.
กะทิอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายที่บ้านนา ห่างไกลแสงสีเสียง อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ
ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ เด็กหญิงต้องเก็บงำความรู้สึกสงสัยไว้ในใจว่าเหตุใดจึงไม่มีใครพูดถึงแม่
ไม่มีแม้แต่รูปภาพ ไม่มีแม้แต่คำอธิบาย จนเธอเริ่มจะจำหน้าตาและน้ำเสียงของแม่ไม่ได้แล้ว
วันหนึ่ง คุณตาตัดสินใจบอกว่า แม่ของกะทิป่วยหนักมาก ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่บ้านพักริมทะเล
จากนั้น กะทิตัดสินใจว่าจะไปพบแม่ และพยายามเข้าใจสถานการณ์เท่าที่เด็กประถมจะทำได้
นอกเหนือจากกะทิ คนดูก็ต้องพยายามเข้าใจสถานการณ์ของผู้ใหญ่ภายในหนังเรื่องนี้อีกด้วย
.
ส่วนที่ชอบ
- การแสดงของดารารุ่นใหญ่ สร้างความรู้สึกกดดันได้แบบเงียบๆ หรือด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
ความสัมพันธ์ระหว่างกะทิและทอง ซึ่งทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากติดตามดูต่อไปอีกตะหงิดๆ
- กิจวัตรประจำวัน เหตุการณ์ต่างๆ ท่าทางการแสดงออกของกะทิที่ดูสวยงามน่ารักแบบเรียบๆ
บางฉากบางสถานการณ์น่าสนใจ ค่อยๆ สอนให้เด็กรู้จักโลก รู้จักความเป็นไปของชีวิตมากขึ้น
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- แม้ท่านไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้มาก่อน แต่หนังตัวอย่างก็บอกมาเกือบหมดเกลี้ยงแล้วครับ
การแสดงของกะทิซึ่งดูแข็งไปในหลายฉาก จากลักษณะของนักแสดงรวมกับลักษณะของบท
- การตัดต่อ สะดุดเหมือนอารมณ์ของการอ่านหนังสือทีละบท มากกว่าดูหนังแบบม้วนเดียวจบ
บางฉากบางสถานการณ์น่าสนใจ แต่ดูแล้วก็ต้องมานั่งนึกอยู่พักใหญ่ ว่าต้องการนำเสนออะไร
.
ประเด็นเก็บตก
- ในโชคร้ายของกะทิ ยังโชคดีที่ญาติพี่น้องอยู่ในฐานะมีอันจะกิน จึงช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
แต่ถ้าเป็นผู้ป่วย ASL ในครอบครัวยากจนหาเช้ากินค่ำ ภาพที่ออกมาย่อมไม่สวยงามเช่นนี้แน่
- ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า ชาวบ้านที่มาปรึกษาคุณตาของกะทิ (ทนายเก่า) เกี่ยวกับปัญหา
นโยบายการแปลงทรัพย์สินเป็นทุนของรัฐบาล คนหนึ่งดูคล้าย >Beep< อย่างบอกไม่ถูก lol
- บทของน้องโฟกัสในเรื่องแฟนฉัน สว่างสดใส จึงช่วยเสริมให้ภาพที่ออกมาดูร่าเริงยิ่งขึ้นไป
ขณะที่บทของน้องพลอยในเรื่องความสุขของกะทิ หม่นหมองกว่า ภาพที่ออกมาจึงดูเข้มขรึม
- ความสดของกะทิ ช่วยให้อาหารคาวหวานหลายอย่าง มีรสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
แต่ต้องอดทนรอคอยเวลา ขูด เคล้า คั้น เนื้อมะพร้าวกว่าจะได้หัวกะทิหวานมันแบบธรรมชาติ
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ASL Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษา
เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว เริ่มจากกล้ามเนื้อแขน-ขา
ก่อนอาการจะพัฒนาไปยังกล้ามเนื้อควบคุมการกลืน การพูด การหายใจ...จนเสียชีวิตในที่สุด
ผู้ป่วย ร้อยละ 70 เสียชีวิตภายใน 3-4 ปี, ร้อยละ 20 อยู่ได้ถึง 5 ปี, ร้อยละ 10 อยู่ได้ถึง 8 ปี
คาดการณ์ว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคนี้ 7 หมื่นคน ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ปีละ 100-150 คน
และรับรักษาเป็นผู้ป่วยในปีละ 5 คน (สถาบันประสาทวิทยา) ผู้ป่วยบ้านเราที่เคยเป็นข่าวใหญ่
คือ ร.ต.อ.พเยาว์ พูลธรัตน์ นักกีฬาชกมวย ผู้ได้เหรียญ (ทองแดง) โอลิมปิกคนแรกของไทย
โดยเริ่มต้นอาการ ASL และเข้ารับการรักษาตัวในปี พ.ศ. 2545 ก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2549
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพราะรู้ทุกข์ จึงละสมุทัย
แจ้งนิโรธ เจริญในมรรค
อ้อ...คนละเรื่อง big smile

เป็นหนังสือที่อ่านได้สบายๆ เรียบๆนะครับ
ส่วนหนังยังไม่ได้ดู น้องที่แสดงเป็นกะทิน่ารักดี
big smile

#1 By on 2009-01-10 12:56

ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยค่ะ
แต่ได้ดูมาแล้ว
ชอบความอบอุ่นและความเดียวดายในหลายๆฉากค่ะ
สงสัยต้องไปยืมหนังสือพี่สาวมาอ่านบ้างแล้วล่ะค่ะ ^^

ปล.ชอบหัวเอนทรี่มากเลยค่ะ

#2 By =NaMi= on 2009-01-10 13:00

ยังไม่ได้ดูหนังเลยค่ะ
แต่อ่านหนังสือแล้วต้องร้องไห้สงสารกะทิ อ่านสามรอบ ้องทั้งสามรอบเลย

เอาไว้ว่างๆจะำลองดูหนังนะคะ

อยากรู้ว่าจะเอา "ตามหาพระจันทร์" มาทำเป็นหนังอีกรึเปล่า ... แต่ส่วนตัวแล้ว คิดว่าตามหาพระจันทร์ เหมาะจะอยู่ในหนังสือมากกว่านะ นึกไม่ออกว่าทำเป็นหนังแล้วจะเป็นยังไง (อันที่จริงไม่คิดเลยว่าความสุขของกะทิจะทำเป็นหนังได้)

มีเพื่อหลายคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน เพิ่งจะซื้อหามาอ่าน .. (หรืออันที่จริงคือ เพิ่งรู้จักกะทิเพราะโปสเตอร์หน้าโรงหนัง) อยากแนะนำให้อ่าน "ตามหาพระจันทร์" ด้วยนะ เป็นภาคต่อของความสุขของกะทินี่แหละ
big smile

#3 By HeDw!g on 2009-01-10 13:03

ความสดของกะทิ ช่วยให้อาหารคาวหวานหลายอย่าง มีรสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

อืม อืม เห็นด้วยเจ้าค่ะquestion

#4 By talalan on 2009-01-10 13:11

ยังไม่ได้อ่านหนังสือ ,

และยังไม่ได้ดูหนัง sad smile ค่ะ

..

อ่านหนังสือก่อนแล้วค่อยดูหนังดีไม๊ค่ะ

#5 By caffeineaddict on 2009-01-10 13:22

อูอา กราฟหน้าตาดีทีเดียวครับ



อนึ่ง นักเรียน รด. ที่ศูนย์ฝึกที่ผมไปเรียนคนหนึ่ง ก็เป็นโรคนี้ล่ะฮะ

#6 By Zairen_Bibliophobia on 2009-01-10 13:28

จะไปดูค่ะ ความสุขของกะทิ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง น่ากลัวน่ะค่ะ และจะมีวิธีป้องกันได้มั้ยเนี่ย..embarrassed sad smile
เคยอ่าน เรื่องนี้ นานมากแล้วคะ

ตอนนี้เป็นหนังว่า จะชวนท่านแม่ไปดู

(ได้%น้อยกว่า แหบอีกนะคะนี่

sad smile )

#8 By ๛Girl In Game๛ on 2009-01-10 14:43

ยังไม่ได้ดูทั้งหนังและหนังสือครับ แต่เล็งๆไว้ว่าจะไปดูเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ confused smile

#9 By SkyKiD on 2009-01-10 15:38

กำลังหาเรื่องไปดูอยู่

คิดว่าตัวอย่างมันเอามาให้ดูหมดแล้วเหมือนกัน

#10 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-01-10 15:44

เคยอ่านหนังสือค่ะ แต่ก็นานมาแล้วจนความทรงจำลางเลือนเต็มทน จำได้แค่ว่าปกสวยมาก ให้ความรู้สึกละมุนๆ แบบเด็กๆ แล้วเนื้อหา ภาษาที่ใช้บรรยายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

ส่วนตัวแล้วคงไม่คิดจะไปดูในโรง หนึ่งเพราะติดเกาะอยู่ สองเพราะอยากเก็บความทรงจำของภาคหนังสือมากกว่า (นิกมันแปลกๆแบบนี้แหละค่ะ เหอๆ ;p) แต่ดูจากรีวิวแล้วก็คงไม่แย่ หากไม่ได้ดูหนังตัวอย่างไปก่อนใช่มั้ยคะ ;p

คิดถึงหนังสือเรื่องนี้แล้ว คิดถึงคุณพ่อค่ะ ท่านเป็นคนซื้อมาให้อ่าน ^^

#11 By วี่จัง on 2009-01-10 16:18

คะแนนนี่ เป็นคะแนนที่รวมค่า L-factor แล้วสิน่ะครับ :E

#12 By Detonator on 2009-01-10 18:09


คะแนนนี่ เป็นคะแนนที่รวมค่า L-factor แล้วสิน่ะครับ :Er

^
^
ขออนุญาตฮาคอมเมนท์คุณข้างบนค่ะ XD
(ส่วนตัวเราก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่อยากดูเหมือนกันนะคะ ฮา)

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ขออ่านรีวิวก่อนไปดูในโรงค่ะ (ขอบคุณอีกครั้งนะคะ) เพราะส่วนตัวเราติดนิสัยต้องอ่านรีวิวของหนังที่สร้างจากหนังสือเลยค่ะ หนึ่งล่ะเนื้อเรื่องก็ไม่ต้องกลัวโดนสปอยล์(ฮา) สองล่ะก็อยากรู้ว่าเนื้อหาจะโดนบิดเบือนจากหนังสือแค่ไหนล่ะนะ (แต่กับหนังสือชุดนี้ คงไม่น่ามีปัญหากระมัง)
....ว่าไปแล้วก็อยากซื้อมาเก็บจังเลยค่ะ เมื่อก่อนแค่ยืมเขามาอ่าน OTL

เริ่มไม่เกี่ยวกับหนังแล้วสิ....ยังไงก็ถือเป็นหนังที่ขึ้นคิวอันดับแรกว่าจะไปดูแล้วล่ะค่ะ (เพราะเรื่องอื่นในลิสต์สัปดาห์นี้...โนคอมเมนท์ล่ะค่ะ ห่ะๆ)

ปล.ชอบชื่อเรื่องเอ็นทรี่คราวนี้นะคะ ^^

#13 By เอส ♥ YS ! on 2009-01-10 18:48

อ่า เคยอ่านแต่ตั้งหนังสือค่ะ ตอนอ่านก็น้ำตาคลอๆอยู่หลายครั้ง ซึ้งดีค่ะ

#14 By [AdeLiNe] on 2009-01-10 19:12

Hot! ภาพสวยมากกกกก
น้องกะทิก้อน่ารักดี big smile

#15 By baibua on 2009-01-10 21:12

โอว น่าดู

#16 By Aelita~[-X-]~ on 2009-01-10 21:46

ผมยังไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้เลย แม้ว่าจะเล่มนิดเดียวก็ตาม
ที่จะเข้าไปดูก็เพราะน้องกะทีในเรื่องดูเป็นเด็กน่ารักสดใสดี

#17 By Life Goes On on 2009-01-10 23:06

ตวามสดของกะทิ ...

#18 By Gow27 on 2009-01-11 13:57

อ่านเรื่องนี้แล้วก็พลาดไม่ได้ที่จะดูภาพยนต์เรื่องนี้ค่า
ตอนอ่านก็รู้สึกอิ่มอุ่นในความสุข
ที่ไม่ได้มีแต่รอยยิ้มของเด็กตัวเล็กๆที่ชื่อ กะทิ
เด็กตัวเล็กๆที่สามารถผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ
ไม่ว่าสุข หรือ ทุกข์ ด้วยการตัดสินใจของตัวเอง

อยากให้คนไทยทุกคนดูเรื่องนี้มากๆ
เป้นภาพยนต์ไทยอีกเรื่องนึง
ที่อบอวนไปด้วยรอยยิ้มและรอยน้ำตา
และ อิ่มอุ่นกันทั่งทั้งโรงค่า :]

#19 By chiki on 2009-01-11 22:56

ยังไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้เลย
ใจหนึ่งก็อยากไป...
อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากไป... ได้ข่าวว่ามันเศร้า
ไม่อยากไปร้องไห้ในโล่งอ่ะ

#20 By packkyproject on 2009-01-13 00:32

พุธนี้เจอกันครับ

#21 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-01-13 20:50

เป็น กะทิใส ๆ รสไม่เข้มข้น จัดจ้าน แต่กลมกล่มครับ ชอบเรื่องนี้ ละเมียดละไม big smile

#22 By st.GiZMo on 2009-01-14 08:36