WALL-E : จุดสูงสุดแห่งบริโภคนิยม
posted on 14 Aug 2008 17:09 by chubby in Review-Environment, Review-Movie
.
ปลายศตวรรษที่ 21 กิจการผูกขาดของเอกชนยักษ์ใหญ่ ผลักดันให้ผู้คนบริโภคกันสุดโต่งอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีใครกำจัดขยะที่เกิดขึ้นจากการบริโภคอย่างบ้าคลั่งดังกล่าวได้ทัน จนมนุษย์ต้องละทิ้งโลกไปอยู่ในอวกาศ
หลงเหลืออยู่ก็เพียงหุ่นยนต์รุ่น Waste Allocation Load Lifter Earth-Class หรือ WALL-E
คอยทำหน้าที่คัดแยกและบดอัดขยะอยู่อย่างเดียวดายมาตลอด 700 ปี จนกระทั่งการปรากฎตัวของ EVE
หรือ Extra-terrestrial Vegetation Evaluator หุ่นยนต์ที่ถูกส่งมาประเมินสภาพพืชสีเขียวบนโลก
เพียงแรกพบ WALL-E ขี้เหงาก็ปิ๊ง EVE ทันที แต่ความรักไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนต์
.
สิ่งที่ชอบ
- อะนิเมเตอร์ทำให้คนดูรู้สึกถึงความมีชีวิตจิตใจของหุ่นยนต์อย่าง WALL-E และ EVE ได้จนถึงขีดสุด
ตัวละครสามารถแสดงอารมณ์สารพัดอย่างผ่านข้อจำกัดทางกายภาพของหุ่นยนต์แต่ละชนิดได้อย่างยอดเยี่ยม
- ตีแสกหน้าเหล่ามนุษย์ภายใต้ลัทธิบริโภคนิยมอย่างเจ็บแสบ ทั้งการหวดซึ่งหน้า และการแอบหวดข้างหลัง
ทำให้คนดูรู้สึกเชื่อว่าพัฒนาการสุดท้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ (ที่มีทรัพย์เพื่อการบริโภค) ต้องมีจุดจบแบบนี้แน่
- ช่วงครึ่งแรก เหมือนหนังใบ้ที่ใช้ภาพและท่าทางแสดงอารมณ์ต่างๆ เล่าเรื่องแทนการสนทนาได้ถูกใจมาก
การใช้ชีวิตของมนุษย์หลังผ่านไป 700 ปี, งานระบบต่างๆ ภายในยาน AXIOM, แมลงสาบ (?) สุดอึด
.
สิ่งที่ไม่ชอบ
- ถ้าลองเปลี่ยน WALL-E กับ EVE จากหุ่นยนต์เป็นมนุษย์ หลายฉากจะได้กลิ่นละครน้ำเน่าโชยมาตุๆ
ประมาณหมาวัดต่ำต้อยติดดิดคลุกฝุ่นซอมซ่อ หมายปองดอกฟ้าบ้างานแสนสวยแถมยังแข็งแกร่งแรงเกินร้อย
.
ประเด็นอื่นๆ
- ธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, การผลาญทรัพยากร, การบริโภคแบบสุดขั้ว, จิตสำนึกในการอนุรักษ์, ปัจเจกชน
ความไม่เท่าเทียมในการกระจายผลผลิตและการบริโภค, เป้าหมายสุดท้ายในชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์คืออะไร
.
.

.
IMDb : 8.7/10
Metacritic : 93/100
Rotten Tomatoes : 96%
.
.
.
...Spoil...
.
.
.
ปลายศตวรรษที่ 21 บีเอ็นแอลครอบครองตลาดค้าปลีกแบบผูกขาด กำหนดกระแสการบริโภคแบบครบวงจร
ทำลายคู่แข่ง ไม่ว่าด้วยวิธีอะไรก็ตาม ผลที่ปรากฎคือไม่มีธุรกิจอื่นหลงเหลืออยู่ในตลาดการค้าแม้แต่รายเดียว
ด้วยโฆษณาทั่วทุกหัวระแหง ประชาชนถูกล้างสมองให้ทำตามกระแสที่ผู้ขายสินค้าเสนอมาโดยไม่ต้องยั้งคิด
ลูกค้ามหาศาล ทำให้ประธานบีเอ็นแอลไม่ได้เป็นเพียงประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่เป็นผู้นำแห่งโลกบริโภคนิยม
สินค้าของบีเอ็นแอลครอบคลุมทุกระดับ ครอบงำประชาชนทุกชนชั้นตั้งแต่เกิดจนตายไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ครอบงำขนาดไหน ? ลองนึกถึงแบบเรียนภาษาไทยที่เด็กๆ ท่องว่า กอ.ไก่เคเอฟซี, ขอ.ไข่ซีพี ฯลฯ ดูสิครับ
.
เข้าสู่ศตวรรษที่ 22 สังคมบริโภคนิยมสุดขั้วที่บีเอ็นแอลสร้างขึ้นมา บนพื้นฐานของการล้างผลาญทรัพยากร
เริ่มส่งผลลัพธ์เลวร้าย สภาพอากาศแปรปรวนวิปริต ขยะมากมายมหาศาล, หญ้าสีเขียวยังมองหาแทบไม่เจอ
ประธานบริษัทบีเอ็นแอลเริ่มต้นโปรเจก WALL-E หุ่นยนต์คัดแยกและบดอัดขยะในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม
ระหว่างนั้นก็ส่งประชากรที่มีกำลังทรัพย์สำหรับบริโภคไปท่องเที่ยวอวกาศกับยาน AXIOM เป็นเวลา 5 ปี
ปี ค.ศ. 2115 สารพัดโครงการต่างๆ ล้มเหลว บีเอ็นแอลไม่สามารถฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของโลกกลับคืนมา
ประธานบีเอ็นแอลส่งคำสั่งลับไปยังคอมพิวเตอร์ประจำ AXIOM ไม่ให้เดินทางกลับสู่โลกที่อยู่อาศัยไม่ได้แล้ว
.
โลกกลายเป็นดาวที่อยู่อาศัยไม่ได้ แต่ก่อนมนุษย์คนสุดท้ายจากไป พวกเขาลืมปิดสวิตช์ WALL-E ตัวหนึ่ง
และ WALL-E ตัวนี้ยังคงทำหน้าที่คัดแยกและบดอัดขยะตามที่โปรแกรมไว้มาตลอด 700 ปีไม่มีวันหยุด
ระยะเวลา 700 ปี นานพอที่ปัญญาประดิษฐ์ในตัว WALL-E จะพัฒนาไปในทางที่ผู้สร้างเองก็คาดไม่ถึง
WALL-E เรียนรู้เรื่องอารมณ์จากสื่อในเศษซากอารยธรรมมนุษย์ และพัฒนาไปเป็นความรู้สึก "เหงา" ขึ้น
จนกระทั่งการปรากฏตัวของ EVE หุ่นยนต์ที่ยาน AXIOM ส่งมาเพื่อประเมินสภาพพืชสีเขียวบนดาวโลก
ทำให้ WALL-E อยากสร้างความสัมพันธ์กับอีสาวปืนดุรายนี้ ด้วยสารพัดวิธีการต่างๆ เท่าที่เขาจะนึกออก
.
เมื่อ EVE พบต้นไม้เล็กๆ ต้นหนึ่งที่ WALL-E บังเอิญเก็บได้ เธอก็จัดการปิดระบบทั้งหมดของตัวเอง
เพื่อรอเวลาที่ยานสำรวจนำเธอกลับไปยังยาน AXIOM แต่ WALL-E ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับ EVE
WALL-E จึงติดตาม EVE ไปถึงยาน AXIOM และพบเห็น "ความจริง" ของผู้อยู่อาศัยบนยานลำนี้
ผ่านไป 700 ปี มนุษย์วิวัฒนาการสภาพร่างกายไปตามสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่
ทุกอย่างล้วน Automatic (แน่นอนว่าเป็นสินค้าของบีเอ็นแอล) ทุกคนลืมไปแล้วว่า Manual คืออะไร
บางคนขลุกอยู่แต่หน้าจอสื่อสารโฆษณาต่างๆ มานานนับสิบปี จนไม่รู้เลยว่ารอบตัวมีใครหรืออะไรอยู่บ้าง
.
ก่อนเข้ามาใน AXIOM วัตถุทุกชิ้นต้องผ่านการตรวจสอบจาก โม หุ่นทำความสะอาดสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็ก
แน่นอนว่า WALL-E ทำให้ M-O แทบคลั่งเมื่อตรวจดูแล้วเจอแต่วัตถุปนเปื้อนเต็มไปหมดทุกซอกทุกมุม
น่าเศร้าที่ "ดิน" ธรรมดาจากดาวเคราะห์โลกกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนสำหรับมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในอวกาศเสียแล้ว
แต่นั่นคือหน้าที่ของ M-O ที่มนุษย์ตั้งโปรแกรมเอง รวมถึงหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกชนิดอื่นบนยานลำนี้
หุ่นยนต์ชนิดสุดท้ายที่เราจะได้เห็น คือ WALL-A ขนาดยักษ์ในห้องกำจัดขยะลึกสุดของยาน AXIOM
สะท้อน "ความจริง" ที่ว่า มนุษย์ไม่สามารถลดการบริโภคหรือตัดทอนความสะดวกสบายของตนลงไปได้
.
ตามแผนเดิม ยาน AXIOM จะเดินทางกลับโลกก็ต่อเมื่อ EVE ยืนยันว่ามีพืชสีเขียวกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
แต่ AUTO, ระบบควบคุมยานอัตโนมัติ, ซึ่งได้รับคำสั่งลับ จากประธานบีเอ็นแอลตั้งแต่เมื่อ 700 ปีก่อน
ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับสู่โลกโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นข้อมูลเก่าตกยุคขนาดไหน และควบคุมตัวกัปตันเอาไว้
คล้าย HAL 9000 ใน Space Odyssey ที่ทำอะไรบางอย่างด้วยตนเองโดยปฏิเสธคำสั่งของมนุษย์
แต่กัปตันยาน AXIOM แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย (แม้ตอนแรกดูไม่ค่อยน่าศรัทธา)
ด้วยทำนองจาก Space Odyssey ประกอบการกระทำที่ยากเย็น...สำหรับมนุษย์ที่อยู่ในอวกาศมานาน
.
สิ่งที่เห็นในภาพยนตร์เป็นอนาคตของพวกเรา...หรือเป็นอดีตของพวกเราที่กำลังกลับมาซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง ?

แต่ไม่รู้ว่าคนไทยจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ดีแค่ไหน
กลัวว่าแค่เห็นหนังไม่ค่อยพูดก็อาจจะหลับตั้งแต่ต้นเรื่องเลยก็ได้
#1 By tomatong on 2008-08-14 17:56