.
หลังเว้นวรรคไปพักใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ก็ประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน
เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการโดย ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) เอง
เมื่อผู้สมัครสอบผ่านภาค ก. แล้วจะได้ใบรับรอง เพื่อนำไปใช้ในการสมัครสอบภาค ข. ตามหน่วยงานต่างๆ
การสอบภาค ก. ในปีนี้มีผู้สมัครสอบถึง 240,000 คน ทั้งนักศึกษาจบใหม่และผู้ใหญ่ที่อยากเปลี่ยนสายงาน
จำนวนผู้สมัครที่มากมายขนาดนี้ทาง ก.พ. จึงแบ่งผู้สมัครสอบออกเป็น 3 กลุ่มๆ ละประมาณ 80,000 คน
แยกสอบในเดือนกันยายน พฤศจิกายน ธันวาคม (ผมสอบที่รามคำแหง 1, ที่เหลือก็กระจายไปยังสนามอื่นๆ)
.
การสอบภาค ก. คราวนี้ ทาง ก.พ. ได้ยกระดับมาตรการการป้องกันการทุจริตสูงขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการสมัคร
เมื่อผู้สมัครกรอกรายละเอียดในการสมัครสอบ ภาค ก. ทางอินเตอร์เน็ตผ่านหน้าเว็บไซต์ ก.พ. เรียบร้อยแล้ว
จะยังไม่สามารถพิมพ์ใบสมัครสอบได้ จะพิมพ์ได้เฉพาะแบบฟอร์มสำหรับโอนเงินค่าสมัครสอบผ่านธนาคาร
ในกรณีที่ผู้สมัครมาโอนเงินพร้อมกันหลายคน ระบบจะสุ่มลำดับหมายเลขสมัครสอบไม่ให้ติดกันโดยอัตโนมัติ
เมื่อผ่านพ้นกำหนดการรับสมัครแล้ว จึงจะสามารถพิมพ์ใบสมัครสอบของแต่ละคนจากเว็บไซต์ของ ก.พ. ได้
พร้อมรายละเอียดสถานที่ วัน เวลาสอบของแต่ละคน, ข้อมูลในส่วนนี้ไม่มีการประกาศสู่สาธารณะแต่อย่างใด
.
หมายเหตุ : นี่เป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ, ไม่ใช่การสอบชิงทุนอะไรของ ก.พ. นะครับ
.
การเดินทาง
.
การสอบ ก.พ. ประจำปีงบประมาณ 2551 ไปตรงกับเหตุการณ์กบฏโพกผ้าเหลืองบุกยึดทำเนียบรัฐบาลพอดี
มีการปิดถนน, สนามบิน, หยุดเดินรถไฟ ตามแนวทางอนารยะข่มขืน, ข่มขืนใจให้คนอื่นคิดเห็นแบบเดียวกัน
การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงมีการเตรียมแผน 2 สำรองไว้ โชคดีรถไฟบ้านผมเปิดให้บริการตามปรกติพอดี
จึงไม่ต้องขุดเอาแผน 2 ขึ้นมาใช้แต่อย่างใด (แผน 2 คือยอมเปลืองค่าน้ำมันขับรถเข้ากรุงเทพฯ เองซะเลย)
นอกจากนี้ยังจองที่พักใกล้สนามสอบไว้ก่อน เผื่อกรณีฉุกเฉินต่อให้อนารยะปิดถนนเข้าก็ยังเดินไปสนามสอบได้
และเช็คตำแหน่งที่ตั้งของตึกที่จะสอบจากแผนผังในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) ไว้แล้ว
.
ก่อนสอบ
.
เตรียมเอกสารทุกอย่างใส่ซองให้เรียบร้อย รายละเอียดระบุไว้ในเอกสารที่พิมพ์มาพร้อมกับใบสมัครสอบแล้ว
บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรข้าราชการ ห้ามนำมือถือเข้าห้องสอบ ฯลฯ ดูไม่แตกต่างจากการสอบที่อื่น
ที่หน้าห้องสอบ จะมีเจ้าหน้าที่ชุดหนึ่งดักอยู่พร้อมถามเสียงดังฟังชัดว่าเราพกโทรศัพท์มือถือเข้ามาหรือเปล่า
ข้ออ้างว่าเผลอพกโทรศัพท์มือถือเข้ามาจึงฟังไม่ขึ้น ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบภายหลัง ปรับตกทันทีไม่มีอุทธรณ์
เข้าห้องสอบได้ 45 นาทีก่อนถึงเวลาสอบ นั่งปรับสภาพจิตใจ ฟังรายละเอียดการเขียนเอกสารจากเจ้าหน้าที่
เวลาสอบ 2 ชั่วโมงครึ่ง ห้ามลุกออกจากห้องสอบก่อนหมดเวลาเด็ดขาดเว้นเสียแต่ ท้องเสีย คลอดลูก ฯลฯ
.
สอบอะไรบ้าง
.
ข้อสอบปรนัย (เลือกตอบ) 80 ข้อ เป็นคณิตศาสตร์ 40 ข้อ ภาษาไทย 40 ข้อ เวลาสอบ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ข้อสอบ ภาค ก. ปีนี้ เน้นการวิเคราะห์แทบทั้งหมด จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ลองดูทีละส่วนนะครับ
.
  • คณิตศาสตร์
ไม่ต่างจากหนังสือคู่มือติว ก.พ. ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดเท่าไร เป็นคณิตศาสตร์ระดับมัธยมแบบง่ายมาก
เช่น อนุกรม (หารร่วมมาก, คูณร่วมน้อย แป๊บเดียวก็หาค่าได้แล้ว ยกเว้นบางข้อที่เจอลำดับแปลกๆ หน่อย)
สมการ (มากกว่า, น้อยกว่า ฯลฯ) ตัวแปรเยอะขึ้นมานิด วิธีทำไม่ค่อยยากแต่ตัวเลือกต้องวัดใจกันหน่อยครับ
เช่น ก. ถูกทั้งสองข้อ, ข. ผิดทั้งสองข้อ, ค. ไม่แน่นอนทั้งสองข้อ, ง. หรือทั้งสองข้อคำตอบไม่เหมือนกัน
หนึ่งสมการใช้ตั้งคำถามได้ตั้งแต่ 2 - 6 ข้อ ถ้าคิดถูกก็ได้คะแนนเพียบ แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็จะพลาดไปทั้งยวง
โจทย์ที่เหลือใช้แค่การบวก, ลบ, คูณ, หาร, หาค่าร้อยละ, การปัดเศษสมัยเรียนประถม มีเท่านี้จริงๆ ครับ
.
- ยาก สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องคิดเลขมาแทบทั้งชีวิต หรือคิดเลขในใจไม่เป็น จะเสียเวลาทำข้อสอบเป็นอย่างยิ่ง
- ดัก ครึ่งหนึ่งเป็นคำถามเชิงวิเคราะห์ ถ้าคำนวณได้อะไรแล้วกาไปเลยไม่อ่านโจทย์ให้ดีๆ ระวังน้ำตาตกใน

.
  • ภาษาไทย
เป็นอะไรที่ "เซอร์ไพรส์" สำหรับผมมากครับ เพราะสองในสามเป็นคำถามเรื่องภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ด้วยบทความสั้นๆ 4 - 5 บรรทัดให้เราอ่าน แล้วถามว่า บทความดังกล่าวมีจุดประสงค์ต้องการสื่อถึงอะไร
ถ้าคุณอ่านหนังสือปีละมากกว่า 8 บรรทัด ไม่ใช่อ่านภาษาวิบัติตามเว็บบอร์ดหรือนิยายที่เขียนด้วยอีโมดุ๊กดิ๊ก
คุณจะฟาดคะแนนในส่วนนี้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยล่ะครับรวมทั้งโจทย์การเลือกใช้คำพูดซึ่งหวานหมูสุดๆ
ยากขึ้นมาหน่อยคือโจทย์คุณสมบัติของคำ เพราะบางคำคลับคล้ายคลับคลาว่ามีหลายคุณสมบัติทับซ้อนกันอยู่
ส่วนพวกคำสมาส สนธิ ราชาศัพท์ คำที่มักเขียนผิด การสะกด ไวยากรณ์ ฯลฯ ผมไม่เจอเลยแม้แต่ข้อเดียว
.
- ยาก สำหรับผู้ที่อ้างวิวัฒนาการห่าเหวของภาษา จนไม่เหลือภาษาที่ถูกต้องตกค้างอยู่ในซอกหลืบของสมอง
- ดัก โจทย์ภาษาฟุ่มเฟือย (ผมเองก็ใช้คำฟุ่มเฟือยบ่อยมากเพื่อให้แต่ละบรรทัดเต็มความกว้างของบล็อกพอดี)

.
โจทย์ภาษาไทยในการสอบ ก.พ. ภาค ก. ครั้งนี้ น่าเอาไปออกสอบแอดมิสชั่นสำหรับเด็ก ม.ปลาย มากครับ
เห็นเบื่อหน่ายเรื่องการท่องหลักไวยากรณ์ต่างๆ มากมาย เอาวิธีการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันให้สอบเลยดีกว่า
ผลคะแนนที่ออกมาอาจฟ้องให้เราเห็นอย่างชัดเจนเลยครับว่า ทำไม fwd mail ลวงโลกถึงอยู่ยงคงกระพัน
ทำไม fwd mail บิดเบือนเกี่ยวกับอาหาร ยา สถาบัน ถึงมีคนเชื่อถือตะพึดตะพือจนสังคมเกิดความปั่นป่วน
พื้นฐานการใช้ภาษาที่อ่อนด้อย ทำให้มีผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนที่อ่อนหัดเพิ่มมากขึ้นทุกที ดังตัวอย่าง
รายการคุยข่าวที่ขยันเอา fwd mail ลวงโลกมาแจ๊ดแจ๋ยามเช้า, ตัววิ่งหน้าจอที่ผิดพลาดอย่างเหลือเชื่อ ฯลฯ
.
หลังสอบ
.
ไม่ได้ลงกรุงเทพฯ พักใหญ่ บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง สองข้างทาง BTS เปลี่ยนโฉมอย่างรวดเร็ว
ตึกแถวไหนที่ค้าขายดีอยู่ ก็ปรับปรุงทาสีใหม่ให้ดูสวยงาม ตึกแถวไหนที่ดูโทรมๆ เดาไว้ก่อนว่าถูกทุบทิ้งแน่
อาคารสูงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไล่ตั้งแต่พญาไทไปตลอดช่วงถนนสุขุมวิท ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยในยุคน้ำมันแพง
Airport Link มีแววว่าจะได้ใช้งานเร็วๆ นี้ คงกระตุ้นให้การก่อสร้างขยายออกไปทางทิศตะวันออกมากขึ้น
การมีเซ็นจูรี่อนุสาวรีย์ฯ ทำให้ผมลดความจำเป็นในการเดินทางเข้าสยาม ประหยัดค่าเดินทางได้หลายตังค์อยู่
หรือถ้าม็อบปิดถนน ผมก็ยังพอต่อรถไฟฟ้าไปหัวลำโพงได้อยู่ จึงตัดสินใจนัดกินบุฟกับเพื่อนสมาชิกในเน็ตที่นี่
.
.

.
กินเสร็จเดินย่อยอาหารแถวนั้นสักพักก็ลาเพื่อนๆ สมาชิก ไปต่อ BTS และ MRT เดินทางไปยังหัวลำโพง
รถไฟออกตรงเวลาโดยช่วงหัวลำโพง - บางซื่อไม่เสียเวลาเลย เนื่องจากรถไฟทางไกลสายใต้ยังหยุดเดินรถอยู่
สภาพภายในตู้โดยสารดูทรุดโทรมลงไปเยอะ สภาพห้องน้ำที่ดูแย่ขึ้นเรื่อยๆ ขาดการซ่อมแซมอย่างเห็นได้ชัด
ตู้ที่ผมนั่ง มีที่ว่างมากถึง 1 ใน 3 ผู้โดยสารที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ กลุ่มนักท่องเที่ยว Backpacker
ทั้งๆ ที่กำลังเข้าสู่ช่วง High season แล้วแท้ๆ นับเป็นสัญญาณเปิดฤดูการท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
รถไฟถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลาเป๊ะ ก่อนลงจากขบวนก็ได้ยินพนักงานการรถไฟด่าพวกเดียวกันที่หยุดงาน
.
.
.

ของแถมที่ไม่เกี่ยวข้องกับ entry นี้
.
.
.

เปรซิเดียม (Presidium) หมายถึง คณะกรรมการบริหารถาวรในสภานิติบัญญัติของ(อดีต)รัฐคอมมิวนิสต์
โปลิตบูโร (Politburo) หมายถึง ชื่อที่พรรคคอมมิวนิสต์ของ(อดีต)สหภาพโซเวียตใช้เรียกสภาเปรซิเดียม
......................................................ระหว่างปี พ.ศ. 2495 - 2509 (Political Bureau)
.
ทางทฤษฎี โปลิตบูโรมาจากคนรากหญ้า แต่ในทางปฏิบัติ โปลิตบูโรมาจากพวกชนชั้นสูงหรือพวก(หัว)กะทิ
ทางทฤษฎี โปลิตบูโรทำหน้าที่รับรองรัฐบาลกลาง แต่ในทางปฏิบัติ โปลิตบูโรกลับมีอำนาจเหนือรัฐบาลกลาง
..................โดยเป็นผู้ตัดสินใจผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆ แทน ก่อนส่งให้รัฐบาลกลางปฏิบัติตามเสียอย่างนั้น
.
สัดส่วนของคณะกรรมการในโปลิตบูโร ประกอบด้วยสมาชิกจากการแต่งตั้ง 14 คน จากการเลือกตั้ง 8 คน
ไม่เพียงรัฐบาลกลาง แต่โปลิตบูโรแผ่อิทธิพลครอบงำการทำหน้าที่ของหน่วยงานอื่นจนเกิดความขัดแย้งไปทั่ว
จนปี พ.ศ. 2533 มีการถ่ายโอนอำนาจนิติบัญญัติอันล้นเหลือของโปลิตบูโร สู่ระบบรัฐสภาดังเช่นประเทศอื่น
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบใจของแถมแฮะ...

เรื่องสอบ กพ.นี่ชาติคงไม่คิดสอบแต่ว่าน่าสนใจดีนะครับ

#1 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-09-09 19:51

ผมว่าก.พ.ออกข้อสอบดีนะครับ ตอนสอบชิงทุนก็ชอบข้อสอบที่ทำไปอยู่

เพราะอย่างเลขผมไปทำพวกข้อสอบแข่งขันที่อื่นไม่ได้เท่าไหร่(จะเกินหลักสูตรไปถึงไหน...)แต่ก.พ.ให้เป็นแสดงวิธีทำ แล้วคำถามก็ไม่ยากมากเกินไปนัก(ก็มีข้อปราบเซียนบ้าง) แต่ด้วยที่เวลาก็ไม่พอเท่าไหร่อยู่แล้ว เลือกทำข้อที่ทำได้แล้วตั้งใจเขียนเอา

อย่างวิทยาศาสตร์ให้เป็นเขียนอธิบายตอบก็สามารถรู้วิธีการคิดของเด็กได้ครับopen-mounthed smile


ว่าแต่ของแถมนี่... กลัวว่าเข้าใจผิดไปคนเดียวยังไงชอบกล

...กะทิ?
sad smile

#2 By 「Mystery☆」 on 2008-09-09 20:01

ปีน่าน่าลองสอบแฮะ...

เอาเป็นว่า สำหรับอนาคตของชาติ เราก็คงต้องหวังลมๆแล้งๆต่อไป

#3 By on 2008-09-09 20:51

ของแถมนี่คุ้นๆนะครับ sad smile

แต่สำหรับผมก็เป็นความรู้ใหม่ครับ พึ่งรู้ว่าเคยมีระบบประมาณนี้มาบ้างแล้ว

ปล.เท่าที่อ่านๆดู โจทย์ข้อสอบภาษาไทยเป็นอะไรที่ดีกว่าที่คิดไว้มากๆเลยครับ confused smile

#4 By SkyKiD on 2008-09-09 21:10

อืดมากเลยวันนี้ แต่รู้สึกกินได้นิดเดียวเอง >_<

เดี๋ยวจะไปสอบเหมือนกัน

#5 By จักรี on 2008-09-09 22:32

ใกล้จะเป็นall fatกันแล้วสินะsad smile

#6 By GinG Freecss on 2008-09-09 22:36

อยากสอบอยู่ครับ หลังจากเรียนจบ

เอาทุน...เพราะยังไงเสียอาชีพที่อยาดเป็นก็สายข้าราชการ อยู่แล้ว

ว่าแต่ทำไมคนสอบมากมายจังครับ...อุตส่าห์ได้ข่าวว่าระยะนี้คนสอบน้อย เพราะไม่อยากกลับมาใช้ทุนแบบรากเลือด

ด้วยความเคารพ

#7 By fallingangels on 2008-09-09 22:44

#7
ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงภายในหน่วยงานต่างๆ ที่ออกนอกระบบมากขึ้น ทำให้จำนวนผู้ต้องการสอบเข้าสายราชการแท้ๆ เพิ่มขึ้นครับ

#8 By chubby on 2008-09-09 22:54

ถูกใจข้อสอบภาษาไทยมากค่ะconfused smile
ว๊ายยยย
ไปสอบเหมือนกันเรยคุณ chubby

#10 By ilumin on 2008-09-10 08:54

อยากสอบเหมือนกันค่ะ คราวนี้หูตาปิดสนิท มารู้ตัวก็ตอนปิดรับสมัครไป (นาน) แล้ว sad smile

#11 By gsawa on 2008-09-10 10:12

น่าไปสอบเล่นแหะ เอาประสบการณ์
เคาจะให้ไหมเนี่ย embarrassed

#12 By Ellebazi on 2008-09-10 11:21

เห็นด้วยครับว่าคณิตศาสตร์เหมือนคู่มือเป๊ะๆ แบบนี้จะวัดอะไรได้เนี่ย...

#13 By Little Lamb on 2008-09-10 14:39

หนังที่จัดไปให้เป็นไงบ้างครับ :p

#14 By soundsyndrome on 2008-09-10 15:40

มีญาติไปสอบทุน ก.พ. ไปเรียนต่ออังกฤษกลับมาใ้ช้ทุนทั้งปีทั้งชาติเลยมั้ง สร้างตัวตอนนี้ยังไม่ได้เลย นี่เป็นอย่างหนึ่งที่หน้าเศร้า
ทริคการสอบ ก.พ. อยู่ที่เลขค่ะ ผ่านเลขตามเกณฑ์ของเขาได้ก็สบาย ขอให้ผ่านนะคะbig smile
จบไม่ทัน - -"

ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ครับbig smile

#17 By PNG+ on 2008-10-10 14:38

งบประมาณ 51..จบไม่ทันอ่ะค่ะ 55+

คนสอบถึง 240,000 เยอะมากเลย
แล้วปีหน้า จะเท่าไหร่กันเนี่ย

ขอบคุณที่เผยแพร่สิ่งดีๆให้ได้รู้ค่ะ

#18 By ~WIwIZARD~ on 2008-10-13 12:08