สะบายดี หลวงพะบาง : Good Morning Luang Prabang
posted on 06 Jun 2008 12:48 by chubby in Movie-review
.
สอน ตากล้องมือใหม่ที่ยังขาดอะไรบางอย่าง ถูกนายจ้างสั่งให้ไปถ่ายรูปหาประสบการณ์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
ได้มีโอกาสพบกับ น้อย ไกด์สาวซึ่งพึ่งย้ายจากเวียงจันทน์มาประจำสำนักงานย่อยเมืองปากเซ ทางใต้ของลาว
พ่อของสอนเป็นชาวลาวซึ่งเดินทางไปเรียนต่างประเทศ ในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองพอดี
พ่อของสอนจึงตัดสินใจแต่งงานและตั้งรกรากอยู่ที่ออสเตรเลีย ทำให้สอนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
แต่แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบ้านเกิดของพ่อเขาเลย ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน
ด้วยอัธยาศัยที่ดีของสอนทำให้น้อยรู้สึกประทับใจลูกทัวร์รายนี้ จึงอาสาเป็นไกด์ส่วนตัวให้ตลอดการเดินทาง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วง 1 สัปดาห์ทำให้ต่างฝ่ายเกิดความรู้สึกอะไรบางอย่างมากกว่าสถานะนายจ้าง-ลูกจ้าง
แต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลา เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นความรู้สึกจากใจจริงหรือเป็นเพียงความหลงไหลชั่วครู่ชั่วยาม
.
ชอบ
- เด็กเร่ขายของ, ความพยายามของไกด์ที่ทำให้คนดูยิ้มและหัวเราะเบาๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งมุขตลกหยาบโลน
ความผิดพลาดของไกด์ที่ทำให้คนดูคอยเอาใจช่วยตามไปด้วย สรุปก็คือนางเอกดูเหมาะสมกับเรื่องนี้มากครับ
- การแสดงของพระเอกให้ความรู้สึกเหมือนกับคนเมืองที่งกๆเงิ่นๆ กับวิถีชีวิตของคนในชนบทได้เป็นอย่างดี
(สอน ตัวละครสมมุติในหนังเรื่องนี้ และอนันดา นักแสดงตัวจริง เป็นลูกครึ่งลาว - ออสเตรเลีย เหมือนกัน)
- ใครที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนจะเกิดความรู้สึกโหยหา (Nostalgia) อย่างแรงเมื่อเห็นภาพความบริสุทธิ์
หลายอย่างของบ้านเขาที่บ้านเราสูญเสียไปเนื่องจาก "การพัฒนา" ที่ไร้ขอบเขต ขาดการปฏิบัติตามแผนที่ดี
- หนังเก็บรายละเอียดดีมาก...มากพอที่จะทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลต่อ "การพัฒนา" ที่เริ่มรุกคืบเข้าไป
เปลี่ยนแปลงชีวิตจริงๆ ให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปปลอมๆ เพื่อตอบสนองหรืออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
- การปฏิบัติต่อ "การแสดงน้ำใจ" กับ "การตอบแทนน้ำใจ" ที่กลับหัวกลับหางระหว่างคนเมือง คนชนบท
ระหว่างสังคมสมัยใหม่ที่ "เงินไม่มา น้ำใจไม่มี" และ สังคมดั้งเดิมที่ตอบแทนน้ำใจด้วยสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่เงิน
- ไคลแมกซ์ท้ายเรื่อง แม้ไม่ใช่ของใหม่แต่ทำออกมาได้จี๊ดจ๊าดโดนใจจริงๆ ครับ เพราะปูเนื้อเรื่องเอาไว้แล้ว
หลายคนโดนหลอกให้เขวไปอีกทางเรียบร้อยว่าพระเอกคงจะ *** แน่ๆ ไม่นึกว่าจะงัดมุขเก่ามาใช้ตลบหลัง
ไม่ชอบ
- ตอนจบ เหมือนทำเหตุการณ์ปูทางเอื้อให้ตัวละครหลักบางตัวตัดสินใจ "เลือก" ได้ชัดแจ้งมากเกินไปหน่อย
ทำให้ผมคิดมากไปเองเรื่อยเปื่อยว่า ตัวละครหลักตัวนั้นเลือกจากใจจริง หรือเลือกเพราะสถานการณ์เอื้ออำนวย
- เมื่อเทียบกับการดำเนินเรื่องก่อนหน้านี้ซึ่งค่อยๆ ให้ผู้ชมละเมียดละไมไปกับสังคมของลาวที่เชื่องช้าเรียบง่าย
ทำให้เกิดความรู้สึกว่าฉากสุดท้ายดูเร็วๆ ห้วนๆ น่าจะทอดอารมณ์ต่ออีกสักนิดใช้ภาพบรรยากาศให้คุ้มกว่านี้
- ไคลแมกซ์กลางเรื่องที่ดูไม่ค่อยเป็นจุดน่าสนใจมากเท่าไร สำหรับคนรู้จักสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศลาวดี
หรือคนช่างสังเกตนิดๆ เพราะชื่อของหนังมันก็ใบ้อยู่กลายๆ แล้วว่าทุกอย่างต้องไปขมวดปมที่หลวงพระบาง
.
สรุปส่วนตัว
สะบายดี หลวงพะบาง (สวัสดีหลวงพระบาง) เป็นหนังร่วมลงทุนกับภาคเอกชนลาวเรื่องแรกในรอบ 35 ปี
(นับแต่ลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครอง ก็มีหนังที่สร้างโดยรัฐบาลออกมา 3 เรื่อง เท่านั้น)
จุดประสงค์หนึ่งของ "สะบายดี หลวงพะบาง" คือใช้เป็นหนังประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศลาว
โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งในแง่นี้ถือว่าหนังนำเสนอได้ประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมาย
ทั้งการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามหัวเมืองหลักๆ วัฒนธรรม วิถีชีวิตบางอย่างที่นักท่องเที่ยวควรเข้าใจบ้าง
มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานะมรดกโลกของเมืองหลวงพระบาง การคงสถานะความเป็นมรดกโลกนั้น
ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของทางยูเนสโกอย่างเคร่งครัด มิเช่นนั้น จะถูกถอดชื่อออกจากการเป็นแหล่งมรดกโลก
ชาวหลวงพระบางส่วนหนึ่งจึงรู้สึกอึดอัด เพราะทำให้การก่อสร้างอาคารสมัยใหม่เต็มไปด้วยความยากลำบาก
.
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการมรดกโลกเพื่อการค้าแบบไทยๆ แล้ว หลวงพระบางเป็นแบบนั้นอาจดีกว่าก็ได้
.
โดยสิ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ใช่ปัญหาจากตัวหนัง แต่เป็นปัญหาจากคนดูหนังรวมถึงข้อมูลที่มีการเผยแพร่
หลังจากพวกฉิ่งฉาบทัวร์ ตะลอนทำลายแหล่งท่องเที่ยวหมดทั่วประเทศแล้ว เกรงว่าลาวจะเป็นสถานที่ต่อไป
(ตัวอย่าง อ่างกา ยอดดอยอินทนนท์ ขนาดขึงรั้วลวดหนามแล้ว มันยังแหกรั้วลงไปเหยียบถ่ายรูปหน้าตาเฉย)
สิ่งที่เราไม่ค่อยมีโอกาสเห็นในหนัง "สะบายดี หลวงพะบาง" ทำให้นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ถึงกับน้ำลายหก
แต่ถ้ามัวชักช้าอาจน้ำตาตกในแทนเพราะเจอพวก "ฉาบฉวยทัวร์" เข้าไปทำลายความบริสุทธิ์จนไม่เหลือซาก
ยังมีประเด็นนอกหนังที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับทัศนคติของคนเมือง ที่มีต่อภาษาท้องถิ่นและวัฒนธรรมในท้องถิ่น
เรื่องการเอามาตรฐานของเรา ไปครอบมาตรฐานของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งผมมองว่าแย่ยิ่งกว่ากว่าตั้งใจดูถูก
การตั้งใจ แปลว่ารู้ตัวดีว่าทำอะไรลงไป แต่การทำอย่างไม่รู้ตัวแถมยังบอกว่าเป็นเรื่องปรกติ สังคมนั้นแย่แล้ว
.
.
อยากดู หลวงพระบางอยู่ใกล้บ้านเรานี่เอง
#1 By (^_^)/nana on 2008-06-06 12:57