.
- เป็นบทพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล
เป็นหลักการที่สอนไม่ให้เชื่อสิ่งต่างๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนเชื่อ
- บทความที่ผ่านๆ มาจะกล่าวถึงกาลามสูตรในด้านดี หรือไม่ก็ใช้กาลามสูตรในทางเหน็บแนม
ดังนั้น เนื้อหาในเอนทรีนี้จึงใส่สำนวนเพิ่มเติมลงไปทั้งสองด้าน ให้เลือกอ่านตามอัธยาศัยครับ

.
1. อย่าเชื่อเพราะฟังตามกันมา
- วิญญูชน พึงมีสติ ฟังหูไว้หู อย่าหลับหูหลับตาเชื่อ/ไม่เชื่อทันทีเพราะมันอาจจริง/ไม่จริงก็ได้
ข้อมูลข่าวสาร นิทานพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา อาจมีรายละเอียดตกหล่น จนความหมายหายไป
เช่น เรื่องเล่าของชาวเลในแถบฝั่งอันดามัน ที่ให้หนีขึ้นที่สูงเมื่อเห็นน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็ว
เป็นเรื่องเล่าที่ไม่มีใครสนใจเพราะคิดว่าไร้สาระจนกระทั่งคลื่นสึนามิซัดเข้ามาถึงฝั่งนั่นล่ะครับ
- ตัวป่วนไซเบอร์ จะเชื่อเฉพาะเรื่องที่ฟังแล้วถูกใจและเป็นประโยชน์ต่อสถานภาพของคนเอง
ถ้าหากเรื่องที่ฟังตามกันมานั้น ถูกใจ ก็จะส่งต่อไปอีกเป็นทอดๆ พร้อมเสริมแต่งเพิ่มไปเรื่อยๆ
จนมนุษย์เดินดินธรรมดากลายเป็นศาสดาที่พร้อมจะนำทางลูกแกะหลงทางให้ตกเหวไปทั้งฝูง
ถึงแม้นภายหลังมีหลักฐานระบุว่า เรื่องที่ฟังตามกันมานั้น ไม่เป็นความจริง ก็จะทำเป็นลืมๆ ไป
.
2. อย่าเชื่อเพราะทำตามกันมา
- วิญญูชน พึงค้นหาสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในการกระทำ วัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งสืบทอดต่อๆ กันมา
ก่อนพิจารณาว่าเหมาะ/ไม่เหมาะกับสภาพปัจจุบันมากน้อยเพียงใด เพื่ออนุรักษ์/เปลี่ยนแปลง
การอนุรักษ์/เปลี่ยนแปลง ต้องนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย สร้างความเดือดร้อนน้อยที่สุด
และต้องทำใจล่วงหน้าว่า ถ้าเราอยู่ตรงกลาง จะโดน Reaction จากทางซ้ายและขวาแน่ๆ ครับ
- ตัวป่วนไซเบอร์ สนับสนุนอย่างไม่ลืมหูลืมตา หรือคัดค้านหัวชนฝาโดยไม่เสนอทางเลือกอื่น
หากมีใครเสนอทางเลือกอื่นๆ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสถานภาพของตน ก็จะออกมาสับคนนั้นจนเละ
เมื่อสับผู้เสนอทางเลือกอื่นๆ จนเละหมดแล้ว จึงค่อยเรียกร้องให้คนอื่นออกมาแสดงความคิด
แต่ถ้าไม่ยอมทำตามก็จะถูกด่าว่าเป็นลิ่วล้อคนนั้น ไม่ใช่คนประเทศนี้ ไปอยู่ประเทศโน้น ฯลฯ
.
3. อย่าเชื่อตามคำเล่าลือ
- วิญญูชน พึงมีสติ ข่าวลือพิสูจน์ให้เห็นมานักต่อนักแล้ว เรื่องการต่อเติมเสริมแต่งจนเกินจริง
ข่าวลือที่ลือมาตั้งแต่หลายปีก่อน ถึงวันนี้ยังไม่เกิดขึ้น ก็เอามารีไรต์ปลุกระดมกันใหม่อีกรอบ
เช่น Hotmail จะเก็บเงิน, ลูกผมป่วยเป็น xxx, กิน xxx อันตราย, อ.วิจิตรธรรมโชติลูกโซ่ ฯลฯ
เหมือนคำทำนายของนอสตราดามุส ที่ตีความใหม่ เลื่อนวันโลกแตกไปเรื่อยๆ ก็ยังขายได้อยู่
- ตัวป่วนไซเบอร์ เลือกเชื่อเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เฉพาะข้อมูลข่าวสารที่ถูกหูของตนเท่านั้น
อีกรูปแบบที่พบบ่อยก็คือ การร่ายความเลวร้ายยาว 3 หน้ากระดาษ จากข้อเท็จจริง 3 บรรทัด
นำเสนอความเลวของฝ่ายตรงข้าม ความดีของฝ่ายตน แล้วป่าวประกาศว่านี่คือข้อมูล  2 ด้าน
วิธีสวนกลับง่ายที่สุดคือ นำเสนอข้อมูลของทั้งสองฝ่ายให้อยู่ในหัวข้อเดียวกัน ไม่ต้องยืดยาว
.
4. อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญา ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมดูว่าข้อมูลในตำราถูกต้อง/ไม่ถูกต้องอย่างไร
ทั้งข้อมูลในอดีต ปัจจุบันและอนาคต เพราะข้อมูลบางอย่างจะถูกต้องเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ความสนุกของวิญญูชน คือการค้นคว้า เปรียบเทียบ ตรวจสอบซ้ำข้อมูลในตำราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมีการค้นพบข้อมูลใหม่ จะเผยแพร่ต่อจากของเก่า ทั้งข้อมูลที่เป็น/ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
- ตัวป่วนไซเบอร์ ไม่มีปัญญาศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าข้อมูลภายในตำราถูกต้อง/ไม่ถูกต้อง
ดูถูกผู้ที่อ้างตำราแม้จะใช้ปัญญาศึกษา ก็เพื่อกลบเกลื่อนความไร้ปัญญาในการศึกษาของตน
ความทุกข์ของตัวป่วน ก็คือการค้นคว้า เปรียบเทียบ ตรวจสอบซ้ำข้อมูลในตำราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อมีการค้นพบข้อมูลใหม่ ที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน ก็จะไม่นำมาเผยแพร่ต่อแต่อย่างใด
.
5. อย่าเชื่อเพราะเป็นตรรกะ
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญาพิจารณาว่า ตรรกะใดถูก/ผิด/สรุปไม่ได้ จาก บริบทภายใน/ภายนอก
แต่ถึงแม้จะพิจารณาได้ถูกต้อง ยังมีเงื่อนไขรูปธรรม/นามธรรมที่มีผลกระทบต่อความถูกต้อง
อย่างการทับซ้อนระหว่างนิติศาสตร์/รัฐศาสตร์ ซึ่งแต่ละสำนักก็มีมุมมองแตกต่างหลากหลาย
เช่น คำตัดสินคดียุบพรรคการเมือง แม้แต่อาจารย์ด้านกฎหมาย ยังมีความคิดเห็นแตกต่างกัน
- ตัวป่วนไซเบอร์ ตัดสินว่าตรรกะใดถูก/ผิดโดยดูที่การสนับสนุน/คัดค้านความคิดเห็นของตน
บุคคลที่มีพฤติกรรมลักลั่นย้อนแย้งมักมีปัญหาในการใช้ตรรกะและรำคาญเวลาผู้อื่นใช้ตรรกะ
เมื่อไม่สามารถหาข้อมูลเชิงรูปธรรมเพราะไร้การศึกษาในข้อ 4 ก็เล่นเรื่องของนามธรรมแทน
หลายครั้ง เป็นความคิดที่คาดคะเนขึ้นมาเอง ซึ่งลักลั่นย้อนแย้งกับกาลามสูตรข้อ 6 อีกทอด
.
6. อย่าเชื่อโดยคาดคะเนเอา
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญาพิจารณาว่า การคาดคะเน เป็นเพียงการประมาณ ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง
อย่าเผลอปันใจไปเชื่อการคาดคะเนเสียหมด ให้อดทนรอเวลา จนกว่าเหตุการณ์จะบรรลุก่อน
เช่น ฟุตบอลคู่หนึ่งมีผลการแข่งขัน 2 - 1 ในนาทีที่ 89 อย่ารีบด่วนใจ ตั้งกระทู้เชียร์หรือแช่ง
ด้วยคาดคะเนว่าทีมนั้น/นี้ต้องแพ้/ชนะแน่ๆ เพราะเมื่อกรรมการเป่านกหวีด ผลอาจเป็น 2 - 3
- ตัวป่วนไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นเพราะมีปมด้อย หวาดระแวง แทงใจดำ หรือสาเหตุอื่นใดก็ตาม
แม้แต่เนื้อหาที่ปะไว้ว่า เป็นการคาดการณ์ตัวเบ้อเริ่ม (ยังไม่เกิดขึ้น) ก็สามารถออกอาการได้
บางครั้งอ่านไม่ดี หลงคิดว่าถูกพาดพิง แต่ยิงฟรีไปแล้ว ทำไงดี ก็ต้องมา edit เพื่อความแมน
หลายครั้ง ก็แถด้วยตรรกะที่คิดสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งกลับไปลักลั่นย้อนแย้งกับกาลามสูตรข้อ 5
.
7. อย่าเชื่อโดยคิดตามแนวเหตุผล
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญาพิจารณาว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสอดคล้อง/ขัดแย้งกับเหตุที่ก่อขึ้นหรือไม่
หากพบว่าสิ่งนั้นเป็น/ไม่เป็นเหตุเป็นผล ให้ย้อนกลับไปหาปัจจัยใหม่นอกเหนือสิ่งที่เชื่ออยู่เดิม
รูปแบบต่างๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ค้นดูในห้องสมุด อินเตอร์เน็ต แม้แต่ปราชญ์ชาวบ้าน
ซึ่งสามารถจุดประกายคิดตามแนวเหตุผลใหม่ๆ ในมุมมองที่เราคาดไม่ถึงเพื่อพัฒนาตนเองได้
- ตัวป่วนไซเบอร์ การจะมี/ไม่มีเหตุผล อยู่ที่ว่าสอดคล้อง/ขัดแย้งกับความเชื่อของตนหรือไม่
หากเหตุที่ก่อ ไม่ส่งผลดีแก่ตน ก็จะใช้เรื่องราวไร้เหตุผลให้ฝ่ายตรงข้ามเบื่อหน่ายถอยจากไป
รูปแบบต่างๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ยุคอินเตอร์เน็ตคาเฟ่บูมในประเทศไทยเมื่อ 8 ปีก่อน
ซึ่งสามารถสรุปได้ด้วยคำสั้นๆ คือ "วิถีเกรียน" ไม่มีหนทางแก้ไข นอกจากใช้บลัสเตอร์ยิงทิ้ง
.
8. อย่าเชื่อเพราะตรงตามทฤษฎีของตน
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญาพิจารณาว่า ความคิดทฤษฎีต่างๆ ล้วนสร้างขึ้นจากบริบทใดบริบทหนึ่ง
ดังนั้น อย่าไปยึดติด เพราะการค้นพบข้อมูลใหม่ อาจสนับสนุน/เปลี่ยนแปลงความเชื่อเดิมได้
เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภัยธรรมชาติ มีทั้งที่เกี่ยว/ไม่เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน
หรือ สตอร์มเซิร์จที่เป็นไปได้ทางทฤษฎี แต่ทางปฏิบัติเราก็มีเรดาห์ตรวจสภาพอากาศอยู่แล้ว
- ตัวป่วนไซเบอร์ ไม่สนทฤษฎีอะไรแม้แต่นิด ขอให้ได้เหน็บแนมพวกที่ทำตามทฤษฎีไว้ก่อน
เพราะทฤษฎีที่มีผลกระทบต่อสถานภาพ มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าวิญญาณที่มาเข้าฝันซะอีก
รูปแบบที่พบบ่อยคือ การเล่นประเด็นใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลใหม่ๆ ในประเด็นเก่าๆ
วิธีสวนกลับง่ายที่สุดคือ อย่าหลงไปตามประเด็นใหม่ หากประเด็นเก่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
.
9. อย่าเชื่อเพราะรูปร่างลักษณะน่าเชื่อถือ
.

.
10. อย่าเชื่อเพราะผู้สอนเป็นครูอาจารย์เรา
- วิญญูชน พึงใช้ปัญญาพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่ครูบาอาจารย์สอนเรามานั้นถูก/ผิดหรือไม่อย่างไร
และนำเอาสิ่งนั้นมาแก้ไข/ปรับปรุง/พัฒนาให้ตนเองเจริญก้าวหน้ายิ่งกว่าที่ครูบาอาจารย์ทำไว้
เมื่อมีโอกาส ก็จะแสดงความสามารถที่แท้จริง ผ่านทางความเชื่อที่ขัดเกลามาอย่างเต็มที่แล้ว
เครื่องถ่ายเอกสาร โฟโต้ช็อป กูเกิ้ลและวิกิพีเดีย จึงเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อช่วยพัฒนาตนเอง
- ตัวป่วนไซเบอร์ ไม่มีปัญญาพิสูจน์อะไรได้ นอกจากการพิสูจน์ในสิ่งที่ทำให้ตนสะดวกสบาย
และดักดานอยู่กับสิ่งนั้น ไม่มีการพัฒนาอะไรให้ก้าวหน้าไปกว่าครูบาอาจารย์ที่เคยด่าๆ เอาไว้
เมื่อมีโอกาส ก็จะรี่ซ้ำเติมครูบาอาจารย์ ผ่านทางความหลงตัวเองที่ขัดเกลามาอย่างเต็มที่แล้ว
เครื่องถ่ายเอกสาร โฟโต้ช็อป กูเกิ้ลและวิกิพีเดีย จึงเป็นศาสดาที่มาโปรดสัตว์โลกให้พ้นทุกข์
.
.

เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
.
.

- พระพุทธองค์ ระบุให้ใช้ปัญญาพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนเชื่อนั้น รวมถึงตัวพระสูตรดังกล่าวด้วย
ก็เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ/ไม่ปฏิบัติ อย่างสุดโต่ง/เลือกเพียงบางข้อ บางเวลา/ตลอดเวลา
- ในบทความที่เขียนมา ไม่ได้กล่าวหาว่าใครเป็นตัวป่วน หรือกล่าวยกหางให้ใครเป็นวิญญูชน
เพียงเขียนเรื่องทั่วๆ ไปว่าวิญญูชนนั้น พึงปฏิบัติอย่างไรต่อหลักกาลามสูตรของพระพุทธองค์
- กาลามสูตรเป็นหลักปฏิบัติทั่วไป บทความที่เขียนมานี้ จึงไม่ได้กล่าวว่าต้องใช้กับผู้ใดผู้หนึ่ง
ดังนั้น เจ้าของบล็อก จึงอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เขียนมาทั้งหมดเช่นกัน ไม่มีข้อยกเว้นประการใด

.
.
.

ของแถม
เนื้อหาหลักเป็นกาลามสูตรตามกระแส ดังนั้นของแถมก็ต้องไพ่ทาโรต์ตามกระแสกับเขาบ้างสิ
.
hierophant
.
ได้ไพ่ Hierophant เกี่ยวข้องกับสติปัญญา การสาธิต การอธิบาย การสั่งสอน การศึกษา ฯลฯ
ข้อดีไม่ต้องแปล เอาข้อเสียเลยดีกว่า Hierophant เป็นพวกหัวแข็ง ดื้อรั้น หัวโบราณแบบสุดๆ
มีส่วนตรงกับผมครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการสนทนาเรื่องใด ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่มีเหตุผลที่ดีกว่า
ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนกว่า ก็ยากที่ผมจะเปลี่ยนใจ (ไม่ต้องพูดถึงพวกที่มาแบบเกรียนๆ เลย)
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไพ่ก็ยังดีกว่าของผมอะนะครับ sad smile

ผมมันเป็นปีศาจ!!!!! open-mounthed smile

#1 By Johny - Co on 2008-12-15 21:59

แอบเข้าใจได้ยากนะเนี่ย หลัก กาลามาสูตร เนี่ย คิดๆดูแล้วยิ่งทำยากสุดๆ

ปล. ช่วงนี้ได้ยินคำว่า "ลักลั่นย้อนแย้ง" บ่อยแฮะ

#2 By หมูทอดซามะ on 2008-12-15 22:18

แบบว่าใช่เลยอย่างแรง >< Hot! Hot! Hot!

#3 By taki on 2008-12-15 22:19

ของผมได้เป็นนักเวทย์ (Magician) ครับ

แล้วกาลามสูตรข้อ 9 นั่นมีนัยสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ sad smile

#4 By tenshi on 2008-12-15 22:36

โอ้ บทสรุปสรุปได้ในตัวเอง
ได้ DEVIL แฮะ

#6 By OldPoem on 2008-12-15 22:59

เยี่ยมเลยครับ

แหม ข้อเก้านี่ "1 รูปแทนคำได้นับล้าน"
Hot! Hot! Hot!

#7 By Lullaby-nocturne on 2008-12-15 23:00

กาลามสูตร เข้าใจง่ายแต่ทำยากครับ
เพราะคนเราเลือกที่จะเชื่อ ในสิ่งที่ตัวเองยอมรับ
ถ้าเกิดข้อมูล มันตรงกับใจที่คิด
แทบจะปักใจเชื่อแบบไม่ต้องตรวจสอบไปแล้ว


...ผมได้ไพ่ Hermit open-mounthed smile

#8 By mastermune on 2008-12-15 23:04

ได้ไพ่ใบเดียวกับผมเลยครับ confused smile

#9 By SkyKiD on 2008-12-15 23:11

ผมเชื่อทุกข้อเลยคับ sad smile
ความเข้าใจผิดที่ผิดที่สุดในกาลามสูตรก็คือ

คนมักอ่านคำว่า "อย่าเชื่อเพราะ..." กลายเป็น "อย่าไปเชื่อ"

ผลก็คือ ออกมาเป็น

"อย่าไปเชื่อครูบาอาจารย์"
"อย่าไปเชื่อตำรา"
"อย่าไปเชื่อตรรกะ"
ฯลฯ

ทั้งที่คำต้นฉบับ "อย่าเชื่อเพราะ..." นั้น ย่อมหมายถึง "อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะว่า..." ซึ่งเป็นคำเตือนสติให้คิดพิจารณาก่อนที่จะเชื่อ

คนที่ใช้กาลามสูตรแบบผิดๆ เช่นนี้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนที่แอนตี้มันไปทุกอย่าง

พอเราพูดจามีเหตุผล เขาก็หาว่าเราบ้าตรรกะ
พอเราอ้างตำรา เขาก็หาว่าเราบ้าตำรา
พอเราอ้างประเพณี เขาก็หาว่าเราดักดานอยู่ในกะลา

คนเราเมาธรรมะได้ คนเราเขลาด้วยกาลามสูตรได้

ช่างลักลั่นย้อนแย้งจริงๆ...
Hot!

#12 By HineyHelsinki on 2008-12-16 05:50

ชิ

เข้ามาเพราะนึกว่าเป็น

กามสูตร !!!!

#13 By ซูเนะโอะ on 2008-12-16 06:55

Hot! big smile

#14 By iQ180 on 2008-12-16 07:29

ทำอะไรต้องใช้สติไตร่ตรองbig smile

#15 By Kaeyjung on 2008-12-16 09:00

ทำไมข้อ 9 มัน... wink

ไม่มีน่าเชื่อถือเลยไม่ใช่เรอะครับsad smileHot! Hot!

#16 By house on 2008-12-16 09:16

ความจริงเนื้อหาที่สำคัญที่สุดของกาลามสูตรคือประโยคปิดท้าย

เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่

#17 By house on 2008-12-16 09:19

ได้ไพ่ใบเดียวกันเลย big smile

#18 By โลกอมควัน on 2008-12-16 09:23

#17
เดี๋ยวจะเขียนเพิ่มเติมตามนั้นครับผม big smile

#19 By chubby on 2008-12-16 09:25

ฮาข้อเก้าครับ

#20 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-12-16 09:32

เปลี่ยนจิตใจและความคิดคนมันยากครับsad smile Hot!

#21 By Ratcicle on 2008-12-16 10:41

ทำได้ยากมากครับ sad smile

#22 By Googigg on 2008-12-16 11:26

แม้ไม่รู้จักตัวเป็นๆ (ฮา) แต่อ่านแล้วเห็นว่าไพ่ที่ได้นี่ตรงกับพี่จริงๆ นะ

#23 By gsawa on 2008-12-16 11:46

จะบอกว่า อ่านผิดเป็น กามสูตร ก็เลยคลิกเข้ามาค่ะ 5555+

แต่จริงๆแล้วเราชอบนะ เรื่องกาลามสูตรเนี่ย ถือเป็นหลักปฎิบัติเลยแหละค่ะcry

#24 By shewhohasnofate on 2008-12-16 13:26

สาธุ .. เป็นพระสูตรที่เข้ากับทุกยุคสมัยจริงๆครับ

ส่วนไพ่ทาโรต์ ดูหลายครั้งแล้วได้ไพ่ฤาษี (Hermit) .. หลายๆอย่างก็คงคล้ายๆไพ่คุณป๋อนะ

#25 By Beluga on 2008-12-16 13:58

ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว มีคนพูดถึงกามสูตร แต่ไม่เคยเห็นสูตรที่ว่านี้จริงๆซักที
entry หน้า ลองเล่นเรื่อง กามสูตร ดูมั้ยครับ

#26 By Detonator on 2008-12-16 14:37

งวดนี้ต้องให้ครับ Hot! Hot! Hot!

#27 By マイクロウェーブキラー on 2008-12-16 17:14

โอ้เยี่ยม

ขอรับไว้เป็นแนวทางปฏิบัติอันจะก่อให้เกิดความรู้แจ้งเจ้าค่ะ
Hot!

#28 By ฉันคือรั้ว on 2008-12-16 18:12

big smile big smile

#29 By ~Lemon~cicerO~ on 2008-12-17 00:10

"9. อย่าเชื่อเพราะรูปร่างลักษณะน่าเชื่อถือ"

หึหึ
open-mounthed smile

#30 By six on 2008-12-17 01:48

เป็นหลักคำสอนที่ผมว่าสำคัญต่อสติปัญญาที่สุดในศาสนาพุทธเลยนะ

แต่ก็เป็นคำสอนที่ชาวพุทธไม่ปฏิบัติตามเป็นอันดับแรกเลยเช่นกัน

เดี๋ยวนี้ชาวพุทธนิยมทางพราหมณ์เหลือเกิน

#32 By Re-Peat Again on 2008-12-19 07:47