.
หมายเหตุ
.
เนื้อหาใน Entry จะกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของเขาปราสาทพระวิหารและอาณาจักขอม (ขะแมร์) เป็นหลัก
ท่านใดอ่านแผนที่ไม่เป็น ไม่เชื่อกรมแผนที่ทหาร ไม่เชื่อกระทรวงการต่างประเทศ ไม่สนใจประวัติศาสตร์
แต่กลับปักใจเชื่อแป๊ะลิ้มและ ASTV ว่าเกิดการขายแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว, ก็กรุณาออกไปให้ไกลๆ เลยครับ
โดยเฉพาะ กลุ่มที่ "เลือกพูดถึงเฉพาะประวัติศาสตร์บางส่วน" ที่เป็นประโยชน์ต่อความรักชาติของตนเอง
อย่างเช่นกรณี 36 แผนที่ชีวิตพ่อ, กรณีโหวต TIME 100, กรณีเครื่องบินพระที่นั่ง, กรณีนาร์กิส ฯลฯ
* แก้ไขครั้งล่าสุดวันที่ 3 กรกฏาคม 2551 โดยจะแก้ไขก็ต่อเมื่อสิ่งที่ให้มาเป็นข้อมูล, ไม่ใช่ความคิดเห็น
.
การเกิดของอาณาจักรขอม
.
อาณาจักรขอม (อาณาจักรขะแมร์ - Khmer Empire) เรืองอำนาจอยู่ในช่วง พ.ศ. 1345 - 1974
สืบเนื่องต่อจาก อาณาจักรฟูนาน (พ.ศ. 611 - 1093 ) และอาณาจักรเจนละ (พ.ศ. 1093 - 1345)
จุดศูนย์กลางของอาณาจักรตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชาปัจจุบัน อาณาเขตครอบคลุมภาคอีสานของไทยทั้งหมด
และภาคกลางบางส่วน ดูได้จากสถาปัตยกรรมของขอมที่หลงเหลืออยู่ เช่น ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี
ปรางค์สามยอด ลพบุรี และซากปราสาทที่กระจัดกระจายตั้งแต่สระแก้ว นครราชสีมา ไล่ไปจนถึงร้อยเอ็ด
ทั้งหมดเป็นปราสาทหินทรายและศิลาแลง ซึ่งต่างจากอาณาจักอื่นในบริเวณเดียวกันซึ่งใช้ไม้และอิฐก่อสร้าง
.
การล่มสลายของอาณาจักรขอม
.
อาณาจักรขอม ถูกอาณาจักรอยุธยาซึ่งเกิดขึ้นในภายหลัง (พ.ศ. 1893 - 2310) ทำสงครามรุกรานเข้ามา
ปราสาทรอบๆ อาณาจักรเริ่มถูกละทิ้ง เมื่อกรุงศรีอยุธยาเข้ามามีอิทธิพลเหนือพื้นที่นี้ในช่วงปี พ.ศ. 1974
* อาณาจักรของก็ย้ายเมื่องหลวงไปเรื่อยๆ (ข้อมูลบางแหล่งกล่าวว่าขอมย้ายเมืองหลวงออกไปก่อนนานแล้ว)
แต่ในตำราเรียนคลั่งชาติ มิได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด นอกจากการเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า 2 ครั้ง
ปราสาททั้งหลายในกัมพูชาถูกปล่อยทิ้งรกร้าง จนกระทั่งชาวตะวันตกเข้ามาสำรวจจนเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมา
หลังจากนั้นเข้าสู่ช่วงการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกซึ่งล่องเรือมาพร้อมแสนยานุภาพทางทหารที่สูงกว่า
.
ยุคล่าอาณานิคม
.
ต้นรัตนโกสินทร์ เราอาศัยความได้เปรียบจากการที่ประเทศเพื่อนบ้านต้องพบศึกหนักทั้งภายในและภายนอก
จนมีอาณาเขตกว้างใหญ่มาก ครอบคลุมลาวทั้งประเทศ และบางส่วนของกัมพูชา พม่า มาเลเซียในปัจจุบัน
ฝรั่งเศสและอังกฤษต่างจ้องมองตาเป็นมัน ไทยเราก็จำต้องยอมเสียดินแดนบางส่วนเพื่อรักษาส่วนใหญ่เอาไว้
ในปี พ.ศ. 2450 เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จยุโรปครั้งที่ 2 ทรงลงนามสัตยาบันกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศส
เพื่อการแลกเปลี่ยนดินแดนระหว่าง [เสียมเรียบ, พระตะบอง, ศรีโสภณ] กับ [จันทบุรี, ตราด, ด่านซ้าย]
(เสียมเรียบ คือ ที่ตั้งของนครวัดนครธม ซึ่งเป็นศูนย์กลางเก่าของอาณาจักรขอมที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนต้น)
.
เส้นเขตแดนเจ้าปัญหา
.
จากการแลกเปลี่ยนดินแดนในปี พ.ศ. 2450 โดยรัชกาลที่ 5 เพื่อรักษาเอกราชของประเทศไทยเอาไว้นั้น
ทำให้ตัวปราสาทเขาพระวิหารต้องอยู่ในเขตแดนของประเทศกัมพูชาตามการกำหนดเขตแดนโดยฝรั่งเศส
กระทั่งปี พ.ศ. 2472 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ยังต้องทำเรื่องอนุญาตฝรั่งเศสในการขึ้นไป
บนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นหนึ่งในหลักฐานเด็ดทำให้ประเทศไทยแพ้คดีเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505
ซึ่งคดีดังกล่าวหมดอายุความไปตั้งแต่ พ.ศ 2515 แล้วแต่กรณีดังกล่าวยังคงเป็นเชื้อปะทุอยู่ได้ตลอดเวลา
เพราะหลักกู อยู่เหนือการตัดสินใจตามประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ฯลฯ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
.
การปลุกปั่นชาตินิยม
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎรยึดอำนาจการปกครองได้โดยปราศจากความรุนแรง
แต่ก็ประสบปัญหาในการบริหารการปกครองประเทศอย่างหนัก เช่น การเกิดกบฎวรเดชในปี พ.ศ. 2476
ต่อมา รัชกาลที่ 7 ประกาศสละราชสมบัติในปี พ.ศ. 2477 และเสด็จประทับอยู่ที่อังกฤษจนสิ้นพระชนม์
สิ้นสุดระบอบราชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดความปั่นป่วนไปทั่วประเทศ เพราะยังไม่มีความพร้อมพอ
เหล่าผู้ปกครองทั้งหลายจึงจำเป็นต้องคิดค้นวาทกรรมกู้ชาติ เพื่อให้เกิดความรักชาติขึ้นมาในหมู่ประชาชน
โดยเปลี่ยนชื่อทุกอย่างให้เป็น "ไทย" และเรียกร้องดินแดนที่แลกเปลี่ยนกันในสมัยรัชกาลที่ 5 กลับคืนมา
.
ในช่วงสงครามโลก ฝรั่งเศสโดนเยอรมันอัดจนพังพาบ เหล่าผู้นำก็หันไปคบค้ากับมหามิตรใหม่อย่างญี่ปุ่น
บีบให้ฝรั่งเศสยอมยกดินแดน เสียมเรียบ พระตะบอง ศรีโสภณ จำปาศักดิ์ ไชยะบุรี ให้แก่ประเทศไทย
รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม จึงใช้โอกาสนี้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นโบราณสถานของไทย
ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2483 และโหมประโคมว่าไทยได้ดินแดนคืนแล้ว
แต่ปรากฏว่าหลังสิ้นสุดสงคราม มหามิตรอย่างญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ย่อยยับ รัฐบาลจอมพล ป. ก็ล้มตาม
ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษต่างกระเหี้ยนกระหือรือจ้องจะเอาคืนผลจากวาทกรรมกู้ชาติแห่งยุคสมัยอย่างเต็มที่
.
แต่โชคดีที่มหาอำนาจใหม่ (อีกแล้ว) อย่างสหรัฐฯ สนับสนุนขบวนการเสรีไทย และนายปรีดี พนมยงค์
พยามยามเจรจาต่อรองอย่างหนัก เพื่อให้การประกาศสงครามเข้าร่วมกับญี่ปุ่นของจอมพล ป. เป็นโมฆะ
ประเทศไทยจึงไม่สูญเสียแบบสาหัสอย่างที่ญี่ปุ่นและเยอรมันเจอ แต่ก็ต้องคืนดินแดนที่ได้ในช่วงนี้กลับไป
ไม่ว่าจะเป็นดินแดนอินโดจีนให้แก่ฝรั่งเศส เมืองเชียงตุงในพม่า กับ 4 รัฐมลายูทางตอนใต้ให้แก่อังกฤษ
ทว่า ปราสาทเขาพระวิหารกลับกลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่ได้นำกลับคืนไปยังกัมพูชาด้วย จนกระทั่งรัฐบาล
ของจอมพล ป. หวนกลับคืนมาอีกครั้ง (ด้วยความช่วยเหลือจากพรรคการเมืองเก่าแก่แห่งสยามประเทศ)
.
...ทหารไทยพร้อมธงไตรรงค์จึงถูกส่งกลับขึ้นไปบนปราสาทเขาพระวิหารอีกครั้งในปี พ.ศ. 2497...

.
คำตัดสินของศาลโลก
.
หลังปล่อยให้ไทยนำเอาธงไตรรงค์ขึ้นไปชักอยู่บนยอดเขาพระวิหารอยู่พักใหญ่ เพราะติดพันสงครามภายใน
เจ้านโรดมสีหนุได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2502 เพื่อทวงคืนปราสาทเขาพระวิหารจากไทย
รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ (ซึ่งยึดอำนาจมาจากจอมพล ป. อีกที) แต่งตั้งทนายความพร้อมระดมเงินทุน "กู้ชาติ"
ศาลโลกที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ใช้เวลาตัดสินนาน 3 ปี และลงมติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505
ให้ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาด้วยคะแนน 9 ต่อ 3 ให้รัฐบาลไทยถอนกำลังทหารและเจ้าหน้าที่
โดยศาลโลกยึดถือตามแผนที่และสนธิสัญญาที่ไทยทำไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ตามที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนต้น)
.
.

.
ซึ่งเป็นเส้นเขตแดนที่กำหนดจากสถานการณ์บ้านเมืองยุคนั้น ไม่ใช่กำหนดจากสภาพภูมิศาสตร์หรือสันปันน้ำ
.
edit เพิ่มเติม
edit เพิ่มเติม
ผู้พิพากษาที่ให้กัมพูชาชนะ ประกอบด้วย ผู้พิพากษาจากโปแลนด์, ปานามา, ฝรั่งเศส, สหรัฐอาหรับฯ
อังกฤษ, สหภาพโซเวียต, ญี่ปุ่น, เปรู, อิตาลี ที่เหลืออีก 3 ประเทศคือ อาร์เจนติน่า, จีน, ออสเตรเลีย
.
ใครได้ใครเสีย
.
ไม่อยากเขียนถึง แต่จำเป็นต้องเขียนก่อนที่พวกกู้ชาติโง่ๆ กับนักวิชาการควายๆ บางคน จะพาลงเหวกว่านี้
พื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณเขาพระวิหารตกเป็นของประเทศไทยเงียบๆ มานานแล้วนะครับ
* ซึ่งก็ควรจะยาตราไปกู้แผ่นดินตั้งแต่มีการบุกรุกในปี พ.ศ. 2541 แล้ว ไม่ใช่พึ่งจะมาดิ้นเร่าๆ เอาตอนนี้
โดยเส้นเขตแดนในแผนที่ที่ใช้ในคดีเขาพระวิหารนั้น ทางฝรั่งเศส ไม่ได้ขีดเส้นเขตแดนตามแนวสันปันน้ำ
หากแต่ลุกล้ำเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยมากกว่านี้ เพียงแต่ทางกัมพูชาไม่ได้ต่อสู้ในประเด็นดังกล่าว
* น่าแปลกใจที่บรรดาคนฉลาดๆ ตามคำกล่าวของกลุ่มพันธมิตรกู้ชาติ ทำอะไรไม่ได้มาเกือบครึ่งศตวรรษ
.
.

.
ต่อมาภายหลังมีการปรับปรุงเส้นเขตแดนบริเวณนี้ใหม่ โดยไทยได้รับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรนี้
ยกเว้นเฉพาะพื้นที่ตั้งของปราสาทเขาพระวิหารซึ่งศาลโลกตัดสินให้เป็นของกัมพูชาไปแล้วที่ตัดฉากเข้ามา
ได้บรรจุลงในแผนที่ทางทหารเรียบร้อยแล้ว และต่างฝ่ายต่างทำบันทึกความเข้าใจเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน
แต่ขอโทษครับ เจอควายที่ไหนไม่รู้ หยิบยกเอาแนวตั้งฉากของพื้นที่โบราณสถานไปเชื่อมโยงกับสันปันน้ำ
แล้วเอาไปขยำรวมกับพื้นที่ทับซ้อนซึ่งเป็นปัญหาจริงๆ (แม้จะเกิดมานานร่วม 10 ปีแล้ว) โธ่ ไอ้หอกครับ
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าพวกกู้ชาติบางคนอ่านแผนที่เองไม่เป็น ถนัดการจับแพะชนแกะ มันก็อดหงุดหงิดใจไม่ได้
.
.

.
ขอจบ Entry ลงตรงนี้
ส่วนใครจะกู้ชาติด้วยข้อเท็จจริงแบบพันธมิตรๆ ซึ่งพิสูจน์ความถูกต้องแบบพันธมิตรๆ มานานกว่า 3 ปี
ก็เป็นสิทธิ์ของท่านครับ
.
.
.
อื่นๆ
.
- อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าแถลงการณ์ร่วมกรณีเขาพระวิหาร
ไม่มีสถานะเป็นสนธิสัญญา ไม่เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจรัฐ การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้
มรดกโลกสนใจคุณค่าของพื้นที่ ไม่ใช่การเอาเรื่องเขตแดนมาหาผลประโยชน์ทางการเมืองแบบที่กำลังทำกัน
ขณะที่เมืองเก่าอยุธยากำลังเสี่ยงต่อการถูกถอดชื่อจากการเป็นมรดกโลก เพราะความห่วยแตกของคนไทยเอง
.
* คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ว่าแถลงการณ์ร่วมกรณีเขาพระวิหาร
มีลักษณะครบตามองค์ประกอบความเป็นสนธิสัญญา ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา
จึงเป็นหนังสือสนธิสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 แตกต่างจากความเห็นของอธิบดีกรมสนธิสัญญา

.
- กรมแผนที่ทหาร กล่าวว่าแถลงการณ์ร่วมกรณีเขาพระวิหาร ไม่มีผลกระทบต่อเขตแดนและพื้นที่ทับซ้อน
ส่วนกรณีที่มีชาวกัมพูชาเข้ามาปลูกสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ทับซ้อน เป็นเรื่องการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อน
จากคำพิพากษาของศาลโลก ซึ่งรัฐบาลยุคนั้นไม่สามารถหาหลักฐานใหม่มาคัดค้านได้ จนคดีหมดอายุความ
ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมา 10 ปีแล้ว แต่ถูกนำมาใช้หาประโยชน์ทางการเมืองด้วยฝีมือคนบางกลุ่มในเวลานี้
.
ของแถมที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Entry นี้แต่อย่างใด
.
.

.
นึกถึงกรณีทักกี้กับเครื่องบินพระที่นั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
แค่ตัดประโยค "เครื่องบินเก่าอายุ 10 ปี ปลดประจำการออกจากการเป็นเครื่องบินพระที่นั่งแล้ว" ออกไป
ง่ายๆ เท่านี้ ก็ออกมากู้ชาติกู้สถาบันกันหน้าสลอนเลยครับ
แล้วประวัติศาสตร์เป็นร้อยเป็นพันปี จะถูกพวกกู้ชาติตัดตอนนำเสนอ "ความจริงบางส่วน" กันขนาดไหน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขณะที่เมืองเก่าอยุธยากำลังเสี่ยงต่อการถูกถอดชื่อจากการเป็นมรดกโลก เพราะความห่วยแตกของคนไทยเอง
^
^
ด้วยความเป็นเด็กLANDSCAPE ARCHITECT
ผมห่วงประเด็นนี้มากกว่าเขาพระวิหารอีก..เปิดเพลง รักแท้ ดูแลไม่ได้sad smile

#1 By คาโตเน่ on 2008-06-23 20:17

เห็นด้วยว่า พื้นที่ส่วนปราสาทเขาพระวิหาร มันควรจะจบ ๆ ไปได้แล้ว เราไม่มีสิทธิ์โต้แย้งอะไร(งี่เง่า)อีกแล้ว

ประเด็นสำคัญคือ พื้นที่ทับซ้อนส่วนที่เหลือต่างหาก ที่ต้องดูแลกันให้ดี Hot!

#2 By PaePae on 2008-06-23 20:20

ของแถมนี่มัน....sad smile

#3 By (^_^)/nana on 2008-06-23 20:26

อ่าส์ขอบอกตามตรงอ่านวันนี้ รู้เรื่องกว่าดู สารคดีมา
หลายชั่วโมง

#4 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-23 20:28

ขอบคุณสำหรับข้อมูลอันอัดแน่นเช่นเคยครับ Hot!

#5 By Eddy on 2008-06-23 20:28

Hot! Hot! Hot!

เมื่อไหร่ประเทศชาติจะมองอะไรตามความเป็นจริงซะที sad smile

#6 By vendetta on 2008-06-23 20:33

Hot!
กำลังอยากได้ข้อมูลมาเป็นกำลังใจให้ตตัวเองอยู่เลย เพราะมีเพื่อนในห้องทำตัวเป็นพวกกู้ชาติทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ไปรู้ห่านเหวใดๆกับเขาเลย เหอะๆ sad smile

#7 By Sinziar Zirconiaz on 2008-06-23 20:42

พอ คมช. เป็นรัฐบาลฯ พวกกู้ซากหายจ้อยไปหมด

พอ รัฐบาลพลเรือนกลับมา ถึงกล้ามากู้ซากอีกรอบ
ผมว่าเขาไม่มีเหตุผลอะไร มากไปกว่า
1. แก้แค้นส่วนตัว
2. รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้นำทัพฯ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ (สนองกิเลสส่วนตัวนันเอง)

#8 By Detonator on 2008-06-23 20:52

Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณมากครับ คนไทยต้องการข้อมูลแบบนี้มากๆ

็เกลียดเหตุผลกู้ชาติของมันจริงๆ ไอ้หอกเอ๊ย

วันที่จอมพลป.ยึดดินแดนคืนเป็นวันเกิดผมพอดีเลย ควรปลื้มไหมครับเนี่ย sad smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ให้ห้าดาวกระทู้นี้ ด้วยความถูกใจบางอย่าง

มีหลายๆข้อมูลที่อยากอ่าน และศิชนค้นคว้ามาให้อ่านอย่างที่ต้องการพอดีครับ
เอาไปก็ไม่ได้ทำให้ข้าวแพงขึ้น

ถึงจะด่ารัฐบาลก็เถอะนะ แต่กรณีนี้่ไม่เห้นด้วย
^
แก้....*ไม่ได้ทำให้ข้าวถูกลง
Hot! Hot! Hot!

ไม่ไ้ด้ให้ดาวชาวบ้านมานาน

อันนี้เชียร์เต็มที่ เย้

#13 By ifine™ on 2008-06-23 21:31

confused smile กำลังสับสนกับข้อเท็จจริงเรื่องนี้อยู่พอดีเลยครับ มีหลายอย่างที่ผมพึ่งรู้ด้วย Hot!

/นั่งฮาของแถม กร๊ากกกกก แอบอ่านเห็นข้อความเล็กๆใกล้ๆ isbn

#14 By เสี่ยแนน on 2008-06-23 21:50

รวบรัด เข้าใจง่ายดีครับconfused smile

อ่านตามวิกิแล้วงง ๆsad smile

#15 By 「Mysteryくん」 on 2008-06-23 21:59

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By Blade on 2008-06-23 22:11

ที่เค้าว่าคนไทยส่วนใหญ่อ่านหนังสือน้อยมาก เห็นทีจะจริง

พอไม่รู้จักค้นคว้าศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเอง
จึงถูกทำให้ถูกจูงจมูกได้ง่ายโดยแนวคิดคนอื่น

บางทีความเจริญของประเทศเราอาจจะหยุดลงแล้วก็ได้

Hot!

#17 By oatato on 2008-06-23 22:16

ฟังสรุปข่าวช่วงหัวค่ำยังมึนๆอยู่เลยพอได้อ่านแล้วเข้าใจชัดเลยล่ะครับคราวนี้big smile

ป.ล.ของแถมนี่โดนใจจริงๆcry

#18 By UnknowPerson on 2008-06-23 22:21

...จริงๆแล้วผลจาก WW2 ที่ไทยไปร่วมกับญี่ปุ่นนี่ ทำให้ไทยต้องเอาข้าวเอาเงินชดใช้ให้อังกฤษเยอะเหมือนกัน
ส่วนกระแสเขาพระวิหารตอนนี้ เรื่องเสียดินแดนจางไปแล้ว แต่มาจะเอาว่า "ทำไมไม่จดร่วมกัน"
อ้าว จดยังไงล่ะ ก็ในเมื่อตัวเขาพระวิหาร มันเป็นของกัมพูชาไปตั้งแต่ปี 2505 แล้วนี่...Hot!

#19 By naiamibios on 2008-06-23 22:22

ของแถมนี่สะใจจริงๆครับ ^^ big smile

#20 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-06-23 22:38

Hot! วันนี้ฟังสว. เดี้ยวพรุ้งนี้ จะฟังฝ่ายค้านซักหน่อยจะว่าไงกันบางเรื่องนี้ open-mounthed smile

#21 By หมู..โฮก..โฮก on 2008-06-23 23:06

ของแถมนี่ เจ๋งจริงๆ Hot!

ปล.เรื่องหลักของเอนทรี่นี้...แสดงให้เห็นว่า หลายคนยังฟังข้อมูลด้านเดียวจริงๆนั่นแหละครับ sad smile

#22 By SkyKiD on 2008-06-23 23:24

ว่ายังไงดีล่ะ คือคนที่เค้าออกมาเต้นเรื่องนี้
ส่วนหนึ่งเค้า"เชื่อ"มาก่อนแล้วไง
เค้าเลยไม่ได้หาข้อเท็จจริงเพิ่ม
เพราะเค้า"เชื่อ"ไปแล้ว

ปล.คำถามคือเค้ากำลังเชื่อใครอยู่?

#23 By Nadnadar (The Flaneur) on 2008-06-23 23:30

เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกรณีพิพาทบ้าๆ อายุเกือบ 50 ปี ที่สั้นกระชับสุดๆ แล้ว ... ใครอ่านเอนทรี่ยาวแค่นี้ไม่จบ ก็เห็นทีจะไม่ต้องพูดถึงการกู้ชาติอะไรนั่นแล้วล่ะครับ sad smile

หลักฐานของศาลโลกก็ชัดเจนดี ทางเราก็ไม่ได้ค้านในประเด็นว่าเป็นหลักฐานปลอม ก็ยังงงๆ ว่าทำไมถึงยอมรับกันไม่ได้

ความรักชาติ ไม่ได้ช่วยกลับถูกให้เป็นผิดหรอกนะครับ Hot!
พอเค้าพูดถึงประเด็นเขาพระวิหาร

เลยนึกถึงตอนที่นักการเมืองกัมพูชา ใช้เรื่องเขาวิหารปลุกกระแสการเมือง ทำให้คนกัมพูชาโกรธถึงกับบุกเผาสถานฑูตไทย

มาวันนี้วิธีนี้กลับมาใช้อีกแล้ว โดยคนไทย เพื่อคนไทย

เห็นแล้วปลง.......ไม่ออกครับ เซงมาก

เอาไปเลยเจ็ดดาว
ขอให้ไทยสงบสุขซักทีเถอะ
Hot!

เอาใจไปเลย

#26 By MeiiThamoN on 2008-06-24 00:23

ไม่อยากคุย อุ้ย แหะๆ เรื่องพวกนี้ผมรู้มาตั้งแต่เด็กแล้วนะคับ แต่ผมก็ยังงงกะพวกกู้ชาติทำโล่หมิ่นฯ อยู่ว่ามันคิดมาได้ยังไงไอ้เรื่องพวกนี้ แล้วจะเอาเค้าออกท่าเดียวอีกต่างหาก

ผมเบื่อไอ้พวกพม่าเต็มทีละ (เห็นมันเล่นสงคราม 9 ทัพ พม่าอย่างไม่ต้องสงสัย)


ของแถมนี่ ปกหลังของหนังสือแม้วไม่โม้นิ - -sad smile

#27 By หมีขั้วโลก™ on 2008-06-24 02:20

Hot! Hot! Hot!
อยากบอกอย่างนี้มานานแล้วครับ

#28 By ~the xnux~ on 2008-06-24 08:03

Hot! Hot! Hot!

บอกได้คำเดียวว่าโคตรเซ็งสาวกพันธมิตร

#29 By hasana on 2008-06-24 09:25

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ให้ห้าดาว(ไม่ใช่ไก่ย่างนะ) สำหรับข้อมูล ข้อเท็จจริง
และแนวคิดทั้งหมดที่ตรงใจเหลือเกิน

..โดยเฉพาะของแถมล่างสุด big smile

#30 By Beluga on 2008-06-24 09:29

ที่เขาเถียงกันประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัว”ปราสาท” เขาพราะวิหารนี่นา แต่มันอยู่ที่พื้นที่ “เขาพระวิหาร” ต่างหาก ที่เสนอให้ขอจดร่วมกันเพราะพื้นที่สระน้ำซึ่งถ้ามองตามสถาปัตยกรรมแล้วมันเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทเขาพระวิหารนั้นมันอยู่ในเขตไทย

ปล. อนุญาต นะ ไม่ใช่ อนุญาติ big smile

#31 By ~Alpha~ on 2008-06-24 09:45

ขอถามหน่อยได้ไหมครับ
เนื่องจากเขาพระวิหาร ด้านเขมรอยู่ริมหน้าผา แล้วเขาจะมีคนเขมรมาตั้งร้านขายของในเขตพื้นที่ทับซ้อนได้ยังไง ขนาดคนไทยยังไม่กล้าเลยopen-mounthed smile

#32 By black-rayz on 2008-06-24 09:53

Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นเลยครับ

#33 By Yashima on 2008-06-24 10:22

เป็นเอนทรี่ที่ผมตั้งใจอ่านที่สุดในรอบเดือนเลยครับ ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นหลายๆอย่างเลย ขอบคุณมากครับHot!

#34 By -----ROGER----- on 2008-06-24 10:27

#32
พื้นที่ทับซ้อนด้านทิศตะวันตกของปราสาทเขาพระวิหาร เป็นแอ่งที่ราบเล็กๆ เว้าเข้ามาครับ จากตรงนี้สามารถลัดเลาะเอาของขึ้นมาขาย ตรงทางเข้าด้านหน้าของฝั่งไทยได้
โดยมารยาทก็ไม่ควรก่อสร้างอะไรในพื้นที่ทับซ้อน จนกว่าจะปักปันเขตแดนเสร็จครับ แต่คณะกรรมการปักปันเขตแดนทำงานค่อนข้างช้า + ชาวบ้านต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง

ปัญหานี้เกิดขึ้นในพื้นที่ทับซ้อนหลายจุดทั่วประเทศครับ ฝั่งพม่าก็มี แต่ที่นี่พิเศษกว่าก็ตรงที่สามารถลากเอาปราสาทเขาพระวิหาร มาจูงจมูกคนกู้ชาติหน้ามืดได้สบายๆ ครับ

#35 By Chubby Chocobo on 2008-06-24 10:31

อ่านแล้วถูกใจครับ ขอบคุณในข้อมูลมหาศาล ..

#36 By GuGGGar on 2008-06-24 12:11

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะHot!

#37 By >>VaRioLa on 2008-06-24 12:21

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ไอ้เรื่องเขาพระวิหารนี่ เหมือนเคยเรียนตั้งกะเด็กๆแล้วนะ แถมฟังข้อเรียกร้องแล้วเห็นแก่ตัวชอบกล ได้คืบจะเอาศอก
อ่านปกหลังแล้วฮากลิ้ง

#38 By ryusei on 2008-06-24 12:32

เพิ่งนั่งถก-เปรียบเทียบกะน้องชายไปหยกๆเลย เรื่องเมืองมรดกโลกอยุธยากะเขาพระวิหารเนี่ย 555

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot!]ล้อมดาวให้เลย Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ปล. รักชาติจริงเค้าไม่มาปักหลักประท้วงหรอกเฟร้ย เค้าไปทำมาหากินช่วยเศรษฐกิจชาติดีกว่า เน้อ...

#39 By -:-LiLiMu-:-Kisss-:- on 2008-06-24 15:05

หลงไม่หลงผมไม่รู้ แต่

วันนี้ (24 มิ.ย.) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าที่ประชุม ครม.มีมติให้ทบทวน ครม.ครั้งที่แล้ว กรณีเขาพระวิหารใน 2 ประเด็น ว่าด้วยการแถลงการณ์ร่วมและแผนที่แนบท้าย ตามที่นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศได้ลงนามไว้ โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อแผนที่เป็นแผนผังแทน โดยให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่ากรณีข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนอยากระบุให้ชัดเจน เมื่อขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกจะไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่ทับซ้อนดัง กล่าว

เพราะคณะรัฐมนตรีห่วงว่า เมื่อประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกไปแล้ว พื้นที่ทับซ้อนจะถูกครอบคลุมไปด้วย โดยได้มอบหมายให้ นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. นายสหัส บัณทิตกุล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ยกร่างประเด็นหเล่านี้ให้ชัดเจนและรัดกุม เพื่อไม่ไห้เกิดปัญหาในอนาคต

ด้าน นายสุวิทย์ เปิดเผยว่า หลังจัดทำร่างให้ชัดเจนจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้า ก่อนที่ออกหนังสือเวียนไปยังหน่วยราชการต่าง โดยการยกร่างมติ ครม.ใหม่ครั้งนี้ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบเรื่องดินแดนและอำนาจอธิปไตย

จบเห่

#40 By turks on 2008-06-24 15:38

#40
เป็นเรื่องที่ต้องประสานงานกับคณะกรรมการมรดกโลกครับ
เพราะตัวมรดกโลกเองไม่ได้ครอบคลุมเรื่องปัญหาอธิปไตย
ซากหินมันกองอยู่ตรงนั้นของมันดีๆ คนนั่นแหละที่มีปัญหา

#41 By Chubby Chocobo on 2008-06-24 16:00

แวะมาให้ดาวHot!

#42 By Ellebazi on 2008-06-24 16:27

ชอบเอนทรี่นี้แหละ Hot! Hot! Hot!

#43 By cg on 2008-06-24 16:46

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะconfused smile
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่ เลย ตอนแรกรู้แค่ว่า ของมันเสียไปแล้วทำไม มาโวยวายอะไรตอนนี้เนี่ย เหอะๆ

ตอนนี้ก็เข้าใจมากขึ้น

#45 By หมูทอดซามะ on 2008-06-24 18:34

sad smile sad smile ไม่รู้แล้ว ว่าข้อมูลใครผิดใครถูก เซ็งอ่ะsad smile

#46 By echoficy on 2008-06-24 19:55

เห็นด้วยในกรณีเขาพระวิหาร

ส่วนกรณีประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชาโบราณ ... คุณ chubby อาจกำลังแพร่ความเข้าใจผิดอีกรอบโดยไม่รู้ตัวค่ะ

เขมรย้ายเมืองหลวงไปที่อื่น ก่อนทัพพระเจ้าปราสาททองจะยกไปตีเมืองยโสธราปุระนานแล้วค่ะ และสมัยนั้น ยังไม่มีการแบ่งเขตแดนอย่างชัดเจนว่านี่คือเขตไทย เขตยโสธรปุระ หรือเขตอโยธยา นี่อาจเป็นเหตุผลที่ตำราเรียนคลั่งชาติไม่ได้เขียนเรื่องนี้แต่ไปเน้นประวัติศาสตร์ไทย-พม่า ซึ่งเกิดทีหลังและมีหลักฐานชัดเจนกว่า ถึงกระนั้นก็ยังมั่วซั่วและเขียนเข้าข้างตัวเองอยู่ดี

เพราะถ้าจะเขียนประวัติศาสตร์ไทย-เขมรจริงๆ .. คนไทยคงรับไม่ได้ถ้าสุโขทัยไม่ใช่เมืองยิ่งใหญ่ เป็นเพียงหัวเมืองระดับกลางเมืองหนึ่งแห่งอาณาจักรเขมรหรอก ^^;;

ขำๆ ค่ะ คงเป็นความจริงที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดเหมือนกัน เอิ๊ก sad smile

#47 By D.M. on 2008-06-24 19:59

#47
ขอบคุณที่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมครับ จะนำไปแก้ไขโดยทันทีครับผม surprised smile

#48 By Chubby Chocobo on 2008-06-24 20:17

Hot! ถูกใจจริงๆครับ
เบื่อพวกรักชาติไม่ลืมหูลืมตา
ไปให้เค้าปั่นหัวโดยไม่ดูข้อเท็จจริง
กับพวกนักวิชาเกินทั้งๆที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
แต่ก็แกล้งทำเป็นโง่พูดจาปลุกปั่นคน
ทำลายชาติกันทางอ้อม เพื่อรักษาสถานะทางสังคม
เฮ้อ...ประเทศไทย คนดีดีอยู่ไม่ได้จริงๆ
ป.ล.ของแถมฮามากมายเลยคร้าบconfused smile

#49 By •น้องหมานิ• on 2008-06-24 20:47

Hot!

ขออนุญาตปรินต์ เอนทรีนี้ไปให้หัวหน้าอ่านด้วย
เบื่อเหลือเกิน กับการโยงอันโน้นอันนี้เข้ามาเกี่ยวกับการเมือง
...

เดี๋ยวนี้เป็นยุคแห่งความเชื่อไปแล้ว
ใครเชื่ออะไร ก็จะเชื่อแบบนั้น
...สมมติว่าเชื่อไปแล้วว่านักวิชาเกินมันเจ๋ง รัดถะบานมันเจ๊ง ต่อให้เอาข้อมูลมากองทับ ก็ยังแค่อ่านๆ ผ่านแล้วตลท้ายด้วยประโยคว่า ...มันไม่จริง
...สมมติว่าเชื่อว่านักวิชาเกินมันเจ๊ง รัดถะบานมันเจ๋ง เอาข้อมูลมาอ่าน ผ่านๆ แล้วก็สำทับว่า ...มันไม่จริง อยู่ดี


เฮ้อ

ไปดูปราสาทหินนี้มาก็รู้ๆ ว่าทำไมทางขึ้นมันอยู่ที่ไทย
เพราะ
ด้านกัมพูชามันเป็นเหว ดีๆ นี่เอง
เลยยังนึกว่า
ถ้าจะเรียกร้องเอาคืนตามมาตรฐานการแบ่งดินแดนแบบสมัยนี้
โดยใช้สภาพภูมิประเทศ สันเขา สันปันน้ำ ไทยจะได้กองหินกองนี้คืนมาด้วยรึเปล่า?

เอาเถอะ
เรื่องประวัติศาสตร์นี่มันต้องอ่านหลายๆเล่มsad smile

#50 By WednesdayChild on 2008-06-24 21:28