.
นับตั้งแต่แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกเป็นต้นมา ภาพฝันที่หลายคนอยากจะเห็นคือ
ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับโลกตะวันตก วิถีชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบชาวตะวันตก
โดยตั้งความหวังว่าการฉีดยาโด๊ปให้ระบบเศรษฐกิจจะช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชน
แต่ 30 ปีผ่านไป ผลข้างเคียงจากยาโด๊ปคือ ความแตกต่างระหว่างชนชั้น เกิดอาการรวยกระจุก - จนกระจาย
สภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เท่าเทียมกัน เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ความแตกแยกในสังคมเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ โรคต้มยำกุ้งระบาดในปี พ.ศ. 2540 ภาพฟองสบู่ลวงตาแตกโพละกันถ้วนหน้า
เป็นโอกาสอันดีที่หน่วยงานต่างๆ พากันหยิบยกเอา หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(ซึ่งพระองค์ทรงดำเนินการก่อนฟองสบู่จะแตกมานานหลายสิบปีแล้ว) มาประชาสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวาง
.
หลักเศรษฐกิจพอเพียง
.

การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง
และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ
เศรษฐกิจพอเพียง มิได้หมายความว่าต้องทำกินทำใช้เองทั้งหมด หากแต่ทำได้เพียงหนึ่งในสี่ก็เพียงพอ
แต่มีการจัดการที่ดี เริ่มจากการพึ่งตนเองระดับครอบครัว ไปสู่ระดับชุมชน เครือข่าย ทำงานเป็นองค์กร
เป็นสหกรณ์ และไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงระดับชาติ จากเศรษฐกิจพื้นฐานไปสู่เศรษฐกิจก้าวหน้า
ทำธุรกิจการค้าอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันได้อย่างมั่นคง
.
เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ไม่ใช่การถอยหลังกลับไปอยู่ในยุคโบราณ
ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจยังชีพ (Subsistent Economy) ซึ่งผู้คนหาอยู่หากินกับธรรมชาติ ไม่มีการสะสม
ซึ่งวันนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะสังคม (และสิ่งแวดล้อม) ได้เปลี่ยนไป ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ก็หมดไป
แต่เศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสืบทอดคุณค่าของอดีต ที่สามารถจัดการชีวิต และพึ่งพาตนเองได้
ต้องอาศัยความรอบรู้ ความระมัดระวัง อาศัยวิชาการในการวางแผน และดำเนินการทุกขั้นตอน
.

ด้วยการที่มีนามธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ช่วงแรกๆ หลายคนนึกภาพเศรษฐกิจพอเพียงแบบรูปธรรมไม่ออก
และในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็มีการนำเสนอแนวคิดทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หลายคนจึงเข้าใจว่า แนวคิดทฤษฎีใหม่ คือ รูปธรรมของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็ถูกต้อง...แต่บางส่วนนะครับ
แนวคิดทฤษฎีใหม่ ดำเนินไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง แต่ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้มีแค่แนวคิดทฤษฎีใหม่
รายละเอียดตรงนี้จะขยายความในตอนหลัง ตอนนี้เรามาดูรายละเอียดของ แนวคิดทฤษฎีใหม่ กันก่อนดีกว่า
.
แนวคิดทฤษฎีใหม่
.
ปัญหาหลักของเกษตรกรในอดีตจนถึงปัจจุบันที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การขาดแคลนน้ำเพื่อเกษตรกรรม
ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็ก
ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย
1. มีการบริหารและจัดแบ่งที่ดินแปลงเล็กออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร
2. มีการคำนวณโดยหลักวิชาการ เกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะกักเก็บ ให้พอเพียงต่อการเพาะปลูกตลอดปี
3. มีการวางแผนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเกษตรกรรายย่อย 3 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้
.

ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1
.
การจัดสรรพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ในอัตราส่วน 30:30:30:10 หมายถึง
พื้นที่ส่วนที่ 1 ประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำ
เพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์น้ำและพืชน้ำต่างๆ
พื้นที่ส่วนที่ 2 ประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน
เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันสำหรับครอบครัวให้เพียงพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้จ่าย สามารถพึ่งตนเองได้
พื้นที่ส่วนที่ 3 ประมาณ 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น
พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน หากเหลือจากการบริโภค ก็นำไปจำหน่ายได้
พื้นที่ส่วนที่ 4 ประมาณ 10% เป็นที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์และโรงเรือนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าว เป็นสูตรหรือหลักการโดยประมาณเท่านั้น
สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ดิน ปริมาณน้ำฝน ฯลฯ
.
ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 2
.
เมื่อเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏิบัติในที่ดินของตนจนได้ผลแล้ว ก็เริ่มขั้นที่ 2
คือ ให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่ม หรือสหกรณ์ ร่วมแรงร่วมใจดำเนินการในด้าน
1. การผลิต (พันธุ์พืช เตรียมดิน ชลประทาน ฯลฯ)
2. การตลาด (ลานตากข้าว ยุ้ง เครื่องสีข้าว การจำหน่ายผลผลิต)
3. ความเป็นอยู่ (กะปิ น้ำปลา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ)
4. สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู้)
5. การศึกษา (โรงเรียน ทุนการศึกษา)
6. สังคมและศาสนา
กิจกรรมทั้งหมดดังกล่าวจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าส่วนราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้นเป็นสำคัญ
.
ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3
.
เมื่อดำเนินการผ่านพ้นขั้นที่ 2 แล้ว เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ขั้นที่ 3 ต่อไป
คือ ติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาทุนหรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร บริษัท ห้างร้านเอกชน ช่วยการลงทุน
พัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายธนาคารกับบริษัท จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน กล่าวคือ
- เกษตรกรขายข้าวได้ในราคาสูง ไม่ถูกกดราคา
- ธนาคารกับบริษัทสามารถซื้อข้าวบริโภคในราคาต่ำโดยซื้อข้าวเปลือกโดยตรงจากเกษตรกรมาสีเอง
- เกษตรกรซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ในราคาต่ำ เพราะซื้อเป็นจำนวนมาก ผ่านสหกรณ์ ราคาขายส่ง
- ธนาคารกับบริษัทจะสามารถกระจายบุคลากร เพื่อไปดำเนินการในกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดผลดียิ่งขึ้น
.

ทั้งหลักเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแนวทางน่าที่สนใจ
และประกอบไปด้วยความเป็นสากลอยู่สูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักการบริหารความเสี่ยงของสายเศรษฐศาสตร์
หรือ เรื่องความหลากหลายขององค์ประกอบซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงในระบบนิเวศของสายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
ทว่า ปัญหาอยู่ที่ "สามัญชน" ทั้งหลาย ซึ่งนำเอาหลักการของพระองค์ไปใช้แบบตกๆ หล่นๆ เสียมากกว่า...
.
ตัวอย่าง วรรคหนึ่งของหลักเศรษฐกิจพอเพียงว่า "ทำธุรกิจการค้าอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันได้อย่างมั่นคง"
มักถูกคนบางกลุ่มตัดทิ้งไปพร้อมๆ กับคำอธิบายในวรรคต่อมาว่า "เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เศรษฐกิจยังชีพ"
แม้กระทั่ง การอาศัย "วิชาการในการวางแผน และดำเนินการทุกขั้นตอน" บางครั้งก็ถูกตัดตอนออกไปด้วย
ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า "คนบางกลุ่ม" ต้องการให้เศรษฐกิจพอเพียงมีภาพลักษณ์ออกมาอย่างไรกันแน่ ?
.
ตัวอย่าง แนวคิดทฤษฎีใหม่ขั้นตอนที่ 2 - 3 ซึ่งเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับ "การตลาด การเงิน การลงทุน" นั้น
แม้กระทั่งในแผ่นพับหรูๆ ของ "บางหน่วยงาน" ที่เกี่ยวข้องยังหาได้ยากที่จะกล่าวถึงขั้นตอนที่ 2 - 3 เลย
ประกอบกับเร็วๆ นี้ ผมเจอ คนระดับปฏิบัติงาน ที่พูดออกมาด้วยอารมณ์ราวกับว่า "การตลาด" คือซาตาน
คือความเลวร้ายที่ทำให้ทฤษฎีใหม่ของเบื้องบนต้องแปดเปื้อน ทั้งๆ ที่มันถูกระบุเอาไว้ในต้นทางแล้วแท้ๆ
.
ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า เนื้อหาที่ถูกตัดออกไปนั้น เป็นเพราะภาพมันผูกอยู่กับ "ฝ่ายตรงข้าม" หรือเปล่า
พอเขียนมาถึงตรงนี้ปุ๊บ มันก็เริ่มเฉียดเข้าไปหายัง "ประเด็นละเอียดอ่อน" ที่เชื่อมโยงไปถึงสถาบันเบื้องสูง
ไม่ว่าจะเป็น >Beep< หรือ >Beep< ซึ่ง >Beep< ต่าง >Beep< ก็ >Beep< และ >Beep<
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในเรื่องนี้ ผมชิงเซ็นเซอร์ตัวเองก่อนดีกว่า ขอข้ามไปยังประเด็นถัดไปเลยนะครับ
.
.
.

จากที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีแค่แนวคิดทฤษฎีใหม่ แต่การทำการเกษตรตามทฤษฎีใหม่
เป็นการอธิบายหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ดีที่สุดตัวอย่างหนึ่ง สำหรับชาวบ้านธรรมดา
โดยช่วงที่ผ่านมา สสส. ได้ปล่อยโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องราวพวกนี้ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ละอันเด็ดๆ ทั้งนั้น
เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า "อยู่อย่างพอเพียง ไม่ใช่อยู่อย่างจน" ครับ (ออกจะร่ำรวยยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ)
.
http://www.porpeanglife.com/2008/ <--- ดูได้ที่เว็บโดยตรง โหลดเร็วกว่า ภาพเสียงคมชัดกว่า
.
.
คลิป : เกษตรประณีต
คลิปนี้เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่าง การทำเกษตรประณีต (เกษตรผสมผสาน) และ การทำเกษตรเชิงเดี่ยว
สอดคล้องกับนโยบายทางการเกษตรของไทย ที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร ปล่อยให้เกษตรกรปลูกพืชตามยถากรรม
สุดท้าย ผลผลิตล้นตลาด, ราคาตก ขาดการควบคุมคุณภาพ, ราคาก็ตกอีก เป็นหนี้สินจากค่าปุ๋ยค่ายาบานตะไท
เกษตรประณีต เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรับมือความไม่ค่อยเป็นมืออาชีพด้านการจัดการของรัฐบาล
.
.
คลิป : ชุมชนเป็นสุข
คลิปนี้เป็นตัวอย่างการประยุกต์หลักเศรษฐกิจพอเพียง ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น
เพียงเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิต บวกความสมานฉันท์อีกนิด อาจเกิดอะไรดีๆ ย้อนกลับมามากกว่าที่คิด
เราไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาซื้อรถซื้อทีวี เพราะถ้าเราดำเนินชีวิตแบบนี้เดี๋ยวก็มีเงินเหลือไปซื้อรถซื้อทีวีเองล่ะครับ
(มนุษย์เงินเดือน ที่ทำงาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น ตามเมืองใหญ่ๆ ข้ามไปเลยครับ ท่าจะทำได้ลำบาก)
.
.
.

Related Links

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วต้องคิด....

ไปอยู่ต่างจังหวัด หลายวัน...ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้าน

เราคงต้องเริ่มจากครอบครัวเราก่อน

ว่าแล้วไปดู ต้นไม้บนดาดฟ้าดีกว่าอิอิ

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-19 09:46

ก็เพราะไม่มีเรื่องของหลักการตลาดเข้ามา ตอนนี้ก็เลยประสบปัญหาผลผลิตในตลาดมีปริมาณเกินความต้องการ ทำให้ราคาตก....สรุปคือจะไม่ให้มีการตลาดก็คือ ปลูกเอง กินเอง ไม่ต้องไปสนใจอะไรภายนอก กลับไปอยู่ถ้ำ บลาๆๆ

เท่าที่เคยได้ยินมา ทำไมเกษตรกรไม่นิยมทำ เกษตรประณีต สาเหตุที่เขาตอบกลับมาก็ง่ายๆครับ "มันรวยช้า"

#2 By naiamibios on 2008-05-19 10:07

ก็เพราะ คนนำไปปฎิบัติ ไม่พอเพียง
ก็เลย ไม่รวย(ทันใจ)ซักที?

ผมนึกถึงเรื่องที่เคยได้เรียนตอนเด็กๆ เลย
เรื่อง ไร่นาสวนผสม

มันมีสอนกันตั้งแต่ ประถมแล้ว แต่คงไม่ได้นำไปใช้จริงเท่าไหร่

กำลังคิดต่อไปด้วยอีกว่า
ที่ต้องปลูกในพื้นที่เยอะๆ เพราะเถ้าแก่ จะซื้อของแบบเหมาจ่าย ยก lot ทีละเยอะๆ ไม่แวะรายย่อย แบบยิบๆ จุกจิกๆ ด้วยหรือเปล่า

เปลืองเวลา - เปลืองค่าเดินทาง

#3 By gomora on 2008-05-19 10:18

ผมว่าคลิปโฆษณานี้เข้าใจได้ง่ายมากๆ ต้องขอชมคนทำครับ

#4 By Little Lamb on 2008-05-19 10:21

อ่านแล้วคิดถึงโฆษณาหนึ่ง ที่ลูกบอกว่าจะไปเรียนต่อและกลับมาพัฒนาบ้านเรา เจี๋ยว่านั่นเป็นตัวอย่างที่ดีนะคะ
แต่ปัจจุบันอะไรๆก็เร็วไปหมด และความสุขสบายก็เห็นผลทันใจ ต่างกับเศรษฐกิจพอเพียงที่ใช้ความอดทน มานะ ถึงสิ่งที่ได้รับมาจะไม่เท่ากัน แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะเอาความสบายเป็นหลัก

ชั้นสบาย จบ

แล้วเกษตรแบบพอเพียงนั้นส่วนใหญ่ก็ชาวบ้านๆธรรมดาๆทั้งนั้น จะให้มานั่งจัดระบบเยอะๆเขาคงทำไม่ได้ เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ต้องใช้เวลาค่ะ

ตอนนี้ หวังแต่ว่าคนบางกลุ่มจะเลิกทะเลาะกันและทำเพื่อประเทศซักที

ปล. แอบเห็น Link น้ำมันมันจะแพงไปไหน.....
Hot! ขอบคุณสำหรับรายละเอียดครับ

#6 By D.o.g. on 2008-05-19 12:25

ทุกวันนี้ยังให้ข้อมูลกันผิดๆ ค่อนข้างมากครับ
ผมเองก็เพิ่งมาเข้าใจเมื่อไม่นานมานี่เองด้วยซ้ำไป

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-05-19 13:38

The second commercial is a little bit unrealistic to me. I think it's just another middle class dream that couldn't possibly practical with working class. If everything is so easy like that ... well ... welcome to Utopia.

But anyway, it's just my opinion only on the commercial, sir. Maybe I think too much.

With all respect to His Majesty, "in practice" his so-called "sufficiency economy" seem a little off and all the hype about seem to makes capitalism become villain, which in fact, you can't make capitalism become a villain if you want to stay alive in this world.

#8 By So Gallagher on 2008-05-19 13:50

"ต้องอาศัยความรอบรู้ ความระมัดระวัง อาศัยวิชาการในการวางแผน และดำเนินการทุกขั้นตอน"

บรรทัดนี้ แค่คิดให้มันเป็นไปได้ ก็ยากแล้ว sad smile

#9 By Detonator on 2008-05-19 14:43

จริง ราชการเองยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าพอเพียงคืออะไร
งั้นจะหวังอะไรให้ประชาสัมพันธ์ถังเกษตรกรล่ะHot!

#10 By Ellebazi on 2008-05-19 16:54

ชาวนาเค้าไม่มีทุนไปทำหรอก ตอนนี้มีแต่หนี้
ที่ก็ขายนายทุน

ความรู้เข้าไม่ถึง

#11 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-19 19:21

ชอบมากลเยครับ :D

#12 By ฟิวส์ on 2008-05-19 19:47

รบกวนไปแนะนำ entry นี้ไว้ในเว็บ โลกร้อนด้วยได้ไหมครับ

http://thai-globalwarming.comhttp://thai-globalwarming.com

#13 By ฟิวส์ on 2008-05-19 19:49

ผมชอบสโลแกนตอนจบมากกว่าเนื้อหาท้งหมดที่อ่านมาอีกครับ

"สิ่งที่เป็นไปไม่ได้จะเป็นไปได้ อยู่ที่ทุกคนในชุมชน"
ทุนนิยมไม่เห็นจะขัดกับพอเพียงตรงไหนนี่นะ... ไอ้ตรงข้อ

ทำ​ธุรกิจการค้า​อยู่​ใน​โลกที่มีการแข่งขัน​ได้​อย่างมั่นคง
แต่คนทั่วไปดันตีความว่าต้องเลี้ยงควายไถนา ปลุกข้าว เหมือนแนวคิดของ พลพต เขมรแดง....

ว่าแต่ นายเขียวไม่โผล่มานานแล้วนะคิดถึงจังconfused smile
ที่ภาคเอกชนไม่ให้ความร่วมมือส่วนนึงเพราะทฤษฎีนี้ไม่ได้อธิบายใน
ลักษณะธุรกิจเพียงพอหรือเปล่า เพราะคนส่วนมากจะเข้าใจที่ 30 30 30 10 ซึ่งเป็นการกสิกรรม

พอมาเจอว่าทำธุรกิจ-อุตสาหกรรม-บริหารประเทศ(?)

อย่างพอเพียงต้องทำยังไง ถึงรวยถึงรุ่งอย่างพอเีพียง

ถ้าทฤษฏีนี้มีออกมาเป็นหนังสือการสอนประกอบธุรกิจ

แน่นอนว่าคนสนใจคงเยอะขึ้น

#16 By KC_CRUSH on 2008-05-20 00:10

Hot!

เป็นบทความที่ผมอยากหาอ่านมากที่สุดบทความหนึ่งเลยครับ ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไว้แบบ Full Version ว่าอย่างไร

ซึ่งผมหาอ่านจากเอกสารใดๆของประเทศนี้แทบจะไม่ได้เลย

ขอบคุณสำหรับลิงก์อ้างอิงด้วยครับ มีประโยชน์มากทีเดียว
....ใจไม่รู้จักพอ (เหมือนใครบางคน)....ไม่มีทางเข้าถึงแนวทางของความพอเพียงได้
...."ให้อ่านหนังสือไปทั้งห้องสมุดก็ป่วยการ"
...."ให้สร้างทฤษฎีอีกล้านข้อก็ไร้ประโยชน์"
(ใจหยุดอยากเมื่อไหร่....ความพอเพียงก็ตามมา....พระพุทธเจ้าท่านพบมา 2500 ปีเศษแล้ว....ในหลวงท่านก็พร่ำบอกพร่ำสอน....แต่ทำกันไม่ได้ซักที)
'block cool!'

#18 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-05-20 14:33

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและนโยบายทั้งของใหม่และของเก่าค่อนข้างดี แต่มักมีปัญหาในเรื่องของผู้บริหารว่าจะกระทำตามหรือทำได้หรือไม่

ปัญหาขั้นพื้นฐานอยู่ที่ การกระทำของคน ถ้าร่วมด้วยช่วยกัน รับความแตกต่าง นำมาประยุกต์พัฒนาประเทศก็จะเจริญ



โดนจริงๆ คลิปนี้ได้ใจๆ

#20 By tanicha on 2008-05-21 00:00

ฺBeep คือใคร ทำไมไม่เขียนมาตรงๆเลย?

#21 By หื่นบล็อก on 2008-05-21 16:37

#21
คงไม่เข้าใจว่า ประโยคดังกล่าว เป็นมุขที่ผมต้องการสื่อถึงคนบางประเภท สินะครับ question

#22 By Chubby Chocobo on 2008-05-21 17:36

ชอบมากๆครับ สำหรับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง big smile

#23 By caz on 2008-06-26 00:15

เห็นด้วยค่ะ
เศรษฐกิจพอเพียงนั้นรวยจริงๆ

รวยความสุขค่ะbig smile Hot!

#24 By Ju~oN on 2008-06-27 20:18