Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull : นครทองคำ นครแห่งความรู้
posted on 22 May 2008 21:04 by chubby in Review-Movie.
ปี 1935 ดร. เฮนรี่ วอลตัน โจนส์ จูเนียร์ อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดีในมหาวิทยาลัย
หรือ "อินเดียน่า โจนส์" ต้องเผชิญหน้ามนตราลึกลับขณะช่วยเหลือเหล่าเด็กๆ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อินเดีย
และต้องนำหินศักดิ์สิทธิ์กลับคืนจากพวกลัทธิบูชายัญด้วยไฟ (The Temple of Doom ฉายปี 1984)
ปี 1936 อินเดียน่า โจนส์ ต้องเผชิญหน้าคู่ปรับเก่าและพวกนาซีซึ่งต้องการแย่งชิง "หีบแห่งพันธสัญญา"
โดยฝ่ายนาซีต้องการพลังอำนาจในหีบเพื่อใช้ยึดครองโลก (Raiders of the Lost Ark ฉายปี 1981)
ปี 1938 อินดี้ ต้องเผชิญหน้ากับพวกนาซีอีกครั้ง โดยเป้าหมายคราวนี้คือ "จอกศักดิ์สิทธิ์" ของพระเยซู
ขณะเสวยพระกระยาหารมื้อสุดท้ายซึ่งจะมอบความเป็นอมตะให้ (The Last Crusade ฉายปี 1989)
.
ปี 1957 โลกก้าวสู่ยุคสงครามเย็นระหว่างสองมหาอำนาจสหรัฐฯ กับรัสเซียช่วงของสงครามโลกครั้ง 2
อินดี้ถูกหน่วยสืบราชการลับรัสเซีย (KGB) จับกุมตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อให้ช่วยค้นหาอะไรบางอย่าง
(ตรงจุดนี้มีของแถมเพื่อให้คนดูระลึกถึงอดีตว่าสถานที่เก็บซ่อน "หีบแห่งพันธสัญญา" ในภาคเก่าคือที่ไหน)
วัตถุนั้นคือกะโหลกแก้วคริสตัลซึ่งเป็นวัตถุปริศนาที่เทคโนโลยีในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถทำเลียนแบบได้
นักวิทยาศาสตร์พลังจิตของรัสเซียต้องการใช้พลังอำนาจของกะโหลกแก้วเพือชิงความได้เปรียบเหนือสหรัฐฯ
ซึ่งประดิษฐ์ระเบิดปรมาณูสำเร็จแล้ว (อารมณ์หนังช่วงนี้ คลับคล้ายคลับคลากับเกม RTS ชื่อดังเกมหนึ่ง)
ด้วยสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับหลายอย่าง อินดี้ต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมไขปริศนาของกะโหลกแก้วจนได้
.
ชอบ
- ของเก่าๆ จากภาคเก่าๆ แอบโผล่มาให้หายคิดถึง การเล่นมุข เอกลักษณ์ของหนังอินดี้ซึ่งตามมาแทบครบ
ฉากสำคัญถูกใจผู้ที่ชอบ "เนื้อหาเฉพาะ" บางอย่างมากๆ (แต่ถ้าไม่ได้สนใจเรื่องดังกล่าวก็อาจไม่รู้สึกอะไร)
- ฉากเกี่ยวกับ "นักโบราณคดีจากแดนไกล" ในช่วงท้ายเรื่อง มีประเด็นซึ่งผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัวมากๆ
ฉากสำคัญก่อนที่ "เป้าหมาย" จะจากไปทำได้อลังการที่สุดในบรรดา "เป้าหมาย" ที่ตามหากันทั้ง 4 ภาค
- ถึงแม้จะเป็นสถานที่สมมุติในอดีตแต่หลายเหตุการณ์ในหลายฉากก็สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
หนุ่มน้อยซึ่งเป็นตัวละครใหม่ ช่วยเพิ่มมิติของอินดี้ในด้านอื่น ซึ่งดูจะขาดหายไปในภาคก่อนๆ ได้เป็นอย่างดี
.
ไม่ชอบ
- อายุมากขึ้นทำให้มีข้อจำกัดหลายอย่างด้านการแสดง บางฉากดูแล้วไม่ถึงอกถึงใจถึงพริกถึงขิงแบบภาคเก่า
เนื้อเรื่องในส่วนของการไขปริศนาก่อนถึงเป้าหมาย โดยส่วนตัวชอบ The Last Crusade มากกว่าครับ
- ตอนเห็นกะโหลกแก้วคริสตัลในหนังครั้งแรก ผมนึกถึงซีรีส์ของเจ้าตัวที่มี "เลือดเป็นกรด" ขึ้นมาตะหงิดๆ
และด้วยความที่ "นักโบราณคดีจากแดนไกล" เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม จึงมีโอกาสไม่ถูกใจกลุ่มคนดูทั่วไปสูงมาก
.
สรุปส่วนตัว
"ทองคำ" ในภาษาถิ่นที่หายสาบสูญไปของชนเผ่าพื้นเมืองผู้ครอบครองกะโหลกแก้วนี้ หมายถึง ขุมทรัพย์
ขุมทรัพย์ในที่นี้ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่หมายถึง "ความรู้" ซึ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพื้นเมืองที่นี่
ให้รู้จักการทำการเกษตร ชลประทาน ฯลฯ ผ่านการถ่ายทอดความรู้ของเหล่า "นักโบราณคดีจากแดนไกล"
ผู้ตระเวนสะสมหลักฐานพัฒนาการทางอารยธรรมของมนุษย์บนโลกนี้ตั้งแต่เริ่มแรกอย่างครบครันเป็นที่สุด
"นครทองคำ" ในตำนานเล่าขานสืบมาจึงหมายถึง "นครแห่งความรู้" ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้
ลองนึกดูสิครับ ถ้าพรุ่งนี้โลกมนุษย์เกิดภัยธรรมชาติครั้งยิ่งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง
"เงินตรา" กับ "ความรู้" สิ่งใดจะช่วยให้มนุษย์มีชีวิตรอด ในยามที่ระบบการค้าการผลิตทั้งหมดล่มสลาย
.
.

.
IMDb : 7.0/10
Fandango : 4/5
Rotten Tomatoes : 77%
.
คำเตือน : เป็นคะแนนความชอบส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารนะครับ
มาสเตอร์แชมป์
ไอ้แพท..
แบบนี้คงพลาดไม่ได้หละครับ ^^
Parody Television
#1 By Lag on 2008-05-22 21:26