ความสุขของกะทิ : เพราะรู้ทุกข์ จึงรู้สุข
posted on 10 Jan 2009 12:47 by chubby in Review-Movie.
กะทิอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายที่บ้านนา ห่างไกลแสงสีเสียง อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ
ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ เด็กหญิงต้องเก็บงำความรู้สึกสงสัยไว้ในใจว่าเหตุใดจึงไม่มีใครพูดถึงแม่
ไม่มีแม้แต่รูปภาพ ไม่มีแม้แต่คำอธิบาย จนเธอเริ่มจะจำหน้าตาและน้ำเสียงของแม่ไม่ได้แล้ว
วันหนึ่ง คุณตาตัดสินใจบอกว่า แม่ของกะทิป่วยหนักมาก ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่บ้านพักริมทะเล
จากนั้น กะทิตัดสินใจว่าจะไปพบแม่ และพยายามเข้าใจสถานการณ์เท่าที่เด็กประถมจะทำได้
นอกเหนือจากกะทิ คนดูก็ต้องพยายามเข้าใจสถานการณ์ของผู้ใหญ่ภายในหนังเรื่องนี้อีกด้วย
.
ส่วนที่ชอบ
- การแสดงของดารารุ่นใหญ่ สร้างความรู้สึกกดดันได้แบบเงียบๆ หรือด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
ความสัมพันธ์ระหว่างกะทิและทอง ซึ่งทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากติดตามดูต่อไปอีกตะหงิดๆ
- กิจวัตรประจำวัน เหตุการณ์ต่างๆ ท่าทางการแสดงออกของกะทิที่ดูสวยงามน่ารักแบบเรียบๆ
บางฉากบางสถานการณ์น่าสนใจ ค่อยๆ สอนให้เด็กรู้จักโลก รู้จักความเป็นไปของชีวิตมากขึ้น
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- แม้ท่านไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้มาก่อน แต่หนังตัวอย่างก็บอกมาเกือบหมดเกลี้ยงแล้วครับ
การแสดงของกะทิซึ่งดูแข็งไปในหลายฉาก จากลักษณะของนักแสดงรวมกับลักษณะของบท
- การตัดต่อ สะดุดเหมือนอารมณ์ของการอ่านหนังสือทีละบท มากกว่าดูหนังแบบม้วนเดียวจบ
บางฉากบางสถานการณ์น่าสนใจ แต่ดูแล้วก็ต้องมานั่งนึกอยู่พักใหญ่ ว่าต้องการนำเสนออะไร
.
ประเด็นเก็บตก
- ในโชคร้ายของกะทิ ยังโชคดีที่ญาติพี่น้องอยู่ในฐานะมีอันจะกิน จึงช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
แต่ถ้าเป็นผู้ป่วย ASL ในครอบครัวยากจนหาเช้ากินค่ำ ภาพที่ออกมาย่อมไม่สวยงามเช่นนี้แน่
- ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า ชาวบ้านที่มาปรึกษาคุณตาของกะทิ (ทนายเก่า) เกี่ยวกับปัญหา
นโยบายการแปลงทรัพย์สินเป็นทุนของรัฐบาล คนหนึ่งดูคล้าย >Beep< อย่างบอกไม่ถูก lol
- บทของน้องโฟกัสในเรื่องแฟนฉัน สว่างสดใส จึงช่วยเสริมให้ภาพที่ออกมาดูร่าเริงยิ่งขึ้นไป
ขณะที่บทของน้องพลอยในเรื่องความสุขของกะทิ หม่นหมองกว่า ภาพที่ออกมาจึงดูเข้มขรึม
- ความสดของกะทิ ช่วยให้อาหารคาวหวานหลายอย่าง มีรสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น
แต่ต้องอดทนรอคอยเวลา ขูด เคล้า คั้น เนื้อมะพร้าวกว่าจะได้หัวกะทิหวานมันแบบธรรมชาติ
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ASL Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษา
เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหว เริ่มจากกล้ามเนื้อแขน-ขา
ก่อนอาการจะพัฒนาไปยังกล้ามเนื้อควบคุมการกลืน การพูด การหายใจ...จนเสียชีวิตในที่สุด
ผู้ป่วย ร้อยละ 70 เสียชีวิตภายใน 3-4 ปี, ร้อยละ 20 อยู่ได้ถึง 5 ปี, ร้อยละ 10 อยู่ได้ถึง 8 ปี
คาดการณ์ว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคนี้ 7 หมื่นคน ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ปีละ 100-150 คน
และรับรักษาเป็นผู้ป่วยในปีละ 5 คน (สถาบันประสาทวิทยา) ผู้ป่วยบ้านเราที่เคยเป็นข่าวใหญ่
คือ ร.ต.อ.พเยาว์ พูลธรัตน์ นักกีฬาชกมวย ผู้ได้เหรียญ (ทองแดง) โอลิมปิกคนแรกของไทย
โดยเริ่มต้นอาการ ASL และเข้ารับการรักษาตัวในปี พ.ศ. 2545 ก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2549
.
ค่ะ
ภาพสวยมากกกกก

แจ้งนิโรธ เจริญในมรรค
อ้อ...คนละเรื่อง
เป็นหนังสือที่อ่านได้สบายๆ เรียบๆนะครับ
ส่วนหนังยังไม่ได้ดู น้องที่แสดงเป็นกะทิน่ารักดี
#1 By on 2009-01-10 12:56