ส้มตำ : อาหารแห่งชีวิต
posted on 07 Jun 2008 11:24 by chubby in Movie-review.
บาร์นนี่ ฝรั่งคนงานก่อสร้าง โชคดีได้รับรางวัลจากการส่งฉลากกล่องขนมชิงโชคเป็นตั๋วเครื่องบินเที่ยวพัทยา
เพียงวันแรก บาร์นนี่ก็โดนสาวพัทยามอมยาลอกคราบจนหมดเกลี้ยง ต้องซมซานไปพึ่งใบบุญตำรวจท่องเที่ยว
แต่โชคร้าย เจอลูกหลงจาก กระเต็น เด็กนักล้วงกระเป๋าที่ไปล้วงกระเป๋าพวกจิ๊กโก๋ผ่านมาพอดีจนเจ็บตัวไปด้วย
ดอกหญ้า พี่สาวของกระเต็นซึ่งเก่งเรื่องหมัดๆ มวยๆ เข้ามาช่วยไว้ทัน ก่อนจะพาบาร์นนี่ไปพักชั่วคราวที่วัด
เนื่องจากที่ทำการตำรวจท่องเที่ยวดันมาปิดปรับปรุงเสียอย่างนั้น และบาร์นนี่เองก็ไม่เหลือเงินแม้แต่บาทเดียว
วันหนึ่ง กระเต็นพาบาร์นนี่ไปร้านอาหารริมทะเล และให้เขาลองกินส้มตำเผ็ดๆ จนเกิดอาการบ้าคลั่งอาละวาด
ร้านอาหารพังราบเป็นหน้ากลอง บาร์นนี่รู้สึกผิดเป็นอย่างมากจึงอาสาทำงานหาเงินเพื่อซ่อมแซมร้านก่อนกลับ
ชีวิตที่กำลังมีความสุขอย่างพอเพียงของคนรากหญ้า ต้องเจอกับปัญหาใหญ่จากนิสัยเดิมๆ ของกระเต็นจนได้
.
ชอบ
- ความสัมพันธ์ระหว่างบาร์นนี่กับพวกเด็กๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแต่ก็มีชีวิตชีวาน่าติดตามมาก
บทบาทท่าทางการแสดงออกของบาร์นนี่ในหลายๆ ฉากในสถานการณ์ต่างๆ ดูเป็นธรรมชาติที่ชวนให้อมยิ้ม
- หลังจากที่ผมเจอกับ ต้มยำกุ้งที่เป็นแค่ชื่อร้านอาหาร, ช็อคโกแลตที่เป็นของโปรดของเด็กออร์ธิสติกคนหนึ่ง
ในที่สุดผมก็ได้เจอกับ ส้มตำที่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีบทบาทในการดำเนินเนื้อเรื่องของหนังจริงๆ เสียที
- ชอบการเลือกวัดเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการดำเนินเนื้อเรื่องในเมืองคนบาป ให้ภาพขัดแย้งกันดูสะดุดตาดี
ฉากต่อสู้หลายฉากเน้นความตลกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตามลักษณะตัวละครหลัก โครงเรื่อง กลุ่มเป้าหมาย
.
ไม่ชอบ
- ตอนตัดกลับไปยังฝ่ายผู้ร้ายในหลายๆ ช่วงนั้นอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบฉากดูก๋องแก๋งมากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด
ผู้หมวดกับเจ๊ขายมะละกอมีบทบาทที่น่าสนใจมากแต่กลับตัดทิ้งไปดื้อๆ ไม่นำมาใช้ประโยชน์ต่อ รู้สึกเสียดาย
- ฉากต่อสู้หลายฉากของตัวละครรองๆ บางตัวถูกลดความเก่งกาจลงไป ดูแล้วไม่สะใจเหมือนเรื่องที่ผ่านมา
ถึงแม้จะมีฉากต่อสู้หลายฉากที่ยังคงความดุเดือดอยู่บ้าง แต่มันออกไปเกือบหมดแล้วในหนังตัวอย่างน่ะสิครับ
- ตัวอักษรที่ใช้ในหนังตัวอย่างและตอนจบของหนังตัวอย่างให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นหนังเกรด B มาก
ตัวร้ายหลักของเรื่องที่ชวนสงสัยว่ามันเก่งจริงหรือเปล่าหว่า ขณะที่ตัวร้ายรองประกอบฉากดูเก่งกว่ากันเยอะ
.
สรุปส่วนตัว
องค์ประกอบหลายอย่างน่าสนใจมาก เนื้อหาหลายส่วน ถ้าเกลาให้เนียนกว่านี้อีกนิดก็ส่งขายต่างประเทศได้เลย
(จริงๆ แล้วมันก็ขายได้แล้วล่ะครับ เพียงแต่ผมรู้สึกว่าหนังมันมีอีกหลายจุดที่สามารถพัฒนาให้ดีกว่าที่เป็นอยู่)
การต่อสู้ด้วยศิลปะแม่ไม้มวยไทย ทำออกมาได้ดีเมื่อคำนึงว่านักแสดงหลักยังเป็นเด็กยิ่งกว่าในเรื่องช็อคโกแลต
สำหรับแฟนๆ มวยปล้ำ ตอนท้ายเรื่องจะมีฉากบู๊ยาวเหยียดของบาร์นนี่ (นาธาน โจนส์, เป็นอดีตนักมวยปล้ำ
ชาวออสเตรเลีย) ดวลกับเหล่าร้าย 3 คนซึ่งเป็นนักมวยปล้ำจริงๆ ของสถาบัน WWE ที่เคยร่วมงานมาก่อน
เป็นหนังที่ทำได้ดีพอควร ตามที่คาดหวังเอาไว้ ถ้าไม่เผอิญว่าผมดันไปดู สะบายดี หลวงพะบาง ก่อนเรื่องนี้
.
.
Tags: movie, review, ส้มตำ16 Comments
#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-07 11:40