Be Kind Rewind : กรอด้วยใจ
posted on 18 Jan 2009 14:44 by chubby in Review-Movieหนังเขย่าขวัญสั่นประสาทก็ไม่ค่อยดูอยู่แล้ว หนังฝรั่งที่ไปกวาดรางวัลมาเพียบก็ยังไม่อยากดู
ส่วนหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งนั้น ผมเห็นตัวอย่างก็แบนทันที รอกองหน้าท่านอื่นไปดูเชิงก่อนครับ
.
.
เจอร์รี่ คนติ๊งต๊องอนาถามีความเชื่อฝังหัวว่ารัฐบาลปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมประชาชน
กลางดึกวันหนึ่ง เขาแอบเข้าไปก่อวินาศกรรมสถานีจ่ายไฟฟ้าในย่านนั้น แต่เกิดเหตุผิดพลาด
เขากลายเป็นมนุษย์แม่เหล็กไฟฟ้าและลบวีดีโอเทปร้านที่ ไมค์ เพื่อนเขาทำงานอยู่จนเกลี้ยง
ไมค์อยากฆ่าเจอร์รี่ตรงนั้นเลย เพราะทุกวันนี้กิจการร้านวีดีโอเทปก็แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว
เขาไม่อยากให้คุณเฟลทเชอร์ เจ้าของร้านที่เลี้ยงเขามา ต้องผิดหวังที่ฝากร้านให้ดูแลชั่วคราว
ทั้งสองต้องถ่ายทำวีดีโอเลียนแบบ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รับมือลูกค้าที่มีอยู่ไม่กี่คนไปก่อน
เหตุการณ์เกิดผิดคาด เมื่อเจ้าวีดีโอที่ถ่ายมามั่วๆ ขัดตาทัพกลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ลูกค้าต่อคิวรอเช่ายาวเหยียดจนทำเรื่องใหม่ๆ แทบไม่ทัน สถานภาพการเงินของร้านดีขึ้นมาก
แต่คิดหรือครับว่าทุนนิยมในโลกแห่งความจริง จะปล่อยให้เรื่องราวจบลงอย่างมีความสุขง่ายๆ
.
ส่วนที่ชอบ
- ฉากอำพรางตัวตอนต้นเรื่อง วีดีโอเลียนแบบที่เจอร์รี่เรียกว่า "Sweded" ล้อเลียนได้ฮามาก
หนังล้อเลียนหลายเรื่อง นำฉากเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ในต้นฉบับ มาทำให้คนที่เคยดูขำกลิ้งได้
- สะท้อนภาพ "การพัฒนา" ได้แทงใจดำ ดูแล้วก็นึกถึงเหตุการณ์ใกล้ตัวในบ้านเกิดเมืองนอน
แอบกัดค่ายหนัง (รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น) และอีกด้านของระบบลิขสิทธิ์ที่เราอาจหลงลืมมันไป
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- ให้เจอร์รี่เป็นมนุษย์แม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ถ่ายทำวีดีโอเลียนแบบเนี่ยน่ะนะ
ถึงฮาแตกแค่ไหน มันก็ดูไม่เข้ากับสถานการณ์ซีเรียสจริงจังที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายเรื่องเลยครับ
- ความสวยงามซึ่งกลบเกลื่อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน จะฮึกเหิมหรือหดหู่ใจดีละหนอ
หนังล้อเลียนหลายเรื่องเก่าจนไม่ทราบว่ามีฉากอะไรเด็ดๆ บ้าง คนดูจำนวนไม่น้อยขำไม่ออก
.
ประเด็นเก็บตก
- บางกิจการขนาดใหญ่ เน้นกำไร-ขาดทุนเป็นหลักจึงขายเฉพาะสินค้าตลาดๆ มีตัวเลือกน้อย
ลูกจ้างชั่วคราวไม่ค่อยมีความผูกพัน บ้างก็ไม่รู้จักรายละเอียดสินค้า เน้นการตกแต่งภายนอก
ต่อสู้กันด้วยเงินทุน ใครมีสายป่านยาวกว่าก็ได้เปรียบ กำไรต่อหน่วยต่ำ เน้นขายปริมาณมาก
- บางกิจการขนาดเล็ก พนักงาน เจ้าของร้านรู้จักรายละเอียดสินค้าดี มีของแปลกให้เลือกหา
ประสิทธิภาพการทำกำไรน้อยกว่า ถ้าขาดแผนการตลาดที่ดีคงรอดยากในศึกทะเลแดงเดือด
แต่หลายรายก็สามารถพลิกแพลง ทำในสิ่งที่กิจการขนาดใหญ่เชื่องช้า สร้างจุดยืนของตนได้
- เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา สินค้าที่เคยขายดียุคหนึ่ง อาจขายไม่ออกในอีกยุคหนึ่ง
ไม่ว่าสินค้าดังกล่าวมีข้อดีมากเพียงใด ถ้าไม่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าอุดหนุนต่อได้ถือว่าจบกัน
ยิ่งเป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยีเป็นส่วนประกอบมากเท่าไร อายุการวางขายยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น
- ดาบสองคมของกฎหมายลิขสิทธิ์ ด้านหนึ่ง ช่วยคุ้มครองสิ่งที่หลายคนคิดทำขึ้นมาแทบตาย
ไม่ให้ถูกใครชุบมือเปิบ เอาไปใช้หาผลประโยชน์โดยที่ผู้คิดค้นไม่ได้เงินหรือเครดิตแม้แต่นิด
อีกด้านหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้เพื่อให้เราซื้อแต่ของๆ เขา เพื่อผลกำไรสูงสุด
- ปัญหาในการพัฒนา คนกลุ่มหนึ่งจ้องแต่จะพัฒนาท่าเดียว โดยไม่สนว่าจะต้องเสียอะไรบ้าง
ฝั่งตรงกันข้าม คนอีกกลุ่มหนึ่งก็จ้องแต่จะคัดค้านท่าเดียว โดยไม่สนว่าจะต้องพลาดอะไรบ้าง
กระบวนการมีส่วนร่วมที่ไม่ใช่ผักชีโรยหน้าจึงเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
.

.
16/01/52
IMDb : 6.7/10
Metacritic : 52/100
Rotten Tomatoes : 68%
.
.
.
ของแถมท้ายรีวิว
- หนังมีบางส่วนเกี่ยวกับสื่อบันทึกยุคเก่า vs ยุคใหม่ ซึ่งสงครามรูปแบบนั้นเกิดมานมนานแล้ว
สื่อบันทึก นับแต่อดีตถึงปัจจุบันมีมากมาย ที่ล้มหายตายจากไปแล้วก็เยอะ ที่ไม่รู้จักก็มีเพียบ
ครั้นจะหยิบมาเขียนให้ครบหมดทุกรูปแบบ ก็ดูลำบากลำบนเกินการเป็นของแถมไปสักหน่อย
ด้วยเหตุนี้ จึงขอเขียนถึง สงครามรูปแบบสื่อบันทึก เฉพาะช่วงเวลาที่ผมเกิดทันเท่านั้นนะครับ
.
- ศึก Betamax (Sony) กับ VHS (JVC) ปรากฏตัวในตลาดสื่อบันทึกช่วงปี พ.ศ. 2518-2519
ในแง่ของคุณภาพการบันทึก พบว่า เบต้าแม็กซ์ ให้คุณภาพดีกว่าคู่แข่งขันสำคัญอยู่หลายขุม
แต่จุดพลิกผันที่ทำให้โซนี่พ่ายแพ้และแก้เกมช้าไปก็คือ วีเอชเอส สามารถบันทึกได้นานกว่า
สำหรับประเทศไทย ร้านวีดีโอ VHS เป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วทุกจังหวัดในช่วงปี พ.ศ. 2520's
.
.
- สองปีต่อมา Laserdisc (Philips) ก็เปิดตัวกับเขาและวางจำหน่ายในช่วงปลายปี พ.ศ. 2521
ในขณะที่คู่แข่งขันยังเป็นอะนาล็อก เลเซอร์ดิสก์เป็นสื่อผสมอะนาล็อก(ภาพ)/ดิจิตอล(เสียง)
แต่ด้วยขนาด น้ำหนัก การใช้งาน ฯลฯ ที่ไม่ค่อยสะดวกสบายทำให้เลเซอร์ดิสก์ไม่เป็นที่นิยม
สำหรับประเทศไทย ร้านเลเซอร์ดิสก์ ม้วนเสื่อกลับบ้านไปอย่างรวดเร็วในช่วงปี พ.ศ. 2530's
.
.
- สี่ปีต่อมา Compact Disc หรือ CD (Philips + Sony) เปิดตัวต่อสื่อครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525
ในฐานะสื่อดิจิตอลบันทึกเสียงสมบูรณ์แบบ ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเลเซอร์ดิสก์อีกขั้น
และเจ้า CD นี่เอง ที่กวาดสื่ออะนาล็อกออกไปจากตลาดอย่างราบคาบในช่วงปี พ.ศ. 2540's
สำหรับประเทศไทย ด้วยความลงตัวของเทคโนโลยีทำให้ผีดูดเลือดอาละวาดมาจนถึงทุกวันนี้
.
.
- สื่อบันทึกต่อจาก CD ในตอนแรกเกือบซ้ำรอยสงครามระหว่าง Betamax กับ VHS เสียแล้ว
แต่ Philips + Sony ยอมถอยซะก่อน ทำให้เราได้มาตรฐาน DVD อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีจาก CD ให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขึ้น
สำหรับประเทศไทย DVD ที่ใช้งานแพร่หลายไปทั่วเป็นตัวแทนของสื่อบันทึกในช่วงปี 2550's
.
.
- ศึก Blu-ray Disc (Sony) กับ HD DVD (Toshiba) สงครามใหญ่ในช่วงปี พ.ศ. 2545-2550
นับแต่การกำหนดมาตรฐานในปี พ.ศ. 2545 จนถึงวันแรกที่ทั้งคู่เริ่มวางตลาดในปี พ.ศ. 2549
ในที่สุด 19 กุมภาพันธ์ 2551 ทางโตชิบาประกาศยกธงขาว, บลู-เรย์ของโซนีเป็นฝ่ายชนะไป
สำหรับประเทศไทย กว่าสื่อบันทึกชนิดนี้จะแพร่หลายในบ้านเราคงต้องรอจนถึงช่วงปี 2560's
.
Parody Television
[ โดยเฉพาะแวมไพร์ ]
#1 By Arcobaleno on 2009-01-18 15:28