในอวกาศ การแก้ไขปัญหาก็ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมากมาย
.
.

อันดับ 4 : Cloud Making : เมฆสะท้อนแสง
นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจต่อเมฆบางชนิดในชั้นบรรยากาศด้านบน ซึ่งมีรูปแบบที่สะท้อนแสงอาทิตย์สูง
โดยนำเสนอกองเรือเลี้ยงเมฆซึ่งจะตีน้ำทะเลให้เป็นฟองละเอียดระเหยขึ้นไปช่วยให้เมฆในบริเวณนั้นหนาขึ้น
เรือเลี้ยงเมฆจะใช้แรงลมในการเคลื่อนที่จึงไม่ก่อมลภาวะและสามารถส่งไปยังสถานที่ที่มีเมฆตามที่ต้องการ
แต่ยังมีข้อสงสัยถึงเรื่องสัมฤทธิผลและความทนทานต่อคลื่นลมในทะเล ถ้าหากเมฆที่ต้องการอยู่ในเขตพายุ
สถานที่เกิดเมฆ ความชื้นในอากาศ กระแสลม ฯลฯ ตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้รู้สึกจะมีมากเกินไปหน่อยหรือไม่ ?
.
.

อันดับ 3 : Sulphur Screen : ม่านกำมะถัน
นักวิทยาศาสตร์สนใจกรณีภูเขาไฟพินาตูโบระเบิดในทศวรรษก่อน จนอุณหถูมิเฉลี่ยของโลกลดลง 0.6 องศา
แต่สิ่งที่พวกเขาสนใจไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์ แต่เป็นกำมะถันที่ถูกปล่อยจากการระเบิดของภูเขาไฟต่างหาก
โดยนักวิทยาศาตร์เสนอแนะให้ยิงจรวดบรรจุกำมะถัน 1 ล้านตัน ขึ้นไปปล่อยในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์
น่าสนใจตรงที่ผู้นำเสนอวิธีการนี้คือ พอล ครุตเซ่น ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบช่องโหว่ของชั้นโอโซน
แต่วิธีการนี้ยังมีข้อกังวลอยู่ว่าถึงจะลดอุณหภูมิของโลกได้จริง จะมีผลกระทบทำให้เกิดฝนกรดเพิ่มขึ้นหรือไม่
.
.

อันดับ 2 : Phytoplankton : การให้อาหารมหาสมุทร
ไฟโตแพลงตอนเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อาหารล่างสุดของมหาสมุทร เป็นอาหารของเหล่าสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร
ขณะไฟโตแพลงตอนสังเคราะห์ด้วยแสงมันจะปล่อยออกซิเจนออกมาและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในตัว
เมื่อไฟโตแพลงตอนตายมันจะจมลงสู่ก้นทะเล พร้อมนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในตัวลงไปยังก้นทะเลด้วย
สารอาหารที่นักวิทยาศาสตร์สนใจคือ ยูเรีย ในปุ๋ยไนโตรเจนซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณไฟโตแพลงตอนได้เป็นอย่างดี
โดยจะปล่อยยูเรียเฉพาะพื้นที่ที่มีไฟโตแพลงตอนน้อย เพื่อป้องกันการขยายตัวมากเกินไปจนสิ่งมีชีวิตอื่นตาย
ไฟโตแพลงตอนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีไฟโตแพลงตอนอยู่แล้วจะช่วยเพิ่มการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็สามารถปิดท่อส่งยูเรีย แล้วไฟโตแพลงตอนก็จะตายไปเอง
.
.

อันดับ 1 : Artificial Trees : ต้นไม้ประดิษฐ์
หนึ่งในนักจับคาร์บอนที่เยี่ยมที่สุดในโลกนี้คือต้นไม้ ถ้าเช่นนั้นทำไมเราไม่เลียนแบบการทำงานของมันเลยล่ะ
คลอส แลคเนอร์ ผู้เสนอวิธีการนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก โครงงานวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนของลูกสาวเขาเอง
โดยเป่าอากาศเข้าไปในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ก็สามารถแยกเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาได้ง่ายๆ
เขาจึงนำเอาโครงงานของลูกสาวมาต่อยอดในห้องทดลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดคาร์บอนฯ ได้มากขึ้น
จากนั้นนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บได้ ไปผ่านกระบวนการที่ทำให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์แบบเข้มข้น
ก่อนฉีดใส่ชั้นหินพรุนใต้ทะเลด้วยเทคโนโลยีขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งความหนาแน่นของก๊าซจะกักตัวเองไว้ข้างล่าง
.
.

ในบรรดา 5 วิธีที่กล่าวมานี้ ต้นไม้ประดิษฐ์ ดูจะเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ผลกระทบน้อยสุด
งบประมาณที่ใช้ (ในกรณีเงินภาษี) ก็ดูเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ของกระทรวงการคลัง มากกว่าวิธีการอื่นๆ
ถึงแม้วิธีการทั้งหมดนี้ จะเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ หรือว่าวัวหายแล้วล้อมคอกก็ตาม
แต่ในเมื่อวิธีการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ แถมยังไม่ต้องสิ้นเปลืองเงิน คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์
เป็นได้เพียงฝันกลางวันแสกๆ ตราบเท่าที่การบริโภคและการใช้พลังงานต่อหัวโดยเฉลี่ย ยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด
เราจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยครับ
.
.
.
ของแถม
ไปเจอกรณีตัวอย่างหนึ่งเข้าจาก "เจ้าเก่า" (ไม่ระบุชื่อ) จะว่าขำก็ขำ แต่ Staff PK เขาคงไม่ขำด้วยแน่ๆ ครับ
เป็นกรณีเนื้อหาในกระทู้หนึ่ง (ซึ่ง Staff PK อุ้มไปแล้ว เพราะมันเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของเว็บบอร์ดแบบสุดๆ)
ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ "ตัวแทนในระบบการปกครองหนึ่ง"
โดยช่วงวรรคแรกๆ ก็กล่าวถึงความอยุติธรรมในการเข้าถึงอำนาจเพื่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ดีอยู่หรอกครับ
แต่ พออ่านไปวรรคหลังเข้า เหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้อะไรเลยว่ากำลังเขียนแสดงความคิดแบบไหนออกมาให้เห็น
.
A) "ระบอบการปกครองของประเทศไทย คือ ระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทนราษฎร
.....แล้วผู้แทนของพวกเรา อยู่ที่ไหน??? "
.
วรรคนี้โดน Staff ทางนั้นพิจารณาว่า เข้าข่ายปลุกระดมแบบอ่อนๆ ผิดกฎการใช้บอร์ดเรื่องพาดพิงสถาบัน
รวมกับข้อความอื่นในกระทู้ ดูเหมือนเจ้าตัวไม่รู้จักบทบาทและหน้าที่ของ สว. ในการปกครองระบบนี้ด้วยซ้ำ
ไม่รู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือเปล่า หรือกาไปงั้นๆ แหละ ไม่เคยดูรายละเอียด สว.หรอก คงเหมือน สส. มั้ง
.
B) "จะดีกว่ามั้ย ถ้าคนที่จะเป็นผู้เสนอนโยบายของกระทรวงต่างๆ คือผู้นำของกลุ่มองค์กรในแต่ละด้าน"
(หรือ : "จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราเอาคนในวงการการ์ตูน เข้าไปอยู่ในกระทรวง เพื่อแก้ไขปัญหาของคนการ์ตูน")
.
วรรคนี้ฟังแล้วเหมือนจะดีนะครับ ถ้าบังเอิญมันไม่ไปคล้ายกับลักษณะเด่นของระบบคอมมิวนิสต์ข้อหนึ่งคือ
"ควบคุมการเลือกตั้ง โดยเสนอแต่ชื่อบุคคลที่ต้องการให้เลือก" (ที่เหลือหาเพิ่มเติมได้ในอินเตอร์เน็ตทั่วไป)
ก็ถูกต้องแล้วล่ะครับ ที่ Staff จะเข้ามาอุ้มกระทู้ไปเสียก่อน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้มีหวังถูกยำจนน่วมแน่นอน
อ้อ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ผมไม่ได้บอกว่าคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งเลวร้ายนะครับ หลักการหลายอย่างเป็นสิ่งดี
ไม่ว่าจะประชาธิปไตย สังคมนิยม คอมมิวนิสต์ ฯลฯ ความเลวร้ายที่เราพบเห็นเกิดขึ้นจากบุคคล ไม่ใช่ระบบ
แต่ "เจ้าเก่า" เขาแสดงตัวว่าเป็นประชาธิปไตยสุดลิ่ม จากสารพัดกระทู้ ไม่น่ามาพลาดเรื่องพื้นๆ แบบนี้เลย
.
เมื่อรวมเข้ากับกระทู้ "สิ่งแวดล้อม" กระทู้หนึ่งใน PK ซึ่ง "เจ้าเก่า" ได้แสดงอะไรออกมาให้เห็นหลายอย่าง
ได้ข้อสรุปว่าที่ผ่านมา ผมกำลังทะเลาะกับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม แถมเป็นคอมมิวนิสต์อีกต่างหาก
หรือไม่ก็ เรากำลังทะเลาะกับคนที่ไม่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตยแต่พยายามเรียกร้องประชาธิปไตยอีกด้วย
อ้อ ส่วนคำถามที่ค้างคา นี่ก็ผ่านมาจนจะเลย 6 เดือนแล้ว ไม่ต้องโผล่หัวมาตอบแล้วนะครับ ไปที่ชอบๆ เถอะ
)
#1 By welcome.to/WallSky on 2008-04-23 16:58