สรรเสริญเกินสติ

posted on 26 Apr 2008 00:25 by chubby  in Social-review

.
นิยามศัพท์
.
วิถีประชา
เป็นแบบแผนในการปฏิบัติหน้าที่ที่ทุกคนในสังคมปฏิบัติกันโดยทั่วไปจนเกิดเป็นความเคยชิน
ไม่จำเป็นต้องมีศีลธรรมและกฎหมายบังคับ ผู้ไม่ปฏิบัติตาม ก็ไม่ได้รับโทษ เพียงแค่ถูกนินทา
แต่บางประเทศอาจมีการทำร้ายร่างกายได้ ผู้ที่ทำร้ายร่างกายจะได้รับเสียงสนับสนุนมากมาย
.
จารีต
เป็นบรรทัดฐานที่ทุกคนในสังคม ต้องกระทำเป็นกระบวนการ
เป็นพฤติกรรมที่จำเป็นต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสวัสดิภาพของสังคม
จารีต มีความสำคัญกว่า วิถีประชา เป็นเรื่องของความรู้สึกว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก
ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกสังคมลงโทษหรือได้รับการตำหนิอย่างรุนแรง
ถึงจะอธิบายไม่ได้ว่าทำไปทำไม แต่ถ้ากูรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ถูก มึงก็ต้องคิดว่าถูก
.
กฎหมาย
เป็นบรรทัดฐานที่กำหนดไว้ในระเบียบแบบแผนซึ่งผู้มีอำนาจทางการปกครองได้กำหนดขึ้น
เพื่อบังคับให้บุคคลปฏิบัติตาม หรือห้ามมิให้กระทำ หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามบทบัญญัติ
กฎหมาย มีอำนาจในการบังคับ มีบทบัญญัติลงโทษ มีเจ้าหน้าที่จัดการกับผู้ทำผิดกฎหมาย
ส่วนวิถีประชาและจารีต ไม่มีอำนาจบังคับ แต่ถ้าคนกำลังคลั่ง มันก็เที่ยวบังคับคนอื่นไปทั่ว
.
.
.
หนึ่งข่าวร้อนที่ร้อนเสียจนผมไม่อยากแตะในช่วงไม่กี่วันนี้ หนีไม่พ้นเรื่องเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง
ประเด็นที่ผมสนใจ ไม่ใช่กรณีที่ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ถูกแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อ 20 กันยายน 2550
ในข้อกล่าวหา ไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล แต่อย่างใด
เนื่องจากกรณีดังกล่าว มีประมวลกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 1 หมวด 1 มาตรา 112 รองรับเอาไว้แล้ว
.
มาตรา 112
"ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี"
.
คำถามคือ การไม่ยืนตรง ขณะเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้นนั้น เป็นการหมิ่นประมาทในหลวง ใช่หรือไม่
ถ้าใช่ และสามารถพิสูจน์ได้เพราะมีพยานมากมาย ก็สามารถดำเนินคดีได้ตามที่เคยมีตัวอย่างในอดีตมาแล้ว
ความคิดเห็นของผมต่อบริบทในส่วนของ นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง จึงหมดลงตรงจุดนี้ครับ จะเอาอะไรอีกล่ะ ?
เพราะประเด็นที่ผมสนใจมันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะมีกฎหมายใดๆ รองรับอีกด้วย
.
ตัดฉับกลับมายังเหตุการณ์ต่อเนื่องซึ่งเกิดขึ้นในโรงภาพยนตร์
.
มีการบังคับให้นายโชติศักดิ์ ปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้บังคับเชื่อ นายโชติศักดิ์ไม่ปฏิบัติตาม ผู้บังคับก็ทำร้ายร่างกาย
ซึ่งพฤติกรรมของผู้ที่บังคับนายโชติศักดิ์ดังกล่าวไม่มีกฎหมายหรือมาตราใดๆ ให้การรองรับหรือสนับสนุน
คำถามคือ การที่คนคิดว่าสิ่งที่ตนเองกระทำเป็นสิ่งดีแล้วบังคับขืนใจให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม "อย่างไม่มีเหตุผล"
นอกจากอ้าง Norm (วิถีประชา) ว่า มันเป็นสิ่งที่คนอื่นๆ เขาปฏิบัติกัน ดังนั้น แกก็ต้องปฏิบัติตามด้วย ฯลฯ
.
มันต่างจากคนป่าโลกที่ 3 กำลังทำพิธีบูชาเทพเจ้าตรงไหน ?
.
นายโชติศักดิ์ ทำผิดกฎหมาย แต่เขาไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ในการเคารพเชิดชูสถาบัน (จนหน้ามืด) ของคนอื่น
และมันสะท้อนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นซ้ำซากบนโลกไซเบอร์ จนผมเคยบอกเอาไว้ว่าเบื่อหน่ายและไม่อยากยุ่งอีกแล้ว
ตั้งแต่กรณีตัวอย่าง แอบอ้างบางข้อความว่าเป็นพระบรมราโชวาท ไล่เรียงมาจนถึงเหตุการณ์ TIME 100
ซึ่งสะท้อน "สติ+ปัญญา" คนไทยจำนวนไม่น้อยต่อสถาบันเบื้องสูงได้ชัดเจนที่สุดว่าไร้เหตุผลถึงขนาดไหน
.
และที่ผมไม่พูดถึงเรื่อง "กาลเทศะ" ก็เพราะผมอยากจะอ้วกใส่ Norm ไร้มาตรฐานแบบไทยๆ มานานแล้ว
การกระทำของ นายโชติศักดิ์ เจ้าของสถานที่สามารถเชิญออกไปนอกโรงภาพยนตร์ได้ กฎหมายก็มีรองรับ
แต่ผมเกลียดพวกอ้างสถาบันเบื้องสูงเป็นกะลาคุ้มหัวเพื่อทำอะไรถ่อยๆ ที่สุด สถาบันจะล่มก็เพราะไอ้พวกนี้
พระบรมราโชวาทเคยตรัสเอาไว้ว่า เราไม่สามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ แต่เราสามารถส่งเสริมคนดีได้ฯ
ในทางปฏิบัติ พวกเราทุกคนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ จนชาชินแล้วว่า คนไทยมีนิสัยไม่อยากเห็นใครดีเกินหน้า
แต่เรื่องอ้างกฎหมู่เหนือกฎหมาย อ้างเบื้องสูงเพื่อไล่กระทืบคนให้เกิดความภาคภูมิใจนี่ ถนัดมากเลยล่ะครับ
.
กรณีเสื้อเหลือง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงจารีตที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน แล้วก็บ้าคลั่งไปกับมันสุดๆ
ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ใครที่ไม่ใส่เสื้อเหลือง กลายเป็นคนขายชาติไปเลยครับ เสื้อสีชมพูก็เกือบๆ ไปแล้ว
แต่ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในหลวงทรงฉลองพระองค์หลากสีไม่เว้นวันในเวลาดังกล่าวพอดี สะใจสุดๆ ครับ
เพราะมิเช่นนั้น คงมีจารีตที่หาเหตุผลอธิบายไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกอย่าง ให้พวกคลั่งสถาบันเอาไปใช้กันแน่
.
และอยากระบายไว้ในบล็อกนี้ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผมเกิดความมั่นใจอย่างถึงขีดสุดว่าคงไม่นาน
เพียงมีข่าวลือเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงออกมา คนพวกนี้พร้อมออกมาฆ่าคนอื่นกลางท้องสนามหลวงอีกครั้ง
ด้วยสีหน้ายิ้งแฉ่ง เต็มไปด้วยด้วยความหึกเหิม และเสียงเชียร์ ไม่ต่างจาก Comment ในเว็บบอร์ดต่างๆ
ด้วยความเคารพรักและศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูงเกิน 100 (ส่วน "สติ+ปัญญา" อาจติดลบ เพราะหน้ามืด)
.
.

.
เตรียมกล้องได้เลยครับ
.
.
.
ปล.1
สังคมที่พัฒนาแล้วไม่มีกฎหมาย จารีต หรือวิถีประชาข้อไหนที่บอกว่า "การกระทืบคน" เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
ส่วนสังคมด้อยพัฒนา เราจะพบกับความคิดเห็นเรื่องกระทืบคนนั้นคนนี้แล้วไปเสียค่าปรับ จนเป็นเรื่องปรกติ
ปากปฎิเสธว่าไม่ได้คลั่ง แต่การกระทำที่แสดงออกมันไม่ใช่เลย ว่าแล้วก็นึกถึงกรณี "หมูแฮม" ขึ้นมาตะหงิดๆ
.
ปล.2
มาตรา 112 ไม่ใช่ของใหม่ ก่อนสมุนไพรจะกู้ชาติ แฟรงค์ถูกกล่าวหาด้วยมาตรานี้ไม่เว้นวันจนมีหลายคนเชื่อ
ตอนนี้ เรามีผลไม้ที่มีชื่อเสียงในความจงรักภักดี แถมได้เครื่องราชฯ จากเหตุการณ์เดือนตาชั่ง 25XX การันตี
ขาประจำไม่สามารถใช้มาตรา 112 โจมตีได้แบบแฟรงค์ และผลไม้ก็ก้าวขึ้นมาปกครองประเทศอะไรในที่สุด
.
ปล.3
"เรื่องบางเรื่อง" สังคมไม่อนุญาตให้เสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง เพราะว่าจะถูกยำจนเละไม่เหลือแม้แต่ซาก
จากนั้นเรื่องของกาลเทศะและจารีตก็ลอยมา แค่หลับตาก็รู้ว่าจะพูดอะไร จึงไม่จำเป็นต้องเปิด Comment
และป้องกันพวกที่ไม่เคยอ่านอะไรกับเขาหรอก โผล่มาก็ด่า ไม่รักชาติ บลาๆๆ เหมือนพวกคลั่งดาราได้อีกด้วย
.
(ตั้งแต่ TIME 100 ผมไม่ได้เขียนถึงเรื่อง "สถาบันเบื้องสูง" มาครบ 1 ปีพอดี และก็จะไม่เขียนไปอีกนาน)